ตร.คุมตัวจากกาฬสินธุ์ หนุ่มลาวแฟนจริง-ช็อก

พ่อเศร้ารับศพสาว 18 เหยื่อฆ่ายัดกล่องดำกลับบ้านเกิดทำพิธีทางศาสนา ยันไม่เชื่อคำฆาตกรที่อ้างว่าแอบคบกันวอนตำรวจช่วยคุ้ยเบื้องลึกที่แท้จริง ด้านเมียหนุ่มโหดเผยช็อกมากตอนผัวถูกตำรวจตามไปรวบตัวถึงบ้าน ระบุแม้นิสัยโมโหร้าย แต่ไม่ใช่คนโหดร้าย คาดเพราะฤทธิ์ยาเสพติด

จากคดีสยองฆ่าสาววัย 18 ยัดกล่องทิ้ง พงหญ้าแคมป์ก่อสร้างเมืองสุพรรณหลังหายตัว 6 วัน โผล่พบเป็นศพ พ่อเป็นคนงานสงสัยหนุ่มห้องติดกันหายไปจากแคมป์ ก่อนที่ตร.ตามจับได้ที่กาฬสินธุ์ สารภาพมีสัมพันธ์กันแต่พ่อแม่ผู้ตายไม่รู้ วันเกิดเหตุเข้าไปในห้องผู้หญิงต้องการให้รับเลี้ยงดู แต่ปฏิเสธเพราะมีลูกเมียอยู่แล้วจนมีปากเสียงทะเลาะกันใช้มือบีบคอตายนำศพยัดกล่องนำไปทิ้งก่อนหนีกลับไปหาเมียที่บ้านเกิด

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.พ. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เบิกตัวนายธนากร อรัญทอง อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาฆ่าน.ส.สุมิตา พลเสน อายุ 18 ปี ยัดกล่องดำทิ้งพงหญ้าหลังบ้านพักคนงานแพลนท์ปูนในพื้นที่ ม.7 ต.ศาลาขาว อ.เมืองสุพรรณบุรี จากห้องควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ไปรับตัวจากบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์กลับมาถึงสภ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้เสียชีวิต และผู้เสียชีวิตอยากให้เลี้ยงดู แต่ตนเองมีภรรยาและลูกอยู่แล้วจึงเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนลงมือบีบคอจนเสียชีวิตแล้วนำศพยัดใส่กล่อง

วันเดียวกัน นายประสาน หมทอง อายุ 53 ปี เข้าติดต่อขอรับศพ น.ส.สุมิตาที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมเผยว่า ผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ส่วนผลผ่าพิสูจน์ภายในร่างกายอย่างละเอียดจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อีกครั้ง โดยจะนำศพลูกสาวไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชุมนุมพระ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ขณะนี้ยังรู้สึกเสียใจกับการจากไปของลูกสาว อยากให้ผลการตัดสินคดีนี้ลงโทษประหารชีวิต ผู้ต้องหาจะได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดอย่างที่ลูกสาวต้องได้รับ

“ที่ผ่านมาผมทำงานเป็นพนักงานขับรถเทปูน เคยพบเห็นตัวผู้ต้องหาไปๆ มาๆ อยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยพูดคุยกับกลุ่มของ ผู้ต้องหา เพราะมีความไม่ลงรอยกันอยู่ก่อน และคิดว่าสาเหตุการฆ่าลูกสาวผมนั้น น่าจะมาจากเรื่องอื่นมากกว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบโทรศัพท์มือถือทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ของลูกสาวว่ามีการพูดคุยกับตัวผู้ต้องหาแบบไหน เพราะที่ผู้ต้องหาระบุว่ามีความสัมพันธ์กับลูกนั้น ผมเชื่อว่าไม่เป็นความจริง” นายประสานกล่าวด้วยความเศร้าโศก

ส่วนที่บ้านหนองมะงง ม.4 ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของภรรยาที่นายธนากรไปหลบอยู่หลังก่อเหตุ พบเป็นบ้านปูนชั้นเดียวมุงด้วยสังกะสีสร้างยังไม่เสร็จ และได้พบกับภรรยานายธนากรพร้อมลูกสาววัย 4 เดือน

ภรรยานายธนากรเผยว่า อยู่กินกับนายธนากร หรือแป๊บ ประมาณ 1 ปี ปัจจุบันมีลูกสาววัย 4 เดือน 1 คน นายธนากรเป็นชาว ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ไปทำงานก่อสร้างที่ จ.สุพรรณบุรี ได้ประมาณ 5-6 เดือน โดยปกติเป็นคนอารมณ์ร้อน ก่อนเกิดเหตุเดินทางกลับมาบ้านเมื่อวันที่ 2 ก.พ. บอกเพียงว่าคิดถึงลูก แต่ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังว่าไปทำอะไรมา ทำให้ไม่รู้สึกผิดปกติอะไร เพราะทุกๆ 2 เดือนสามีจะกลับมาเยี่ยมบ้าน

กระทั่งเมื่อวันที่ 4 ก.พ.มีตำรวจตามมาจับกุมตัวที่บ้านถึงทราบเรื่อง รู้สึกตกใจมากครั้งแรกไม่อยากเชื่อ เพราะสามีแม้จะเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ไม่ได้เป็นคนมีนิสัยโหดร้ายขนาดนั้น คาดว่าการก่อเหตุน่าจะเสพยาด้วย เพราะหากไม่เสพยาจะไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้ ส่วนในเรื่องของคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตนและญาติพี่น้องคงต้องทำมาหากินเลี้ยงลูกต่อไป

ด้านนางประกาย วงษ์ชัยชาญ อายุ 46 ปี ป้านายธนากรกล่าวว่า หลานชายเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่หย่าร้าง จึงเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กมีความรักความผูกพันและส่งเสียเล่าเรียนเหมือนลูกในไส้ แต่พอเรียนชั้น ม.1-ม.2 เริ่มติดเกม และพอขึ้น ม.3 เริ่มยุ่งเกี่ยวยาเสพติด พยายามห้ามปรามและควบคุมความประพฤติอย่างเต็มที่ แต่ยาเสพติดระบาดมาก จนกระทั่งพาไปบำบัดรักษา จนเริ่มห่างจากยาเสพติด เมื่อมาได้ภรรยาที่ อ.ห้วยผึ้ง ก็วางใจคิดว่าจะกลับตัวกลับใจได้ ไม่คิดว่าจะหันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

“มั่นใจว่าเหตุที่หลานชายตกเป็น ผู้ต้องหาฆ่าคนอื่นดังกล่าว เกิดจากเสพยาเสพติดและมีพฤติกรรมเลียนแบบอย่างที่เคยเห็นในข่าวแน่นอน หลังจากนี้ฉันและญาติทุกคนก็คงต้องทำใจ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพราะยาบ้าระบาดมาก ไม่อยากให้ลูกหลานรุ่นหลังไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่อยากจะให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก” นางประกายกล่าว

เย็นวันเดียวกัน นายประสานเคลื่อนศพน.ส.สุมิตา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดชุมนุมพระ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าโสก มีญาติและคนรู้จักมาช่วยกันจำนวนมาก โดยนายประสานยืนยันว่า ไม่เชื่อที่คนร้ายให้การว่าคบหาเป็นแฟนกับลูกสาว เพราะลูกสาวมีแฟนแล้วเป็นหนุ่มชาวลาวคบหาดูใจกันมาได้ประมาณ 6 เดือน และพ่อแม่รับรู้ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะทั้งคู่โทรศัพท์พูดคุยกันทุกวัน และหมั้นหมายวางแผนจะแต่งงานกันหลังจากการแพร่ระบาดของโควิดสงบลง

ด้านนางรำพา พลเสน อายุ 46 ปี แม่ของผู้ตาย เผยว่า ตามปกติหากน้องมีแฟนหรือคบหากับใครจะนำมาเปิดตัวให้พ่อกับแม่รู้จักอยู่เสมอ แต่กับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุไม่เคยรู้จักมาก่อน อีกครั้งลูกสาวมีแฟนเป็นหนุ่มชาวลาวมีการหมั้นหมายและเตรียมที่จะแต่งงานกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไปเป็นแฟนกับคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ที่คนร้ายให้ข้อมูลกับตำรวจเป็นเพียง คำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวเท่านั้น อยากให้ตำรวจนำตัวคนร้ายมาขอขมาหน้าศพ รวมทั้งขอขมาพ่อและแม่ด้วย ส่วนในเรื่องคดีอยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากเป็นไปอยากให้ประหารชีวิตให้ตายตามลูกสาวไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างกำลังพูดคุยกับพ่อและแม่ของผู้ตาย นายเคเป็นแฟนหนุ่มของน.ส.สุมิตาวิดีโอคอลมาจาก สปป.ลาว พูดคุยกับพ่อถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงขอสัมภาษณ์ โดยนายเคเผยว่า ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังวิดีโอพูดคุยกับแฟนสาวซึ่งพักผ่อนอยู่ในห้องพักตามปกติ กระทั่งช่วงเช้าไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้รู้สึกผิดปกติจึงโทรศัพท์แจ้งพ่อของแฟนสาวทันที กระทั่งทราบว่าถูกพบเป็นศพถูกฆ่ายัดในกล่องพลาสติกดังกล่าว เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้รู้สึกใจสลาย เพราะวางแผนสร้างครอบครัวกันมายาวนาน หวังว่าหลังโควิดซาจะกลับไปเมืองไทยสู่ขอและแต่งงานสร้างครอบครัว แต่ทุกอย่างมาพังทลายลงชั่วข้ามคืนด้วยฝีมือของคนร้ายรายนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน