ชัยวุฒิยันทุกพรรคร่วมช่วยพยุงอยู่ครบเทอมบิ๊กป้อมป้องสส.พปชร.ปมสภาล่ม-ไม่รู้มีลงมติ‘เจ๊หน่อย’โชว์นโยบาย
‘บิ๊กตู่’ถกนอกรอบ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ พร้อม 2 รัฐมนตรีแกนนำ พปชร. ก่อนควงแขนแถลงข่าวโชว์ปึ้ก อ้อนหัวหน้าพรรค ภท. ‘หนูช่วยกันหน่อยนะ’ หวั่นองค์ประชุมล่มกลางศึกอภิปราย 17-18 ก.พ. ขอฝ่ายนิติบัญญัติอย่ามีปัญหามากนัก รมว.ดีอีเอส ‘ชัยวุฒิ’ เผยทุกคนรับปากนายกฯ พยุงรัฐบาลครบเทอม ‘อนุทิน’ โวรัฐบาลเสถียรภาพสูงมาก ยันภูมิใจไทยไม่ตีรวน ‘บิ๊กป้อม’ ป้องลูกพรรค อ้างสภาล่มเพราะส.ส.ไม่คิดว่าจะมีลงคะแนน รองปธ.วิปรัฐบาลประณามฝ่ายค้าน จงใจเล่นเกม ‘สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์’ ไขก๊อก ปชป. ฉุนหลุดโผลงชิงส.ส.นครศรีฯ ‘จุรินทร์’ แฉเบื้องหลัง โต้เมินเลือดเก่า
‘2 ป.’เผชิญหน้า‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. ครั้งที่ 3/2565 ซึ่งเป็นที่จับตาของหลายฝ่าย เนื่องจากเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ภายหลัง 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. แสดงจุดยืนคัดค้านการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสาย สีเขียว
รายงานเปิดเผยว่า บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างอึมครึม พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน หันหน้าเอียงไปทาง พล.อ.อนุพงษ์ เป็นส่วนใหญ่ และก้มดูแต่เอกสารตลอด ขณะที่นายอนุทินได้เดินทักทายผู้เข้าร่วมประชุมเหมือนทุกครั้งแล้วไปนั่งประจำที่ ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างนายกฯ กับ พล.อ.อนุพงษ์ โดยนายกฯ ไม่ยอมมองหน้านายอนุทิน ตรงๆ เวลาสอบถามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขก็ถามจากอธิบดี ช่วงท้ายก่อนปิดประชุมถึงได้ถามความเห็นจากนายอนุทิน

สยบร้าว – พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญ วีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร่วมแถลงข่าวสยบกระแสรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ วันที่ 11 ก.พ.
‘บิ๊กตู่’ขอร้อง‘หนูช่วยกันหน่อยนะ’
หลังประชุม เวลา 11.50 น. ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือนอกรอบกับนายอนุทิน นายศักดิ์สยาม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประมาณ 10 นาที โดยได้พูดคุยถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะเรื่ององค์ประชุมในศึกอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 วันที่ 17-18 ก.พ.นี้ ช่วงหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์หันไปกล่าวกับนายอนุทินว่า “หนูช่วยกันหน่อยนะ” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์แถลงข่าวโดยมี 4 รัฐมนตรีข้างต้น ยืนอยู่ข้างหลังด้วย คาดเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล หลังเกิดกระแสระหองระแหงกัน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ความเดือดร้อนมีอยู่หลายส่วนซึ่งรัฐบาลทำทุกอย่าง เพื่อมาแก้ปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นในการบริหารราชการ ฉะนั้นขอร้องว่าให้ช่วยกันลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อเกิดปัญหาเราก็ต้องแก้และต้องเข้าใจซึ่งกันและกันว่าแก้ได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร เหตุใดถึงแก้ได้เพียงเท่านี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับงบประมาณและระยะเวลาของสถานการณ์ที่เป็นวิกฤต ซึ่งเกิดพร้อมกันหลายประเทศทั่วโลก
วอนฝ่ายนิติฯอย่ามีปัญหามากนัก
“นายกฯ ห่วงใยทุกคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ขอความร่วมมือไปยังฝ่ายนิติบัญญัติด้วยก็แล้วกัน ทุกอย่างอย่าให้มีปัญหากันมากนัก ความจริงไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ผมคุยกับบรรดาหัวหน้าพรรคและพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ฉะนั้นอย่าทำให้สับสนอลหม่าน เพราะไม่มีอะไรดีขึ้นกับประเทศเลย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีนายอนุทินและนายศักดิ์สยามร่วมแถลงด้วย ต้องการแสดงให้เห็นว่าได้เคลียร์ปัญหาต่างๆ แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “ผมต้องเคลียร์อะไรกับเขาล่ะ มีอะไรต้องเคลียร์หรือ” ต่อข้อถามถึงปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการพิจารณาของครม.ก็ว่ากันไป กฎหมายถ้าทำได้ก็ทำได้ ก็แค่นั้น
ต่อข้อถามว่าดูเหมือนการประชุม ศบค. วันนี้บรรยากาศค่อนข้างอึมครึม พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “เหรอ สื่อเข้าร่วมประชุมและอยู่ในห้องด้วยหรือ คุณรู้หรือว่ามัน อึมครึม ผมไม่เห็นว่ามันจะอึมครึมเลย ผมก็พูดเสียงดังฟังชัดของผมอยู่ตลอดเวลา และผมก็ฟังข้อมูล เพราะเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ทำมาแทบตายฟังเขากันเสียบ้าง ผมตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง พอแล้ว พอแล้ว”
เมื่อถามว่าคิดว่าวันนี้มีใครกำลังบีบตัวเองอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ใครจะบีบล่ะ” เมื่อถามย้ำว่า นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ระบุนายกฯถูกบีบไข่นายกฯ ทุกวัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “หู้ว เลอะเทอะ ชอบจังปัญหาคนอื่น”
‘ชัยวุฒิ’เผยทุกคนรับปากครบเทอม
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ ได้พูดคุยเรื่องการทำงานในสภา รวมถึงเสียงองค์ประชุมสภา โดยให้ทุกคนมาช่วยกันและขอให้พรรคร่วมรัฐบาลขับเคลื่อนงานสภาให้เรียบร้อยและผ่านไปให้ได้ และเมื่อเช็กเสียงรัฐบาล มั่นใจว่ายังมั่นคง เข้มแข็ง ไม่มีปัญหา ทุกคนยืนยันว่าทำงานกันได้ ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลที่คุยกันวันนี้ ทุกคนยืนยันกับนายกฯ ว่าจะช่วยทำงานให้ครบเทอม และมั่นใจว่าเสียงที่มีอยู่จะเพียงพอขับเคลื่อนงานของสภา และรัฐบาล นายกฯ ก็มั่นใจว่าอยู่ได้ ไม่ต้องกลัว
ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า อยู่ครบเทอม ต้องช่วยกัน ไม่มีปัญหา ส่วนปัญหาเรื่องสภาล่ม ตนมองว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะเป็นการพิจารณาวาระรับทราบ และในอดีตการประชุมแบบนี้จะไม่มีการนับองค์ประชุม ไม่มีเกมการเมืองแบบนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่วาระสำคัญที่ต้องลงมติ ขณะที่ส.ส. อาจจะติดภารกิจอื่น เช่น การประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) มาไม่ทัน จึงอยากขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย
เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ อยู่ใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า “เดี๋ยวค่อยคุยอีกที วันนี้ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง บอกแล้วว่าอีกปีหนึ่ง รอให้ครบวาระ วันนี้คุยให้ช่วยกันเพื่อจะอยู่ครบเทอม ทั้งพรรค ภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคอื่น ยืนยันว่าจะช่วย เมื่อนับเสียงแล้วก็ยังเพียงพอ อภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีปัญหา”
‘อนุทิน’ย้ำรัฐบาลมีเสถียรภาพสูง
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ นายกฯ ได้ทำความเข้าใจเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือไม่ว่า ไม่มีๆ เพราะไม่มีอะไรผิดใจกัน ทุกอย่างเป็นตามขั้นตอน หลังเสร็จประชุมศบค.นายกฯ พักประมาณ 5-10 นาที แล้วก็เดินกลับตึกไทยคู่ฟ้า พวกเราเดินตามไปส่ง
ผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศในที่ประชุมศบค.อึมครึม นายอนุทินย้อนว่า “คุณรู้ได้อย่างไร นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ และผมนั่งถัดมาติดกับนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์นั่งฝั่งขวามือของผม ท่านก็ถามผม ผมไปหาคำตอบให้ ยืนยันว่าไม่มีอะไร นี่เป็นการทำงาน เป็นเรื่องปกติ” ส่วนเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนายกฯ บอกว่าทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย
ต่อข้อถามว่านายกฯ คุยถึงการเตรียมชี้แจงกรณีเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ 17-18 ก.พ.นี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุยเรื่องความมั่นคงของจำนวนส.ส.ฝ่ายรัฐบาล นายกฯ ไม่ได้กังวลและยืนยันพร้อมตอบข้อซักถามของฝ่ายค้าน โดยนายกฯ จะตอบในภาพรวม หากรัฐมนตรีคนใดถูกพาดพิงถึงให้เตรียมคำตอบมาให้ดีและให้เช็กซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้เตรียมความพร้อม ก่อนถึงวันที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบลงมติตามมาตรา 151 ในเดือนพ.ค.นี้ ย้ำว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพสูงมาก
เมื่อถามว่ามีอะไรที่ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลไม่มั่นคงได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี เวลาทำงานเราไม่ได้เกลียดกันหรือโกรธกัน หรือไม่พอใจกันเรื่องส่วนตัว ถ้ามีเรื่องงานเข้ามาแล้วทุกคนเห็นไปในทิศทางเดียวกันหมดก็ยุ่งสิโลกนี้ ต้องเห็นต่างกัน เช่นเวลาไปพร้อมกัน 3 คน จีบผู้หญิงคนเดียวกัน ถ้าชอบสไตล์เดียวกันหมดก็ชกกันตาย ดังนั้นเรื่องการทำงานก็ต้องทำความเข้าใจกัน
ยืนยันภูมิใจไทยไม่ตีรวน
นายอนุทินกล่าวถึงการกำชับสมาชิกให้ร่วมประชุมสภาหรือไม่ว่า กำชับตลอด ซึ่งสมาชิกพรรคภูมิใจไทยขาดประชุมไม่เยอะ เวลานับองค์ประชุมก็อยู่ในห้องประชุม 30-40 คนตลอด พรรคภูมิใจไทยไม่มีเกมการเมือง ตรงไปตรงมา ไม่เล่นเกมใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างที่ทำมีเหตุผล
ต่อข้อถามว่าสภาควรมีมาตรการเด็ดขาดกับ ส.ส.ที่เข้าร่วมประชุมแต่ไม่แสดงตนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ของแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จึงต้องไปถามผู้บริหารแต่ละพรรคว่าเหตุใดจึงเกิดขึ้น ยืนยันพรรคภูมิใจไทยไม่มีกรณีอยู่ในห้องประชุมแล้วไม่แสดงตน เพราะคิดเสมอว่าเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และมีส.ส.อยู่ประจำสภาตลอด ถ้ารัฐมนตรีของพรรคไม่ติดธุระก็จะไปประชุม
เมื่อถามว่าขณะมีปัญหาที่รุมเร้ารัฐบาลและหากนายกฯ ตัดสินใจยุบสภา พร้อมเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคิดถึงจุดนั้นเลย ทุกคนทำงาน ไม่มีเกมการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ต่างคนต่างทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและประเทศ ไม่ได้อยู่ดีๆ ออกมาตีรวน พรรคภูมิใจไทยไม่มีการตีรวน อ่านง่าย คิดอย่างไรก็พูดและทำอย่างนั้น
‘ศักดิ์สยาม’ชี้ไม่มีชนวนถอนตัว
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ได้รับคำชี้แจงจากกระทรวงมหาดไทยหรือยังว่า ยังรอคำตอบอยู่ หากยังไม่ได้คำตอบ ก่อนนำเรื่องเข้าครม. กระทรวงคมนาคมก็ยืนยันเหมือนเดิม ส่วนกรณีผู้ว่าฯ กทม.บอกว่าให้คำตอบไปแล้ว 8 รอบนั้น ที่ตอบ 8 รอบตอบอะไร การตอบ 8 รอบต้องตอบให้เคลียร์ว่าได้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากครม.มีการโหวตและยืนยันตามเสียงส่วนใหญ่ พรรคภูมิใจไทยมีปัญหาหรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า เราใช้เอกสิทธิ์แค่นั้นซึ่งเป็นเรื่องปกติ เวลาประชุมไม่ต้องมีความเห็นเหมือนกันหมด เราพิจารณาจากข้อเท็จจริงตามข้อกฎหมายที่เห็น หากเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เรียบร้อยก็ต้องสงวนความเห็น ต่อข้อถามว่าจะถึงขั้นถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ไม่เกี่ยว คนละเรื่อง ในการประชุมครม.หลายครั้งมีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน นายกฯ จะบอกให้กลับไปหารือกัน มีแค่นั้น
เมื่อถามว่าจะได้คำตอบหรือไม่ได้คำตอบจากมหาดไทย หากมีการนำเข้าพิจารณา 15 ก.พ.นี้ รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมประชุมใช่หรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ประชุมครม.ปกติ แต่ตนไม่อยู่เพราะติดภารกิจที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนนายอนุทิน และรัฐมนตรีคนอื่นยังเข้าร่วมประชุม
‘วิษณุ’แจงปมโหวตรถไฟสีเขียว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หาก 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ไม่ร่วมโหวต หรือโหวตโน ในที่ประชุมครม. วาระขอความเห็นชอบผลการเจรจาและเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) จะมีความผิดหรือไม่ว่า ปกติการไม่เข้าร่วม ประชุมครม. หรือเข้าประชุมแล้วไม่ร่วมโหวตหรือโหวตไม่เห็นด้วย ทั้งหมดจะตั้งต้นด้วยสมมติฐานว่าผิด
ถ้าผิดก็ไม่ต้องรับผิดตามมาตรา 157 แต่รับผิดทางการเมืองตามมาตรา 164 ซึ่งบัญญัติว่าครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกันในการกำหนดนโยบายและการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ความรับผิดเป็นตัวคนจะเหมือนคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว ที่รัฐมนตรีคนใดไม่เข้าประชุม ถือว่าไม่ต้องรับผิดตามมาตรา 157 แต่ทั้งหมดตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผิด แต่ถ้าไม่ผิดก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนมติครม.ถือว่าสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับข้อชี้แจงรถไฟฟ้าสายสีเขียว ยังเดินหน้าต่อได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ในทางกฎหมายเดินหน้าต่อไปได้ แต่ในทางการเมืองอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ ปกติมติครม.ไม่จำเป็นต้องมีความเห็นชอบร่วมกันหมด การโหวตไม่เห็นด้วยหรืองดออกเสียงมีหลายครั้ง แต่ไม่เคยทำเป็นพรรคแบบนี้ และการโหวตของครม.เคยมี 1-2 ครั้ง ในกรณีจำเป็น เช่น สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช
‘อัศวิน’โยนผู้ใหญ่ตัดสิน-กั๊กชิงผู้ว่าฯ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการหารือกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า เรื่องนี้ต้องถามพล.อ.อนุพงษ์ เพราะเราได้ตอบเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยสอบถามมา 4 ประเด็น ไปแล้วหลายครั้งจึงหมดหน้าที่เรื่องนี้แล้ว ส่วนการพิจารณาแล้วแต่ผู้ใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหานี้จะจบในสมัยของ ผู้ว่าฯ อัศวินหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า เรื่องนี้เกิดมานาน 20-30 ปี ไม่ได้เกิดสมัยตน ฉะนั้นตนอย่างไรก็ได้ เพราะมีหน้าที่เพียงสานต่อและได้หารือกับทุกภาคส่วน ทำให้ถูกต้องตาม กระบวนการและกฎหมายแล้ว ผลออกมาจะเป็นอย่างไรแล้วแต่ผู้ใหญ่ ตนทำตามคำสั่งอย่างเดียว เมื่อถามว่าตอบคำถามที่ ครม.ถามมากลับไปหรือยัง พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ได้ตอบกระทรวงมหาดไทย ตอบแบบนี้ 8 รอบแล้ว
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวถึงความชัดเจนการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ต้องรอให้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ออกมาก่อน ถึงจะตัดสินใจลาออก ถ้าเห็นว่าลาออกก็หมายความว่าจะลงสมัคร แต่ถ้าไม่ลาออก และอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะมีผู้ว่าฯ คนใหม่ ก็หมายความว่าไม่ลงสมัคร “ผมมีเวลาตัดสินใจ 3 วัน และการตัดสินใจง่าย ไม่ยุ่งยากอะไร ตอนนี้ผมเป็นผู้ว่าฯ อยู่ จะประกาศทำไมว่าจะลงสมัครหรือไม่ลง”
‘บิ๊กป้อม’ป้องส.ส.เหตุสภาล่ม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ไปรับหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม 16 ของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ว่า “ก็เขาอยากจะเป็น แต่คนอื่นเขาไม่เอา” ผู้สื่อข่าวถามว่านายพิเชษฐได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนายพิเชษฐ
ต่อข้อถามถึงเหตุสภาล่มเมื่อวันที่ 10 ก.พ.เป็นครั้งที่ 17 ของสภาชุดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พล.อ.ประวิตร ได้ขอร้องลูกพรรคให้เข้าร่วมประชุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.เป็นเรื่องที่ ส.ส.ไม่รู้ และไม่คิดว่าจะลงคะแนน เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเล่นเกมการเมืองมากไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถาม
‘อนุชา’ขอโทษประชาชน
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ส.ส.ชัยนาท กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงสภาล่มซ้ำซาก จะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลว่า สภาล่มเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ไม่ใช่เป็นวาระสำคัญ หรือมีประเด็นอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สังคมต่อว่าการทำหน้าที่ของส.ส.ชุดนี้ ที่ปล่อยให้สภาล่มถึง 17 ครั้ง นายอนุชากล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชน เพราะมีส.ส.ไม่แสดงตน แต่ตนขอยอมรับว่าจริงๆ แล้วไม่มีส.ส.คนใดอยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงจุดที่รัฐบาลเดินมาถึงจุดที่ลำบากหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่ลำบาก มีอะไรเข้าสภาก็ไม่มีปัญหา
ส่วนข่าวการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชากล่าวว่า ในการประชุมพรรคครั้งก่อน พล.อ. ประวิตร ไม่ได้ระบุอะไร ส่วนที่มีข่าวว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างเร็วๆ นี้ ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตร จะยืนเคียงข้างนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า เรายืนข้างนายกฯ อยู่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และไม่มีตั้งพรรคสำรอง เราพยายามทำเต็มที่ ไม่กังวล
‘ชินวรณ์’ประณามฝ่ายค้านเล่นเกม
ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) แถลงกรณีสภาล่มเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่า กรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ขอให้นับองค์ประชุม ถือว่าเป็นจงใจที่ต้องการใช้สภาเป็นเกมทางการเมือง เพื่อให้สภาล่มต่อเนื่อง ในญัตติที่เป็นเรื่องรับทราบรายงานที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งถือเป็นญัตติร่วมกันของส.ส. ตนขอประณามการดำเนินการเพื่อต้องการหวังผลให้สภาเป็นตัวประกันทางการเมือง
ส่วนที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายค้านเคยทำมาก่อน ตนขอเรียนว่าการนับองค์ประชุม การวีโต้กฎหมาย หรือบอยคอตนั้น เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน แต่ในสมัยที่ พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ก็รับผิดชอบต่อองค์ประชุมสภาตลอด การประท้วงหรือนับองค์ประชุมเมื่อเห็นว่ากฎหมายที่รัฐบาลเสนอเข้ามาไม่มีความถูกต้องชอบธรรม
ถก‘ชวน’ยกเครื่องประสานงาน
นายชินวรณ์กล่าวว่า ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ได้หารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาว่า ต้องปรับปรุงประสานงานในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมในเดือนก.พ.ให้เข้มข้นขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 กรณี คือ 1.ฝ่ายค้านเล่นเกมในสภากับพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านเล่นเกมกับฝ่ายค้าน 2.กรณีไม่แสดงตน จะเกิดขึ้นต่อเมื่อฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับกฎหมายหรือญัตติสำคัญ แต่หากไม่แสดงตนเพราะอยากให้สภาล่มนั้น คิดว่าวิปสภา ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ รองประธานสภา คนที่ 1 เป็นประธาน ต้องมาหารือกันเพื่อให้เกิดความชัดเจน
3.กรณี ส.ส.ไม่แสดงตนต่อเนื่องหลายครั้งติดต่อกัน วิปรัฐบาลเห็นว่าควรร้องขอไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ควรกำชับไม่ให้ส.ส.ปฏิบัติเช่นนั้นต่อไป ซึ่งขณะนี้มีผู้มาร้องให้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ตนเห็นด้วยว่าหากไม่แสดงตนเกิน 10 ครั้ง ก็ควรมีการตรวจสอบ
ตนยังได้รับมอบหมายจากนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้หารือกับพรรค การเมืองต่างๆ ว่าเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ขอให้ร่วมมือกันรับผิดชอบองค์ประชุมและภาพลักษณ์ของสภา และตนได้หารือกับนายชวนว่า วันที่ 17-18 ก.พ. ที่จะมีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่เสนอนับองค์ประชุมในญัตติตนเอง
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สภาล่มกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้ไม่มีความแน่นอน ความเชื่อมั่นลดลง การทำงานต่างๆ จากเดิมทำได้ 80% เหลือ 60-70% เพราะค่าเบี่ยงเบนของการจัดการลดลงอยู่แล้ว ฉะนั้นนายกฯ ต้องมีท่าทีที่ชัดเจน เป้าหมายสูงสุดคืออะไร ซึ่งต้องปรับใหม่ในช่วงเวลานี้ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แแน่นอน
พทท.ซัด‘เต้’ไม่ใช่สุภาพบุรุษ
ที่รัฐสภา นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท(พทท.) แถลงว่า กรณีที่มีชื่อตน และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ร่วมอยู่ในกลุ่ม 16 ของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นั้น ตนไม่ทราบเรื่องและรู้สึกตกใจมากเมื่อทราบข่าว รวมถึงมีหลายพรรคออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าพรรคพลังท้องถิ่นไทไม่เห็นด้วย ทั้งเรื่องการยุบสภา และการลาออกของนายกฯ
“เราไม่เห็นด้วยกับกลุ่ม 16 และไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ก็ให้ออกมาปฏิเสธว่ากลุ่ม 16 เอาพรรคพลังท้องถิ่นไท ไปแอบอ้างให้ตัวเองมีราคา เราไม่เห็นด้วยกับวิธีการอย่างนี้ เพราะพรรคเล็กเคยประกาศสนับสนุนรัฐบาล แต่กลับไปตั้งกลุ่มต่อต้าน ซึ่งไม่ใช่วิธีการของสุภาพบุรุษ พรรคพลังท้องถิ่นไท คำไหนคำนั้นไม่มีกลับไปกลับมา ถ้าออกเราก็ออกเลย แต่วันนี้ยืนยันว่ายังอยู่และสนับสนุนรัฐบาล เพระการเล่นเกมกดดันแบบนี้เราไม่เห็นด้วยและไม่ถนัด”
‘แรมโบ้’โชว์มบ.เสื้อแดงหนุนบิ๊กตู่
ที่สำนักงานก.พ.เดิม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ในฐานะ ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รสทช.) เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้นำอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค ประกอบด้วย นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้าน เสื้อแดงภาคเหนือ นางนิตยา นาโล หรือ “นักสู้ปอสี่” อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง และนายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้ รวมทั้งนายสุพล หมื่นศรีพรม อดีตคอมมิวนิสต์ “สหายธวัชชัย” ในฐานะประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ยื่นเอกสารสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
นายอานนท์กล่าวว่า การสมัครเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อร่วมอุดมการณ์เป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย ตนทราบว่านายเสกสกลได้แจ้งให้พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบแล้ว ซึ่ง นายกฯ ไม่เห็นจะว่าอะไร และในอนาคต ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติอาจจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ หรือ ไม่ก็ไม่แน่ เพราะประชาชนก็เรียกร้องมาเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการจะให้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค
“ผมขอประกาศตรงนี้เลยว่า สมาชิกอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงทั้ง 28,850 หมู่บ้าน ทั่วประเทศทั้ง 4 ภาค จะขอสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละจังหวัดที่ทางพรรคส่งลงสมัครเป็นตัวแทนของประชาชนให้ได้เป็นส.ส.ที่จะมายกมือให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อเนื่องอีกสมัย” นายอานนท์กล่าว
‘สุรเชษฐ์’ลาปชป-‘อู๊ดด้า’แฉเบื้องหลัง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ต่อนายวิรัช ร่มเย็น นายทะเบียนพรรค โดยในหนังสือระบุว่าขอลาออกตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.2565 เป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้นายสุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่พอใจที่ผู้บริหารพรรคเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ของจ.นครศรีธรรมราช 3 คน ทั้งที่เขตเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเขตเดิมของตน อีกทั้งยังเคยยื่นความจำนงว่าจะขอลงเลือกตั้งส.ส.ไว้แล้ว แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อจาก ผู้บริหารพรรค
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญกับทุกคน ไม่ว่าคนเก่า คนใหม่ เพราะประชาธิปัตย์เป็นพรรค การเมืองของคนทุกรุ่น แต่กรณีของนาย สุเชษฐ์ที่ลาออกไปนั้นเป็นปัญหาเฉพาะกรณี ไม่ใช่ปัญหาพรรคไม่ให้ความสำคัญกับคนเก่า แต่เพราะหลังแพ้เลือกตั้งที่นครศรีธรรมราช นายสุรเชษฐ์ได้แจ้งว่าจะไม่ขอลงสมัครแล้ว พรรคจึงต้องหาผู้สมัครคนใหม่และได้ลงเดินในพื้นที่ไปนานแล้ว ซึ่งทราบกันว่านาย สุรเชษฐ์ก็สนับสนุน
“หลังการแก้รัฐธรรมนูญ นายสุรเชษฐ์ กลับแจ้งว่าจะขอลงสมัครอีก เลยเป็นปัญหา ซึ่งพรรคกำลังหาทางออกให้นายสุรเชษฐ์อยู่ ไม่ได้ปิดกั้นและไม่ได้ทอดทิ้ง เพราะเห็นว่านายสุรเชษฐ์เป็นผู้อาวุโส และพรรคให้ความสำคัญ แต่เมื่อนายสุรเชษฐ์ได้ยื่นลาออกก็ต้องเคารพการตัดสินใจ” นายจุรินทร์กล่าว
‘ชัยชนะ’จวกโยนระเบิดใส่หัวหน้า
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสุรเชษฐ์เป็นอดีต ส.ส.ของพรรคมาตั้งแต่ปี 2535 และได้ทำงานเพื่อประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างต่อเนื่อง ตนจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อกระบวนการสรรหาผู้สมัคร เพราะก่อนจะเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคนั้น คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ได้สอบถามอดีตส.ส.ทุกคนว่าใครประสงค์จะลงสมัครต่อบ้าง ซึ่งนายสุรเชษฐ์ได้ยืนยันกับคณะกรรมการสรรหาว่าจะขอดูก่อน เพราะอาจตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก พรรคจึงได้พิจารณาสมาชิกที่มีความประสงค์จะลงสมัครส.ส.
จนกระทั่งได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร เมื่อวันที่ 5 ก.พ. โดยว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 ยังไม่ทราบว่าจะได้ลงสมัครเขตไหน รวมทั้งต้องรอกระบวนการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ โดยจ.นครศรีธรรมราช จะได้ส.ส.เพิ่มเป็น 9 คน หากนายสุรเชษฐ์ไม่ด่วนตัดสินใจลาออกจากพรรค เชื่อได้ว่านายสุรเชษฐ์จะมีรายชื่อเป็น 1 ใน 9 ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช อย่างแน่นอน
ในการเลือกตั้งทุกครั้ง พรรคมีแนวคิด ‘ส่งเสริมคนใหม่ ใส่ใจคนเดิม’ มาตลอดการที่นายสุรเชษฐ์แถลงว่าจะกลับมาเป็นสมาชิกพรรค ต่อเมื่อนายจุรินทร์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคนั้น ถือเป็นเหตุผลที่เหมือนกับหลายคนที่ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยโยนบาปให้นายจุรินทร์ว่าไม่สามารถรักษาสมาชิกอาวุโสและบุคคลที่เป็นดาวเด่นของพรรคได้ ทั้งที่นายจุรินทร์และกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน ได้พยายามทำงานอย่างดีที่สุด ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่สลับซับซ้อนในปัจจุบันด้วย

ไทยสร้างไทย – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค แถลงเปิดนโยบายสำคัญของพรรค รวมถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้ง ที่ศูนย์อำนวยการพรรคไทยสร้างไทย ย่านลาดปลาเค้า กทม. เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
ไทยสร้างไทยเปิดแนวนโยบาย
วันเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ นายพงศกร อรรณนพพร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ นายวัฒนา เมืองสุข ประธานคณะกรรมการด้านการเมืองและกฎหมาย นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ ร่วมแถลงหลักแนวทางนโยบาย ดูแลประชาชนตั้งแต่ “เกิดจนแก่” ให้ได้มี “ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างมีศักดิ์ศรี” เพื่อตอบโจทย์ให้ “ประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง” ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย
เริ่มจากทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในระหว่างตั้งครรภ์จนคลอด จากนั้นเด็กจะต้องได้รับการศึกษาอย่างดี และทุกคนต้องจบปริญญาตรี ซึ่งปัจจุบันระยะเวลาการศึกษาของเด็กไทยตั้งแต่อายุ 3-22 ปีต้องใช้เวลาถึง 19 ปี หากลดลง 4 ปี จนจบปริญญาตรีในอายุไม่เกิน 18 ปี จะช่วยลดภาระให้ผู้ปกครอง รวมถึงเด็กนักเรียนก็ไม่ต้องเป็นหนี้ กยศ.
เมื่อเข้าสู่การทำงานในด้านต่างๆ ถ้าจะใช้วิธีการปลดปล่อย (Liberate) โดยพักใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน 1,300 กว่าฉบับ เป็นเวลา 3 ปี เพื่อทำ “Legal Sandbox” คงเหลือกฎหมายที่จำเป็น 100-200 ฉบับ รวมถึงปรับปรุงการให้บริการของระบบราชการ เพื่อเป็นหุ้นส่วนกับประชาชน ไม่ใช่เป็นนายเป็นผู้กำหนดทุกอย่างเช่นที่เป็นอยู่
นอกจากนี้ จะต้องเสริมสร้างอำนาจให้ประชาชน (Empower) โดยการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการแต่ละด้านแต่ละระดับให้เกิด Economies of scale เพื่อเสริมสร้างพลังแก่ “ประชาชนคนตัวเล็ก” ผ่านกองทุนต่างๆ ในลักษณะที่ประชาชนเข้าถึงกองทุนดังกล่าวได้ง่าย เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ก็จะได้รับนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระลูกหลาน เพื่อให้คนไทย “หายจน หมดหนี้ มีรายได้ตลอดทั้งปี”

รับขวัญ – นางยุพิน มณีวงศ์ จูบแก้มรับขวัญ ‘ไมค์’ภาณุพงศ์ จาดนอก ลูกชาย ภายหลังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจาก ศาลจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาอนุญาตให้ประกันตัว คดีม.112 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
‘ไมค์’ได้อิสรภาพ-ศาลให้ประกัน
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นัดไต่สวนคำร้องขอประกันนาย ภาณุพงศ์ หรือ ไมค์ จาดนอก แกนนำกลุ่มราษฎร ในคดีหมายเลขดำ อ.671/2564 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ ยื่นฟ้อง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกรวม 3 คน ในคดี 112 กรณีชุมนุม อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป
ศาลไต่สวนคำขอประกันตัวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หลังไต่สวนเเล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมหรือกระทำการใดอันอาจกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หรือสถาบันศาลในทุกด้าน หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 18.00-05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่เพื่อการรักษาพยาบาล หรือมีเหตุจำเป็นอื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ผู้ร้องทำสัญญาประกันโดยไม่ต้องวางหลักประกัน หากผิดสัญญาปรับ 1.5 เเสนบาท
ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายภาณุพงศ์ได้รับการปล่อยตัว ทันทีที่เดินมาถึงบริเวณด้านหน้าเรือนจำ นางยุพิน มณีวงศ์ มารดาเข้าสวมกอดลูกชายด้วยความดีใจ ท่ามกลางมวลชนที่มายืนรอต้อนรับจำนวนหนึ่ง
นายภาณุพงศ์เผยว่า ขอบคุณทุกกำลังใจจากพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่ช่วยเหลือและส่งกำลังใจตลอดเวลา ถึงแม้พวกเราจะอยู่ในเรือนจำก็ได้รับกำลังใจเหล่านี้ทำให้สภาพจิตใจแข็งแรงดี ถึงแม้อุปสรรคที่พวกเราเจอจะยิ่งใหญ่เพียงไหนก็ไม่ทำให้พวกเราหวั่นไหว