ลุยค้นบ้านต้องสงสัย ผบ.ตร.ลงใต้ดูคดีเอง
กองปราบฯ ส่งทีมลงภูเก็ตร่วมสภ.ฉลอง-ภาค 8 ล่าคนร้ายยิงแคนาดาดับกลางเมืองภูเก็ต หลังพบเบาะแสโผล่ตึกร้างใกล้ที่เกิดเหตุ ตรวจค้นที่พักผู้ตายพบพาสปอร์ตหลายเล่ม เงินสด 7 แสนบาทในตู้เซฟ ผบช.ภ.8 ประชุมติดตามคดี เผยแบ่งงานกันทำหลายฝ่าย ทั้งตม. กระทรวง หน่วยงานท่องเที่ยว เร่งตรวจสอบประวัติผู้ตายเพื่อหาความเชื่อมโยง พร้อมประสานญาติและเพื่อนเดินทางมาให้ข้อมูล

เบาะแส – เจ้าหน้าที่ตรวจเก็บหลักฐานอาคารร้าง จุดที่มีพยานเห็นชายคล้าย 2 คนร้าย ที่ร่วมกันยิงนายซิง แมนดีฟ ชาวอินเดีย สัญชาติแคนาดา เสียชีวิต ในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ก.พ.
จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง รับแจ้งพบศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 2565 บริเวณหน้าวิลล่า A โรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่รายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พบศพนายซิง แมนดีฟ สัญชาติแคนาดา หมายเลขหนังสือเดินทาง AN 705178 นอนเสียชีวิตในลักษณะลำตัวคว่ำ มีร่องรอยกระสุนทั่วทั้งร่างกายประมาณ 10 นัด และมีปลอกกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 19 ปลอก ตรวจพบเป็นปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. และ .380 นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติดประเภทกัญชาและเงินสดจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 4 ก.พ. พบคนร้ายสองคนมาดักรอผู้เสียชีวิตบริเวณที่จอดรถ เมื่อ ผู้เสียชีวิตขับรถ MG สีแดง ทะเบียน ก 7221 ภูเก็ต (ป้ายแดง) กลับมาจอดที่จอดรถใกล้ที่พัก คนร้ายทั้งสองที่ดักซุ่มรออยู่ออกมาจากที่ซ่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่ร่างผู้เสียชีวิตจนล้มลงข้างรถยนต์ จากนั้นคนร้ายหยิบสิ่งของบางอย่างก่อนวิ่งหลบหนีไป
ล่าสุดเช้าวันที่ 6 ก.พ. ชุดพิสูจน์หลักฐานพร้อมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 และกำลังกองปราบปราม ลงพื้นที่ติดตามหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมติดตามคดีที่สภ.ฉลอง
นายด้าหนาน ศรีมั่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ราไวย์ เปิดเผยว่าวันที่ 5 ก.พ.ได้รับแจ้งจากทางโรงแรมว่ามีผู้เสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ลงพื้นที่ตรวจสอบพบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ สามารถเชื่อมโยงจุดที่คนร้ายหลบหนี มีพยานเห็นชาย 2 ราย ลักษณะคล้ายคนร้ายที่บริเวณอาคารร้างใกล้ที่เกิดเหตุในวันและเวลาใกล้เคียงกับช่วงเกิดเหตุ โดยจะรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน เบาะแสคนร้ายและเส้นทางการหลบหนี จากหลักฐานทั้งหมดถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการเร่งติดตามตัวคนร้าย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักนายซิง แมนดีฟ ผู้ตาย พบพาสปอร์ตอีก 2 เล่ม และตู้เซฟ 2 ตู้ ภายในห้องพัก ภายในตู้เซฟ 1 ใบไม่มี อะไร ขณะที่ตู้เซฟอีกใบมีเงินสดจำนวน 700,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมอบปลอกกระสุนปืนทั้ง 2 ชนิดคือ 9 ม.ม. และ .380 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อให้พนักงานสอบสวนส่งไปตรวจหาดีเอ็นเอของคนร้าย ที่ สพฐ. 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสพฐ. 9 จังหวัดสงขลาต่อไป
เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท. อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.เสริมพันธ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมที่ห้องประชุม ชั้น 3 ภ.จว.ภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดี
พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า ผู้ตายใช้หนังสือเดินทางที่ไม่ใช่ชื่อตนเอง เป็นชื่อคนอื่น ลักษณะคล้ายไม่ใช่ของจริง ใช้เดินทางเข้ามาวันที่ 27 ม.ค.2565 เข้ามา จ.ภูเก็ต แล้วเช่าบ้านอยู่แถวราไวย์ เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามาเช่าอยู่ตั้งแต่เดือนพ.ย.2564 สำหรับการติดตามคนร้ายนั้นมีการแบ่งงานกันทำ โดยติดตามจากกล้องวงจรปิด โทรศัพท์มือถือ คนร้ายพักที่ไหน ใช้รถใดเป็นยานพาหนะ พร้อมสอบปากคำพยาน เพื่อหาประเด็นและสาเหตุ
“เขาเป็นกลุ่มอินเดีย ก็ลองดูว่ามีประเด็นสาเหตุอะไรบ้าง ทางแคนาดาด้วย ประวัติเขาด้วย มีความผิดอะไรบ้างไหม มีคดีอะไรอยู่บ้างที่เกี่ยวพันกับกลุ่มคนไหนบ้าง วันนี้ทุกหน่วยงานมาสรุปผลการปฏิบัติ ทั้ง ตม. กระทรวง หน่วยงาน ท่องเที่ยวที่ประสานไป ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุอะไร ทั้งนี้ได้ประสานไปทางญาติและเพื่อนซึ่งกำลังเดินทางมาให้ข้อมูล” พล.ต.ท.อำพลกล่าว
รายงานแจ้งว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการพล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. ส่งทีมสืบสวนของกองปราบฯ นำโดยพ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. นำกำลังลงพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับตำรวจพื้นที่เพื่อเร่งคลี่คลายปมสังหารและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี แนวทางสืบสวนยังคงตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครอบคลุมทุกกรณีเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งเป็นคดีอุกฉกรรจ์ คนร้ายก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าผู้ตายนั้นเป็นบุคคลเฝ้าระวังที่ประเทศแคนาดาเคยแจ้งเตือนว่าจะเดินทางเข้าประเทศไทยโดย ใช้หนังสือเดินทางปลอม แต่เป็นการเตือนเรื่องบุคคลเฝ้าระวังเท่านั้น ยังไม่ใช่ ผู้ต้องหาที่มีหมายแดงของอินเตอร์โพล ส่วนปมสังหารมีรายงานว่าชุดสืบสวนพุ่งเป้าไปที่ปมความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมาเฟียต่างประเทศ ล่าสุดยังพบเบาะแสว่ามือปืนนั้นมาดักรอผู้ตายอยู่นานนับชั่วโมง หลังก่อเหตุแล้วคนร้ายรีบวิ่งหลบหนีไปทางชายหาด ทำให้น่าสงสัยว่าคนร้ายอาจหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุทางเรือ
ขณะเดียวกันทีมสืบสวนยังพบข้อมูลว่าฝ่ายตรงข้ามของผู้ตายโพสต์ข้อความลงโซเชี่ยลมีเดียในกลุ่มของพวกตนว่าผู้ตายนั้นเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ขณะนั้นตำรวจ สภ.ฉลอง ยังไม่ได้รับแจ้งเหตุแต่อย่างใด รวมทั้งยังมีข้อมูลอีกด้วยว่าแก๊งของผู้ตายและฝ่ายตรงข้ามนั้นมีปัญหากันมาตลอด ที่สำคัญคือฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่าผู้ตายมีส่วนร่วมในการสังหารคนในแก๊งของพวกตนมาแล้วหลายครั้ง
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายเป็นใคร แต่จากการสอบถามพยานแวดล้อมให้ข้อมูลว่าคนร้ายพูดคุยกันเป็นภาษาต่างชาติ แต่ตำรวจก็ไม่ได้ฟันธงว่าคนร้ายเป็นคนสัญชาติใด ตำรวจคิดว่าความขัดแย้งของผู้ตายไม่ได้อยู่ในเมืองไทย เพราะผู้ตายมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน รวมถึงคนร้ายวางแผนมาดูลาดเลาก่อนยิงหลายวัน ทั้งนี้ทางการแคนาดาให้ข้อมูลว่าผู้ตายเกี่ยวพันกับองค์กรอาชญากรรมจึงถูกเนรเทศและถูกถอนสัญชาติแคนาดา ส่วนตอนนี้ผู้ตายจะถือสัญชาติใดยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าตำรวจกำลังดำเนินการหาตัวคนร้ายอย่างเร็วที่สุด ในวันที่ 7 ก.พ. เวลา 10.30 น. ตนจะเดินทางลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อร่วมประชุมคลี่คลายคดีกับชุดสืบสวน