ป่วยเกือบหมื่น‘โอมิครอน’พุ่ง

ติดเชื้อรายวันเกือบหมื่น ตายอีก 22 ราย สธ.ย้ำไม่ต้องกังวลตัวเลขติดเชื้อพุ่ง คาดครึ่งปีหลังยอดโควิดลด หากไม่มีกลายพันธุ์ซ้ำอีก อย.ไฟเขียว ‘ซิโนแวค-ซิโนฟาร์ม’ ฉีดเด็ก 6 ขวบขึ้นไป ไม่ต้องปรับโดส พร้อมขอข้อมูลเพิ่มพิจารณาขยายฉีด 3-5 ขวบ นนทบุรีติดเชื้อพุ่ง 420 เกินครึ่งฉีดวัคซีนแล้ว ตราดสั่งปิด 4 ตลาดในเขตเทศบาลเมือง หลังพบพ่อค้าแม่ค้าติดเชื้ออื้อ บึงกาฬก็วุ่นคลัสเตอร์งานศพ เมียร้องช่วยเหลือผัววัย 62 ฉีดเข็ม 3 แอสตร้าฯ 2 วันก่อนป่วยเป็นคนไข้ติดเตียง “บิ๊กตู่” ขอบคุณครูเสียสละดูแลนร.ช่วงโควิด ระบาดหนัก

ติดเชื้อพุ่งเกือบหมื่น-ตายอีก 22
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 9,909 ราย ติดเชื้อสะสม 2,475,632 ราย หายป่วยเพิ่ม 7,827 ราย ติดเชื้อสะสม 2,366,909 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 22 ราย เสียชีวิตสะสม 22,250 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 86,473 ราย มีอาการหนัก 516 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 105 ราย

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 22 ราย มาจาก 16 จังหวัด ได้แก่ กทม. 3 ราย, อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ พังงา ตราด จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ ปทุมธานี นครพนม มหาสารคาม หนองคาย ตาก ชุมพร ตรัง ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 11 ราย หญิง 11 ราย อายุ 28-95 ปี ค่ากลางอายุ 70 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว 100%

ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 1,593 ราย 2.สมุทรปราการ 849 ราย 3.นนทบุรี 494 ราย 4.ชลบุรี 460 ราย 5.ภูเก็ต 379 ราย 6.อุบลราชธานี 254 ราย 7.นครราชสีมา 200 ราย 8.สุพรรณบุรี 193 ราย 9.ราชบุรี 190 ราย และ 10.ปทุมธานี 189 ราย

สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 18 จังหวัด คือนครศรีธรรมราช 184 ราย, นครปฐม 179 ราย, ศรีสะเกษ 168 ราย, เชียงใหม่ 158 ราย, ระยอง 156 ราย, ชัยภูมิ 151 ราย, ลพบุรี 151 ราย, พระนครศรีอยุธยา 147 ราย, ร้อยเอ็ด 146 ราย, ขอนแก่น 131 ราย, อุดรธานี 128 ราย, เพชรบุรี 126 ราย, ฉะเชิงเทรา 119 ราย, สระบุรี 116 ราย, จันทบุรี 104 ราย, มหาสารคาม 102 ราย, บุรีรัมย์ 101 ราย และเพชรบูรณ์ 100 ราย ส่วนติดเชื้อเพียงหลักหน่วยมี 2 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 8 ราย และนราธิวาส 7 ราย

ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำ 45 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 188 ราย ใน 33 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 59 ราย, อิสราเอล 17 ราย, คาซัคสถาน 14 ราย, เช็ก 13 ราย, เยอรมนี 11 ราย, อังกฤษ 8 ราย, ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ประเทศละ 7 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 6 ราย แซนด์บ็อกซ์ 162 ราย ระบบกักตัว 19 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 1 ราย

สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-3 ก.พ. 2565 จำนวน 12,842 ราย รายงานติดเชื้อ 528 ราย คิดเป็น 4.11% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 1,544 ราย ติดเชื้อ 18 ราย คิดเป็น 1.16% แซนด์บ็อกซ์ 9,046 ราย ติดเชื้อ 454 ราย คิดเป็น 5.02% และกักตัว 2,242 ราย ติดเชื้อ 56 ราย คิดเป็น 2.5%

การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 3 ก.พ. ฉีดได้ 290,330 โดส สะสมรวม 116,110,883 โดส เป็นเข็มแรก 52,420,149 ราย คิดเป็น 75.4% ของประชากร เข็มสอง 48,790,423 ราย คิดเป็น 70.1% ของประชากร และ เข็มสาม 14,900,311 ราย คิดเป็น 21.4% ของประชากร

‘บิ๊กตู่’ขอบคุณครูดูแลนร.ช่วงโควิด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่าถือโอกาสนี้ขอบคุณครู อาจารย์ ในช่วง โควิด-19 ตน ได้รับรายงานจากหลายพื้นที่ หลายจังหวัดที่มีครูไปสอนในพื้นที่ถึงบ้าน ถือเป็นการเสียสละ เอารถไปเอง ติดตามการบ้าน นี่คือคนที่เราต้องไม่ลืมเขา การเรียนมี 2 อย่าง ออนไลน์ และออนไซต์บางคนออนไลน์ไม่พร้อม รัฐบาลก็ต้องไปเติม ต้องขอบคุณครูเหล่านี้ เหมือนเป็นแนวหน้าหน้าด่านด้านการศึกษา ไม่เช่นนั้นโรงเรียนปิดหมดแล้วจะไปกันอย่างไร เมื่อปิดก็ปิด พร้อมเปิดก็ต้องเปิด ถ้ายังเปิดไม่ได้ก็ต้องมีวิธีการสอนใหม่ ตนรู้ว่าครูเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่ตัวเองก็มีภาระส่วนตัวมากมาย แต่ต้องขอบคุณจริงๆ แม้ตนจะไม่ได้พูดถึง ยืนยันว่าทั้งหมดอยู่ในกระบวนการ

คาด 2-3 สัปดาห์ติดเชื้อพุ่งอีก
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีรายงานผู้ติดเชื้อ วันนี้สูงถึง 9,909 ราย และมีการตรวจ ATK พบติดเชื้ออีก 4,973 รายนั้นว่า สถานการณ์ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขสำคัญที่เราต้องติดตาม คือ ผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิต วันนี้พบเสียชีวิตอยู่ที่ 22 ราย ยังเป็นตัวเลขที่ไม่เพิ่มขึ้นมาก อัตราเสียชีวิตลดลง ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 และผู้ยังไม่รับวัคซีนโควิด หรือยังไม่รับ วัคซีนบูสเตอร์โดส จึงถือโอกาสเน้นย้ำว่าขอให้ลูกหลานในบ้านเร่งพากลุ่มเสี่ยงออกมารับวัคซีนตามกำหนด สำหรับคลัสเตอร์ที่พบการติดเชื้อปัจจุบันคืองานเลี้ยงสังสรรค์ งานศพ งานบุญ งานแต่ง งานบวช หรืองานกินเลี้ยง เมื่อรับเชื้อมาแล้วเอาไปติดคนในครอบครัว ส่วนโรงงานพบบ้างแต่ยังไม่มาก โรงเรียนพบประปราย และโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ติดจากข้างนอกแล้วไปติดในกลุ่มบุคลากร ไม่ใช่การติดจากการทำงาน อย่างไรก็ตาม อย่ากังวลเพียงตัวเลขติดเชื้อใหม่ เป็นสิ่งที่ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย เพราะโอมิครอนติดเชื้อง่ายขึ้น ขอให้ดูตัวเลขภาพรวม

“ความรุนแรงของโรคน้อยลง คนมีภูมิต้านทานมากขึ้น เราต้องบาลานซ์ทั้งการควบคุมโรคและการดำเนินชีวิตของประชาชน มาตรการแรงไปก็กระทบประชาชน ซึ่งเราอยู่กับโรคมา 2 ปีแล้ว ต้องพยายามทำให้เป็นโรคปกติ หลายประเทศก็ออกมาประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่นกัน ทางยุโรปที่ติดเชื้อวันละเป็นแสนราย ก็ประกาศยกเลิกหลายๆ อย่าง ส่วนไทยเราติดเชื้อไม่ถึงหมื่นราย แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะหยุดเท่านี้ แนวโน้มก็น่าจะเพิ่มขึ้นได้ใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า แม้เราจะทำให้ โควิดเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังต้องเข้มมาตรการต่างๆ ทั้งการสอบสวนโรค การติดตามผู้สัมผัสให้กักตัว ซึ่งความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องอยู่ในมาตรการ VUCA สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง

“ด้วยลักษณะของโรค ตามที่เราคาดไว้ตามเส้นกราฟ 3 เส้น คือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ปานกลางและดีที่สุด แม้ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ดีที่สุด แต่เมื่อพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ก็จะค่อยๆ ไต่ระดับตามเส้นกราฟต่อเนื่องซัก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเราจะต้องพยายามคุมให้อยู่ในเส้นกราฟ”

‘โอมิครอน’แพร่ในบ้าน 50%
นพ.โอภาส กล่าวด้วย ว่า หากดูตามกราฟที่คาดการณ์ช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่ขึ้นอยู่ ทั้งนี้ เมื่อโรคระบาดขึ้นแล้วจะคงอยู่สักระยะและค่อยๆ ลดลง เป็นไปตามคาดการณ์ ขณะนี้สถานการณ์ติดเชื้อและการดำเนินการยังเป็นไปตามคาดหมาย อยู่ในเส้นสีเขียว ซึ่งเป็นเส้นคาดการณ์ที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม อย่าไปกังวลกับตัวเลขมากจนเกินไป หากจะเป็นโรคประจำถิ่นสำคัญคือเราควบคุมสถานการณ์ได้ และให้ความสำคัญกับตัวเลขผู้ติดเชื้ออาการหนักและเสียชีวิตที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้ อย่างหลายประเทศทางยุโรปและอเมริกา แม้ผู้ติดเชื้อจะขึ้นไป 2-3 แสนรายหรือเป็นล้านราย ก็ยังไม่เพิ่มมาตรการเข้าไป เพราะระบบสาธารณสุขเขารองรับได้ เช่นเดียวกับประเทศไทย แม้ผู้ติดเชื้อจะขึ้นไปถึงระดับหมื่นราย แต่ระบบสาธารณสุขเรารองรับได้ เนื่องจากสายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้รุนแรงไปกว่าสายพันธุ์เดลตา เรามียาและวัคซีน ขณะนี้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไปได้แล้ว 15 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เชื่อว่าจะทำให้ระบบสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิตได้ แต่ผู้ติดเชื้อระดับหลายหมื่นรายก็ยังต้องระวังอย่าให้เพิ่มมากกว่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนในการป้องกัน

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า การระบาดที่เกิดขึ้นขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นคลัสเตอร์ที่ไม่ค่อยใหญ่นัก จะเป็นคลัสเตอร์กระจัดกระจายทั่วทุกจังหวัดของประเทศ และพบว่าคลัสเตอร์ที่เกิดจากงานเลี้ยง งานบุญ สังสรรค์ งานแต่งงาน งานศพ งานบวชยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะต่างจังหวัด และเมื่อมีการติดเชื้อในกลุ่มที่ไปร่วมงานก็จะกลับไปติดที่บ้าน และโอมิครอนเราพบหลายครั้งว่าติดกันเกือบทั้งบ้าน

“จากเดิมสายพันธุ์เดลตามีอัตราการติดเชื้อในครอบครัว 10-20% แต่สายพันธุ์โอมิครอนจากการประเมินเบื้องต้นติดเชื้อแล้วไปติดในครอบครัว อัตราติดเชื้ออยู่ที่ 40-50% จะเห็นว่าติดเชื้อค่อนข้างง่าย แต่ข้อดีคือพบว่าส่วนใหญ่อาการน้อย โดยเฉพาะคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว แต่กลุ่มเสี่ยงอายุ 60 ปีขึ้นไป 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เสียชีวิตเกือบ 100% ต้องเร่งรัดฉีดเข็มกระตุ้นกลุ่มนี้ต่อไป เมื่อถึงกำหนด ขอให้ไปฉีดอย่ารีรอ” นพ.โอภาสกล่าว

ย้ำยึด 3 ตัวเลขหลัก
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า กิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้น การเปิดร้านอาหารให้ดื่มแอลกอฮอล์ การจัดกิจกรรมต่างๆ คงทำให้ผู้ติดเชื้อตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่กิจกรรมนี้สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะตอนนี้เราก็รับผลกระทบเยอะ แต่การจะเป็นโรคประจำถิ่นได้เราต้องสมดุลระหว่างการควบคุมโรคและการใช้ชีวิตควบคู่กันไป ถ้าอยู่ในระดับอย่างนี้ก็น่าจะยอมรับได้ เพราะระบบสาธารณสุขรองรับได้ และผู้ติดเชื้อเสียชีวิตไม่ได้มีอัตราที่น่ากังวลจนเกินไป แต่นโยบายของรมว.สธ.ให้นโยบายนำยาใหม่ๆ ที่มีการขึ้นทะเบียนรีบนำมาใช้เพื่อลดการ เสียชีวิตให้มากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าคาดการณ์หรือไม่ว่าตัวเลขจะสูงขึ้นไปถึงเท่าไร นพ.โอภาสกล่าวว่า ตัวเลขขึ้นไปเท่าไรอย่าไปคาดการณ์ แต่จะมีเป้าหมายเอาไว้เปรียบเทียบว่าระบบการป้องกันโรคของเราดีมากน้อยแค่ไหน อยากให้ต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่เมื่อตัวเลขลดลง คนจะสบายใจมากขึ้น การป้องกันจะลดลง ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็จะกลับมาระมัดระวังกันมากขึ้น อยากให้ระวังกันตลอด อย่าดูแต่ตัวเลขว่าสูงหรือต่ำแล้วจะป้องกัน ให้ป้องกันแบบสูงสุดตลอดเวลาจะดีกว่า

เมื่อถามว่ามีผู้เสนอให้นำตัวเลขการตรวจ ATK มารวมกับ RT-PCR นพ.โอภาสกล่าวว่า ตัวเลขเป็นตัวเลข อยู่ที่ระบบสาธารณสุขรองรับมากน้อยแค่ไหน อย่างที่ทราบผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จากเดิมที่ติดเชื้อจะมีอาการหนักประมาณ 10-20% ปัจจุบันเหลือ 5% และหลายส่วนที่ติดเชื้อไม่มีอาการเลย ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ต้องนั่งตรวจคนไทยทุกวัน เพราะไม่มีอาการก็บอกไม่ได้ว่าคนไหนติดเชื้อ อย่างนี้ถือว่าจำเป็นหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้จำเป็นที่จะต้องตรวจ ATK และ RT-PCR ทุกวัน เราดูภาพรวมอะไรที่เหมาะสมกับประเทศเราและการใช้ชีวิตของคนไทยน่าจะเหมาะสมกว่า ตอนนี้ทั่วโลกให้ความสนใจ ผู้ติดเชื้ออาการหนักและเสียชีวิตมากกว่าแล้ว อย่างคนไทยเราดูผู้ป่วยอาการหนักคือผู้ป่วยปอดอักเสบ ขณะนี้อยู่ที่ 500 กว่ารายจากช่วงหนักๆ พบ 5 พันกว่าราย ส่วนผู้ป่วยใส่ ท่อช่วยหายใจเราอยู่ที่ 100 กว่าราย จากสูงสุด 1,300 ราย และเสียชีวิตจากเดิมขึ้นไป 300 ราย ลดเหลือประมาณ 20 ราย

“3 ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขสำคัญกว่า อย่าไปสนใจตัวเลขผู้ติดเชื้อมากนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าทอดทิ้งตัวเลข กรมควบคุมโรคติดตามดูตัวเลขเทรนด์หรือแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง แม้จะติดเชื้อจำนวนมากก็ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุ แต่สิ่งที่ต้องกังวลมากๆ คืออาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิต ถ้าอยู่ระดับที่ถือว่าควบคุมได้ก็ไม่ต้องกังวลจนเกินไป” นพ.โอภาสกล่าว

คาดครึ่งปีหลังโควิดลดลง
นพ.โอภาสกล่าวถึงการพยากรณ์โรคใน ปี 2565 ว่า ปี 2564 มีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ทั้งทั่วโลกและประเทศไทย สำหรับโรคโควิด 19 ถ้าไม่มีสายพันธุ์ที่มีนัยสำคัญอื่นเพิ่มเติม คาดว่าครึ่งปีหลังจำนวนผู้ติดเชื้อน่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้วย 2-3 เหตุผล คือคนไทยฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามเป้าหมาย ตอนนี้ได้ 20% ฉีดเพิ่มเติมในเด็ก จะทำให้ควบคุมสถานการณ์ติดเชื้อรายใหม่ครึ่งปีหลังได้ แต่หากมีกลายพันธุ์หรือเหตุการณ์ ใหม่ๆ เกิดขึ้น จะมีพยากรณ์โรคเส้นใหม่

ส่วนไข้หวัดใหญ่ ปี 2565 คาดว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า คือ 22,817 ราย โดยจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นช่วงฤดูฝน ปลายฝนต้นหนาวต่อเนื่องถึงต้นปี ปัจจัยสำคัญคือการสวมหน้ากากอนามัย นอกจากป้องกันโควิดแล้ว ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ลดลงชัดเจน คาดว่าต้นปี 2565 การใส่หน้ากากอนามัยของคนไทยยังดี แต่ช่วงปลายปีหากสถานการณ์ดีขึ้น ใส่หน้ากากอนามัยลดลง อาจมีการระบาดของโรคเพิ่มขึ้นได้

ไข้เลือดออก คาดว่าปี 2565 จะระบาดเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยคาดว่ามี 85,000 ราย ด้วย 2-3 เหตุผล คือปกติไข้เลือดออกจะระบาดปีเว้นปี หรือปีเว้น 2 ปี ตอนนี้วงจรการระบาดรอบใหม่ เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อน้อย ภูมิคุ้มกันจึงมีน้อย และมีกิจกรรมทางสังคมเพิ่มขึ้น โดยผู้ป่วยน่าสูงสุดช่วง มิ.ย.-ส.ค. โดยก.ค.คาดว่าจะมีผู้ป่วยมากที่สุด 13,769 ราย ขณะนี้พบรายงานเสียชีวิตจากไข้เลือดออกรายแรกของไทยในปี 2565 เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งระยะหลังพบในผู้ใหญ่มากขึ้น โดยรายนี้เป็นหญิงอายุ 48 ปี เนื่องจากเราคิดแต่โควิด เมื่อมีไข้มาจึงคิดถึงโควิด แต่ลืมคิดถีงไข้เลือดออก ก็ไปซื้อยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดกิน ซึ่งไข้เลือดออกห้ามกินยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพรินและเอ็นเสดมากิน จะทำให้เลือดออกในทางเดินอาหาร รายนี้มีไข้ไม่ได้ระวังไข้เลือดออก ไปซื้อยาประเภทนี้กิน ทำให้มีเลือดออกและเสียชีวิต

สธ.ย้ำป่วยเกือบหมื่นไม่น่ากังวล
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค สธ. แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น 2.9 แสนโดส สะสม 116.1 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 52.4 ล้านโดส ครอบคลุม ร้อยละ 75.4 ของประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 48.7 ล้านโดส ครอบคลุม ร้อยละ 70.1 และเข็มที่ 3 อีก 14.9 ล้านโดส ครอบคลุมร้อยละ 21.4 ทั้งนี้จำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย พบว่า ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว 4.9 ล้านราย จากเป้าหมาย 4.7 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 105.7 ส่วนผู้อายุมากกว่า 60 ปี ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 8.3 ล้านราย จากเป้าหมาย 12.7 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 66

“ตัวเลขนี้มีความสำคัญ เนื่องจากไม่ใช่เปอร์เซ็นต์วัคซีนในภาพรวมเท่านั้นที่มีผลต่อการควบคุมโรค แต่กลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มที่เรามุ่งเน้นให้เข้าถึงวัคซีนมากที่สุด” นพ.เฉวตสรรกล่าว

นพ.เฉวตสรรกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก พบว่าวันที่ 27 ม.ค. 2565 เป็นวันที่ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อสูงสุดในระลอกสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งผ่านมาแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตยกตัวขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้สูง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเชื้อโอมิครอนไม่ได้มีความรุนแรง แต่หากติดเชื้อมาก ก็จะพบอัตราเสียชีวิตสูงขึ้นได้ ขณะที่ประเทศแอฟริกาใต้ ผ่านพ้นจุดสูงสุดของการติดเชื้อไปตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศสก็เช่นกัน ตอนนี้การติดเชื้อลดลง การเสียชีวิตเพิ่มเล็กน้อยแต่ไม่เท่ากับตอนสายพันธุ์เดลตา

“สำหรับประเทศไทย ข้อมูลการติดเชื้อเฉลี่ย 7 วัน พบว่าเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2565 มีการติดเชื้อสูงสุดของระลอกเดือนม.ค. 2565 อย่างไรก็ตามวันนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่ 9,909 ราย เสียชีวิต 22 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 516 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 105 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่คงตัวจาก 2 สัปดาห์ที่แล้ว แต่ขณะนี้กราฟการติดเชื้อมีการยกตัวสูงขึ้น จำแนกกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,909 ราย พบว่า อายุ 30-49 ปี มีอัตราติดเชื้อสูงที่สุด ร้อยละ 32.9 ส่วนที่เรากังวลการติดเชื้อในเด็ก วันนี้พบอายุ 0-9 ปีเพียงร้อยละ 10.3 ซึ่งปัจจัยเสี่ยงยังลักษณะเดิมคือกิจกรรมที่พบปะกัน ร่วมงานสังสรรค์ที่เปิดหน้ากากอนามัย ทำให้เรายังพบคลัสเตอร์นี้อยู่ถึงร้อยละ 48 ส่วนผู้สัมผัสพบร้อยละ 47 การตรวจ ATK ร้อยละ 4 และบุคลากรแพทย์สาธารณสุข ร้อยละ 0.6”

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2565 ตัวเลขติดเชื้อดูเหมือนจะขึ้นไปในเส้นสีเทา คือติดเชื้อสูงสุด แต่หลังจากมีมาตรการควบคุมโรค ทำให้เรารักษาระดับมาอยู่ในเส้นสีเขียวคือสถานการณ์ดีที่สุด สอดคล้องกับตัวเลขการเสียชีวิตที่เราร่วมมือกันรักษาระดับได้ต่ำกว่าเส้นสีเขียว วันนี้ที่พบผู้ติดเชื้อ 9.9 พันราย ใกล้ถึงหมื่นราย ซึ่งหลายคนอาจจะกังวล ส่วนนี้เราจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคนด้วยมาตรการ VUCA ไปฉีดวัคซีนกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสียง 608 รักษาการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือเสมอ ตรวจ ATK และสถานประกอบการทำมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง

อย.อนุมัติซิโนแวคฉีด 6 ขวบ
นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่มีการพิจารณาการขยายอายุการใช้วัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์มว่า วัคซีนซิโนแวคนำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ส่วนวัคซีนซิโนฟาร์ม นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ปัจจุบันวัคซีนทั้ง 2 ชนิดได้รับอนุญาตให้ใช้ในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยผู้รับอนุญาต คืออภ. และบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด มาขอขยายอายุในช่วง 3-17 ปี

“กรรมการผู้เชี่ยวชาญได้พิจารณาถึงคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยแล้ว ได้อนุมัติให้ขยายอายุกลุ่มผู้ใช้ตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไปโดยไม่ต้องมีการปรับขนาดยา ทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์ม และอย.แจ้งให้ผู้รับอนุญาตทั้ง 2 รายส่งข้อมูลเพิ่มเติม โดยเร็วเพื่อพิจารณาขยายในกลุ่มอายุ 3-5 ขวบต่อไป”

เมียร้องผัวฉีดเข็ม 3 ป่วยติดเตียง
วันเดียวกัน นางมณฑาทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ชาวต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน

นางมณฑาทิพย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค.65 นายสุเทพ อายุ 62 ปี สามี อาชีพค้าขายไอติม เกิดป่วยกะทันหัน เจ็บหลัง แน่นหน้าอก เดินไม่ได้ มีอาการขาอ่อนแรง โดยก่อนจะป่วยอาการดังกล่าว สามีเข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 3 เมื่อวันที่ 10 ม.ค. โดยเข็มแรกฉีดซิโนแวค เข็มสองฉีด แอสตร้าฯ และเข็มสามแอสตร้าฯ หลังฉีดได้ 2 วัน สามีเกิดอาการป่วย จึงไปหาหมอที่ร.พ.กระบี่ จากนั้นทาง ร.พ.กระบี่ ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในจ.ภูเก็ต ทันที แต่สุดท้ายสามีต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เชื่อว่าสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีน เพราะก่อนหน้านี้ สามีมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นนอนร.พ.เลย

“การมาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาดูแลบ้าง ขณะนี้ต้องควักกระเป๋าใช้จ่ายเองทุกบาท ทุกสตางค์ ทราบว่าเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ภาครัฐช่วยเหลือ แต่ในส่วนสามีไม่มีหน่วยงานใดหันมาดูแลเลย สิ่งที่สำคัญ ตอนนี้ไม่มีรายได้ และคนที่เป็นเสาหลัก หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวคือสามี แต่ต้องมาเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถทำงานได้ ที่ผ่านมารัฐบาลเชิญชวนให้ประชาชนออกมาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด แต่เมื่อสามีซึ่งมีอาการข้างเคียงจากวัคซีน กลับไม่ได้รับการดูแล เคยร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ”

ตราดปิด 4 ตลาดดังกลางเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรศักดิ์ ภูติภัทร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองตราด ประกาศปิดตลาดซอยไร่รั้ง, ตลาดลานบขส., ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงไม้) และตลาดซอย สัตยุฒม์ อ.เมือง จ.ตราด เป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5-9 ก.พ.65 หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาดสดเทศบาลซอยไร่รั้ง และบริเวณตลาดเทศบาลเมืองตราด และจะเปิดให้บริการปกติในวันที่ 10 ก.พ.65 โดย ผู้จำหน่ายสินค้าทุกคนต้องมีผลตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมง มาแสดงว่าปกติถึงจะจำหน่ายสินค้าได้

จากประกาศปิดตลาดดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการค้าขายในตลาดดังกล่าว ค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนมาซื้อสินค้าไม่มาก

นางฟาติมา กิจจาธร แม่ค้าขายอาหารทะเลสดเปิดเผยว่า ที่พ่อค้าแม่ค้าไม่มาขาย เพราะหลายแผงติดเชื้อโควิด-19 และประชาชนไม่กล้าเข้ามาซื้อสินค้าในตลาด เพราะเกรงจะติดเชื้อโควิด อยากให้เทศบาลเมืองตราดแก้ไขหรือลดวันปิด เพราะช่วงตรุษจีนก็ปิดมาแล้ว 2 วัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองตราด นายสุรศักดิ์เรียกประชุมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเทศบาลเมืองตราด เพื่อพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด ที่พบการแพร่ระบาดตั้งแต่วันที่ 1-3 ก.พ.65

นายจรัญแจ้งที่ประชุมว่า จากการตรวจหาเชื้อและสอบสวนโรคพบว่า มีพ่อค้าในตำบลหนึ่งในอ.เมืองตราดนำเชื้อมาเเพร่ในพื้นที่ค้าขาย และไม่สวมหน้ากาก ทำให้ติดเชื้อ จากนั้นแพร่ไปยังกลุ่มอื่นๆ อีก ซึ่งช่วงเทศกาลตรุษจีนมีญาติพี่น้องกลับมาเยี่ยมญาตินำเชื้อเข้ามาเพิ่ม และมีชาวตราดเดินทางไปฝึกอาชีพในจ.เชียงรายและติดเชื้อมาให้ครอบครัว ทำให้วันที่ 1-3 ก.พ.65 มีผู้ติดเชื้อรวม 39 ราย เป็นผู้ที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองตราด 13 ราย นอกนั้นเป็นพื้นที่ในตำบลใกล้เคียง แสดงให้เห็นว่า เชื้อมีการแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง หากไม่ปิดตลาดเทศบาลในพื้นที่แพร่เชื้อ อาจจะเกิดการแพร่ระบาดไปอีกจำนวนมาก ซึ่งการ ปิด 5 วัน จะสามารถหยุดการแพร่ระบาดได้ดี หลังจากวันที่ 9 ก.พ. พ่อค้าแม่ค้าจะต้องตรวจเชื้อด้วย ATK ก่อน จึงจะสามารถขายในตลาดได้ จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าพ่อค้าแม่ค้าบางรายไม่สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จึงส่งผลกระทบดังกล่าว

บึงกาฬเจอคลัสเตอร์งานศพ
เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ป่งไฮ อ.เซกา จ.บึงกาฬ นางวัชรีย์ ศรีนวลใย ผอ.รพ.สต.ป่งไฮ พร้อมเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และอสม.เข้าตรวจคัดกรองเชิงรุก ด้วยชุดตรวจ ATK เพื่อสุ่มหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ หลังพบชาวบ้านหมู่ที่ 12 บ้านโนนตาผา และหมู่ที่ 14 บ้านท่าเชียงเครือใต้ ต.ป่งไฮ ติดเชื้อ 32 คน จากการไปร่วมทำกิจกรรมภายในงานศพที่บ้านนาคำแคน ต.นาแสง อ.ศรีวิไล ยอดสะสมคลัสเตอร์งานศพแห่งนี้ 43 ราย เบื้องต้นกำลังสอบสวนโรค และตรวจเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนต่างๆ

ด้านนพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 44 ราย แยกเป็นผู้ติดเชื้อจากในจังหวัด ที่อ.เซกา 32 ราย, ศรีวิไล 9 ราย, อ.ปากคาด และอ.เมืองบึงกาฬ 2 ราย และพบคลัสเตอร์เกิดขึ้นใหม่จากงานศพ ในพื้นที่บ้านนาคำแคน ต.นาแสง อ.ศรีวิไล และลามไปยังตำบลต่างๆ ของอ.เซกา ที่อยู่ใกล้เคียง สะสม 43 ราย ทั้งหมดเป็นการติดเชื้อที่เกิดจากกลุ่มคนหรือญาติๆ มารวมกันในงานศพ ติดเชื้อขยายเป็นวงกว้าง ทั้งหมดเข้ารับการรักษาตัวใน โรงพยาบาลต่างๆ ในจ.บึงกาฬ

นนทบุรีติดเชื้อพุ่ง 420
ส่วนจ.นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 420 ราย แบ่งเป็นสัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันจากบุคคลในครอบครัว/บุคคลในบ้านเดียวกัน 54 ราย ,สัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันจากเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน 45 ราย ,จุดตรวจคัดกรอง COVID-19 สสอ.ปากเกร็ด 19 ราย ,จุดคัดกรอง คลินิก ARI ร.พ.บางใหญ่ 18 ราย ,จุดคัดกรอง คลินิก ARI ร.พ.บางบัวทอง 12 ราย ,จุดคัดกรอง สสอ.เมืองนนทบุรี 6 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อ มีประวัติรับวัคซีน 271 ราย หรือ 64.52% แบ่งเป็นรับวัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว 7 ราย 1.66%, รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว 173 ราย 41.19% ,รับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว 83 ราย 19.76% ,รับวัคซีนเข็มที่ 4 แล้ว 8 ราย 1.90 % และไม่ได้รับวัคซีน 149 ราย คิดเป็น 35.47%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน