บิ๊กตู่-อนุทินโชว์หวานกกต.ตีตกปมขับ21สส.ชี้ทำถูกกฎหมายแล้วพปชร.ร่นถกใหญ่มีค.ป้อม-สันติทัวร์อีสาน

‘บิ๊กตู่’ ควง ‘อนุทิน’ แถลงโชว์หวาน ย้ำทุกพรรคร่วมรัฐบาลให้ช่วยกันทำงานหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยลั่นหนุนนายกฯ เต็มประตู แจงกรณีสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่เกี่ยวการเมือง ปชป.มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลยังไปต่อได้ ‘วิษณุ’ ปัดตั้งวอร์รูมรับศึกอภิปราย 17-18 ก.พ. เก็งข้อสอบฝ่ายค้าน 10 ประเด็น ส่วนตัวพร้อมตอบปมกระจายอำนาจ พปชร. เตรียมร่นประชุมใหญ่พรรคเป็นเดือนมี.ค. จากเดิมวางไว้เม.ย. ‘ชวน’ กรีดสภาล่มทำเสียหาย นายทะเบียนพรรคการเมืองชง กกต.ตีตกคำร้องมติพปชร.ขับ 21 ส.ส.กลุ่มธรรมนัส ขัดกฎหมาย ‘สมชัย’ แนะจับตาเผือกร้อน

ตู่ไม่รู้พูดตอนไหน‘หนูช่วยหน่อย’
เวลา 11.05 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรม การบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค และคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนอยู่ข้างๆ ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า วันนี้มีรอง นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประชุมด้วย ทั้งทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และส่วนหนึ่งมานั่งในห้องนี้ ซึ่งไม่มีเรื่องอื่น ไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นพิเศษ เป็นเรื่องปัญหาสุขภาพ เรื่องโควิด-19 กับรอง นายกฯ และหลายกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง และหันหน้าไปหานายอนุทินที่ยืนยิ้มอยู่ พร้อมกล่าวว่า “ผมไม่รู้ว่าไปพูดตอนไหน จำไม่ได้ ที่บอกว่าหนูช่วยหน่อยนะ ผมก็บอก ทุกท่าน ทั้งท่านจุรินทร์ (ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์) ในพรรคร่วมรัฐบาล หัวหน้าพรรค ก็บอกให้ช่วยกันหน่อยนะในการทำงานให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ พูดอย่างนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลก็คือพรรคร่วมรัฐบาล และทุกพรรคยังยืนยันในการทำงานร่วมกันต่อไป ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น”

อ้อนคนไทยรักกัน-รักชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้วันวาเลนไทน์เป็นวันสากล ความรักมีให้ตัวเอง ให้ครอบครัว ให้สังคมและคนอื่น สิ่งสำคัญวันแห่งความรักอย่าลืมความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักคนไทยด้วยกัน รักชาติบ้านเมือง เป็นสิ่งสำคัญในการจะสร้างพลังรักและความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่มีมากมาย ความเดือดร้อนของพวกเราหลายอย่างมันเกี่ยวเนื่องพันมาจากเรื่องต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะการค้า การลงทุน พลังงาน รัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความรัก ความสามัคคีไปด้วยก็แล้วกัน

ก่อนเดินขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯโบกมือ พร้อมทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ผู้สื่อข่าวด้วย

อนุทินยันหนุนตู่เต็มประตู
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้า ภท. กล่าวถึงกระแสข่าวนายกฯระบุ “หนูช่วยหน่อยนะ” ว่า พล.อ.ประยุทธ์ถามตนเรื่องนี้ว่า “พี่พูดกับหนูเมื่อไหร่” จึงตอบว่าจำไม่ค่อยได้ แต่เป็นธรรมดาหาก พล.อ.ประยุทธ์ บอกให้ช่วยก็ต้องช่วยกันทำงาน เป็นหน้าที่อยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ พูดทำนองนี้แต่ไม่ได้บอกว่า“หนูช่วยหน่อยนะ” ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าให้ช่วยเรื่องอะไรแต่เป็นการช่วยทำงาน ช่วยให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย

เมื่อถามว่าการพูดคุยดังกล่าวยืนยันตัวเลข 260 เสียงรัฐบาล กับนายกฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวเลขนี้ไม่รู้มาจากไหน ยืนยันจะพยายามทำให้เกิดความมีเสถียรภาพให้ได้มากที่สุด เมื่อถามว่าในการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 แม้ไม่มีการลงมติ ภท.จะช่วยเหลือรัฐบาลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องสนับสนุนนายกฯเต็มประตูอยู่แล้ว นายกฯยังไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือผิดไปจากนโยบายที่ได้แถลง ทุกอย่างเป็นไปตามทำนองคลองธรรม สิ่งที่นายกฯ ทำทุกอย่างถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศเราเป็นรัฐบาลด้วยกันก็ต้องสนับสนุน ต้องช่วยกัน

ปมบีทีเอสไม่เกี่ยวการเมือง
เมื่อถามว่าการประชุมครม. 15 ก.พ.จะมีวาระพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่เห็นวาระ เมื่อถามว่า หากครม.พิจารณาแล้วผลไม่เป็นไปตามที่ภท.ต้องการจะทำอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ให้เกิดขึ้นก่อน เมื่อถามว่าไม่ว่าผลจะออกมาทิศทางใดจะยังสนับสนุนรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าจะเสนอเข้ามาในรูปแบบไหน จะไปพูดในสิ่งที่ยัง ไม่เกิดไม่ได้ รายละเอียดต้องให้ผู้เกี่ยวข้องนำมาชี้แจงในครม.

เมื่อถามว่าการพิจารณาเรื่องนี้จะส่งผลต่อท่าที ภท.ในสภาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนอนุมัติเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวคือ ครม. ยังไม่ทราบว่าหากรัฐมนตรีได้ฟังการหารือของ 2 หน่วยงานที่นำเหตุผลมาว่ากัน ผลจะออกมาอย่างไร อาจยังไม่มี ข้อสรุปออกมาก็ได้ ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งของรัฐบาล เป็นเพียงความเห็นที่ไม่ตรงกันของ 2 หน่วยงาน เป็นของเรื่องของการทำงาน ไม่เกี่ยวกับการเมือง

มาด้วยกันไปด้วยกัน-ไม่ถอนตัว
เมื่อถามว่าหากไม่เป็นไปตามความต้องการของภท. จะกระทบถึงการถอนตัว จากรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เจตนารมณ์ภท.คือ ตอบสนองความสะดวกของประชาชน ยืนยันว่าเป็นความเห็นที่ต่างกันของ 2 กระทรวง ต้องไปหาจุดลงตัวให้ได้ หากไม่ได้ประธานในที่ประชุมอาจลงมติ มติออกมาอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ ภท. จะไปทะเลาะกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาจากการจัดสรรของนายกฯ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคไหน จึงเป็นเรื่องของการทำงาน ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง

เมื่อถามย้ำว่าจะไม่ทิ้งเรือลำนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ผมเคยบอกไว้แล้ว มาด้วยกันก็ไปด้วยกัน ช่วยกันทำงานไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

นายกฯขออย่าจับเป็นประเด็น
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอความร่วมมือจากทุกพรรคร่วมรัฐบาลให้ช่วยกันทำงานทุกเรื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องการเมือง และไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าขอความร่วมมือจากภท. เพียงพรรคเดียว แต่ขอความร่วมมือจากทุกพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่อยากให้หยิบยกประเด็นนี้ไปขยายผลว่านายกฯ ขอความร่วมมือพรรคร่วมรัฐบาลเฉพาะเรื่องการเมืองเท่านั้น การที่นายกฯ ขอความร่วมมือจาก ภท.ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องปกติเหมือนที่นายกฯ เคยขอความร่วมมือจากพรรคร่วมอื่นๆ

นิพนธ์ชี้เสถียรภาพรัฐบาลยังอยู่ได้
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงเสถียรภาพของรัฐบาลน่าห่วงหรือไม่เนื่องจากสภาล่มบ่อยว่า เรื่องประชุมสภาเป็นหน้าที่ส.ส.ต้องช่วยกันรับผิดชอบ ในส่วนปชป. กำชับส.ส.เรียบร้อยแล้ว และกำชับทุกครั้งที่ประชุมพรรค

เมื่อถามกรณี 21 ส.ส.พรรค พปชร. ย้ายไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กระทบเสียงรัฐบาลหรือไม่ว่า เป็นเรื่องภายในของพรรคก็ว่ากันไป แต่ละพรรคต้องไปดูแลกันเอง เชื่อว่าหากทุกพรรคดูแลความเรียบร้อยเสถียรภาพรัฐบาลก็จะไม่มีปัญหา และเชื่อว่ารัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปได้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ต้องช่วยกัน ทุกพรรคต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน

วิษณุเก็งข้อสอบฝ่ายค้าน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระหว่าง 17-18 ก.พ. ต้องมีการตั้งวอร์รูมเตรียมข้อมูลหรือไม่ ว่า ไม่มีการตั้งวอร์รูมแต่อย่างใด ขอให้เอาเรื่องของตัวเองให้รอดเสียก่อน เนื่องจากการอภิปรายครั้งนี้สามารถอภิปรายเรื่องที่ไม่มีในญัตติได้ คล้ายการตั้งกระทู้ถามหมู่ ครม.ทั้ง 36 คน ทราบว่ามีเรื่องที่เกี่ยวกับตนคือ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ได้เตรียมทำการบ้านไว้แล้ว ถ้าต้องการให้มีตัวเลข ข้อมูลทุกคนต้องเตรียมตัว เพราะไม่เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เจาะจงมาเป็นรายบุคคลทำให้รู้แน่ชัดว่าบุคคลนั้นๆ จะถูกอภิปรายเรื่องใด ถูกอภิปรายประเด็นใด แต่คราวนี้อภิปรายได้อย่างกว้างขวาง ครอบคลุมได้หมด สามารถแยกออกมาได้ประมาณ 10 ประเด็น โดยตนจะรายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบในวันที่ 15 ก.พ. แต่ไม่ได้จำกัดเคร่งครัดว่ามีแค่ 10 ประเด็นเท่านั้น เพราะประเด็นที่ 11 เขายกอะไรมาได้ทั้งนั้น เปรียบเหมือนซักฟอกครม.ทั้ง 36 คนทีเดียว แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่มีอะไร ผ่านการอภิปรายแบบนี้มาทุกรัฐบาลแล้ว รัฐบาลนี้ก็เคยเจอมาแล้ว

ไม่ลงมติ-ไม่มีอะไรต้องกังวล
เมื่อถามว่า ญัตติที่ พล.อ.ประยุทธ์ สงสัยกรณีฝ่ายค้านเขียนว่าการเลือกตั้งย้อนยุคสู่ระบบอุปถัมภ์และใช้เงินเป็นหลัก ได้ข้อสรุปหรือยังว่าใครต้องเป็นผู้ตอบ นายวิษณุ กล่าวว่า การพบกับนายกฯตนได้อธิบายไปเรียบร้อย ส่วนคนตอบจะเป็นใครต้องฟังคำถามของฝ่ายค้านให้ดีก่อน ยังไม่รู้ว่าเขาถามว่าอะไร ต้องแล้วแต่ตัวคำถาม อาจเป็นคำแนะนำก็ได้ ถ้าเกี่ยวกับมหาดไทยก็รับทราบไป หรือถ้าเป็น กกต.รัฐบาลต้องไปแจ้งให้ กกต.รับทราบ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าเรื่องการเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมือง ใครจะตอบ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบได้หลายคน อาจเป็นตนหรือคนอื่นก็ได้

เมื่อถามว่า การอภิปรายมาตรา 152 เสนอนับองค์ประชุมระหว่างอภิปรายได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทำได้ นับองค์ประชุมได้ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งจะบริหารอย่างไรแล้วแต่ประธานสภากับวิปจะไปตกลงกัน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในทางการเมือง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล เพราะมาตรา 152 ระบุเพื่อให้ซักถาม หรือให้คำแนะนำก็เท่านั้น ไม่มีอะไร

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า คาดการณ์จะอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตน 2 เรื่อง คือ 1.ปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน ล่าช้า และ 2.ปัญหาโรค อหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF ทั้ง 2 ประเด็นตนเคยชี้แจงผ่านสื่อมวลชนและสภามาอย่างต่อเนื่อง การชี้แจงในการอภิปรายครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะร่วมชี้แจงรายละเอียดด้วยตนเองด้วย

รัฐบาลพร้อมอยู่เป็นองค์ประชุม
นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิป รัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลในการอภิปราย17-18 ก.พ. ว่า พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคกำลังเตรียมการเรื่องนี้ ส่วนพปชร. กำลังให้ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายวิชาการเตรียมข้อมูล และศึกษาประเด็นที่อาจถูกซักถาม เช่นเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาลก็เตรียมตอบ 4 ประเด็นที่มีในญัตติ

เมื่อถามว่าหากมีการเล่นเกมขอนับองค์ประชุม 18 ก.พ.นี้ เพื่อหักหน้านายกฯ จะทำอย่างไร นายนิโรธ กล่าวว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบ และจะอยู่เป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายค้านเอง เพราะไม่ทราบจะมีใครขอนับองค์ประชุมหรือไม่ เราต้องทำหน้าที่ ผู้แทนฯ เพื่อรับผิดชอบเรื่องวุฒิภาวะ ยืนยันรัฐบาลจะอยู่เป็นองค์ประชุม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจมี ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะร่วมอภิปรายด้วย นายนิโรธกล่าวว่า ไม่ทราบข้อมูลเรื่องนี้ เห็นจากข่าวที่นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ศท. ระบุแค่จะเก็บข้อมูลเท่านั้นแต่ไม่ร่วมอภิปราย หากขอใช้สิทธิอภิปรายสมาชิกทุกคนในสภามีสิทธิ์อภิปรายรัฐบาลได้

เมื่อถามกรณีฝ่ายค้านระบุเรื่องเสียงเป็นหน้าที่ประธานวิป แต่นายกฯ ต้องลงมา ขอความร่วมมือพรรคร่วมด้วยตัวเอง นายนิโรธกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีวุฒิภาวะ เป็นผู้นำ และอยากให้ผู้แทนเข้าประชุม

พปชร.ร่นประชุมใหญ่
เมื่อถามถึงพปชร. อาจขยับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค จากที่กำหนดเม.ย.มาเป็นมี.ค.นี้ ว่า ยังไม่ทราบว่าจะเลื่อนประชุมพรรค แต่ตามระเบียบ กกต.วางไว้ว่าต้องมีการประชุมในระหว่างช่วงมี.ค.-เม.ย. เมื่อถามว่าเหตุผลที่เลื่อนการประชุมเร็วขึ้นมาจากสถานการณ์ในพปชร. หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ยังไม่ทราบจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ในพรรคยังไม่ได้คุยเรื่องนี้

สำหรับความเคลื่อนไหวใน พปชร. หลังขับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และส.ส.ในกลุ่มรวม 21 คน แกนนำพรรคบางส่วนหารือถึงแนวทางการทำงาน การปรับโครงสร้างผู้บริหาร ที่จะขับเคลื่อนพรรคในแต่ละด้านให้เกิดความชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ส.ส.ที่ยังอยู่ในพรรคไม่รู้สึกหวั่นไหวและกังวลกับแนวทางการทำงานของผู้ใหญ่แต่ละกลุ่ม และยังแสดงให้ส.ส.เห็นว่าการบริหารของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคยังเป็นเอกภาพ สามารถนำพรรคเดินหน้าต่อไปได้

การพูดคุยเบื้องต้นอาจขยับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค จากเดิมกำหนดจัดประชุมเม.ย.นี้ มาเป็นช่วงมี.ค.หลังปิดสมัยประชุมสภา ส่วนวัน เวลา สถานที่ อยู่ระหว่างการพิจารณา

เอกราช-วัฒนาซบภท.แล้ว
ทั้งนี้ หลังพปชร.มีมติขับ 21 ส.ส. มี 18 คนที่สมัครเป็นสมาชิกและทำหน้าที่ เป็นส.ส.ในนามพรรคเศรษฐกิจไทย ส่วน 3 คนที่เหลือคือ นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ลูกชายของนายเอกราช และนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา

ช่วงค่ำ ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น นายอนุทิน เป็นเจ้าภาพงานแต่งของนายพิทักษ์ชน ช่างเหลา สมาชิกภท. บุตรชายคนเล็กของนายเอกราช และเป็นน้องชายของนายวัฒนา ช่วงหนึ่งทั้งนายเอกราช และนายวัฒนา เขียนใบสมัครเป็นสมาชิก ภท. แบบจ่ายค่าสมาชิกตลอดชีพ 2,000 บาท โดยนายอนุทินเป็นผู้สวมเสื้อแจ็คเก็ตพรรคให้กับนายวัฒนา พร้อมถอดเสื้อสูทของตัวเองให้นายเอกราช เพื่อต้อนรับเข้าสู่พรรคอย่างเป็นทางการ

ชวนกรีดส.ส.-สภาล่มเสียหาย
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงบรรยากาศสัปดาห์ก่อนการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ วันที่ 17-18 ก.พ.ที่มีวาทะค่อนข้างมาก จะปรามสมาชิกอย่างไรว่า มีระเบียบข้อบังคับอยู่แต่โดยทั่วไปความร่วมมืออยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ กฎหมายของรัฐบาลทุกฉบับผ่านไปได้หมด ไม่มีค้างแม้แต่เรื่องเดียว แต่ช่วงสัปดาห์หลังเห็นชัดว่าองค์ประชุม ไม่ครบ โดยเฉพาะช่วงใกล้ปิดประชุม หรือนัดพิเศษวันศุกร์ ทำให้เกิดความ เสียหาย ตนเคยขอร้องว่าหากไม่อยากประชุมวันศุกร์ ประชุมวันพุธหรือวันพฤหัสบดีให้ค่ำ หน่อยได้หรือไม่ แต่เวลาปฏิบัติจริงนั้นยากเพราะสมาชิกส่วนหนึ่งก็จองตั๋วเครื่องบินแล้ว

เมื่อถามว่าจะแก้ปัญหาสภาล่มอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ความจริงตอนนี้ก็ชัดเจน เมื่ออีกฝ่ายตั้งใจว่าถึงอย่างไรก็จะให้ไม่ครบองค์ประชุม ฝ่ายรัฐบาลก็ควรจะเตรียมมาให้พร้อม เมื่อรู้ว่าโจทย์คืออะไรคงจะทำให้เตรียมตัวมาดีขึ้น

เมื่อถามว่าการอภิปราย 17-18 ก.พ. จะมีการวางมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เขาได้ไปคุยเรื่องกรอบเวลากันแล้ว คือฝ่ายค้าน 22 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 8 ชั่วโมง โดยมีข้อแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลเมื่อครบ 8 ชั่วโมงแล้วสามารถพูดต่อได้ ฉะนั้นไม่ต้องคุมเรื่องเวลา

เด็กพปชร.ยื่นกกต.ชะลอชี้ 21 ส.ส.
วันเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสมัย รามัญอุดม ซึ่งอ้างตัวเป็นสมาชิก พปชร. และเป็นหนึ่งในผู้ยื่นคำร้องต่อกกต.ให้พิจารณามติขับ 21 ส.ส. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เข้ายื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ชะลอการวินิจฉัย เนื่องจากยื่นคำร้องเพิ่มเติมอีก 11 ประเด็น โดยข้องใจกรณีกกต.ระบุ สมาชิกพรรค 155 คน ที่เข้าชื่อยื่นให้ตรวจสอบประเด็นดังกล่าว มีชื่อเป็นสมาชิกพรรคเพียง 99 คน อีก 56 ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค โดยยืนยันทั้ง 56 คนเป็นหนึ่งในสมาชิก นายสมัย ก็เป็นหนึ่งในผู้สมัครส.ส.ได้คะแนนมาถึง 2 หมื่นกว่าคะแนน

ทั้งนี้ นายสมัย ยื่นกกต.ตรวจสอบมติดังกล่าว ตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 42 ถ้ากกต.วินิจฉัยว่ามติใดของพรรคขัดต่อกฎหมาย ให้กกต.มีอำนาจสั่งเพิกถอนมติดังกล่าวได้

เลขาฯแนะกกต.ตีตกปม 21 ส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกกต.วันนี้ ไม่มีการพิจารณาคำร้องกรณีนายสมัย รามัญอุดม พร้อมพวกรวม 155 คน ซึ่งอ้างตัวเป็นสมาชิก พปชร. ยื่นคำร้องต่อกกต.ว่ามติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมพวกรวม 21 คน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคำร้องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นในประเด็นเดียวกัน ทั้งนี้กกต.ยังนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 15 ก.พ. จึงต้องจับตาว่าจะนำเรื่องข้าสู่การพิจารณาหรือไม่ และจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ทัน 18 ก.พ. ตามรอบเวลา 30 วันที่ 21 ส.ส.ต้องหาพรรคใหม่สังกัด

รายงานข่าวเผยว่า คำร้องของนาย ศรีสุวรรณ เกี่ยวข้องกับปัญหาความถูกต้องของมติพรรค ผู้มีอำนาจวินิจฉัยโดยตรงคือเลขาธิการกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง

ส่วนคำร้องของนายสมัย เป็นอำนาจของกกต.พิจารณา ซึ่งก่อนหน้านี้นายทะเบียนฯ มีความเห็นต่อเสนอกกต.ว่า กกต.ไม่ควรรับคำร้องนายสมัย เนื่องจากรายชื่อสมาชิก พปชร. 155 คน พบเป็นสมาชิกเพียง 99 ราย คำร้องจึงไม่ถูกต้องตาม มาตรา 42 พ.ร.ป. พรรคการเมือง ที่กำหนดว่าต้องมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน เป็นผู้ยื่น และกกต.มีมติ 25 ม.ค. 65 รับทราบการดำเนินการของ พปชร.เมื่อ 19 ม.ค.65 แล้วว่าเป็นไปตามกฎหมาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต. ส่วนคำร้องที่นายสมัยมายื่นให้ชะลอการพิจารณา และให้ตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรค 155 คนใหม่นั้น อยู่ในขั้นตอนการรับเรื่องและตรวจสอบคำร้องเบื้องต้นของทางสำนักงาน จึงไม่น่าจะเข้าพิจารณาในคราวเดียวกัน แต่อาจจะมีการรายงานให้กกต.ทราบ

ยันมติขับมีผลทางกฎหมายแล้ว
ทั้งนี้ กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจนว่า กกต.ต้องตอบรับการเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรค หรือแจ้งรับทราบมติการขับสมาชิกพรรคภายในกี่วัน ซึ่งตามกฎหมายพรรคการเมืองปัจจุบัน เมื่อพรรคมีมติก็จะถือว่ามีผลในทางกฎหมายทันที แตกต่างกับกฎหมาย ในอดีตที่ต้องรอการตอบรับจากนาย ทะเบียนฯ จึงจะมีผลทางกฎหมาย

กรณีนี้เมื่อพรรคมีมติขับ 21 ส.ส. ผลทางกฎหมายเกิดขึ้นทันที โดย 21 ส.ส.ต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน หากต่อมานายทะเบียนฯ หรือกกต. เห็นว่ามติขับไม่ถูกต้องและสั่งเพิกถอนก็เท่ากับว่า 21 ส.ส.ยังคงเป็นสมาชิก พปชร.เช่นเดิม

สมชัยชี้เผือกร้อน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กระบุ มีรายงานข่าวว่า วันนี้กกต.ไม่ได้นำวาระพิจารณามติ พปชร. เข้าที่ประชุม จริงๆ ก็ควรเป็นเช่นนั้น เพราะเรื่องดูความถูกต้องของมติพรรค เป็นหน้าที่ของเลขาธิการในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่ต้องถึงที่ประชุม กกต. แต่อาการปอด อาจเกิดขึ้นในฝ่ายสำนักงาน เลยชงเข้าที่ประชุม กกต. หากเป็นไปตามนี้ ที่ปรึกษา กกต.ก็ไม่ธรรมดา รู้จักแนะให้เตะออก ส่วนเผือกร้อนจะไปอยู่ที่ใคร ก็เป็นอีกเรื่อง

กก.จริยธรรมสภารับเรื่องสอบ‘เต้’
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยผลประชุมมีมติ ดังนี้ รับเรื่องร้องเรียนกรณีมีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กระทำการเข้าข่ายผิดจริยธรรม เนื่องจากเสนอชื่อนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล อดีตรองหัวหน้าพรรค ซึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ให้เป็นที่ปรึกษาประธานกมธ.วิสามัญศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน

ตั้งอนุสอบส.ส.แฉแจก 5 ล้าน
ไม่รับพิจารณา อาทิ กรณีให้ตรวจสอบจริยธรรมนายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พปชร. ดูภาพไม่เหมาะสมจากมือถือขณะประชุมสภา, ร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหารัฐบาลเรื่อง โควิด-19 และมีท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง, ร้องให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประธานกมธ.ป.ป.ช. ใช้คำพูดดูถูกดูหมิ่น ชี้หน้า และให้ยุติเรื่องร้องเรียนกรณีขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.พปชร. ปิดทางเข้าออกโรงพยาบาลสนาม เนื่องจากนายสิระสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.

และมอบหมายคณะอนุกรรมการจริยธรรมสภา พิจารณาตรวจสอบ กลั่นกรอง แสวงหาข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นในเรื่องที่ประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียนเสนอเข้ามาใหม่ 6 เรื่อง รวมถึงกรณี ส.ส.กล่าวถ้อยคำในที่ประชุมสภา เกี่ยวกับการจ่ายเงิน 5 ล้านบาท

ตะลุยอีสาน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ พร้อมคณะ ติดตามโครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสาน ที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 14 ก.พ.

ป้อมทัวร์อีสาน4จังหวัด
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และหัวหน้าพปชร. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและโครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ 4 จังหวัด ภาคอีสาน คือ จ.สกลนคร, นครพนม, จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ร้อยเอ็ด และพบปะประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รักษาการเลขาธิการพปชร. ร่วมคณะ

ช่วงเช้า พล.อ.ประวิตร ติดตามโครงการก่อสร้างระบบเครือข่ายน้ำหนองหวาย ต.หนองลาด อ.เมือง จ.สกลนคร รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับระบบ เครือข่ายน้ำและทำพิธีเปิดโครงการแก้ ภัยแล้ง

จากนั้นเดินทางไปติดตามโครงการประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเปิดใช้มา ตั้งแต่ปี 2552 ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 78,600 ไร่ โดยปีงบประมาณ 2566 จะยกระดับการพัฒนาโดยเชื่อมต่อกับโครงการบริหารจัดการน้ำกับหนองหาร จ.สกลนคร

จากนั้น พล.อ.ประวิตร พบปะประชาชนในพื้นที่ระบุว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ห่วงใยและพร้อมจะช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาน้ำ จนส่งผลให้โครงการประสบผลสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาลด้วยดี ช่วงบ่ายติดตามความคืบหน้าโครงการน้ำบาดาลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ต.ท่าไคร้ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่และสถานการณ์น้ำ ที่บ้านแมต ต.สะอาดสมบูรณ์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน