716รายเสี่ยงสูง-กักตัว ยอดติดยืนหมื่นวันที่ 9 ป่วยเกินร้อย46จว.แล้ว

พิษโควิดทำวุ่น 716 นักเรียนชัยภูมิขาดสอบโอ-เน็ต เหตุต้องกักตัว ขณะผู้ติดเชื้อรายวัน 1.58 หมื่นรายเกินหมื่นเป็นวันที่ 9 ดับ 24 ราย 46 จังหวัดติดโควิดเกินร้อยรายมาจากต่างประเทศติด 200 ราย ‘หมอตี๋’เตรียมหารือ‘อนุทิน’ ชงเลื่อนปลดโควิดพ้นยูเซป ด้านสปสช.ยันป่วยโควิดรักษาฟรี ฉุกเฉินวิกฤตเข้าได้ทุกร.พ. ตู่พอใจ ‘อียู’ รับรองดิจิทัลเฮลท์พาสในหมอพร้อม เตรียมเปิดด่านชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ อุบลฯ ผวารอบสองคลัสเตอร์แม่ค้า หมอเชียงใหม่เตือนยอดติดเชื้อจริงสูงกว่าทุกระลอก

โควิด 1.58 หมื่นรายดับ 24
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 9 นับจากการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นมา คือ 15,882 ราย สะสม 2,593,327 ราย หายป่วย 9,482 ราย สะสม 2,446,022 ราย เสียชีวิต 24 ราย สะสม 22,436 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 124,869 ราย มีอาการหนัก 641 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 126 ราย ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 25 ราย มาจาก 13 จังหวัด ได้แก่ กทม.สูงสุด 10 ราย, ภูเก็ต ชลบุรี จังหวัดละ 2 ราย และนครปฐม สมุทรปราการ นครราชสีมา เลย ศรีสะเกษ อุดรธานี อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช นครนายก และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 13 ราย หญิง 11 ราย อายุ 49-99 ปี เฉลี่ย 74 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 92%

46จว.ติดเชื้อเกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,920 ราย 2.สมุทรปราการ 948 ราย 3.นนทบุรี 826 ราย 4.ชลบุรี 714 ราย 5.ภูเก็ต 462 ราย 6.นครปฐม 394 ราย 7.นครราชสีมา 384 ราย 8.ราชบุรี 376 ราย 9.นครศรีธรรมราช 375 ราย และ 10.ปทุมธานี 338 ราย

สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 36 จังหวัด คือ สมุรสาคร 327 ราย, บุรีรัมย์ 297 ราย, ขอนแก่น 260 ราย, ระยอง 252 ราย, สระบุรี 242 ราย, กาญจนบุรี 239 ราย, เชียงใหม่ 226 ราย, ฉะเชิงเทรา 221 ราย, หนองบัวลำภู 213 ราย, ร้อยเอ็ด 210 ราย, มหาสารคาม 205 ราย, สุรินทร์ 185 ราย, ชัยภูมิ 184 ราย, สุพรรณบุรี 183 ราย, เพชรบุรี 175 ราย, อุบลราชธานี 173 ราย, ปราจีนบุรี 162 ราย, สุราษฎร์ธานี 161 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 155 ราย, ลพบุรี 148 ราย, พิษณุโลก 147 ราย, กาฬสินธุ์ 141 ราย, พังงา 141 ราย, สกลนคร 139 ราย, พระนครศรีอยุธยา 138 ราย, ศรีสะเกษ 136 ราย, อุดรธานี 136 ราย, พัทลุง 134 ราย, หนองคาย 122 ราย, นครสวรรค์ 120 ราย, จันทบุรี 117 ราย, ชุมพร 115 ราย, อุตรดิตถ์ 112 ราย, สงขลา 108 ราย, กำแพงเพชร 104 ราย และชัยนาท 102 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อหลักหน่วย 1 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน 8 ราย

มาจากต่างประเทศ 200 ราย
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 87 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 200 ราย ใน 36 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 70 ราย, เยอรมนี 16 ราย, อิสราเอล 10 ราย, เมียนมา 9 ราย, ฝรั่งเศส อังกฤษ ประเทศละ 8 ราย, ยูเครน ศรีลังกา เดนมาร์ก ประเทศละ 7 ราย, คาซัคสถาน 6 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 64 ราย แซนด์บ็อกซ์ 129 ราย ระบบกักตัว 5 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 2 ราย

สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-12 ก.พ. 2565 จำนวน 71,215 ราย รายงานติดเชื้อ 2,175 ราย คิดเป็น 3.05% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 33,811 ราย ติดเชื้อ 265 ราย คิดเป็น 0.78% แซนด์บ็อกซ์ 31,721 ราย ติดเชื้อ 1,754 ราย คิดเป็น 5.53% และกักตัว 5,683 ราย ติดเชื้อ 156 ราย คิดเป็น 2.75%

การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 12 ก.พ. ฉีดได้ 270,440 โดส สะสมรวม 119,733,753 โดส เป็นเข็มแรก 52,774,125 ราย คิดเป็น 75.9% ของประชากร เข็มสอง 49,217,402 ราย คิดเป็น 70.8% ของประชากร และเข็มสาม 17,742,226 ราย คิดเป็น 25.5% ของประชากร

สปสช.ยันป่วยโควิดรักษาฟรี
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีการเตรียมยกเลิกโรคโควิด-19 จากภาวะฉุกเฉินวิกฤตรักษาทุกที่ (UCEP) มาเป็นการรักษาตามสิทธิของแต่ละบุคคล วันที่ 1 มี.ค.นี้ ว่า การออกประกาศเป็นอำนาจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการปลดโควิดออกจากภาวะฉุกเฉินตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล แต่หากมีการประกาศออกมา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รักษา ดังนั้น การใช้ คำว่า “หมดสิทธิรักษาฟรี” จึงไม่ถูกต้อง ยืนยันว่ายังรักษาฟรีและรักษาฟรีทุกโรคไม่เฉพาะแค่โควิด

นพ.จเด็จกล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องทำความเข้าใจหลักการระบบสาธารณสุขของไทยก่อน คือ 1.เมื่อเจ็บป่วยจะได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิที่ตัวเองมี เช่น สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง ฯลฯ และ 2.หากมีอาการฉุกเฉิน ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการที่ใกล้บ้านที่สุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน ซึ่งกรณีของโควิดตั้งแต่ปี 2563 สธ.ประกาศว่าโรคโควิด-19 ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากในช่วงแรกจนถึงช่วงสายพันธุ์เดลตา มีความกังวลว่าเมื่อป่วยแล้วเชื้อจะลงปอด ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ จึงต้องประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินเพื่อให้รีบนำ ผู้ป่วยเข้าไปรักษาให้เร็วที่สุด

ขณะนี้การระบาดคือสายพันธุ์โอมิครอน ผู้ป่วย 80-90% แทบไม่มีอาการ รักษาตัวที่บ้านในระบบโฮมไอโซเลชั่น ได้ หรือมีเวลาเดินทางไปร.พ. ไม่ได้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ไม่มีเหตุที่ต้องรีบเข้าร.พ.ที่ใกล้ที่สุด ดังนั้น หากมีการประกาศให้โรคนี้ไม่เป็นภาวะฉุกเฉิน ผู้ป่วยก็ไปรับการรักษาได้ตามระบบปกติ เช่น สิทธิบัตรทอง จะมีหน่วยบริการประจำที่ลงทะเบียนไว้ ก็ไปรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือหาก เข้าระบบการดูแลแบบโฮมไอโซเลชั่น สปสช.ก็ยังดูแลค่าใช้จ่ายให้เหมือนเดิม

ฉุกเฉินวิกฤตเข้าได้ทุกรพ.
นพ.จเด็จกล่าวอีกว่า กรณีเข้ารักษาใน ร.พ.เอกชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบสุขภาพใดระบบสุขภาพหนึ่ง ในอดีตประชาชนสามารถไปได้เฉพาะในภาวะฉุกเฉินวิกฤต ซึ่งเมื่อโรคโควิดถูกประกาศว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน ก็หมายความว่าผู้ป่วยไปรักษาใน ร.พ.ประเภทนี้ได้ แต่หากไม่ได้ถูกประกาศว่าเป็นภาวะฉุกเฉินแล้ว ขอแนะนำให้ไปรักษาใน ร.พ.ที่อยู่ในระบบของสิทธิสุขภาพตามระบบปกติ เพราะหากไม่มีอาการฉุกเฉินแล้วไป ร.พ.เอกชนที่อยู่นอกระบบ กองทุนสุขภาพต่างๆ จะไม่ได้เข้าไปดูแลค่าใช้จ่ายให้

“การจะเข้ารับบริการใน ร.พ.เอกชนให้ดูอาการเป็นหลัก หากป่วยเป็นโควิดแล้วมีอาการฉุกเฉินด้วย เช่น ไข้สูง หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย ความดันต่ำ ไม่ค่อยรู้สึกตัว รู้สึกจะเป็นลม ก็สามารถเข้า ร.พ.เอกชนที่อยู่นอกระบบได้ด้วยอาการฉุกเฉินวิกฤตนั้น ทางกองทุนสุขภาพของ ผู้ป่วยรายนั้นๆ จะตามไปดูแลให้ สรุปถ้าป่วยด้วยโควิดหากเข้ารักษาตามสิทธิสุขภาพของตนก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม แต่หากไป ร.พ.ที่ไม่ได้อยู่ในระบบและไม่มีอาการฉุกเฉิน กองทุนสุขภาพจะไม่ได้เข้าไปดูแลแล้ว” นพ.จเด็จ กล่าว

ตู่พอใจ‘อียู’รับรองดิจิทัลเฮลท์พาส
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบและยินดีกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) ให้การรับรอง ไทยแลนด์ดิจิทัลเฮลท์พาส ในระบบหมอพร้อม ให้ใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางในยุโรปได้เทียบเท่ากับ อียู ดิจิทัล โควิด เซอร์ทิฟิเคต (EU Digital COVID Certificate หรือ EU DCC) นับเป็นผลจากการความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลไทย ที่ดำเนินการปลดล็อก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และกระตุ้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในการหารือระหว่างนายกฯกับ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้หยิบยกความสำเร็จดังกล่าวของรัฐบาลไทยหารือกับนายกฯ

นายธนกรกล่าวว่า นายกฯขอบคุณ และชื่นชมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่ดำเนินการผลักดันจนสหภาพยุโรป ให้การรับรองจนผ่านการรับรองระบบการตรวจสอบเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด-19 จากสหภาพยุโรป ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าประเทศในระบบนี้กว่า 60 ประเทศ ดินแดน ได้แก่ ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป 27 ประเทศ และประเทศนอกสหภาพยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรอง 33 ประเทศ รวมถึงสามารถใช้แสดงข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในประเทศ ดินแดนเหล่านั้นได้ด้วย และสามารถใช้ติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ ทั้งนี้ไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียน ที่ได้รับการรับรองระบบนี้ ซึ่ง ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคนสามารถใช้เอกสารรับรองบนหมอพร้อม แสดงสถานะสุขภาพ ก่อนเดินทางสู่ประเทศ ดินแดนที่เข้าร่วมของสหภาพยุโรป

เตรียมเปิดด่านชายแดนใต้
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผอ.ศบค. สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการศบค.และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านท่องเที่ยวและกีฬา (ศปก.กก.) เร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบก รับนักท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส และสตูล คาดว่าน่าจะเปิดได้ประมาณเดือนมี.ค.นี้ ขณะที่ประเทศมาเลเซีย มีความพร้อมดำเนินการเช่นกัน และให้กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนการประสานงาน ในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบอย่างเป็นทางการ

เดิมคาดว่าจะการพิจารณาเปิดด่านช่วงเดือนม.ค. แต่เจอสายพันธุ์โอมิครอน จึงเลื่อนออกไป ขณะนี้ ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ที่จะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่น ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนใต้ ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง แต่ระบบสาธารณสุข และเรื่องเตียงรองรับผู้ป่วยอาการหนัก และยารักษา ให้ผู้ป่วยในระบบโฮมไอโซเลชั่น และคอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น ยังมีเพียงพอ

หมอตี๋ค้านโควิดพ้นยูเซป
ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ด้วยการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน และการผ่อนคลายมาตรการทางสังคม ทำให้ประเทศไทยพบการติดเชื้อในช่วงขาขึ้น ยังเห็นตัวเลขรายวันหลักหมื่นราย ยังไม่นับรวมผู้ป่วยเข้าข่าย ที่ผลการตรวจเอทีเคเป็นบวก ซึ่งตนมีความคิดเห็นที่จะนำเรื่องดังกล่าวหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการสธ. ในการเลื่อนการประกาศให้โรคโควิด-19 ออกจากยูเซป เป็นวันที่ 1 เมษายน 2565 ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง และเตรียมพร้อมในการปรับตัว

“ในช่วงที่เคสกำลังขึ้น แล้วมีการปรับเรื่องระบบประเด็นสิทธิรักษา ดังนั้น ต้องมีระยะเวลาเพื่อสื่อสารความเข้าใจกับประชาชนด้วย” นายสาธิตกล่าวและว่า อีกทั้งยังต้องหารือกับกรมการแพทย์ด้วย เพราะมีประเด็นเพิ่มมาว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีโรคร่วม เช่น มะเร็ง โรคปอด เป็นต้น ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องใช้ศักยภาพของเตียงผู้ป่วยมากขึ้น โดยต้องรวบรวมเตียงจากโรงพยาบาล (ร.พ.) เอกชน มารวมกันด้วย

นายสาธิตกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงและทำความเข้าใจว่า ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ สามารถรักษาที่บ้านได้ ซึ่งทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีระบบสายด่วน 1330 ที่ค่อนข้างจะอยู่ตัวแล้ว โดยหลายคนก็อยากรักษาที่บ้าน (Home Isolation) มากกว่าที่ต้องไปอยู่ใน ร.พ.หรือในฮอสพิเทล (Hospitel) ดังนั้น เราต้องคงระบบนี้ไว้

โควิดตายสูงกว่าไข้หวัดใหญ่
นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก “Thira Woratanarat” ระบุว่า “ทะลุ 410 ล้านแล้ว เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มสูงถึง 1,847,379 คน ตายเพิ่ม 7,584 ราย รวมแล้วติดไปรวม 410,552,022 คน เสียชีวิตรวม 5,827,714 ราย 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ รัสเซีย เยอรมัน บราซิล ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 87.51 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 77.28

ล่าสุดจำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปนั้นคิดเป็นร้อยละ 53.39 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 36.77 เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปครอง 5 ใน 10 อันดับแรก และ 10 ใน 20 อันดับแรกของโลก อัพเดตความรู้โควิด-19 สุดสัปดาห์ หนึ่ง “โรค COVID-19 มีอัตราป่วยตายสูงกว่าไข้หวัดใหญ่” แม้ Omicron จะรุนแรงน้อยลงกว่าเดิม แต่อัตราป่วยตายของโควิด-19 ยังสูงกว่าไข้หวัดใหญ่ราว 1.6 เท่า หากดูจากข้อมูลในสหราชอาณาจักร

ในขณะที่จำนวนการตายจากโควิด-19 ทั่วโลกนั้น ก็สูงมากในแต่ละวัน หากเปรียบเทียบจำนวนการตายจากโควิด-19 กับจำนวนการตายจากไข้หวัดใหญ่ในบางประเทศที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก เช่น สหรัฐอเมริกา จะพบว่าสูงกว่าถึง 100 เท่าเลยทีเดียว ดังนั้นปัจจุบัน หากดูตามข้อมูลวิชาการจึงฟันธงว่า COVID-19 ไม่ใช่หวัดธรรมดา และไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่

เสี่ยงเกิดโรคหัวใจ-หลอดเลือด
สอง “การติดเชื้อโรคโควิด-19 ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต” การศึกษาในสหรัฐอเมริกาในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ ชี้ให้เห็นว่าหลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 และรักษาหายแล้ว คนที่ติดเชื้อนั้นก็ยังเสี่ยงต่อการเป็นปัญหาเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด ราว 20 ชนิด ในช่วง 12 เดือนถัดมา อาทิ หัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจหยุดเต้น โรคหลอดเลือดสมอง ลิ่มเลือดอุดตันในปอดและหลอดเลือดต่างๆ เป็นต้น

ทั้งนี้พบว่า คนที่เคยติดเชื้อจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนไม่ติดเชื้อ 52% และมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาหัวใจล้มเหลวมากกว่าคนไม่ติดเชื้อ 72%

โดยเฉลี่ยแล้ว ในกลุ่มคนที่เคยติดเชื้อ 1,000 คน จะมี 45 คนที่มีปัญหาหัวใจและหลอดเลือดข้างต้นอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลา 12 เดือนหลังการติดเชื้อ ข้อมูลวิชาการข้างต้นชี้ให้เห็นว่าประวัติการติดเชื้อโรค โควิด-19 มาก่อนนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต และถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของภาวะลองโควิด (Long COVID) ที่จะเป็นผลกระทบระยะยาวต่อตัวคนที่ติดเชื้อ ครอบครัว และสังคม

อุบลฯเจอคลัสเตอร์แม่ค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมที่ 10 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ตรวจค้นเชิงรุกกับพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ที่อาศัยอยู่รอบตลาดสดเทศบาลเมืองวารินชำราบ หลังพบคลัสเตอร์จากแม่ค้าที่มาขายของ ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ตลาดแห่งนี้แล้ว 61 คน และยังแพร่ระบาดไปยังตลาดวารินเจริญศรีที่อยู่ใกล้เคียงอีก 53 คน เพื่อนำผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษา

สำหรับการแพร่ระบาดของตลาดทั้ง 2 แห่ง เป็นการระบาดในรอบที่ 2 โดยครั้งแรกเกิดเมื่อปี 64 มีผู้ติดเชื้อรวมกันกว่า 400 คน ส่วนวันนี้ยังพบผู้ป่วยยืนยันจากการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ 173 คน ทำให้มีผู้ป่วยสะสมรอบใหม่ 11,482 คน อยู่ระหว่างรักษา 2,677 คน มีอาการหนัก 9 คน เสียชีวิต 21 ราย และการติดเชื้อส่วนมากเกิดจากงานศพ งานบุญ งานวันเกิด แล้วนำเชื้อแพร่สู่คนในครอบครัวและในชุมชนมากที่สุด

ห้างดังโคราชตรวจโควิดฟรี
ที่บริเวณลานจอดรถศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา ทางศูนย์การค้าฯ ร่วมกับรามอินทราเฮลท์สหคลินิก กรุงเทพฯ เปิดให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยวิธีเอทีเค ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โดยเริ่มให้บริการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ก.พ. จนถึงวันที่ 14 ก.พ. เป็นบริการฟรี จากใจของศูนย์การค้าฯ ที่ต้องการให้ประชาชนในจังหวัดนครราช สีมาเกิดความปลอดภัย ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์

นายธเนศ อินทองคำ หัวหน้าฝ่ายบริหารพนักงาน รามอินทราเฮลท์สหคลินิก กล่าวว่า ได้นำชุดตรวจเอทีเคมาให้บริการ จำนวน 1,200 ชุด สำหรับใช้ตรวจ 3 วัน ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมารับบริการตรวจ ATK กันเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นเมื่อวานนี้มารับบริการกว่า 380 คน และวันนี้คาดว่าจะมารับบริการเป็นจำนวนมากเช่นกัน และการที่มาออกหน่วยบริการเชิงรุกครั้งนี้ ถือเป็นการคัดกรองเบื้องต้นหากพบผลเป็นบวก จะได้รีบนำส่งตรวจยืนยันผลอาร์ทีพีซีอาร์ต่อ ซึ่งหากยืนยันติดเชื้อจะได้ส่งต่อเข้ารับการรักษา เป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนในครอบครัวและชุมชนได้ต่อไป

หมอเชียงใหม่เตือนติดเชื้อยังสูง
ด้านจังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 253 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 246 ราย อีก 7 รายเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 8,003 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่จำนวน 2,057 ราย โดยเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 1,716 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 310 ราย อาการหนัก (สีแดง) 31 ราย และมี ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 216 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนเมษายนของจังหวัดเชียงใหม่ (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน) มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วทั้งหมด 37,041 ราย และรักษาหายแล้ว 34,699 ราย โดยเป็นผู้ที่รักษาหายวันนี้ 204 ราย ส่วนการตรวจเอทีเควันนี้จำนวน 7,513 ราย พบผู้มีผลบวก 1,399 ราย

ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,582,129 คน คิดเป็นร้อยละ 91.49 จากประชากรจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดแล้ว 291,541 คน คิดเป็นร้อยละ 88.97 กลุ่ม 7 โรคเรื้อรังฉีดแล้ว 143,387 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไป ฉีดแล้ว 1,147,201 คน คิดเป็นร้อยละ 89.59

นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิตร ผอ.ร.พ. มหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้ผลตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ ปัจจุบันของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ 226 ราย แต่ยังมีตัวเลขการตรวจเอทีเคซึ่งมีผู้ป่วยที่มีผลเป็นบวกสูงถึง 1,576 ราย รวมตัวเลขทั้ง 2 แบบแล้ว สรุปได้ว่าเชียงใหม่มีผู้ป่วยรายใหม่ขณะนี้มากกว่า 1,800 ราย และเป็นเช่นนี้มาเป็นเวลาหลายวันแล้ว ซึ่งขอย้ำว่าตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่นี้สูงกว่าทุกระลอกที่ผ่านมา

“จึงขอเรียนย้ำประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงมาตรการการป้องกันการติดเชื้อ การระมัดระวังตัวเองในการใกล้ชิดผู้อื่น การสวมใส่หน้ากากอนามัย ต้องหมั่นล้างมือ และมีสติเสมอว่าโรคติดต่อยังคงอยู่รายล้อมทุกๆ ท่าน” นพ.นเรนทร์กล่าว

หาดใหญ่พร้อมรับเปิดชายแดน
กลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยง สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สงขลา เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 108 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 70,111 ราย เสียชีวิตสะสม 329 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อนอนโรงพยาบาลเพิ่มจากเดิม 700 กว่าราย ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เมือง และ อ.สะเดา และมาจากกลุ่มเดิมคือกลุ่ม ผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่

รายงานจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกจังหวัด จ.สตูล 53 ราย จ.นราธิวาส 42 ราย จ.ปัตตานี 27 ราย จ.ยะลา 27 ราย และ จ.สงขลา 108 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม เพราะผู้ติดเชื้อส่วนมากสายพันธุ์ โอมิครอนแล้วคนได้รับวัคซีนป้องกันโควิดเพิ่มขึ้นและคาดว่าหลังเทศกาลวันวาเลนไทน์จะมีติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

ด้านนายสมชาติ พิมพ์ธนพูนพร ผจก.รร.ซากุระแกรนด์วิว อ.หาดใหญ่ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่าเดือนมี.ค.จะเปิดด่านพรมแดนทุกด่าน หากประเทศมาเลเซียเปิดด่านชายแดนด้วย ส่งผลดีกับธุรกิจเมืองชายแดนอย่างมาก แม้ติดเชื้อโควิดจะเพิ่มต้องรักษา ดีกว่าปล่อยให้ธุรกิจตกต่ำ ขณะนี้ธุรกิจเริ่มเตรียมเปิดรับการเปิดด่านแล้ว ทุกด้านโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข

นร.ชัยภูมิขาดสอบโอเน็ตอื้อ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ จัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอ-เน็ต ปีการศึกษา 2564 พร้อมกับจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ตามอำเภอต่างๆ ใน 14 สนามสอบ

นายชัยวัฒน์ ตั้งพงษ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ เป็นประธานศูนย์สอบ สพม.ชัยภูมิ ในส่วนการสอบของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) ของจังหวัดชัยภูมิ ศทศ. มีสนามสอบเป็นที่ใช้ในการทดสอบ จำนวน 14 สนามสอบ (จำนวน 37 โรงเรียน) จากการลงพื้นที่ตรวจติดตามสนามสอบในนามศูนย์สอบ สพม.ชัยภูมิ พบว่าทั้ง 14 สนามสอบในแต่ละอำเภอ ทั้งคณะกรรมการทุกฝ่ายและ ผู้เข้าสอบได้ตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุด เอทีเค ทุกคน ได้บริหารจัดการกำหนดจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า-ออก จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ หรือจุดล้างมือสำหรับทำความสะอาดไว้บริการบริเวณจุดต่างๆ จัดที่นั่งสอบมีระยะห่างระหว่างที่นั่งและทางเดินอย่างน้อย 1 เมตร กรรมการและผู้เข้าสอบต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา งดการรวมกลุ่มและลดการพูดคุยเสียงดัง ล้างมือด้วยแจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หากมีผู้เข้าสอบมีอาการไอ จาม หรือมีน้ำมูก ทางสนามสอบได้จัดห้องสอบพิเศษสำหรับคัดแยก ห้องมีสภาพอากาศถ่ายเท ได้ดี จัดโต๊ะที่มีระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร

ทุกสนามสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้สมัครใจเข้าร่วมทดสอบ จำนวน 4,984 คน เข้าสอบ 4,286 คิดเป็นร้อยละ 85.63 ขาดสอบ 716 คนร้อยละ 14.37 จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 บางชุมชนหมู่บ้านได้ปิดหมู่บ้านเนื่องจากเป็นคลัสเตอร์ จึงทำให้นักเรียนไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ได้

สำหรับการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิวันนี้ (13 ก.พ.) ผู้ป่วยเพิ่ม 158 ราย ผู้ป่วยในจังหวัด 144 ราย นอกจังหวัด 14 ราย มากสุดใน อ.เมือง 63 ราย จากคลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับแสดงดนตรีสด ย่านถนนนนทนาคร ในเมืองชัยภูมิ รองลงมา อ.แก้งคร้อ 20 ราย อ.คอนสาร 13 ราย อ.จัตุรัส 7 ราย อ.บ้านแท่น 7 ราย อ.หนองบัวระเหว 7 ราย อ.บำเหน็จณรงค์ 6 ราย อ.ภักดีชุมพล 5 ราย อ.บ้านเขว้า 4 ราย อ.เกษตรสมบูรณ์ 4 ราย อ.หนองบัวแดง 4 ราย อ.เทพสถิต 3 ราย อ.เนินสง่า 2 ราย อ.ภูเขียว 1 ราย 1 ราย อ.ซับใหญ่ 1 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน