เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายอนันต์ นาคนิยม รองผวจ. ระยอง กล่าวว่า หลังจากเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว มา 8 วัน โดยมีการเปิดทั้งหมด 5 จุดรับแจ้ง ประกอบด้วย ศูนย์รับแจ้งฯ หมู่บ้านสบายสบาย หาดแม่รำพึง เทศบาลตำบลบ้านเพ อบต.ตะพง และอบต.เพ ซึ่งมีผู้เดือดร้อนทยอยเข้ารับแจ้งตลอด สำหรับยอดผู้ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. ถึงวันที่ 6 ก.พ. ทั้งหมด 5 ศูนย์รับแจ้ง โดยมียอด รวมทั้งหมด 5,235 คน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาร้องเรียนเพิ่มอีก โดยจะยังคงเปิดศูนย์รับร้องเรียน ณ บ้านสบายสบายหาดแม่รำพึงไปจนถึง วันที่ 11 ก.พ. ก่อนจะย้ายไปรับเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ระยอง ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง พร้อมกับเปิดศูนย์เพิ่มอีก 14 แห่ง ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ติดกับทะเลในจ.ระยอง

ร้องเยียวยา – ประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำมันรั่วกลางทะเล ยังทยอยเข้าร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ที่ศูนย์รับร้องเรียน หมู่บ้านสบายสบาย หาดแม่รำพึง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 6 ก.พ. โดยมีผู้ร้องขอเยียวยาจากทุกศูนย์รวมแล้วกว่า 5 พันคน
ขณะที่นายประเสริฐ แสงเมฆ อายุ 50 ปี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบาง กระเฌอ หาดแม่รำพึง เปิดเผยว่า ก่อนเหตุการณ์น้ำมันรั่ว จะพบฝูงปลาเล็กๆ จำพวกปลาหัวอ่อน ปลารัง ปลาสีขน ปลาหลังเขียว ขึ้นเป็นฝูงให้เห็นจำนวนมาก หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วมาประมาณ 1 สัปดาห์ สัตว์ทะเลที่เคยชุกชุมกลับหายไปหมด อยากให้ทางบริษัทต้นตอน้ำมันรั่ว เร่งเข้ามาฟื้นฟูโดยเร็ว ส่งเจ้าหน้าที่มาดำน้ำสำรวจท้องทะเล เนื่องจากกลัวว่าจะมีก้อนน้ำมันหรือที่เรียกว่าทาร์บอลหลงเหลือหรือตกค้างอยู่ใต้ท้องทะเล นับเป็นหายนะของสัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงควรเร่งฟื้นฟูใต้ท้องทะเล โดยเร็ว เพื่อให้ทรัพยากรทางทะเลกลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำต่อไป
วันเดียวกัน นายสุเทพ เจือละออง ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตะวันออก จ.ระยอง รับแจ้งจากชาวประมงพบซากเต่ากระลอยตายกลางทะเล ที่มีคราบน้ำมันลักษณะฟิล์มบางๆ กระจายทั่วบริเวณ จึงนำเข้ามาให้ตรวจสอบที่ริมชายหาดแม่รำพึง อ.เมือง จึงประสานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบเป็นซากเต่ากระ ขนาดยาวประมาณ 30 ซ.ม. อายุประมาณ 1 ปี สภาพมีเลือดไหลออกมาทางปาก คาดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง เตรียมนำซากเต่ากลับไปผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป