ซิโนแวค-ไฟเซอร์อียูรับหมอพร้อม

สธ.ไฟเขียวฉีดสูตรไขว้เด็ก 12-17 ปี ใช้ซิโนแวค-ไฟเซอร์ พบภูมิสูงเท่าฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ส่วนเด็ก6-11 ขวบยังต้องรอพิจารณา ศบค.เผยติดเชื้อยังพุ่ง ป่วยรายวันอีก 14,822 ตาย 20 กทม.ติดเชื้อยังสูง ศบค.ชุดใหญ่ถกวันนี้ จ่อคุมเข้มโควิดช่วงวาเลนไทน์จนถึงสงกรานต์ พร้อมปรับตัวเลขโควิดเน้นยอดป่วยปอดอักเสบ เสียชีวิต สธ.เผยอียูรับรอง ‘หมอพร้อม’ มาตรฐานเดียวกับยุโรป สามารถใช้เป็นเอกสารเข้า 60 ประเทศ-ดินแดน

ติดเชื้อยังพุ่ง 14,822-ตายอีก 20
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 6 นับจากการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 จำนวน 14,822 ราย ติดเชื้อสะสม 2,545,873 ราย หายป่วยเพิ่ม 8,503 ราย หายป่วยสะสม 2,418,380 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 20 ราย เสียชีวิตสะสม 22,364 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 105,129 ราย มีอาการหนัก 563 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 114 ราย

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 20 ราย มาจาก 16 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 3 ราย, นครพนม ชลบุรี จังหวัดละ 2 ราย และกทม. นนทบุรี สมุทรสาคร ขอนแก่น บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ตาก ชุมพร ตรัง พัทลุง ภูเก็ต และฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 9 ราย อายุ 44-94 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 100%

44จว.ป่วยเกิน 100 ราย
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,635 ราย 2.สมุทรปราการ 986 ราย 3.ชลบุรี 754 ราย 4.นนทบุรี 504 ราย 5.ภูเก็ต 434 ราย 6.ราชบุรี 379 ราย 7.นครศรีธรรมราช 372 ราย 8.นครราชสีมา 334 ราย 9.สมุทรสาคร 317 ราย และ 10.มหาสารคาม 301 ราย

สำหรับจังหวัดติดเชื้อ 100 รายขึ้นไปมีอีก 34 จังหวัด

ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำ 52 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 246 ราย ใน 40 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 107 ราย, เยอรมนี เดนมาร์ก ประเทศละ 11 ราย, ฝรั่งเศส 10 ราย, คาซัคสถาน 9 ราย, อังกฤษ 7 ราย, สวีเดน ยูเครน ประเทศละ 6 ราย, ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย ประเทศละ 5 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 45 ราย แซนด์บ็อกซ์ 180 ราย ระบบกักตัว 20 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 1 ราย

สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-9 ก.พ.65 จำนวน 48,181 ราย รายงานติดเชื้อ 1,661 ราย คิดเป็น 3.45% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 18,355 ราย ติดเชื้อ 127 ราย คิดเป็น 0.69% แซนด์บ็อกซ์ 24,977 ราย ติดเชื้อ 1,394 ราย คิดเป็น 5.58% และกักตัว 4,849 ราย ติดเชื้อ 127 ราย คิดเป็น 2.89%

การฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 9 ก.พ. ฉีดได้ 507,602 โดส สะสมรวม 118,497,420 โดส เป็นเข็มแรก 52,611,215 ราย คิดเป็น 75.6% ของประชากร เข็มสอง 49,066,498 ราย คิดเป็น 70.5% ของประชากร และ เข็มสาม 16,819,707 ราย คิดเป็น 24.2% ของประชากร

สธ.เผยอียูรับรอง‘หมอพร้อม’
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒน์พันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข แถลงข่าวการใช้ Digital Health Pass บนหมอพร้อม เพื่อการเดินทางในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU)

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเปิดประเทศ ผ่อนปรนการเดินทางระหว่างประเทศ แต่สถานการณ์โรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งกระจายทั่วโลกและต่อเนื่อง วันนี้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกกว่า 400 ล้านคน ทุกภาคส่วนต้องยกระดับเฝ้าระวังเพื่อป้องกันควบคุมโรค ควบคู่มาตรการผ่อนปรนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ส่วน “หมอพร้อม” เป็นแพลตฟอร์มกลางของสธ.อำนวยความสะดวกแสดงสถานะสุขภาพเกี่ยวกับโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้ว กว่า 20 ล้านคน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2564 สหภาพยุโรปมีมติยอมรับและขึ้นทะเบียนเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด-19 ของประเทศไทย Thailand Digital Health Pass บนหมอพร้อม ให้เทียบเท่ากับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป EU Digital COVID Certificate (EU DCC) ดังนั้นทุกคนที่อาศัยในประเทศไทยใช้เอกสารรับรองใน Thailand Digital Health Pass ของหมอพร้อมเพื่อแสดงสถานะสุขภาพเกี่ยวกับโควิด-19 เช่นรับวัคซีน ตรวจ ATK เคยติดเชื้อ การรักษาพยาบาล ก่อนเดินทางสู่ประเทศ/ดินแดนที่เข้าร่วมระบบการตรวจสอบเอกสารรับรองของสหภาพยุโรปนี้ 60 ประเทศ/ดินแดน รวมถึงสามารถใช้แสดงข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในประเทศ/ดินแดนเหล่านั้นได้ด้วย ซึ่งสธ.เปิดให้ประชาชนเริ่มทดสอบใช้งานระบบดังกล่าวได้แล้วตั้งแต่วันนี้

ใช้ได้ 60 ประเทศ-ดินแดน
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า เอกสารดิจิทัลเกี่ยวกับโควิด-19 ของ EU DCC ในThailand Digital Health Pass สามารถใช้ได้ในประเทศภาคพื้นยุโรป 27 ประเทศ และนอกภาคพื้นยุโรป 33 ประเทศ ที่รับรองโดยสหภาพยุโรป ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ สธ. กต. กระทรวงดิจิทัลฯ และ กมธ.สธ. วุฒิสภา นำระบบของหมอพร้อมเข้าสู่การประเมิน จนกรรมาธิการสหภาพยุโรปให้การรับรอง

‘อนุทิน’ยันประชุมศบค.ใหญ่
เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้สัมภาษณ์ หลังเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึงการประชุมศบค.ชุดใหญ่ในวันศุกร์ที่ 11 ก.พ.นี้ ว่า ในวันพรุ่งนี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมประชุมศบค.อย่างพร้อมเพรียง โดยกระทรวงสาธารณสุขมีเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมหลายเรื่อง อาทิจะยกเลิกการให้บริการวิกฤตฉุกเฉินกรณีโรคโควิด-19 หรือ ยูเซป (UCEP COVID-19) ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ และจะมีการปรับราคาการใช้ RT-PCR

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จำนวนผู้ติดเชื้อ โควิด-19 มีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขดูอยู่ บางครั้งจะต้องดูภาพรวม มีการตรวจเช็กอยู่ตลอดเวลา ผู้เสียชีวิตมีจำนวนเท่าเดิม ผู้ป่วยอาการรุนแรงก็ไม่ได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หากนับเป็นอัตราส่วน ถือว่าลดลงด้วยซ้ำ การติดเชื้อพบว่ามีการติดเชื้อในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น ทั้งเด็กที่ไปโรงเรียน และผู้ปกครองที่ไปทำงานกลับบ้านมา แล้วมารับประทานอาหารร่วมกันก็ทำให้ติดได้ ซึ่งในทางการแพทย์ก็บอกแล้วว่าโอมิครอนติดกันได้ง่าย แต่โชคดีที่ไม่รุนแรง ถ้าประชาชนได้รับวัคซีนกันครบถ้วน ถึงแม้ติดเชื้อก็ไม่มีอาการรุนแรง ตอนนี้เราต้องเน้นเรื่องเจ็บหนักและตาย ซึ่งตรงนี้ยังสามารถควบคุมได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นใน ขณะนี้จะทำให้ส่งผลกระทบถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยก็จะมีเทศกาลที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ ระยะห่าง 4-5 เดือน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ระมัดระวัง

เมื่อถามถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุขมี คำเตือน คู่รักในช่วงวันวาเลนไทน์ ขอให้มีการตรวจ ATK ก่อนมีเพศสัมพันธ์ นายอนุทินหัวเราะและกล่าวว่า “ผมทำหมันแล้ว” พร้อมกล่าวว่า ส่วนใหญ่คนใกล้ชิดกันไม่เป็นอะไรหรอก

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการรณรงค์ให้เข้มข้นในช่วงวันวาเลนไทน์อย่างไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วิธีการทำให้ตัวเองปลอดภัยจาก โควิด-19 ทางกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขออกคำเตือนมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทราบว่า ตนเชื่อว่าประชาชนคนไทย รับทราบกันอยู่แล้ว

เบิกจ่ายตามสิทธิทั่วไปเริ่ม 1 มีค.
เมื่อถามว่าการประชุม ศบค.พรุ่งนี้จะเสนอเพิ่มอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้เสนออะไร แต่ต้องมีการหารือแน่นอน เพราะวันนี้ติดเชื้อก็เกือบ 15,000 ราย ต้องมีการพูดคุย ถ้าเทียบก่อนสิ้นปีถึงปัจจุบัน เวลาเดือนครึ่งเพิ่มขึ้นมาประมาณ 5 เท่า แต่ผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตยังเท่าเดิมก็ถือว่าลดลงไปเยอะ แต่สธ.มองที่คน ไม่ได้มองร้อยละ ก็ทำทุกอย่างขอให้รักษาชีวิตคนได้ ขอให้คนไม่เจ็บป่วยอาการหนักได้ นี่คือเป้าหมายที่สำคัญของ สธ.

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการปรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด จากการกำหนดเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตรักษาทุกที่ (UCEP COVID) มาเป็นการดูแลตามระบบปกติเบิกจ่ายตามสิทธิ นายอนุทินกล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จัดทำรายละเอียดเข้ามาแล้ว คาดว่าจะลงนามได้เร็วๆ นี้ และเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป นอกจากนี้จะปรับอัตราค่าตรวจ RT-PCR สำหรับการตรวจ 2 ยีน อัตรา 900 บาท และตรวจ 3 ยีน อัตราค่าตรวจ 1,100 บาท ปรับอัตราการจ่ายค่าตรวจ ATK ชนิดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทั้ง 2 ชนิด ในอัตรา 250 บาท และ 350 บาท รวมถึงปรับค่าใช้จ่ายการเข้ารับการดูแลในฮอสพิเทลเป็น 1,000 บาทต่อวัน

“ยืนยันว่าการปรับระบบไม่ได้เกิดผลกระทบต่อประชาชน รัฐยังให้การดูแลตามสิทธิสุขภาพ ค่าใช้จ่ายต่างๆ รัฐเป็นผู้จ่ายให้ ยกเว้นประชาชนต้องการเข้ารับบริการที่นอกเหนือจากนี้ เข้าร.พ.เอกชนก็จะต้องจ่ายเอง”

ศบค.จ่อเข้มโควิดถึงสงกรานต์
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. เป็นประธานการประชุมศปก.ศบค. ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานและประเมินสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันให้ที่ประชุมรับทราบ รวมทั้งเรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบ Test and Go, การเปิดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา, การตรวจ ATK ให้ประชาชนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น, แผนการให้บริการฉีดวัคซีน โควิด-19, การจัดทำแผนความตกลง Air Tavel Bubble (ATB) ระหว่างไทยและอินเดีย, แนวทางการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

ทั้งนี้ผลหารือของที่ประชุมวันนี้จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่วันที่ 11 ก.พ. ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.

ทั้งนี้ คาดว่าที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่จะพิจารณาแนวทางปฏิบัติ หรือกำหนดมาตรการเข้มข้นในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์และเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากขณะนี้มีความกังวลถึงสถานการณ์โควิด-19 ของไทยขณะนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงเกินหมื่นคนอย่างต่อเนื่อง

จับตาศบค.ชุดใหญ่ถกวันนี้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ก.พ. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล แบบเต็มคณะ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการรับฟังรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั้งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ และในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามที่ประชุมศบค.ชุดเล็กที่ประชุมกันเมื่อวันที่ 10 ก.พ.นั้น จะไม่มีการเสนอให้ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ยกระดับมาตรการใดเป็นพิเศษ จะเป็นเพียงการเน้นย้ำและการแจ้งเตือนเท่านั้น

ให้ฉีดสูตรไขว้เด็ก 12-17 ปี
นพ.วิชาญ ปาวัน ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ในเด็กว่า การติดเชื้อในเด็กระลอกหลังๆ ที่มีสายพันธุ์เดลตา และ โอมิครอน พบมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงอายุ 5-11 ขวบ ติดเชื้อถึง 6% ถือว่าเพิ่มขึ้น แต่อาการค่อนข้างน้อย สิ่งที่กังวลคือเด็กบางคนที่ติดเชื้ออาจพบการเกิดภาวะ MIS-C เป็นการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ สธ.จึงมี เป้าหมายเร่งฉีดวัคซีนให้เด็ก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในครัวเรือน ป้องกันการนำเชื้อไปให้ผู้สูงอายุในบ้าน และรองรับการเปิดโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย

สำหรับแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิดเด็กอายุ 5-11 ขวบ ซึ่ง ศบค.เห็นชอบตามที่สธ.เสนอ ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. คือให้ใช้วัคซีนที่รับการขึ้นทะเบียนจากอย. ซึ่งปัจจุบันที่ฉีดอายุต่ำกว่า 18 ปีได้มี 3 ตัว คือไฟเซอร์ฝาสีส้มกลุ่มอายุ 5-11 ขวบ ไฟเซอร์ฝาสีม่วง อายุ 12-17 ปี และวัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์ม อายุ 6-17 ปี การดำเนินการฉีดเริ่มจากเด็กที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคก่อน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา จากน้นเริ่มฉีดเด็กโต คือ ป.6 ไล่ลงไปถึง ป.1 ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-8 ก.พ. ได้ฉีดอายุ 5-11 ขวบแล้ว 66,165 คน กรมควบคุมโรคติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการรายงานผิดปกติในเด็ก

คำแนะนำการฉีดกลุ่มเด็กนั้น สธ.พิจารณาข้อมูลที่ผ่านความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญคณะต่างๆ มาออกนโยบาย ขอให้มั่นใจว่าประเภท ชนิด และสูตรของวัคซีนที่ สธ.ให้คำแนะนำผ่านการพิจารณารอบคอบ อยู่บนข้อมูลทางวิชาการ มาตรฐาน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งสถานการณ์โควิดและจำนวนวัคซีนที่มี อย่างไฟเซอร์อายุ 5-11 ขวบ ซึ่งทั่วโลกมีความต้องการ เราก็สั่งซื้อโดยจะทยอยส่งเข้ามาสัปดาห์ละ 3-5 แสนโดส เป็นต้น

สำหรับคำแนะนำการฉีดวัคซีนอายุต่ำกว่า 18 ปี คือ 1.อายุ 5-11 ขวบ เป็นไฟเซอร์ฝาส้ม 2 เข็ม ขนาด 10 ไมโครกรัม 2 มิลลิลิตร ระยะห่าง 8 สัปดาห์ 2.เด็กอายุ 6-17 ปี ซิโนแวค 2 เข็ม ขนาด 0.5 มิลลิลิตร ห่าง 4 สัปดาห์ และ 3.เด็กอายุ 12-17 ปี ไฟเซอร์ 2 เข็ม ฝาม่วงขนาด 30 ไมโครกรัม 0.3 มิลลิลิตร ระยะห่าง 4 สัปดาห์

นอกจากนี้ ยังมีสูตรไขว้ คือซิโนแวค- ไฟเซอร์ ซึ่งผ่านคำแนะนำคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับเด็กอายุ 12-17 ปี โดยใช้ซิโนแวค 0.5 มิลลิลิตร และไฟเซอร์ฝาม่วง 30 ไมโครกรัม 0.3 มิลลิลิตร ส่วนกรณีเด็กเล็ก 6-11 ขวบ สูตรไขว้ต้องนำเข้าคณะอนุกรรมการพิจารณาอีกครั้ง เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนออีกครั้ง

“มีการศึกษาโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีการศึกษาการระดับภูมิคุ้มกันของเด็กวัยรุ่นอายุ 12-17 ปี พบว่าการฉีดสูตรไขว้ ภูมิคุ้มกันภายหลังฉีดเข็มสองขึ้นเทียบเคียบกับการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คณะอนุกรรมการตัดสินใจแนะนำการฉีดสูตรไขว้ในเด็ก 12-17 ปี แต่เด็กเล็ก 6-11 ขวบ ยังต้องรอนำข้อมูลเข้าพิจารณาอีกครั้ง กรณีผู้ปกครองยังลังเลให้บุตรหลานฉีดหรือไม่ฉีดนั้น จากข้อมูลพบอัตราป่วยตายจากโควิดในกลุ่มเด็กอยู่ที่สัดส่วน 2 ในหมื่น แต่ถ้าฉีดวัคซีนอัตราตายลดลงอย่างมากเป็นพันเท่าตัว ดังนั้นการฉีดวัคซีนมีประโยชน์ป้องกันการป่วยตายในเด็กได้ดี” นพ.วิชาญกล่าว

สระแก้วเจออีก 2 คลัสเตอร์ใหม่
นพ.ประภาส ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อ 124 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 110 ราย ติดเชื้อนอกจังหวัด 12 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 2 ราย รักษาหาย 75 ราย กำลังรักษา 767 ราย อาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย

นอกจากนี้มีคลัสเตอร์ใหม่ 2 อำเภอได้แก่ ตลาดเมืองแก้ว อ.เมืองสระแก้ว พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดหลายรายมีอาการป่วย ตรวจ ATK พบผลบวกในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงค้นหากลุ่มเสี่ยงเป็นคนในครอบครัวและ ผู้ใกล้ชิดทยอยติดเชื้อเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. ต่อมาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ออกตรวจเชิงรุกในตลาดและชุมชนรอบข้าง 291 ราย พบกลุ่มเสี่ยง 440 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 28 ราย โดย 8 รายยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโควิด นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อที่ตลาดตระกูลสุข 6 ราย และตลาดหนองเตียน 2 ราย

ส่วนอีกคลัสเตอร์หนึ่งที่บ้านไร่สามสี ต.วังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ พบชาย 43 ปี อาชีพรับจ้างมีอาการป่วย ตรวจพบผลบวก ก่อนค้นหากลุ่มเสี่ยงเพิ่ม สอบสวนโรคพบว่ามีพฤติกรรมสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน พบกลุ่มเสี่ยงในชุมชน 140 ราย ตรวจ ATK พบเชื้อสะสม 12 ราย

เอทีเคโควิด – เจ้าหน้าที่ตรวจเอทีเคเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มผู้ค้าขายในตลาด 3 แห่ง เทศบาลนครนครราชสีมา พบผลบวก 50 คน จึงส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อยืนยันผล ที่ลานจอดรถริมถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน