พท.เย้ยบิ๊กตู่อ้อนอนุทิน ‘ชวน’กรีดสว.อย่าจุ้นสภา กก.เปิด‘ชลธิชา’ลงปทุม

ฝ่ายค้านจัดทัพ 45 ส.ส. ชำแหละรัฐบาล 17-18 ก.พ. ก้าวไกลฮึ่ม ปูทางเข้าแดนประหารศึกซักฟอกสมัยหน้า พลังประชารัฐตั้งการ์ดประท้วง เศรษฐกิจไทยโต้ร่วมวงฝ่ายค้านถล่มรัฐบาล เพื่อไทยเย้ย ‘ตู่’อ้อน ‘อนุทิน’ ช่วยรักษาองค์ประชุมสภา เชื่อสมัยหน้าล่มอีก ลั่นรัฐบาลจบแล้ว แนะนายกฯ ลาออก ภูมิใจไทยยันรู้หน้าที่ พร้อมเป็นองค์ประชุมหลังนายกฯ ขอร้อง ‘ชวน’ กรีดส.ว. อย่าก้าวก่ายสภาผู้แทนฯ เสนอลงโทษส.ส.ไม่แสดงตน ก้าวไกลเปิด 6 ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมฯ ลูกเกด-ชลธิชา แกนนำกลุ่มราษฎร ชิงเขต 3 ‘จุรินทร์’ ย้ำส่ง ‘ดร.เอ้’ ชิงผู้ว่าฯ กทม.

ฝ่ายค้านจัดทัพ 45 ส.ส.ซักฟอก
วันที่ 12 ก.พ. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการ เตรียมความพร้อมและประเด็นของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่จะใช้ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ระหว่างวันท่ 17-18 ก.พ.ว่า ประเด็นที่จะใช้อภิปรายเป็นไปตามญัตติที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นไป ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ การทุจริต การปฏิรูปการเมืองและเหมืองทองอัคราฯ สำหรับส.ส.ที่จะขึ้นอภิปรายของ พท.มีประมาณ 30 คน รวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นทั้งหมด คือ 45 คน

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอความร่วมมือให้พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันรักษาองค์ประชุมสภา นายสุทินกล่าวว่า เป็นการสะท้อนว่าระดับความเป็นเอกภาพของรัฐบาลแย่มาก และอยู่ในช่วงที่คุยกัน ไม่ได้แล้ว ถึงขั้นนายกฯ ต้องเอ่ยปากขอเอง ทั้งที่เรื่องการรักษาองค์ประชุมเป็นเรื่องระดับวิป เมื่อถามกรณีการเอ่ยปากของนายกฯ ให้รักษาองค์ประชุมสภาเป็นสัญญาณถึงการใกล้สิ้นสุดลงของรัฐบาล นายสุทินกล่าวว่า ก็มีส่วนและสามารถคิดได้

ดักคอรัฐบาลนับองค์ประชุม
เมื่อถามว่า ช่วงใดเป็นช่วงที่รัฐบาลบอบบางและอ่อนแอที่สุด นายสุทินกล่าวว่า อย่างที่เรารู้กันว่าช่วงเวลาอันตรายคือเดือน พ.ค.-ส.ค. 2565 ทั้งนี้ ปัญหาองค์ประชุมไม่สามารถแก้ไขได้ เมื่อเสนอให้นับองค์ประชุมก็ล่มทุกครั้ง สมัยประชุมสภาครั้งหน้าหากเปิดมาก็คงล่มอีกเหมือนเดิม ถือว่าจบแล้วเพราะสภาไม่สามารถเดินต่อไปได้ ถ้าจะยุบสภากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ยังทำไม่เสร็จ ดังนั้น จึงมีทางเดียวคือนายกฯ ลาออก หากไม่ ลาออกแล้วถูกยกมือโหวตคว่ำในสภาก็จะยิ่งแย่ แต่หากนายกฯ เร่งรีบออกกฎหมายลูกให้เสร็จทันก็สามารถใช้ทางออกโดยการยุบสภาได้

เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลขู่จะนับองค์ประชุมสภาวันที่ 17-18 ก.พ.นี้ นายสุทินกล่าวว่า ขอนับองค์ประชุมได้แต่ก็จะเป็นการประจานตัวเองเพราะฝ่ายค้านอยู่ครบ แต่รัฐบาลอยู่ไม่ครบ ใครขอนับก็ถือว่าขายหน้าตัวเอง และการอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ ฝ่ายรัฐบาลทำให้องค์ประชุมล่มอาจมีปัญหาต่อการขัดขวางรัฐธรรมนูญได้

ก้าวไกลเตรียม 10 ส.ส.ชำแหละ
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ ว่า ขณะนี้ได้แบ่งประเด็นการอภิปรายให้ ส.ส.ได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่กำลังลงรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมและการวางโครงเรื่องให้ ส.ส.แต่ละคน โดยได้วางส.ส.ที่จะอภิปรายไว้ประมาณ 10 กว่าคน แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนจำนวนบ้าง

เมื่อถามว่ารูปแบบการอภิปรายของพรรคก้าวไกล เน้นไปที่ภาพรวมหรือตัวบุคคล นายธีรัจชัยกล่าวว่า เน้นทั้งสองอย่างคือ การสะท้อนปัญหาของแต่ละพื้นที่ ภาพความล้มเหลว ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และการเน้นไปที่ตัวบุคคล

ไม่แสดงตนไม่ใช่ความผิด
เมื่อถามถึงความกังวลว่ารัฐบาลจะเสนอนับองค์ประชุมเพื่อให้สภาล่มบ้าง วิปรัฐบาลอ้างได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ ส.ส.ที่ไม่แสดงตนเกิน 10 ครั้ง นายธีรัจชัยกล่าวว่า ตนคิดว่าการไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุมคงไม่สามารถนำมาเป็นความผิดได้ ปกติพรรคฝ่ายค้านเสียงน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้ว กลยุทธ์เดียวที่ฝ่ายค้านสามารถทำได้คือ การเสนอนับองค์ประชุม เพื่อทำให้ฝ่ายรัฐบาลไม่ทำตามอำเภอใจแบบพวกมากลากไป เมื่อถามว่ามีความมั่นใจว่าจะไม่เกิดสภาล่มในวันที่ 17-18 ก.พ.ใช่หรือไม่นายธีรัจชัยกล่าวว่า ไม่เกิดแน่นอน เพราะการอภิปรายทั่วไปไม่มีการลงมติ แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลจะขอนับองค์ประชุมนั่นคือความแตกแยกภายในรัฐบาลเอง

พปชร.ตั้งการ์ดประท้วง
นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธาน วิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือกับการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติว่า การอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นการซักถามข้อเท็จจริงและชี้แนะ ส.ส.ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิซักถามและชี้แนะครม. ได้ โดยที่ครม.ต้องตอบประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจน แต่หากฝ่ายค้านเน้นการอภิปรายโจมตีโดยไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึก มีแต่เสียดสีกระแนะกระแหนนอกข้อบังคับนั้น พปชร. และพรรคร่วมรัฐบาลมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเตรียมลุกขึ้นโต้แย้งอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่า ครม.จะตอบคำถามฝ่ายค้านได้ นายนิโรธ กล่าวว่า “รัฐมนตรีแต่ละคนเป็นผู้ปฏิบัติงาน เป็นผู้บริหาร เขารู้ว่าเขาทำอะไร ฝ่ายค้านจะไปเหนือกว่าเขาได้อย่างไร จะดีและเก่งกว่าก็เอาแต่ข้อมูลเท็จมาพูดก็เท่านั้น แต่รัฐมนตรีเขาก็ชี้แจงตามความเป็นจริงของเขาที่เขาปฏิบัติงาน จะสู้ไม่ได้ก็ตรงนี้เพราะรัฐมนตรีพูดเท็จไม่เป็น

ฉะวุฒิภาวะผู้นำฝ่ายค้าน
นายนิโรธให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ. ประยุทธ์ขอให้ส.ส.ช่วยกันเป็นองค์ประชุมไม่ให้สภาล่ม ว่าที่นายกฯระบุถึงเรื่ององค์ประชุมนั้น จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรค และเลขาฯของแต่ละพรรคต้องคุยกับลูกพรรค หรือมีการประชุมร่วมกันระหว่างหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯแต่ละพรรคร่วมรัฐบาล

วิปไม่ได้มีหน้าที่ไปสั่งให้ผู้แทนมาประชุม แต่มีหน้าที่เพียงแค่ประสานเรื่องราวต่างๆ ที่จะบรรจุระเบียบวาระสภาเท่านั้น
การประชุมสภาเป็นการประชุมของ ส.ส.ไม่ได้เป็นการประชุมฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ซึ่งเป็นสามัญสำนึกของแต่ละคน

“ประเพณีดีๆ กลับไม่ดูเป็นตัวอย่าง ฝ่ายค้านสมัยเป็นรัฐบาลถูกเขากระทำโน่นนี่ มีแต่ความทรงจำอันเลวร้าย อาฆาตมาดร้ายและเอาสภาเป็นที่ระบายอารมณ์ เอาประชาชนเป็นตัวประกัน วุฒิภาวะเช่นนี้ใช้ได้หรือไม่ในระดับผู้นำฝ่ายค้าน” พิธาชี้ปูพรมเข้าแดนประหาร

ที่ตลาดอิงน้ำสามโคก จ.ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความสั่นคลอนของพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ต้องใช้ คำว่าหนีเสือปะจระเข้ ตอนอยู่ที่สภาก็โดนคลื่นใต้น้ำแบบหนึ่ง ถ้าจะให้เกินองค์ประชุมต้องใช้ 237 เสียง พรรคฝ่ายค้านมี 210 เสียง รัฐบาลมี 260 กว่าเสียง แต่มีพรรคใหม่เกิดขึ้นประมาณ 20 เสียง พรรคเล็กอีก 10 เสียง ต้องเรียกว่าดาบนั้นคืนสนอง เพราะความพิกลพิการของ รัฐธรรมนูญ 60 ที่ทำให้มีบันไดในการสืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เกิดความสั่นคลอนในสภาได้ จระเข้ก็คือครม.ที่ไม่ลงรอยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

การอภิปรายทั่วไป 17-18 ก.พ. จะแนะนำรัฐบาลและซักถามวิกฤตปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้ จะเป็นการปูพรมไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ในสมัยประชุมหน้า บางเรื่องที่เป็นการทุจริตที่จับได้คาหนังคาเขา มีข้าราชการชั้นสูง ส่งข้อมูลมาให้ก็อาจไม่ใช้ในเวทีนี้ แต่จะเก็บไว้ใช้ในเวทีมาตรา 151 เพราะอยากให้อาวุธที่ใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลอยู่ในเวทีที่ล้มได้จริงๆ ซึ่งช่วงเม.ย.-พ.ค. เป็นช่วงแดนประหารของรัฐบาล จะเห็นภาพความสั่นคลอนได้ชัดเจนมาก และช่วงส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญก็จะวินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เราจะดูจังหวะการเมืองและนำผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งในการใช้สภาให้เป็นประโยชน์

ยันฝ่ายค้านมีเอกภาพ
เมื่อถามถึงการยุบสภา นายพิธากล่าวว่า มีความเป็นไปได้ตลอด แต่วิเคราะห์แบบปกติไม่ค่อยได้ เพราะรัฐบาลเข้าสู่อำนาจแบบไม่ปกติ ถ้ารัฐบาลมาด้วยประชาธิปไตยแบบเต็มใบ ป่านนี้ยุบสภาไปนานแล้ว แต่เนื่องจากมีกลไกพิเศษหลายอย่าง ทั้งส.ว.250 คน และองค์กรอิสระต่างๆ ก็อาจพยายามยื้อไป แต่เกมการเมืองมองช็อตเดียวไม่ได้ เมื่อแตกออกมาเป็นพรรคใหม่มีอยู่ 20 เสียง คงต้องหาวิธีซื้อส.ส.ฝ่ายค้านคืนไปให้ได้ 20 เสียง

ส่วนเสถียรภาพพรรคร่วมฝ่ายค้านมีเอกภาพดี ตนได้พูดคุยกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อยู่ตลอด แน่นอนว่ามีความแตกต่างกันบ้างเรื่องวิธีการและวิธีคิด จึงเป็นสาเหตุที่เราอยู่กันคนละพรรค แต่เป้าหมายใหญ่ในการเอาเผด็จการออกจากรัฐสภายังเหมือนกัน หากเกิดการวิจารณ์ใดๆ เราก็น้อมรับและปรับตัว

เศรษฐกิจไทยโต้ร่วมวงถล่มรัฐบาล
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวส.ส. ในพรรคเตรียมร่วมอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้ยินใครพูดว่าจะไปร่วมอภิปรายตามที่มีกระแสข่าว แต่โดยหลักการเรื่องการอภิปรายเป็นเอกสิทธิ์ของผู้แทน ย้ำว่าเวลานี้ยังไม่ได้ยิน เมื่อถามว่าหากมี ส.ส.ในพรรคไปอภิปรายนายกฯ และรัฐบาล อาจมีเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมเพราะก่อนหน้านี้ระบุยังอยู่ฟากรัฐบาล นายไผ่กล่าวว่า เรายังไม่เคยพูดสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนรัฐบาล แต่ระบุถึงยืนจุดยืนการทำงานของเราคือ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

ภท.ยันเป็นองค์ประชุมหลังตู่อ้อน
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม พูดกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้า ภท. เรื่ององค์ประชุมในวันอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ 17-18 ก.พ.นี้ว่า “หนูช่วยกันหน่อยนะ” ว่า นายอนุทินยังไม่ได้พูดคุยหรือนัดประชุมเรื่องนี้กับ ส.ส.ในพรรค ส่วนเรื่ององค์ประชุม ภท.ไม่ต้องกำชับ และไม่เคยมีปัญหา เพราะส.ส.ภูมิใจไทยรู้หน้าที่ ตอนเริ่มต้นเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเรามี ส.ส.อยู่ 51 เสียง ยืนยันแต่ละครั้ง เราจะมี ส.ส.แสดงตนเป็นองค์ประชุมไม่น้อยกว่า 51 เสียงแน่นอน

ชวนกรีดส.ว.อย่าก้าวก่ายงานสภา
นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีมี ส.ว.ระบุให้แก้ปัญหาสภาล่ม ด้วยการตรวจสอบลงโทษส.ส.ที่เข้าร่วมประชุม แต่ไม่ยอมเป็นองค์ประชุมด้วยวิธีการต่างๆ ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภา แสดงความขอบคุณหลายฝ่าย รวมทั้ง ส.ว.ที่แสดงความห่วงใย โดยแนะนำว่าวิจารณ์ได้ แต่ไม่ประสงค์จะให้ใครมาก้าวก่ายงานของสภา คำแนะนำให้แก้ระเบียบสภาคงไม่มีความจำเป็น เพราะระเบียบไม่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาอยู่ที่พฤติกรรมคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสุดท้ายประชาชนเขาดูอยู่ ชาวบ้านจะใช้ดุลพินิจตัดสินเองในวันที่เขาได้เข้าคูหา อย่าด้อยค่าสภาผู้แทนฯ พร่ำเพรื่อ ให้ถูกมองในแง่ลบ เพราะอย่างไรสภาคือเสาหลักทางประชาธิปไตยของระบบนี้

โฆษกรัฐยืนยันตู่ไม่ยุบสภา
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) มองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะอยู่ถึงเป็น เจ้าภาพจัดประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.นี้ เพราะเจอทั้งศึกในและศึกนอก ว่า ยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังทำหน้าที่นายกฯ บริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ไม่มีความจำเป็นที่ต้องยุบสภา เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน มีแต่จะเสียงบประมาณจัดการเลือกตั้งใหม่

แม้ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ก็ไม่มีความจำเป็นที่ นายกฯ ต้องยุบสภาเพราะรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้ทำอะไรผิดที่สำคัญการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายครั้งที่ผ่านมาพิสูจน์ให้ ประชาชนเห็นแล้วว่าเป็นการอภิปรายแบบ ตัดแปะ ข้อมูลไร้น้ำหนัก มีแต่ข้อกล่าวหา สาดโคลน ไม่ได้เกิดประโยชน์หรือสาระอะไรให้ประชาชนและบ้านเมือง

ปชป.ไม่กังวลศึกซักฟอก
เวลา 11.00 น. ที่เคหะแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 จะเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลได้หรือไม่ว่า ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเขย่าเสถียรภาพรัฐบาล แต่ถือเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล เราก็ต้องสนับสนุน นายกฯ ก็สั่งการแล้วว่าให้เตรียมการ หากต้องตอบประเด็นไหนที่เป็นประเด็นเฉพาะนายกฯ นายกฯ ก็ต้องตอบ ส่วนอื่นๆ เกี่ยวกับกระทรวงไหน กระทรวงนั้นก็ต้องมีหน้าที่ตอบ ยกเว้นเกินอำนาจกระทรวง นายกฯ หรือคนอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันก็ต้องช่วยกันตอบ

“ส่วนเรื่องข้าวของแพงไม่มีปัญหาหลายกระทรวงจะช่วยกันตอบ ท่านนายกฯ ก็จะช่วยตอบ กระทรวงเกษตรฯก็จะช่วยตอบ ผมก็จะช่วยตอบ และรัฐมนตรีพลังงานก็จะช่วยเพราะมันสัมพันธ์กัน ของไม่ได้แพงมาเพราะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่มีที่มาทั้งต้นทุนน้ำมันแพง อะไรต่อมิอะไร

อ่านการเมืองออก-พร้อมเลือกตั้ง
นายจุรินทร์กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้เร็วหรือไม่ว่า ตอบไม่ถูก แต่เสถียรภาพรัฐบาลในสถานการณ์ปัจจุบันขึ้นอยู่กับ 2 ประเด็น 1.สถานการณ์ในครม. และ 2.สถานการณ์ในสภาผู้แทนราษฎร ใน ครม.คงจะเห็นความคืบหน้าว่านายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล พยายามหาทางคลี่คลายปัญหาไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ส่วนในสภาเป็นหน้าที่ของวิปต้องไปดำเนินการให้สภาเดินหน้าต่อไปได้ นำกฎหมายรัฐบาลให้ผ่านความเห็นชอบของสภาไปให้ได้ เพราะกฎหมายเป็นเครื่องมือในการเดินหน้านโยบาย และนโยบายบางอย่างต้องอาศัยกฎหมายจึงทำได้ วิปรัฐบาลมีหน้าที่เข้าไปช่วยผลักดันกฎหมายให้ผ่าน ก็เห็นใจวิปเพราะเขาทำหน้าที่มาเต็มที่แล้ว

เมื่อถามว่าไม่ว่าจะมีการยุบสภาเกิดขึ้นเมื่อได ปชป.ก็พร้อมแล้ว นายจุรินทร์กล่าวว่า ก็ต้องพร้อม ที่จริงก็พร้อมมาระดับหนึ่งแล้ว เพราะเราอยู่ในวงการเมืองพออ่านการเมืองออก และพอเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร

ยันส่งดร.เอ้ชิงผู้ว่าฯกทม.
นายจุรินทร์ยังกล่าวถึงข่าวลือจากคนนอกพรรค ปชป.อาจเปลี่ยนตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยน เพราะก่อนจะเปิดตัวนายสุชัชวีร์ได้ผ่านขั้นตอนกระบวนการตามข้อบังคับพรรคจบสิ้นครบถ้วนแล้ว กระทั่ง กก.บห.พรรคมีมติเห็นชอบจึงนำไปสู่การเปิดตัว พรรคก็ไม่มีความคิดจะเปลี่ยนตัว ต้องขอยืนยัน รอว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อไร ก็จะไปสมัครตามนั้น รวมทั้ง ส.ก.อีก 50 เขต ที่เปิดตัวไปแล้ว

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษก ปชป. กล่าวว่า ตามที่โลกออนไลน์ระบุจะเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เป็นข่าวเท็จโดยสิ้นเชิง อย่าหลงเชื่อ ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติใดๆ เกี่ยวกับการผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนาม พรรค ถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของพรรค อยากให้พิจารณาถึงเครดิตผู้ให้ข่าวด้วยว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ เชื่อว่าไม่ได้หวังดีกับพรรค เพราะพยายามสร้างข่าวใน แง่ลบเพื่อหวังดิสเครดิต ปชป.

ดร.เอ้ไม่ท้อ-พร้อมให้ตรวจสอบ
ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่าขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ส่งกำลังใจมาให้เพื่อบอกว่าห้ามท้อ ซึ่งท้อไม่ได้ เพราะกล้าอาสาออกมาวันนี้ ไม่ได้ออกมาทำเพื่อตัวเอง ถ้าทำเพื่อตัวเองมาเจออะไรแบบนี้คงกลับบ้านดีกว่า แต่วันนี้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพ และอยากเห็นชีวิตของลูกหลาน พ่อแม่คนกรุงเทพดีขึ้น วันนี้ลงพื้นที่มาแล้ว 20 เขต เพื่อหาหนทางแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพ โดยเฉพาะปัญหาซ้ำซาก ได้รับเสียงสะท้อนดีมาก ดีกว่าที่คิด
ส่วนข่าวกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ จะเชิญเข้าชี้แจง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว ขอย้ำว่าวันนี้ตั้งใจเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการพร้อมรับการตรวจสอบ และไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ

ชัชชาติลุยบางคอแหลม
ที่ศูนย์ฝึกอาชีพวัดวรจรรยาวาส เขตบางคอแหลม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ตรวจเยี่ยมและร่วมพูดคุยกับครูและนักเรียน ซึ่งกำลังเรียนพัฒนาทักษะอาชีพต่างๆ โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีศูนย์ฝึกอาชีพสังกัดสำนักงานเขต 15 ศูนย์ สังกัดสำนักพัฒนาสังคม 10 แห่ง โดยศูนย์ฝึกอาชีพวัดวรจรรยาวาส เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนกรุงเทพจำนวนมาก เศรษฐกิจในปัจจุบัน กทม.ต้องพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพอย่างครบวงจรและเข้มข้น พัฒนาทักษะใหม่ๆ สำรวจความต้องการในตลาดแรงงาน ป้อนแรงงานให้เอกชน

การลงพื้นที่เขตบางคอแหลมช่วงเช้า นายชัชชาติยังสำรวจพื้นที่ใต้สะพานพระราม 3 ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชี้ให้เห็นศักยภาพของพื้นที่ขนาดเล็กจำนวนมากในกทม. ที่พัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อทุกคนได้ พร้อมสำรวจชุมชนสวนหลวง 1 ชุมชนมุสลิมที่มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและมีสภาพแวดล้อมร่มรื่น สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่จัดเทศกาลระดับเมือง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้

บุกปทุมฯ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยกคณะลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมซ้ำซาก ที่ชุมชนวัดหงษ์ปทุมาวาส อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมแนะนำตัว 6 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 ก.พ.

พิธาเปิดตัว‘ชลธิชา’ชิงสส.ปทุม
วันที่ 12 ก.พ. ที่ตลาดน้ำอิงสามโคก จ.ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี 6 เขต ได้แก่ เขต 1 นายเจษฎา ถาวรธรรมฤทธิ์, เขต 2 นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ, เขต 3 น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, เขต 4 นายเชตะวัน เตือประโคน, เขต 5 นายประสิทธิ ปัทมผดุงศักดิ์ และเขต 6 นายพิชัย ปิยะกาโส ลงพื้นที่เพื่อแนะนำผู้สมัคร และนโยบายของพรรค

นายพิธากล่าวว่า ผู้สมัครทั้ง 6 คนคัดมาอย่างดี มั่นใจมีอุดมการณ์ที่หนักแน่น ไม่มีงูเห่าแน่นอน เราต้องการมาทวงแชมป์คืนในเขต 3 สมัยพรรคอนาคตใหม่ที่ย้ายไป ภท. โดยเลือก น.ส.ชลธิชา เพราะอุดมการณ์ที่หนักแน่น ประสบการณ์ในการทำงาน และยังเคยเป็นกมธ.วิสามัญเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนร่วมกับพรรคก.ก.มาแล้ว เลือกวันนี้พรุ่งนี้ทำงานได้เลย มั่นใจจะเรียกความเชื่อมั่นคืนมาจากชาวปทุมธานีที่รักในประชาธิปไตยได้แน่นอน

เมื่อถามถึงความกังวลจะมีปัญหาเรื่องคดีหรือไม่ น.ส.ชลธิชา แกนนำกลุ่มราษฎร กล่าวว่า ตนยังมีอีกหลายคดีที่ยังค้างคาพัวพันอยู่ อยู่ในชั้นสืบพยาน ทุกคดีเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ยังไม่มีการตัดสินอยู่ในชั้นสืบพยาน มั่นใจจะไม่มีเรื่องการถูกตัดสิทธิการลงสมัคร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน