ฉุนขวางทำโทษ หนีออกจากบ้าน
ลุงปืนดุ ฉุนหลานสาวเลี้ยงมากับมือหนีไปอยู่บ้านเพื่อนไม่ยอมกลับ พอกลุ่มแม่เพื่อนพาตัวมาส่งโมโหตบตีสั่งสอน ฝ่ายแม่เพื่อนเข้าห้ามเลยฟิวส์ขาด ชักปืนกราดยิงดะอีกฝ่ายกระเจิง แม่เพื่อนโชคร้ายสะดุดล้มขณะวิ่งหนี ถูกตามมาจ่อยิงดับคาที่ บาดเจ็บอีก 2 ก่อนหนีไปตั้งหลัก ตร.บุคคโลระดมกดดันสุดท้ายโผล่มอบตัวพร้อมลูกน้อง โดนข้อหาร่วมกันฆ่า
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 12 ก.พ. พ.ต.ท. ณรัฐ บัวเขียว สว.(สอบสวน) สน.บุคคโล รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ภายในซอยสิงหเจริญอุทิศ 4 แยกซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พ.ต.อ.ปิยะกรณ์ ศรีวันทา ผกก.สน.บุคคโล ฝ่ายสืบสวนและ เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.บุคคโล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช ร.พ.จุฬาฯและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ อายุ 35 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นสวมทับเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่ใบหน้า ลำคอ รวม 3 นัด นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนถนน ใกล้กันพบกระสุน 1 หัว ยังไม่ทราบชนิด ส่วน ผู้บาดเจ็บมี 2 คน เป็นชายและหญิง ชื่อน.ส. จิราภา ภักดีสุจริตเจริญ อายุ 32 ปี ถูกยิงเฉี่ยวแขนขวา 1 นัดและชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี ถูกยิงเฉี่ยวแขนซ้าย 1 นัด ทั้งสองถูกนำส่งร.พ.ศิริราช
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สุจิตรากับเพื่อนที่บาดเจ็บพร้อมลูกสาว 2 คน อายุ 14-16 ปีและน.ส.วัน (นามสมมติ) อายุ 15 ปี สาวทอมเพื่อนของลูกสาว เดินทางมาจากบ้านพักย่านอ้อมน้อย จ.สมุทร สาคร เพื่อมาส่งน.ส.วันที่บ้านพักในซอยเกิดเหตุ ก่อนพบนายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี ลุงของน.ส.วันที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งน.ส.วันนับถือเป็นพ่อ อยู่ในอารมณ์โกรธดุด่าและจะเข้าทำร้ายหลานสาวที่หนีออกจากบ้านไปอยู่กับลูกสาวของน.ส.สุจิตรานานเกือบสัปดาห์ ทำให้น.ส.สุจิตราและลูกสาวทั้ง 2 คนเข้าห้ามจนเกิดการโต้เถียงกัน ลุงของน.ส.วันโกรธจัด วิ่งเข้าไปในบ้านหยิบปืนลูกโม่ ไม่ทราบขนาด ออกมาไล่ยิงกลุ่ม น.ส.สุจิตราจนวิ่งหนีกันไปคนละทิศทางกระสุนถูกผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ส่วนน.ส. สุจิตราวิ่งสะดุดหกล้มจึงถูกลุงน.ส.วันจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม 3 นัด ก่อนหลบหนีไป มีภาพกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านบันทึกภาพขณะผู้ต้องหาจ่อยิงอย่างชัดเจน
ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.พ. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 18 แยก 4 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ห่างจากปากซอยประมาณ 30 เมตร พบร่องรอยกองเลือดที่ถูกฝนตกชะล้างไปบางส่วน นอกจากนี้ยังมีรอยเลือดกระเด็น และรอยเลือดจากนิ้ว ผู้ตายที่ปัดป่ายก่อนเสียชีวิตแห้งติดสังกะสี
ด้านนายหรั่ง (นามสมมติ) เล่าว่า ในช่วงเกิดเหตุกำลังขับรถจะออกไปทำธุระที่หน้าปากซอย แต่เกิดเหตุมีการไล่ยิงกัน ตอนที่กลุ่มวัยรุ่น 2 คนแรกวิ่งสวนไปเข้าใจว่าเป็นการวิ่งไล่กันของวัยรุ่นทั่วไป แต่เมื่อขับรถมาใกล้จุดเกิดเหตุเห็นกลุ่มผู้ตายวิ่งออกมาจากร้านขายของชำ และมีผู้ก่อเหตุยิงตามหลังมาจำนวน 2 นัด ตนจึงหลบเลียบกำแพงบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ตามมายิงผู้ตาย 2 นัด ก่อนจะพูดว่า “มึงรู้จักกูน้อยไปแล้ว” ก่อนจะยิงอีก 2 นัดแล้วเดินไปก่อนจะยิงทิ้งท้ายอีก 1 นัด จากนั้นก็เดินไปขึ้นจักรยานยนต์ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นคิดว่าตนเองไม่น่าจะรอดแล้ว กลัวมาก ส่วนผู้ก่อเหตุจะเมาหรือไม่ตนไม่รู้ และตนก็ไม่รู้จักผู้ก่อเหตุ ไม่ค่อยคุ้นหน้าด้วย จึงไม่แน่ใจว่าเป็นใครมาจากไหน
ต่อมาเวลา 13.10 น. ที่นิติเวช ร.พ.จุฬาฯ นายกรีรติ ก๊กทรัพย์ อายุ 32 ปี แฟนของน.ส.สุจิตรา ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมารับศพก่อนจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดดาวคะนอง
นายกรีรติเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากการที่น.ส.วัน ทะเลาะกับทางบ้านเนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเหตุผล แฟนของตนสงสารจึงให้มาพักอาศัยที่บ้าน ซึ่งคู่กรณีคงไม่เข้าใจและคิดว่าแฟนของตนต้องการกักตัว น.ส.วันไว้ ที่ผ่านมา น.ส.วันมักเล่าว่าถูกพี่สาวทำร้ายร่างกายบ่อย ก่อนหน้าทางบ้านของ น.ส.วัน ก็โทร.มาตามให้กลับบ้าน น.ส.วันกลัวว่าถ้ากลับไปเพียงคนเดียวจะถูกทำร้าย แฟนของตนจึงไปส่งที่บ้านด้วยกันหลายคน ซึ่งวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่รับรู้มาว่าเคลียร์ปัญหากันไม่ได้ ฝั่งคู่กรณีไม่เข้าใจจึงไล่ยิง
ขณะที่ นายเอ (นามสมมมติ) อายุ 15 ปี ลูกบุญธรรมของผู้ตาย กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ แม่บุญธรรมไม่ได้พกอาวุธมีดไป พวกตนแค่ไปส่งน.ส.วันกลับบ้านตามปกติที่เคยพาไป เพราะพี่สาวของน.ส.วันได้โพสต์ต่อว่าพวกตนในเฟซบุ๊ก ทำนองว่าจะกักตัวน.ส.วันไว้ทำไม จึงมีปากเสียงกัน เมื่อพาน.ส.วันไปถึงที่บ้านก็มีปากเสียงกันอีก ลุงของน.ส.วันเข้ามาตีน.ส.วัน แม่บุญธรรมของตนจึงไม่พอใจและเข้าไปห้าม กลุ่มคู่กรณีจึงเข้ามาทำร้ายพวกตน แม่ของตนจึงออกตัวแทน ลุงของของน.ส.วันได้พูดขึ้นมาทำนองว่า “มึงจะจบไม่จบ” และสั่งให้ วัยรุ่นทำร้ายพวกตน จนนำไปสู่เหตุดังกล่าว
ทั้งนี้ นายเอได้เปิดร่องรอยบาดแผลจากเหตุดังกล่าวให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกล่าวอีกว่า เมื่อแม่บุญธรรมของตนถูกยิง คิดว่ากระสุนคงหมด คู่กรณีจึงได้กลับไปและให้อีกกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์ตามมาทำร้ายอีก พวกตนจึงกราบขอว่าอย่าทำอะไรเลย จากนั้นคู่กรณีได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไป ยืนยันว่าพวกตนไม่ได้ทำร้ายร่างกายก่อน เพียงแค่จะพาน.ส.วันไปส่งที่บ้าน เพราะที่ผ่านมาน.ส.วันเคยถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าถูกทำร้ายด้วยเหตุผลอะไร

ปืนดุ – ตำรวจสน.บุคคโล จับนายเสมา ขจรพันธ์ ผู้ต้องหา ยิงน.ส.สุจิตรา เทพศิรินทร์รัตน์ เสียชีวิตใน ซ.ตากสิน 18 เขตธนบุรี อ้างผู้ตายใช้มีดแทงก่อน เพราะทะเลาะกันกรณีหลานสาวมือปืนหนี ออกจากบ้านไปอยู่ด้วย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.
ล่าสุดเวลา 14.00 น. ที่สน.บุคคโล พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ผกก.สส.บก.น.8 และชุดสืบสวนบก.น.8 ได้ควบคุมตัว นายเสมา ขจรพันธ์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ จ.88/2565 ลงวันที่ 13 ก.พ.65 พร้อมด้วย นายภานุสรณ์ เศรษฐพฤกษา อายุ 30 ปี จ.89/2565 ลงวันที่ 13 ก.พ.65 ที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวหลังพนักงานสอบสวนสน.บุคคโล ขออนุมัติศาลอาญาธนบุรีออกหมายข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
โดยพล.ต.ต.มานพ เปิดเผยว่า ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนบก.น.8 ได้เข้าควบคุมตัวนายเสมา ถึงแม้ว่าจะอ้างว่าเข้ามอบตัวก็ตามคือการจับ ส่วนการสอบปากคำนั้น หลังจากเกิดเหตุได้มีการขอเข้ามอบตัว สอบสวนตามปกติ จากการซักถามเบื้องต้นเด็กที่อยู่กับผู้เสียชีวิตมีความผูกพันมาก เมื่อผู้เสียชีวิตนำเด็กมาที่บ้านเกิดการโต้เถียงเด็กไม่อยากอยู่ด้วยแล้วจึงรู้สึกเสียใจ อย่างไรก็ตาม มีคำให้การพยานยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตใช้อาวุธมีดแทงที่บริเวณท้องของผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลตามมาเจอผู้เสียชีวิตจึงใช้อาวุธปืนยิง จากนั้นโยนอาวุธปืนทิ้งบริเวณถนนกัลปพฤกษ์ อยู่ระหว่างชุดสืบสวนต้องขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติม
“ความรู้สึกของผู้ก่อเหตุคือขอลูกของน้องชายมาเลี้ยง ความผูกพันที่เด็กไม่มีให้จึงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ตัวผู้ต้องหาเอาเด็กมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กแต่เด็กไม่อยากอยู่ด้วย ระหว่างให้การกับเจ้าหน้าที่มีการร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการรวบรวมหลักฐานพบผู้ก่อเหตุเพียง 2 ราย หากพบใครเพิ่มก็จะดำเนินการตามกฎหมาย” ผบก.น.8 กล่าว