ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นห้าวันซ้อนห่วงยอดพุ่ง-อดเล่นสงกรานต์คลัสเตอร์ตลาดลามกว่า20จว.
สธ.แนะตรวจเอทีเคก่อนมีเซ็กซ์ช่วงวำเลนไทน์ลดควำมเสี่ยงติดโควิด เผย 5 จุดเสี่ยงต้นเหตุโควิดระบาดในตลาด ชี้โควิดในไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เหตุใช้ชีวิตเกือบปกติ ระบุหากติดเชื้อยังไม่ถึงจุดพีกอาจต้องงดสาดน้ำสงกรานต์ ศบค.เผยติดเชื้อรายวันเกิน 1 หมื่น 5 วันซ้อน พบ 38 จังหวัดยอดป่วยเกินร้อย โคราชเฝ้าระวัง 15 คลัสเตอร์ทำติดเชื้อพุ่ง ทั้งในตลาดสด งานหมอลำซิ่ง สนามชนไก่ สถานศึกษาลามชุมชน ผู้ว่าฯ โคราชเผยปีนี้งดจัดงาน ‘ย่าโม’ ชัยภูมิติดเชื้อทุบสถิติ สารคามก็ยังหนักป่วยใหม่เกือบ 300 ราย ลำปางก็วุ่นเจอ 3 คลัสเตอร์ โดยเฉพาะทัณฑสถานบำบัดพิเศษ ติดเชื้ออื้อ
ติดเชื้อพุ่งเกินหมื่น-ห้าวันซ้อน
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือศบค.รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมี ผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ห้าติดต่อกัน นับจากการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 เป็นต้นมา โดยวันนี้ติดเชื้อรายใหม่ 13,182 ราย ติดเชื้อสะสม 2,531,051 ราย หายป่วยเพิ่ม 8,571 ราย หายป่วยสะสม 2,409,877 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 24 ราย เสียชีวิตสะสม 22,344 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 98,830 ราย มีอาการหนัก 547 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 111 ราย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 24 ราย มาจาก 13 จังหวัด ได้แก่ กทม. 6 ราย, กระบี่ 3 ราย, ชัยภูมิ นครราชสีมา ลำปาง พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 2 ราย และขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงราย พัทลุง ชลบุรี นครนายก และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 13 ราย หญิง 11 ราย อายุ 32-95 ปี เฉลี่ย 71 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 96%
38 จว.ติดเชื้อเกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,757 ราย 2.สมุทรปราการ 1,133 ราย 3.ชลบุรี 641 ราย 4.นนทบุรี 560 ราย 5.ภูเก็ต 425 ราย 6.สมุทรสาคร 366 ราย 7.นครราชสีมา 306 ราย 8.ราชบุรี 293 ราย 9.มหาสารคาม 277 ราย และ 10.เชียงใหม่ 252 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 28 จังหวัด คือ ขอนแก่น 246 ราย, บุรีรัมย์ 205 ราย, ปทุมธานี 213 ราย, เพชรบุรี 199 ราย, สุพรรณบุรี 199 ราย, นครศรีธรรมราช 185 ราย, สุรินทร์ 179 ราย, ฉะเชิงเทรา 172 ราย, ระยอง 171 ราย, นครปฐม 165 ราย, สระบุรี 163 ราย, ร้อยเอ็ด 156 ราย, ตาก 151 ราย, ปราจีนบุรี 147 ราย, อุบลราชธานี 142 ราย, ศรีสะเกษ 135 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 133 ราย, จันทบุรี 129 ราย, กาญจนบุรี 125 ราย, พระนครศรีอยุธยา 122 ราย, สงขลา 122 ราย, นครสวรรค์ 121 ราย, สระแก้ว 120 ราย, อุดรธานี 114 ราย, สุราษฎร์ธานี 111 ราย, กาฬสินธุ์ 109 ราย, นครนายก 109 ราย และ หนองคาย 105 ราย ส่วนติดเชื้อเพียงหลักหน่วยมี 1 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 3 ราย
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำ 40 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 139 ราย ใน 39 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 51 ราย, คาซัคสถาน 9 ราย, เยอรมนี ฝรั่งเศส ประเทศละ 8 ราย, เอสโตเนีย ยูเครน ประเทศละ 6 ราย, อังกฤษ 4 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 16 ราย แซนด์บ็อกซ์ 113 ราย และระบบกักตัว 10 ราย
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-8 ก.พ. 2565 จำนวน 42,004 ราย รายงานติดเชื้อ 1,418 ราย คิดเป็น 3.38% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 14,039 ราย ติดเชื้อ 82 ราย คิดเป็น 0.58% แซนด์บ็อกซ์ 23,411 ราย ติดเชื้อ 1,214 ราย คิดเป็น 5.19% และกักตัว 4,554 ราย ติดเชื้อ 122 ราย คิดเป็น 2.68%
การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 8 ก.พ. ฉีดได้ 509,843 โดส สะสมรวม 117,989,818 โดส เป็นเข็มแรก 52,567,327 ราย คิดเป็น 75.6% ของประชากร เข็มสอง 49,017,760 ราย คิดเป็น 70.5% ของประชากร และเข็มสาม 16,404,731 ราย คิดเป็น 23.6% ของประชากร
กทม.ติดเชื้อพุ่ง 2.7 พัน
ด้านนพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่กทม.ว่า วันนี้ กทม.มีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,757 ราย กระจายตัวทั่วทุกเขตใน กทม. โดย 10 อันดับแรกที่ติดสูงในระลอกใหม่ คือ ราชเทวี 1,463 ราย จอมทอง 1,340 ราย บางกอกน้อย 1,267 ราย สายไหม 1,122 ราย ประเวศ 1,058 ราย จตุจักร 1,047 ราย ห้วยขวาง 986 ราย บางแค 969 ราย หลักสี่ 908 ราย และบางเขน 894 ราย อย่างไรก็ตาม การกระจายแต่ละเขตทั่วๆ กันไป ต่างกันไม่มาก
ทั้งนี้ ระลอกใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2565 เป็นเชื้อโอมิครอน การติดเชื้อกระจายตัวทุกกลุ่มอายุ เริ่มพบมากในกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงาน และ นักเรียนชั้นม.ปลายปะปนขึ้นมา ปัจจัยเสี่ยงคือสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และเข้าไปพื้นที่แออัด ใช้บริการสถานที่อากาศปิด เช่นร้านอาหารที่ปรับมาจากผับบาร์ เป็นต้น เหมือนที่ผ่านมา แต่พบการกระจายในครอบครัวง่ายขึ้น จากเดิมที่มักติดคนเดียว แต่พบการติดเกือบทุกคนในครอบครัว เพราะเชื้อแพร่ง่าย และส่วนหนึ่งอาจมีการหย่อนมาตรการในครอบครัว ดังนั้น จึงต้องเข้มมาตรการป้องกันตนเอง
สำหรับการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิดในระลอกใหม่นี้ เป็นหญิงและชายพอๆ กัน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว มีประวัติรับวัคซีนไม่ครบหรือไม่ได้รับ อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตลดลง แสดงว่าตัวโรคไม่รุนแรง การเสียชีวิตค่อนข้างน้อย อีกส่วนที่แสดงว่าอาการไม่รุนแรง คือผู้ที่มีอาการป่วยตรวจ ATK เป็นบวก ดูแลพักที่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นอาการสีเขียว มีสีเหลืองส่วนน้อย จนถึงตอนนี้ยังไม่ค่อยพบสีแดง
“สรุปสถานการณ์การติดเชื้อแนวโน้มสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงขึ้นจริง พบประมาณ 1,800-2,000 รายต่อวัน ลักษณะของโรคยัง ไม่แสดงลักษณะอาการรุนแรง ปัจจัยเสี่ยงกระจายตัวทุกกลุ่มอายุ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือติดจากการพบผู้ป่วยยืนยัน ปฏิบัติงานพื้นที่เสี่ยง แหล่งชุมชน รวมตัวทำกิจกรรม การรวมกลุ่มสังสรรค์ในร้านอาหารกึ่งผับบาร์ การเสียชีวิตลดลงจาก 5-10 รายต่อวัน เหลือ 1-2 รายต่อวัน เน้นย้ำมาตรการป้องกันตนเองโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คัดกรอง ATK ก่อนปฏิบัติงาน และปฏิบัติตนเองเรื่อง COVID Free Setting” นพ.สุทัศน์กล่าว
เมื่อถามว่าแนวโน้ม กทม.จะสูงขึ้นอีก แค่ไหน นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในแนวโน้มสูงขึ้น แต่จะสูงขึ้นกว่านี้ไม่มาก และน่าจะทรงตัวได้ ซึ่งการติดเชื้อในกทม.ที่สูงขึ้นก็เป็นไปตามคาดการณ์ และสอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยใน กทม.ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งยังมาจากปริมณฑลที่บริษัทต่างๆ ส่งพนักงานที่ติดเชื้อเข้ามารักษาด้วย และยังต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อจากผู้ที่กลับเข้ามาทำงาน สำหรับคลัสเตอร์ต่างๆ ใน กทม. ยังเป็นแหล่งชุมชน ตลาดพบบ้าง ส่วนค่ายมวยก่อนหน้านี้พบตอนนี้ปรับปรุงก็ไม่พบแล้ว ส่วนแคมป์ก็พบน้อยลง
คลัสเตอร์ตลาดลามกว่า 20 จว.
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวถึงการติดเชื้อโควิด-19 ในตลาดว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 เป็นต้นมา เริ่มพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์ในตลาดมากขึ้น พบการกระจายมากกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งพื้นที่สีส้ม สีเหลือง และนำร่องท่องเที่ยว โดยพบแนวโน้มติดเชื้อในตลาดสูงกว่าสถานที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด จึงต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อในตลาดลดลง สาเหตุการติดเชื้อคือการมองข้ามจุดเสี่ยงเล็กๆ ทำให้เกิดการแพร่เชื้อ คือการสัมผัสธนบัตรและเศษเหรียญ ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ ถุงพลาสติกใส่ของ และไม่เว้นระยะห่าง ดังนั้น หากทุกคนล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิดลง ขณะใช้บริการหรือทำงานในตลาดสวมหน้ากากตลอดเวลาด้วย และขอให้ผู้ประกอบการตลาดสด ตลาดนัด และริมบาทวิถียึดตามหลักโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง
“จากการประเมินผลมาตรการที่ดำเนินการมากที่สุดคือทำความสะอาดแผงจำหน่ายอาหารทุกวัน รองลงมาล้างตลาดหลักสุขาภิบาล 1 ครั้งต่อสัปดาห์ จัดระบายอากาศเพียงพอ กำกับปฏิบัติตามมาตรการ กำหนดทางเข้าออกและจุดคัดกรองและมีทะเบียนแผงค้าผู้ขาย ส่วนที่ยังดำเนินการไม่ดีคือการคัดกรองความเสี่ยงผู้รับบริการ ผู้รับผิดชอบติดตามไทม์ไลน์ผู้ขายทุกรายและจัดพนักงานควบคุม เรื่องการจำกัดจำนวนคนไม่เกิน 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร หรือเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร และการเลือกวิธีชำระเงินด้วยแอพพลิเคชั่นเพื่อลดการสัมผัส ซึ่งขณะนี้มีคนละครึ่ง การใช้แอพพลิเคชั่นจ่ายเงินก็จะช่วยลดการสัมผัสระหว่างกัน ผู้ประกอบการที่ยังดำเนินการไม่ผ่านเกณฑ์ขอให้ดำเนินการพัฒนาให้ผ่านมากขึ้น ขอให้ตลาดจัดทำแผนเผชิญเหตุเพราะตลาดมีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อ รวมถึงมีการซักซ้อมแผนผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้เราสามารถปิดในจุดที่ต้องปิด ไม่ปิดเกินจำเป็น เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ขายและกิจการ การปิดเกินจำเป็นทำให้ผู้ที่สัมผัสเสี่ยง อาจกระจายตัวไปยังตลาดหรือพื้นที่อื่นได้” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
แนะตรวจ ATK ก่อนมีเซ็กซ์
นพ.สุวรรณชัยกล่าวด้วยว่า วันที่ 14 ก.พ. เป็นวันวาเลนไทน์ที่คู่รักมักฉลองและมีกิจกรรมร่วมกันตามสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โดยเฉพาะที่ปรับมาจากสถานบันเทิง หรือได้รับอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ ขอให้ระวังโควิด และหากจะมีเพศสัมพันธ์ขอให้ป้องกันอย่างปลอดภัย โดยหากคู่รักจะมีกิจกรรมร่วมกัน หากเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ควรมีการคัดกรองความเสี่ยงด้วยไทยเซฟไทย แต่หากมีกิจกรรมที่เป็นส่วนตัว มีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจ ATK ก่อนจะหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งต่างจากปีก่อนที่เราเน้นให้เว้นระยะห่าง และใส่หน้ากากระหว่างกัน
“ส่วนอีกวันที่สำคัญคือวันมาฆบูชา มีกิจกรรมเวียนเทียนที่อาจมีความแออัด มีคนจากหลายสถานที่เดินทางเข้ามา ขอให้เน้นย้ำป้องกันตนเองสูงสุด สร้างสุขอนามัยที่ดี ต่อตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการที่แต่ละศาสนสถานกำหนด”
คร.แจงไทยยังขาขึ้น‘โควิด’
ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ. กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์กรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยเพิ่มสูงขึ้นว่า สถานการณ์ทั่วโลกทางแถบยุโรปและอเมริกาอยู่ในช่วงขาลง ติดเชื้อลดลง แต่เอเชียและไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นจึงพบตัวเลขสูงขึ้นได้ ปัจจัยหลักของไทยเกิดจากการที่เปิดกิจกรรมมากขึ้น กิจกรรมทางสังคมเพิ่มขึ้นมาก เหลือเพียงผับบาร์ คาราโอเกะ ที่ยังไม่ได้เปิด แต่เปิดในรูปแบบร้านอาหารได้ ฉะนั้น ขณะนี้เราใช้ชีวิตเหมือนปกติแล้ว การติดเชื้อจึงเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ไม่อยากให้กังวลเรื่องตัวเลขติดเชื้อ อยากให้ดูจำนวนป่วยหนักและเสียชีวิต โดยข้อมูลล่าสุดเรามีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่างรักษาทั้งที่ร.พ.และที่บ้าน (Home Isolation) รวม 9 หมื่นราย ครึ่งหนึ่งอยู่ในร.พ. และพบว่า 90% ของคนที่อยู่ในร.พ.ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อยมาก ส่วนผู้ที่อาการรุนแรงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจมี 111 ราย คิดเป็นอัตรา 0.1% ของผู้ติดเชื้อ ซึ่งเราพยายามประคองให้ไม่เกินวันละ 200 รายจากที่เคยพบสูงถึง 1,300 รายในช่วงเดลตา ทำให้ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยโรคอื่น เราไม่อยากให้เกิดภาพนั้น
“ขณะนี้ค่อนข้างสบายใจได้กว่ารอบเดลตาที่ติดเชื้อสูงมีตัวเลขป่วยหนักและเสียชีวิตตามมา แต่รอบนี้ติดเชื้อสูงแต่อาการหนักยังน้อย ทั้งนี้ อีก 2-3 สัปดาห์จะมีตัวเลขป่วยหนักและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะคาดว่าปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าจะถึงจุดพีกของการระบาดตามที่คาดการณ์ไว้ในเส้นฉากทัศน์ที่หากไม่มีมาตรการอะไรเลย ซึ่งอาจจะถึง 3 หมื่นรายต่อวัน และเราจะอยู่ในตัวเลขนั้นนานแค่ไหนก็อยู่กับมาตรการที่เราจะใช้ควบคุมสถานการณ์ ถ้าประชาชนช่วยกันป้องกันมันก็จะไม่ยาว” นพ.จักรรัฐกล่าว
ห่วงอาจไม่ได้จัดสงกรานต์
“ประเด็นคือ หากติดเชื้อถึงพีกเยอะๆ แล้วคนยังตกใจอยู่ สงกรานต์ปีนี้เราอาจไม่ได้จัดเทศกาล ฉะนั้นเราต้องช่วยกันสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจว่าติดเชื้อแล้วอาการไม่รุนแรงมีความสำคัญมาก เราต้องเข้ามารับวัคซีนกระตุ้นรองรับกลุ่มเสี่ยง” นพ.จักรรัฐกล่าว
โคราชจับตา 15 คลัสเตอร์
ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อหารือแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แพทย์หญิงอารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 257 ราย เป็นการติดเชื้อนอกพื้นที่ 22 ราย และติดเชื้อในพื้นที่ 235 ราย ป่วยสะสม 40,603 ราย รักษาหาย 37,649 ราย ยังรักษาอยู่ 2,651 ราย เสียชีวิตสะสม 303 ราย ขณะนี้ยอดผู้ป่วยรายใหม่เป็นช่วงขาขึ้นเฉลี่ยวันละ 200-300 ราย และการสอบสวนโรคพบความเชื่อมโยงจากกิจกรรมสังคมที่รวมตัวกันในพื้นที่ตลาดสด งานรื่นเริง การนัดพบปะ งานเลี้ยงสังสรรค์สิ่งที่เป็นข้อกังวลมีการติดเชื้อในสถานศึกษามากขึ้น และพบว่ามีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังควบคุมการระบาด 15 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย 1.คลัสเตอร์บ้านเดิ่นพัฒนา ม.14 ต.ดอนเมือง อ.สีคิ้ว พบ ผู้ป่วย 32 ราย 2.คลัสเตอร์บ้านใหม่นารี ม.9 ต.กำปัง อ.โนนไทย พบผู้ป่วย 19 ราย 3.คลัสเตอร์เครือญาติบ้านโนนระเวียง ม.8 ม.11 ต.หนองบัวตะเกียด อ.ด่านขุนทด พบ ผู้ป่วย 59 ราย 4.คลัสเตอร์สนามชนไก่ จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วย 54 ราย 5.คลัสเตอร์ตลาดไนท์บาซาร์พิมาย อ.พิมาย พบผู้ป่วย 30 ราย 6.คลัสเคอร์ตลาดสดเทศบาลปากช่อง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง พบผู้ป่วย 41 ราย 7.คลัสเตอร์ร้านมิสเตอร์ดี ไอ วาย อ.ชุมพวง พบผู้ป่วย 17 ราย 8.คลัสเตอร์งานหมอลำ ที่ จ.มหาสารคาม และบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 29 และ 31 ม.ค.65 พบผู้ป่วย 29 ราย 9.คลัสเตอร์บ้านหนองนาโคก ต.โนนทองหลาง อ.บัวใหญ่ พบผู้ป่วย 23 ราย
10.คลัสเตอร์เครือญาติบ้านวะระเวียง ม.9 ต.พันชนะ อ.ด่านขุนทด พบผู้ป่วย 11 ราย 11.คลัสเตอร์โรงเรียนบ้านปราสาท ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด พบผู้ป่วย 25 ราย 12.คลัสเตอร์บ้านกุดนางทอหูก ม.5 และบ้านกุดพญา ม.21 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด พบผู้ป่วย 48 ราย 13.คลัสเตอร์ร่วมรับประทานอาหาร ม.2 ต.วังโรงใหญ่ อ.สีคิ้ว พบผู้ป่วย 13 ราย 14.คลัสเตอร์บ้านแท่น ม.7 ต.โพนทอง อ.สีดา พบผู้ป่วย 11 ราย และ 15.คลัสเตอร์ บริษัทโทโยนากา (ไทยแลนด์) จำกัด ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว พบผู้ป่วย 70 ราย
คลัสเตอร์ตลาดเอกชนติดเชื้ออื้อ
ที่ตลาดประปายุคใหม่ เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกทน.นครราชสีมา พร้อมบุคลากรกลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรค สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทน.นครราชสีมา ร่วมประชุมหารือกับ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 จากนั้นระดมฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่เสี่ยงซึ่งเป็นแผงของผู้ค้าติดเชื้อ
นายไกรสีห์เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองว่า มีผู้ป่วย 13 ราย เป็นแม่ค้าในตลาดประปายุคใหม่ ซึ่งเป็นตลาดเอกชนตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง เป็นผู้ค้าแผงเบเกอรี่ 7 ราย แผงปลา 3 ราย แผงหมู 2 ราย และแผงผักผลไม้ 1 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค แต่ผู้ค้าทั้ง 13 รายมีประวัติเชื่อมโยงจากกิจกรรมทางสังคมไปมาหาสู่ พบปะพูดคุยและทานอาหารร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก เนื่องจากละแวกที่ตั้งของตลาดแห่งนี้อยู่ข้างห้างไอทีโคราชในรัศมี 400 เมตร มีตลาดร่วมใจ ตลาดเพชรสีมาและตลาดสุรนารี แหล่งจำหน่ายพืชผักผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเคยเกิดคลัสเตอร์มีผู้ติดเชื้อกว่า 100 ราย และเสียชีวิต จึงขอสนับสนุนชุดตรวจ ATK เพื่อระดมตรวจค้นหาเชิงรุกเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด
ลำปางเจออีก 3 คลัสเตอร์
นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปางเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 107 ราย ยอดสะสมตั้งแต่ม.ค.65 จำนวน 2,956 ราย หายแล้วกลับบ้านสะสม 2,426 ราย กำลังรักษา 55 ราย และเสียชีวิตสะสม 4 ราย
นอกจากนี้ พบ 3 คลัสเตอร์ ดังนี้ คลัสเตอร์ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร มีผู้ป่วย 14 ราย กลุ่มเสี่ยงสูง 220 ราย โดยดำเนินการตามมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล 28 วัน แยกผู้ป่วยไปรักษาที่เรือนจำโครงสร้างเบา ซึ่งเตรียมไว้เป็นโรงพยาบาลสนามให้การรักษาแบบโฮม ไอโซเลชั่น ส่วนผู้ต้องขังที่ไม่ป่วย แยกกัก ตามเรือนนอน และเฝ้าสังเกตอาการ และงดให้ญาติเยี่ยมมาก่อนแล้ว 1 เดือน ส่วนเจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครบ 100% และเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง 10 วัน
คลัสเตอร์อำเภอเถิน บ้านสันหลวง หมู่ 1 ต.นาโป่ง อ.เถิน ผู้ป่วย 11 ราย กลุ่มเสี่ยงสูง 80 ราย กลุ่มเสี่ยงต่ำ 178 ราย และคลัสเตอร์บ้านนิคม เขต 17 บ้านหมาก ต.บุญนาคพัฒนา อ.เมืองลำปาง พบผู้ป่วย 6 ราย กลุ่มเสี่ยงสูง 44 ราย กลุ่มเสี่ยงต่ำ 50 ราย
ปิดแล้ว 6 หมู่บ้านด่านขุนทด
ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ต้องติดตามและควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคลัสเตอร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ต้องเร่งดำเนินการยับยั้งป้องกัน ซึ่งสั่งปิดหมู่บ้านหลายหมู่บ้านที่พบการระบาดแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด ที่พบระบาด 4 คลัสเตอร์ มีการสั่งปิดหมู่ 6 หมู่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 7-16 ก.พ. 2565 ประกอบด้วย 1.บ้านหนองกราดน้อย ม.5 ต.ห้วยบง 2.บ้านโนนระเวียง ม.8 ต.หนองบัวตะเกียด 3.บ้านใหม่โนนระเวียง ม.11 ต.หนองบัวตะเกียด 4.บ้านกุดนาทอหูก ม.5 ต.หินดาด 5.บ้านกุดพญา ม.21 ต.หินดาด และ 6.บ้านวะระเวียง ม.9 ต.พันชนะ
ปีนี้งดจัดงาน‘ย่าโม’
“นอกจากนี้กำชับให้ทางสาธารณสุขตรวจหาเชื้อโดยชุดตรวจ ATK เชิงรุกทุกพื้นที่ ทั้ง 32 อำเภอเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อเพื่อนำมาเข้าสู่ระบบการรักษา ไม่ให้ออกไปแพร่เชื้อต่อ ทั้งนี้ยังไม่มีการออกมาตรการใดๆ เพิ่ม เนื่องจากไม่อยากให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน แต่ขอความร่วมมือประชาชนเรื่องการตรวจหาเชื้อ เป็นประจำ และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด” นายวิเชียรกล่าว
นายวิเชียรกล่าวต่อว่า ส่วนกิจกรรมต่างๆ ยังสามารถจัดได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค ขณะที่งานประจำปีของจังหวัด เช่น งานย่าโม ปีนี้ทางจังหวัดไม่มีกำหนดการจัดงานแต่อย่างใด
สารคามวันเดียวป่วยเกือบ300
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 277 ราย ถือเป็นสถิติสูงสุดของการระบาดในระลอกเดือนม.ค.นี้ แบ่งเป็นผู้ป่วยมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงอยู่ระหว่างกักตัว 7 ราย สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 227 ราย อยู่ระหว่างสอบสวนโรคและเฝ้าระวังอื่นๆ 43 ราย เป็นเพศชาย 142 ราย เพศหญิง 135 ราย โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ อ.กันทรวิชัย 78 ราย อ.พยัคฆภูมิพิสัย 61 ราย และ อ.เมืองมหาสารคาม 59 ราย
การสอบสวนโรคเบื้องต้นยังคงพบผู้ป่วยที่เป็นคลัสเตอร์คณะหมอลำใน อ.กันทรวิชัย และนักท่องเที่ยวที่ไปดูหมอลำ ไปสังสรรค์ร้านอาหารกึ่งสถานบริการ คลัสเตอร์ร.ร.เชียงยืน คลัสเตอร์ร.ร.นาฝายดูหมอลำ คลัสเตอร์อู่ซ่อมรถยนต์ เป็นนักเรียนและครูในหลายโรงเรียน ติดเชื้อจากการสัมผัสบุคคลในครอบครัว และเพื่อนร่วมชั้นเรียน จำนวนนี้มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขติดเชื้อ 3 ราย
ทำให้การแพร่ระบาดระลอกม.ค.65 พบ ผู้ป่วย 3,580 ราย กำลังรักษา 1,643 ราย รักษาหายเพิ่ม 68 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 8 ราย
ชัยภูมิติดโควิดนิวไฮ 210
นพ.วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า หลังช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปี 65 ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.64-9 ก.พ.65 เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง วันนี้พบผู้ป่วยทำนิวไฮสูงสุดตั้งแต่พบการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดมานานเกือบ 3 ปี โดยในวันเดียวพบมากสุด 210 ราย เป็นผู้ป่วยในจังหวัด 201 ราย และนอกจังหวัด 9 ราย กระจายอยู่ใน 13 อำเภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอ โดยที่ อ.เมืองชัยภูมิมากสุด 112 ราย อ.ภูเขียว 40 ราย อ.เทพสถิต 15 ราย อ.แก้งคร้อ 12 ราย อ.จัตุรัส 9 ราย อ.คอนสาร 7 ราย อ.หนองบัวระเหว 7 ราย อ.เกษตรสมบูรณ์ 6 ราย อ.บ้านเขว้า 6 ราย อ.คอนสวรรค์ 5 ราย อ.บ้านแท่น 5 ราย อ.เนินสง่า 1 ราย และ อ.บำเหน็จณรงค์ 1 ราย มี ผู้ป่วยทั้งจังหวัดสะสม 14,703 ราย กำลังรักษา 732 ราย หายป่วยสะสม 13,831 ราย และผู้ป่วยเสียชีวิตสะสม 140 ราย
“การแพร่ระบาดโควิด-19 ใน จ.ชัยภูมิ เริ่มน่าเป็นห่วงมาจากการเกิดคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอีกหลายพื้นที่ ทั้งในกลุ่มย่านตลาดสด กลุ่มร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิง สถานศึกษา กลุ่มเด็กนักเรียนนักศึกษาเริ่มมีแนวโน้มป่วยเพิ่มมากขึ้น และกลุ่มสถานที่หน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งในสำนักงานเทศบาลเมืองชัยภูมิ เร่งเปิดศูนย์ CI ประจำ รพ.สต.เพื่อรับผู้ป่วยโควิด-19”
ระดมตรวจเอทีเคแม่ค้าตลาดดัง
ด้านนายสมชาย สิงหกลางพล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ สั่งการให้คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายป้องกัน ร่วมกับ จนท.โรงพยาบาลสาธารณสุขตำบลบ้านค่าย (รพ.สต.) นำอุปกรณ์ชุดตรวจ ATK เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบสว็อบจากจมูกให้กับกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าทั้งตลาดเช้าและตลาดเย็น 150-200 คน ผลการตรวจทั้งหมดเป็นลบ
สงขลาเจอโอมิครอนแซงเดลตา
สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สงขลารายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ใน จ.สงขลา 122 ราย ซึ่งติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกินร้อยรายวันแรก หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 100 รายติดต่อกัน 20 วัน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 68,800 ราย เสียชีวิตสะสม 328 ราย นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 500 กว่าคน ที่พบมากใน อ.หาดใหญ่ และ อ.เมือง ในกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่
ด้าน ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิดในภาพรวมเพิ่มขึ้นหลังจากเทศกาลปีใหม่ พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอนร้อยละ 70 แซงสายพันธุ์เดลตา ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลลดลง มีผู้เสียชีวิต ลดลงหรือแทบไม่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากผู้ป่วยรายใหม่อาการไม่มีรุนแรง
ภูเก็ตติดเชื้อพุ่ง 528
ส่วนจ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 528 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 425 ราย ผู้ติดเชื้อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 101 ราย ผู้ติดเชื้อ test & go 2 ราย หายป่วยกลับบ้าน 442 ราย ยอด ผู้ติดเชื้อสะสม 19,336 ราย เสียชีวิตสะสม 12 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 4,596 ราย
‘บิ๊กตู่’ย้ำเข้มมาตรการคุมโควิด
น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำชับว่าเนื่องจากขณะยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงขอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้มงวดเรื่องการกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการ และกำกับให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวดูแลนักท่องเที่ยวตามมาตรการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด โดยนายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่สนใจ เช่นกรณีอุทยานแห่งชาติ ภูลังกา จ.บึงกาฬ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมถ้ำนาคาจำนวนมากและมีการตกค้างในพื้นที่ท่องเที่ยวในบางช่วงเวลา โดยให้ใช้ระบบการจอง ปรับกำหนดการเปิด-ปิด เช่นอาจมีการเปิดให้เข้าเช้าขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการตกค้างในพื้นที่อุทยานหลังเวลาปิดทำการ
“นอกจากนั้นให้กำกับเจ้าหน้าที่ บริษัทนำเที่ยว นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยาน ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากที่สุดเนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานเป็นภูเขาสูงชัน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ เพิ่มการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเต็ม เพื่อดึงดูดให้เกิดการเที่ยวในประเทศ กระจายรายได้สร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน”