แบกรับน้ำมันแพงไม่ไหวเพิ่มพรวด20%เริ่ม15กพ.เรือด่วนขอเก็บอีก1.50บ.‘แท็กซี่’จี้เร่ง-ลดค่าแก๊ส
รถบรรทุก 4 แสนคันทั่วประเทศ ดีเดย์ขึ้น ค่าขนส่ง 20% เริ่ม 15 ก.พ.นี้ประธานสหพันธ์ขนส่งฯ แจงถ้าเก็บราคาเดิมสู้น้ำมันดีเซลแพงไม่ไหว ในกรุงเทพฯ ใกล้ถึง 30 บาท ส่วนปั๊มหลอดต่างจังหวัดพุ่ง 32 บาทแล้ว เรือแสนแสบก็ขอขึ้นราคาด้วยอีก 1.50 บาท รอกรมเจ้าท่าเซ็นอนุมัติ นายกสมาคมแท็กซี่จี้ลดราคาแก๊สเอ็นจีวี-แอลพีจี ไปต่อไม่ไหวเลิกวิ่งแล้วหมื่นคัน จาก 5 หมื่นคัน ‘บิ๊กตู่’ ให้รอฟังมาตรการแก้น้ำมัน-แก๊ส ยันตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท เดือนหนึ่งต้องใช้เงินกว่า 3 พันล้านอุ้ม จ่อถกปรับโครงสร้างภาษีใหม่ สภาอุตฯ ห่วงเอสเอ็มอี สตรีตฟู้ดจ่อขึ้นราคา ส่วนร้านในห้างไม่ขยับราคาแต่ลดปริมาณลง
15 ก.พ.ขึ้นค่าขนส่ง 20%
จากกรณี สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เครือข่ายสมาชิก และสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย กว่า 100 คัน ได้มาร่วมชุมนุม จัดกิจกรรม “Truck Power Final Season” ที่หน้ากระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นธรรม ตามที่เครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอไว้ตั้งแต่ปลายปี 2564 และเรียกร้องให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง ก่อนที่ทางกลุ่มจะสลายตัวกันกลับได้ย้ำว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้จะทยอยขึ้นค่าขนส่ง 20% ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้าทันที ตามข่าวที่เสนอมานั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2565 ผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฯ จำนวน 4 แสนคัน จะปรับขึ้นค่าขนส่ง 20% พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน จากปัญหาน้ำมันดีเซลแพง เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลในกรุงเทพมหานคร ใกล้จะแตะลิตรละ 30 บาทแล้ว ขณะที่ในต่างจังหวัด ปั๊มหลอดพื้นที่ห่างไกลราคาพุ่งสูงถึงลิตรละ 32 บาท ซึ่งกระทบกับผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยในท้องถิ่นมาก
“ผู้ประกอบการรถขนส่งส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกสหพันธ์ฯ ที่จะปรับขึ้นค่าขนส่ง ส่วนใหญ่จะให้บริการสินค้าจำเป็นเกือบทุกชนิด เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค พืชไร่ รวมทั้งวัสดุก่อสร้าง ครั้งนี้เราจะไม่หยุดวิ่ง แต่จะปรับขึ้นค่าขนส่งแทน หากในอนาคตราคาน้ำมันปรับขึ้นอีก ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นตามกลไกลตลาดเพื่อให้อยู่รอด” นายอภิชาติกล่าว
เรือแสนแสบขอเพิ่ม 1.50 บ.
ด้านนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า ในฐานะนายกสมาคมเรือไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน ตนได้ทำหนังสือไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารเรือข้ามฝากในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 8 ท่า โดยขอปรับจากคนละ 3.50 บาท เป็น 5 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 1.50 บาท เนื่องจากราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นเกินเพดานที่กรมเจ้าท่ากำหนดแล้ว รวมทั้งยังมีปัญหาเงินเฟ้อและปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงจากปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 แต่จนถึงขณะนี้ กรมเจ้าท่ายังไม่ได้พิจารณาอนุมัติให้
สำหรับเรือคลองแสนแสบนั้น ขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลได้พุ่งเกินลิตรละ 29 บาท ซึ่งเพดานที่ใช้ปรับราคาตามระเบียบของกรมเจ้าท่าแล้ว แต่กรมเจ้าท่ายังไม่ได้ทำหนังสือให้ เรือแสนแสบปรับขึ้นราคา จึงยังไม่มีการปรับ แม้ว่าราคาน้ำมันจะทะลุเพดานลิตรละ 29 บาท มามากว่า 15 วันตามกฎหมายกำหนดแล้ว ตอนนี้เรือแสนแสบคงต้องแบกภาระต่อไปอีก จะขอรอกรมเจ้าท่าแจ้งให้ปรับราคามาก่อน เพราะก็เข้าใจหัวอกประชาชนที่ใช้บริการที่ต่างก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาของแพงทุกวันนี้ก่อนนอนต้องอธิฐานว่าเมื่อไหร่ความสุขของคนไทยจะกลับมาสักที
นายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เปิดเผยว่า ต้องการให้กระทรวงพลังงาน ปรับลดราคาก๊าซแอลพีจีลงมาอยู่ที่ ลิตรละ 9 บาท จากปัจจุบันลิตรละ 14 บาท และปรับลดลงราคาก๊าซเอ็นจีวีลงมาอยู่ที่ลิตรละ 10 บาท จากปัจจุบัน 17 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ขับแท็กซี่ เพราะปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยวันละ 800 บาท คิดเป็นต้นทุนค่าเชื้อเพลิงวันละ 500 บาท เหลือเงินเพียงวันละ 200 บาท ในการดำรงชีวิตไม่เพียงพอ จึงอยากให้รัฐช่วยลดภาระให้บ้าง โดยปัญหาน้ำมันแพง และโควิดทำให้แท็กซี่ในระบบต้องเลิกอาชีพไปแล้วกว่า 5 หมื่นคัน เหลือวิ่งให้บริการเพียง 4 หมื่นคันเท่านั้น
‘บิ๊กตู่’เล็งปรับเก็บภาษี
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาราคาน้ำมัน และการเรียกร้องให้ทบทวนปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ได้หารือกันแล้ว ขอรอการชี้แจงในรายละเอียดที่จะหารือกันในวันนี้อีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีแผนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องกองทุนน้ำมัน การจัดเตรียมวงเงินกู้ใช้สำหรับชดเชย และกองทุนน้ำมันก็ติดลบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมรองรับปัญหาราคาแก๊สอีก แก้ปัญหาในหลายมิติ ปัญหาหลักไม่ได้มาจากเรา แต่มาจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเราพึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นต้องเปรียบเทียบประเทศรอบบ้านเขาเป็นอย่างไร ในภูมิภาคเป็นอย่างไร และประเทศไทยอยู่ในกลุ่มไหน หลายประเทศอาจจะถูกกว่าเรา เพราะเขามีแหล่งพลังงานในประเทศของเขาเอง เรื่องนี้รออีกนิดหนึ่ง เพราะการดูแลไม่ใช่จะดูแลคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เราให้ความสำคัญกับคนที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ดังนั้นต้องช่วยกัน ถ้าให้กลุ่มนี้มาแล้วกลุ่มอื่นไม่ได้ แก้ไม่ได้จะทำอย่างไร
“สถานการณ์เรื่องพลังงานยังติดพันอีกเยอะ และไม่ใช่ระยะเวลาอันสั้น เราจะเอางบประมาณที่ไหนมาถมตรงนี้ ดังนั้นต้องหาวิธีการที่เหมาะสม โดยดูเรื่องการควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาท ปรับสูตรน้ำมัน และยังมีการพิจารณาเรื่องภาษีต่างๆ สรรพสามิตบ้างอะไรบ้าง แต่อย่าลืมว่าถ้าเกี่ยวข้องในเรื่องเหล่านี้จะทำให้รายได้ของรัฐลดลงไปมากและจะกระทบอย่างอื่นหรือเปล่า จะลดได้แค่ไหนอย่างไรก็ต้องฟังเหตุฟังผลบ้าง ถ้าจะเอาตามใจทุกคนเท่านั้นเท่านี้บางทีปัญหามันเยอะ เดือนหนึ่งประมาณ 3,000 กว่าล้าน ถ้าระยะยาว 6 เดือน ก็ประมาณ 18,000 กว่าล้าน นี่คือตัวเลขคร่าวๆ เฉพาะเรื่องน้ำมัน แล้วยังมีเรื่องแก๊สอีก รัฐบาลพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด จึงขอให้เข้าใจด้วย คงต้องบริหารแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าจะขอร้องสมาคมรถบรรทุกด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอร้องมาหลายครั้งแล้ว และเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เขาก็เข้าใจไปส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ทำความเข้าใจมาโดยตลอด วันนี้ต้องบอกว่าประเทศไทยเผชิญวิกฤตหลายด้าน และไม่เคยมีรัฐบาลไหนเจอมาก่อน ที่พร้อมๆ กันแบบนี้ ตั้งแต่โควิด-19 ราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน การแข่งขันทางการค้า ความมั่นคงในภูมิภาค ความขัดแย้งทางทะเล เยอะแยะไปหมด การแข่งขันการลงทุน การใช้ฐาน ประเทศไทยมีประสิทธิภาพเยอะ
“ผมก็พยายามพูดคุยกับต่างประเทศ เขาเดินทางมาก็ชื่นชมหมดทุกเรื่อง อันนี้ไม่ใช่คุยนะ ทั้งเรื่องการบริหารโควิด-19 ภาคเอกชนชื่นชมในการดูแลช่วยเหลือ ไม่ต้องปิดโรงงาน ช่วยเหลือในหลายๆ กลุ่ม แรงงานก็ได้รับการเยียวยา ดูแลเรื่องการฉีดวัคซีน เขาบอกของเขาไม่มีแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งดีๆ เกิดขึ้นเยอะ เอาปัญหา ฝ่ายบริหารกับปัญหาฝ่ายการเมืองมาตีกันอยู่อย่างนี้มันเดินหน้ากันไม่ได้ ไม่มีใครเขาทำ ขอแค่นั้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
สภาอุตฯห่วงเอสเอ็มอี
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวยอมรับว่าการปรับขึ้นค่าขนส่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมในระบบเศรษฐกิจแน่นอน เพราะราคาสินค้าก็ปรับขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะผู้ประกอบการอั้นไม่ไหว ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้น สุดท้ายผู้บริโภคซื้อไม่ไหว ผู้ประกอบการขายไม่ได้ ขนส่งก็ส่งไม่ได้เช่นกัน รวมทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะเรื่องราคาน้ำมันและราคาสินค้าแพงเกี่ยวเนื่องกันเป็นห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน ซึ่งภาระค่าใช้จ่ายไปตกอยู่ที่ผู้บริโภค ภาครัฐต้องลงมาดูเรื่องราคาสินค้าว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร จะแก้ด้วยภาษี หรือเงินอุดหนุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งสิ่งที่ส.อ.ท.พูดมาตลอด คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนกลับมามีรายได้ ทำให้มีกำลังซื้อ ดังนั้นการเปิดประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทำเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด
นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ปัญหาราคาน้ำมันแพงปัจจัยหนึ่งเป็นผลพวงจากก่อนหน้านี้ที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงแรก ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันไม่ลงทุน เพราะความต้องการลดลงมาก แต่เมื่อโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ความต้องการใช้น้ำมันกลับมา แต่กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นไม่ทันต่อความต้องการ ประกอบกับเกิดปัญหาการเมืองระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ยุโรปมีการกักตุนปริมาณน้ำมันรองรับกรณีเกิดปัญหาการขนส่งน้ำมันชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนในระดับสูงระยะสั้น
สตรีตฟู้ดจ่อขึ้นราคาอีก
ด้านนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า หากมีการปรับเพิ่มราคาค่าขนส่ง กระทบแน่กับราคาอาหาร เพราะปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรที่ซื้อจากหน้าฟาร์มถูกมาก พอบวกค่าขนส่งเข้าไป ทำให้ราคาแพง เป็นต้นทุนที่ร้านอาหาร ภัตตาคารต้องแบกรับ
“หากมีการเพิ่มราคาค่าขนส่ง เชื่อว่า สตรีตฟู้ด ร้านข้างทาง คงเป็นที่แรกๆ ที่ปรับเพิ่มราคาขึ้นมา อย่างน้อยถ้าขึ้นแล้วก็ 5-10 บาท หรืออาหารจานเดียวอาจเพิ่มเป็น 40-60 บาท จาก 30-50 บาท
ส่วนร้านใหญ่ๆ อาทิ บุฟเฟต์ ภัตตาคาร อาจไม่ปรับเพิ่ม แต่คงลดปริมาณสินค้าลงอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ไปดูได้ ร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้า ชาบู สุกี้ ปิ้งย่าง ราคาอาจไม่ปรับ แต่ปริมาณสินค้าจะน้อยลง หมูบางลง เพราะกลุ่มร้านขนาดใหญ่ ถ้าเพิ่มราคาอาจจะกระทบกับลูกค้า” นางฐนิวรรณกล่าว