43จว.ติดเชื้อเกินร้อยพันธุ์ย่อยลามทั่วปท.
โควิดพุ่งพรวด 16,462 คน เกินหมื่น 12 วันติด ตรวจ เอทีเค เจอผลบวกอีก 11,816 คนรวมสูงสุดเท่าที่มีการระบาด ศูนย์จีโนม ร.พ.รามาฯ ชี้โอมิครอน พันธุ์ย่อย BA.2 ระบาดหนัก ส่งผลให้ยอดติดเชื้อพุ่ง ทีมแพทย์ป่วยอีก 156 คน เตียงร.พ.ศิริราชเริ่มตึง ผู้ป่วยตกค้างห้องฉุกเฉินเพิ่ม ศบค.แถลง 43 จังหวัดป่วยเกิน 100 กทม.มากสุด 2.8 พันคน ปากน้ำเกือบพัน ชลบุรีกลับมาพุ่ง 805 คน อุตรดิตถ์แจงวุ่น แค่เข้าใจผิดกรณีตั้งป้ายห้ามชาวบ้านบางตำบลมาฉีดวัคซีนที่เทศบาลหลังพบโควิดระบาดหนัก ยันมีคิวฉีดที่รพ.สต. 28 ก.พ. กำนันบ่นน้อยใจแทนลูกบ้านถูกรังเกียจ พ่อเมืองคอนเรียกถกด่วน คุมเชื้อบ้านระบาดหนัก เชียงใหม่ผลเอทีเคบวกกว่า 5 พัน นอภ.วังสะพุง โอดชาวบ้านไม่ร่วมมือคุมโควิด ฝ่าฝืนจัดงานบุญ ผู้ค้าลอตเตอรี่กลับมาเลยไม่กักตัว เดินขายไปทั่ว ทำกว่า 5 หมู่บ้านติดเชื้อกว่า 200 คน ศูนย์โควิดชุมชนเต็มทั้ง 4 แห่ง
โควิดพรวด 1.6 หมื่น-ตาย 27
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 16,462 ราย ยอดถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 12 นับจากการระบาดระลอก 1 ม.ค.2565 ส่วน ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 27 ราย ขณะที่ป่วยสะสม 2,639,600 ราย หายป่วย 10,868 ราย สะสม 2,478,251 ราย สะสม 22,516 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 138,295 ราย มีอาการหนัก 699 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 155 ราย ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 27 ราย มาจาก 16 จังหวัด ได้แก่ กทม.สูงสุด 8 ราย, ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ชลบุรี จังหวัดละ 2 ราย และมุกดาหาร อุดรธานี อุบลราชธานี พิจิตร ลำปาง อุตรดิตถ์ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ฉะเชิงเทรา ราชบุรี และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 15 ราย อายุ 32-98 ปี เฉลี่ย 74 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 96%
43 จังหวัดหนัก-เกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,891 ราย 2.สมุทรปราการ 994 ราย 3.ชลบุรี 805 ราย 4.นนทบุรี 661 ราย 5.ภูเก็ต 496 ราย 6.สมุทรสาคร 460 ราย 7.นครราชสีมา 457 ราย 8.นครศรีธรรมราช 402 ราย 9.ปทุมธานี 382 ราย และ 10.ราชบุรี 371 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 33 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา 346 ราย, ระยอง 308 ราย, ขอนแก่น 306 ราย, เชียงใหม่ 294 ราย, บุรีรัมย์ 280 ราย, มหาสารคาม 258 ราย, กาญจนบุรี 247 ราย, สุพรรณบุรี 247 ราย, สุรินทร์ 241 ราย, กาฬสินธุ์ 237 ราย, สระบุรี 231 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 202 ราย, อุบลราชธานี 202 ราย, ปราจีนบุรี 193 ราย, สุราษฎร์ธานี 192 ราย, เพชรบุรี 188 ราย, นครปฐม 178 ราย, พระนครศรีอยุธยา 176 ราย, สงขลา 174 ราย, กำแพงเพชร 165 ราย, พิษณุโลก 165 ราย, หนองคาย 154 ราย, หนองบัวลำภู 151 ราย, ร้อยเอ็ด 148 ราย, เพชรบูรณ์ 147 ราย, นครสวรรค์ 142 ราย, ชัยภูมิ 137 ราย, จันทบุรี 124 ราย, อุดรธานี 123 ราย, นครนายก 116 ราย, ชุมพร 105 ราย, ศรีสะเกษ 104 ราย และกระบี่ 103 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อหลักหน่วย 1 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน 6 ราย
ฉีดเข็มแรกแล้ว 52.8 ล.โดส
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 141 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 136 ราย ใน 40 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 40 ราย, เมียนมา 10 ราย, ฝรั่งเศส เยอรมนี ประเทศละ 7 ราย, สิงคโปร์ เดนมาร์ก คาซัคสถาน ประเทศละ 5 ราย, อังกฤษ ตุรกี สวีเดน โอมาน ประเทศละ 4 ราย ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 60 ราย แซนด์บ็อกซ์ 69 ราย ระบบกักตัว 6 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 1 ราย
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-15 ก.พ. 2565 จำนวน 96,344 ราย รายงานติดเชื้อ 2,670 ราย คิดเป็น 2.77% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 51,270 ราย ติดเชื้อ 459 ราย คิดเป็น 0.9% แซนด์บ็อกซ์ 38,521 ราย ติดเชื้อ 2,029 ราย คิดเป็น 5.27% และกักตัว 6,553 ราย ติดเชื้อ 182 ราย คิดเป็น 2.78%
ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.พ. ฉีดได้ 303,584 โดส สะสมรวม 120,520,771 โดส เป็นเข็มแรก 52,876,077 ราย คิดเป็น 76% ของประชากร เข็มสอง 49,300,254 ราย คิดเป็น 70.9% ของประชากร และเข็มสาม 18,344,440 ราย คิดเป็น 26.4% ของประชากร
พันธุ์ BA.2 ดันป่วยพุ่ง
ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศูนย์จีโนมฯ ได้ถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งตัวจากสิ่งส่งตรวจพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. จำนวน 192 ตัวอย่าง พบเป็นโอมิครอน BA.1 จำนวน 169 รายหรือ 88% BA.1.1 จำนวน 5 ราย หรือ 5% โอมิครอน BA.2 จำนวน 2 รายหรือ 1.05% เดลตา AY 85 จำนวน 14 รายหรือ 7.3% อัลฟาจำนวน 2 ราย หรือ 1.04% แต่หากเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำยังพบเป็นเดลตาเกือบ 100% ขณะที่ฐานข้อมูลกลางโควิดโลกหรือ GISIAD ช่วง 40 วันที่ผ่านมาที่สถาบันการแพทย์ทั้งรัฐและเอกชนในประเทศไทยถอดรหัสพันธุกรรมและอัพโหลดเข้าไป พบเป็นโอมิครอน BA.1.1 จำนวน 60% ขณะที่ BA.1 หรือตัวแม่เดิมลดลงเหลือ 19% BA.2 จำนวน 2% เดลตา AY85 จำนวน 14 % ทั้งนี้ BA.1.1 เป็นการแตกกิ่งก้านจากสายพันธุ์หลัก BA.1 เล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีผลก่อให้เกิดอะไรมากขึ้น
ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวว่า โอมิครอน BA.2 ในไทยขณะนี้น่าจะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลที่ติดตามพบคุณสมบัติ BA.2 มีการกลายพันธุ์มากที่สุด จึงส่งผลต่อการแพร่ระบาดหรือการติดเชื้อได้ไวที่สุด แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความรุนแรงของโรคหรือเสียชีวิตต่างจากโอมิครอนหลัก ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยผู้ป่วย 1 คนจะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นหรือค่า R-0 สายพันธุ์อู่ฮั่นอยู่ที่ 2.5 เดลตา 6.5-8 โอมิครอน BA.1 อยู่ที่ 8-15 แต่ BA.2 น่าจะเทียบเคียงหัดอาจจะถึง 18 เพราะไวมาก แต่การติดเชื้อไวในระยะหลังจะเห็นว่าไม่ได้แปรไปตามความรุนแรง
“ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็น โอมิครอนมากที่สุดขณะนี้คือ เดนมาร์ก ตามด้วยอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ส่วนแอฟริกาใต้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงไปมาก ส่วนอัตราเสียชีวิตจากโอมิครอนก็ต่ำกว่าเดลตา อัลฟาอย่างมาก ส่วนประเทศไทย โอมิครอนเข้ามาประมาณ ก.พ.ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเป็น BA.1 แต่อัตราผู้เสียชีวิตน้อยมาก เพราะมีการฉีดวัคซีนมาก รวมถึงมีอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) เข้าไปค้นหาช่วยเหลือผู้ป่วยเชิงรุก แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นขณะนี้ มาจาก BA.2 ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น คาดว่าไม่เกินครึ่งเดือนหรือประมาณปลายเดือนก.พ.ตัวเลขน่าจะลง เทียบเคียงจากประเทศอื่นๆ ที่มีสถานการณ์ระบาดมาก่อน” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์กล่าว
เร่งช่วย 100 คลินิกวืดชดเชย
ด้านนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีคลินิกชุมชนอบอุ่นและคลินิกเอกชนกว่าร้อยแห่ง ที่ร่วมระบบดูแลผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้านและชุมชน (HI/CI) ช่วง ก.ค.2564 ยังไม่ได้รับการจ่ายค่าชดเชยบริการว่า สปสช.จะเชิญคลินิกและหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมหารือผ่านระบบออนไลน์ เพื่อชี้แจงระบบการจ่ายเงินของ สปสช. ยืนยันว่าหากส่งข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน สปสช.จะจ่ายได้ภายในรอบการจ่ายเงินปกติ ทั้งนี้ จากการรายงานเบื้องต้นพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากข้อมูลการเบิกจ่ายที่หน่วยบริการส่งเข้ามา พบว่า มีหน่วยบริการบางส่วนที่ส่งข้อมูลไม่ครบถ้วน บางส่วนข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ สปสช.ได้แจ้งผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้กับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม หากได้ข้อมูลเบิกจ่ายครบถ้วนแล้ว สปสช.พร้อมที่จะจ่ายค่าบริการ ดังนั้นขณะนี้ขอให้คลินิกดังกล่าวเหล่านี้เข้าไปดูรายการการตรวจสอบเบื้องต้นก่อน และขอให้แก้ไขกลับเข้ามาโดยเร็ว เพื่อที่ สปสช. จะได้จ่ายค่าบริการให้ตามผลการให้บริการได้ ทั้งนี้ สปสช.จะเปิดคลินิกแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายเงินให้กับหน่วยบริการเป็นการเฉพาะ เพื่อสร้างความเข้าใจโดยตรงกับหน่วยบริการ
ป่วยตกค้างห้องฉุกเฉินพุ่ง
รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า มีขึ้นมีลงตามกลไกตลาด หลังจากลงมา 3 วัน นิวไฮใหม่ก็มาแล้ว ยังดีที่ยอดผู้ป่วยอาการหนักลดลง 3 คน โดยยอดผู้เสียชีวิตคงที่ ยังคงต้องจับตากันใกล้ชิดต่อไป โดยที่บ้านริมน้ำเริ่มมีผู้ป่วยโควิดตกค้างที่ห้องฉุกเฉินมากขึ้น ส่วนใหญ่อาการไม่หนักแต่ต้องรอสถานที่ส่งต่อ ส่วนพวกที่หนักก็มักจะเป็นจากโรคพื้นฐานเอง หนักจากโควิดพบเป็นส่วนน้อย ภาวะเตียงฝืดเข้ามาแทนเตียงเฟ้อของเมื่อเดือนที่แล้วโดยสิ้นเชิง
มีทีมวิจัยที่รวบรวมข้อมูลรายงานการระบาดของโควิดในโรงเรียนอย่างเป็นทางการ จาก 35 แห่งทั่วโลก พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการแพร่เชื้อในโรงเรียนที่สำคัญคือ การระบาดมากในชุมชน โดยเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมา 1.11 – 2.72 เท่า ในทางตรงข้าม มาตรการรักษาระยะห่างในโรงเรียนร่วมกับการใส่หน้ากาก จะช่วยลดการแพร่เชื้อลงได้ 0.25 เท่า และการที่นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนมีภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนกันเยอะ จะช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดลงได้ 0.57 เท่า โดยจะเห็นผลในเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก (0.47 เท่าเทียบกับ 0.90 เท่า) ดังนั้นการฉีดวัคซีนในเด็กนักเรียนทุกวัยล้วนมีความสำคัญ แต่การฉีดในช่วงวัยรุ่นจะช่วยลดการแพร่ระบาดในโรงเรียนได้ดีกว่า ส่วนในเด็กเล็กต้องมีมาตรการอื่นในโรงเรียนเสริมจากการฉีดวัคซีนด้วย” รศ.นพ.นิธิพัฒน์ระบุ
ที่น่าสนใจต่อไปคือ ทำไมวัยรุ่นบางส่วนจึงยังลังเลการเข้ารับวัคซีนโควิด ข้อมูลจากการสำรวจออนไลน์ในประเทศฮ่องกง จากวัยรุ่นกลุ่มตัวอย่าง 2,609 คน พบว่ามีเพียง 39% เท่านั้นที่ตั้งใจจะเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยไม่ลังเล เป็นผลจากการพบเห็นสมาชิกในครอบครัวป่วยจากโควิด โดยเฉพาะกรณีที่เป็นพ่อหรือแม่ด้วย ส่วนข้อกังวลที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความสงสัยในประสิทธิภาพของวัคซีนและผลข้างเคียงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ต่างกับนักเรียนวัย 12-17 ปีในบ้านเรา ที่ยอมรับการฉีดวัคซีนโควิดสูงถึงเกือบ 80%
ทีมแพทย์ป่วยอีก 156 คน
ด้านรศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า วันนี้ไทยพบติดเชื้อโควิด 16,462 คน, ตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) ผลบวกอีก 11,816 รวม 28,278 อัตราการตรวจพบผลบวก 18.12% จากเดิม 17.74%
“มีรายงานจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ติดโควิดถึง 156 คน สูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมา ขอให้ปลอดภัยทุกคน และไม่มีภาวะอาการคงค้างหรือ ลอง โควิด แค่จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยัน จำนวน 16,462 อย่างเดียว ยังไม่นับเอทีเค สูงที่สุดในรอบ 170 วัน นับตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.2564 แต่หากรวมเอทีเคอีก 11,816 คน เท่ากับ 28,278 คน สูงที่สุดเท่าที่มีการระบาดมา” รศ.นพ.ธีระกล่าว
ห่วงกทม.-ปริมณฑลป่วยพุ่ง
วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นห่วงสถานการณ์ โควิด-19 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวมทั้งในจังหวัดที่มีการรายงานยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น ชลบุรี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมทั้งให้เร่งฉีดวัคซีนประชาชนทุกกลุ่มให้ครบตามเกณท์ อย่างน้อย 2 เข็ม รวมทั้งเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันกรุงเทพ มหานครได้เปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อเพิ่มเติมจำนวน 50 เขต ในกรณีที่ศูนย์พักคอยเดิมมีจำนวนผู้ป่วยครองเตียงมากกว่าร้อยละ 80 รวมทั้งให้หน่วยงานชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน
“นายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยในวันมาฆบูชานี้ พุทธศาสนิกที่จะเดินทางไปทำบุญ หรือร่วมกิจกรรมทางศาสนาต้องเข้มงวดกับมาตรการป้องกันตัวเอง Universal Prevention สูงสุด รวมทั้งขอให้วัดและสถานที่ต่างปฏิบัติตามมาตรการ โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง อย่างเข้มข้นด้วย” นายธนกรกล่าว
สั่งพัฒนาไทยแลนด์พาส
นายธนกรกล่าวต่อว่า นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเข้าลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass ให้นำข้อผิดพลาดมาปรับปรุงระบบ และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ รวมทั้งได้เพิ่มช่องทางในการแก้ปัญหาของ ผู้ใช้ระบบ เนื่องจาก นายกฯ รับทราบถึงข้อจำกัด ความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และได้เร่งสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงการทำงาน และพัฒนาระบบที่นำมา รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้เดินทาง โดยเน้นย้ำให้ติดตาม ปรับปรุงระบบให้มีเสถียรภาพและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานมากที่สุด
เชียงใหม่เอทีเคบวก 5 พัน
ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค โควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 277 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 273 ราย ส่วนอีก 4 ราย จากต่างจังหวัด และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย
ส่วนการบริหารจัดการวัคซีน มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,584,230 คน คิดเป็นร้อยละ 91.61 จากประชากรจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดแล้ว 291,686 คน คิดเป็นร้อยละ 88.01 กลุ่ม 7 โรคเรื้อรังฉีดแล้ว 143,421 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไป ฉีดแล้ว 1,149,123 คน คิดเป็นร้อยละ 89.74
ที่จ.พะเยา ยังคงพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้ป่วยใหม่อีก 79 ราย และติดเชื้อจากนอกจังหวัด ซึ่งเป็นบัณฑิตที่เดินทางมารับปริญญาที่มหาวิทยาลัยพะเยา 6 ราย โดยมาจากจ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เชียงราย และกรุงเทพฯ ขณะที่คลัสเตอร์เล่นฟุตบอลในพื้นที่อ.เชียงคำ พบผู้ป่วยถึง 21 ราย
อุตรดิตถ์แจงวุ่นป้ายงดฉีด
ที่จ.อุตรดิตถ์ หลังมีการโพสต์ข้อความพร้อมภาพทางเฟซบุ๊ก และมีการแชร์ต่อๆ กัน ข้อความว่า “งดรับ ประชาชนที่มาจากตำบลผาเลือด (ยกเว้นหมู่ 5 ผาเต่า)” จากนั้นมีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากพร้อมขอเหตุผลและที่มาของป้ายดังกล่าว ทั้ง ติดก็รักษากินยาเดี๋ยวก็หาย, ไม่มีจรรยาบรรณ, กลัวอะไรเกินไป, รังเกียจอะไรหนักหนา เป็นต้น จากสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ภาพและป้าย ข้อความดังกล่าว ถูกนำมาติดภายในสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบวอล์กอิน ของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ท่าปลา กำหนดจุดบริการนอกสถานที่เทศบาลตำบลร่วมจิต เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา
ต่อมา นายชูเดช เรือนคำ สสอ.ท่าปลา ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจผิดหรือสื่อสารคลาดเคลื่อน และน่าจะเกิดความกังวล เนื่องจากขณะนี้มีการระบาดโควิด ทั้งต.ร่วมจิตและต.ผาเลือด เพื่อควบคุม เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค และต.ผาเลือด มีกำหนดจุดฉีดนอกสถานบริการวันที่ 28 ก.พ. โดยอำเภอท่าปลาร้อยละ 80 ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และกำลังรณรงค์บูสต์เข็ม 3 ดังนั้นจึงกระจายจุดบริการนอกสถานที่ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการประชาชน และไม่ได้ปิดกั้นแต่อย่างใด
กำนันน้อยใจแทนลูกบ้าน
ขณะที่นายเอกชัย หมื่นคีรี กำนันตำบลผาเลือด อ.ท่าปลา กล่าวว่า น่าจะเป็นความเข้าใจผิด หรือการสื่อสารด้วยตัวหนังสือที่สั้นจนเกินไป เนื่องจากพื้นที่ต.ผาเลือด อยู่ในห้วงการระบาดโควิด พบผู้ติดเชื้อกระจายเกือบทุกหมู่บ้านแล้วกว่า 90 ราย กลุ่มเสี่ยงสูงร่วม 300 ราย ที่ต้องกักตัว เมื่อมีการกำหนดให้บริการฉีดวัคซีนของ สสอ.ท่าปลา ที่เทศบาลตำบลร่วมจิต เชื่อว่าชาวผาเลือดทุกคนรู้และตระหนักดีว่ารอให้การระบาดคลี่คลายเป็นปกติ และจะไปรับการฉีดวัคซีนวันที่ 28 ก.พ.ที่ รพ.สต.ผาเลือด แต่ไม่คิดว่าจะมีการขึ้นป้ายในลักษณะดังกล่าว ณ จุดบริการที่เทศบาลตำบลร่วมจิต ยอมรับว่ากระทบต่อจิตใจของชาวผาเลือด พี่น้องประชาชนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมาก ตนในฐานะพ่อบ้านตำบลผาเลือด น้อยใจ เสียใจที่ขึ้นป้ายซึ่งเป็นการใช้ข้อความที่แรงไป อ่านแล้วคล้ายถูกรังเกียจเพราะเกิดการระบาด โควิดในพื้นที่ น่าจะใช้ข้อความที่ดูดีกว่านี้ เมื่อสอบถามต้นตอ ณ เวลานี้ไม่มีใครยอมรับว่า ใคร หน่วยไหน ติดป้าย
ด้านนพ.วิศิษฎ์ อภิสิทธิ์วิทยา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตร กล่าวว่า สถานการณ์ โควิด จังหวัดพิจิตร ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเชื้อโอมิครอน โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิดจำนวน 48 ราย มีทั้ง ติดเชื้อในจังหวัดและผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงนอกจังหวัด
เมืองคอนถกคุมเชื้อบ้าน
ที่จ.นครศรีธรรมราช นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้เรียกประชุมด่วนหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในพื้นที่เพิ่มสูงสุดวันเดียวถึง 743 ราย โดยมีรองผวจ. นพ.สสจ. ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด และนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ร่วมหารือ
นายไกรศรกล่าวว่า การติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้ร้อยละ 80 เป็นการติดเชื้อในครัวเรือน และในโรงงานไม้ยางพารา เบื้องต้นได้กำชับให้ผู้เกี่ยวข้องได้เร่งสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์แก่ประชาชน อย่างยิ่งการเข้มงวดต่อมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค และการปฏิบัติตามมาตรการสธ.อย่างเคร่งครัด และเน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์ในโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ เป็นพิเศษ โดยมีโรงเรียน 400 แห่ง ที่เปิดการเรียนการสอนแบบออนไซต์แล้ว คิดเป็นร้อยละ 24 ของโรงเรียนทั้งหมดในจังหวัด โดยได้กำชับให้คณะกรรมการควบคุมโรคของสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่ ร่วมติดตามและประเมินสถานการณ์ในโรงเรียน/สถานศึกษาแต่ละแห่งอย่างใกล้ชิด อย่างยิ่งสถานศึกษาที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด
ตรังฉีดไฟเซอร์ให้เด็ก
ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง ติดตามการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบ ในเขตอ.เมือง ซึ่งเป็นนักเรียนในระบบจำนวน 2,600 คน และเด็กอายุ 5-11 ขวบ ที่อยู่นอกระบบการศึกษา จำนวน 100 คน รวม 2,700 คน ขณะที่สถาบันโรคผิวหนังเขตร้อนภาคใต้ จังหวัดตรัง จัดเจ้าหน้าที่แต่งชุด มาสคอตเปิดภาพยนตร์การ์ตูน และให้เด็กๆ วาดภาพระบายสี เพื่อให้เด็กๆ คลายความวิตกกังวล ในขณะที่ผู้ปกครองให้กำลังใจบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
นายขจรศักดิ์กล่าวว่า จังหวัดได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่ใช้ฉีดให้กับเด็กเล็ก จำนวน 2,910 โดส โดยกำหนดฉีดวัคซีนในวันหยุดราชการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ ผู้ปกครอง ที่จะได้ติดตามดูแลบุตรหลานและได้กำหนดให้วันที่ 19 และ 20 ก.พ. เป็นวันฉีดวัคซีนสำหรับเด็กในโรงเรียนต่างๆ ในเขตพื้นที่อ.เมือง ก่อนขยายการฉีดวัคซีนไปยังอีก 9 อำเภอที่เหลือต่อไป อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการควบคุมโรค ได้อนุญาตเปิดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ จำนวน 120 โรงเรียน ทั้งโรงเรียนของรัฐและโรงเรียนเอกชน ทางโรงเรียนต้องเขียนแผนรับมือหากมีการแพร่ระบาดตามมาตรการสธ.อย่างเคร่งครัด
ด้านนพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นพ.สสจ.สตูล กล่าวว่า จังหวัดพบผู้ป่วยใหม่ จำนวน 57 ราย ผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยทั้งหมด เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้งหมด เบื้องต้นมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 72 คน ได้ไปกักตัวที่บ้าน (เอชคิว) ทั้งหมด ทั้งนี้ขอเชิญชวนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมาฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการระบาดโควิดกัน
ขณะที่สสจ.สงขลา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 174 คน จากกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่ 64 คน มากเป็นอันดับ 1 รองลงมาจากกลุ่มคลินิกคัดกรองโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ 48 คน ผู้ติดเชื้อยืนยันจากต่างจังหวัด 12 คน และกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังคือกลุ่มผู้ติดเชื้อในกิจกรรมรวมกลุ่มทางสังคม และกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข 11 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 70,572 คน เสียชีวิตสะสม 329 คน ส่งผลให้ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 400 คน เป็น 819 คนใน 1 สัปดาห์

ฉีดผู้เฒ่า – ผู้สูงอายุจำนวนมากเข้ารับวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาด โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจวัดความดันให้ก่อนเพื่อดูความพร้อมก่อนรับวัคซีนที่ศาลาประชาคม ศาลกลางจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 16 ก.พ.
โคราชป่วยพุ่ง 479 คน
ที่จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย ที่ทำการปกครองจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด กอ.รมน.จังหวัด เทศบาลนคร และเจ้าหน้าที่จากกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครราชสีมาที่ 1 ออกตรวจตราตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด และจัดระเบียบสังคม รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัด โดยออกตรวจร้านอาหารที่เปิดให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยพบ 2 ร้าน ที่ยังเปิดให้ดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา 23.00 น. จึงให้ ผู้ประกอบร้านปิดบริการทันที พร้อมกับตักเตือน หากพบการฝ่าฝืนคำสั่งในครั้งต่อไปจะจับกุมทันที
ขณะที่ศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อโควิด-19 จ.นครราชสีมา ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่ 32 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 479 ราย เป็นการติดเชื้อนอกพื้นที่ 15 ราย และในพื้นที่ 464 ราย ป่วยสะสม 43,597 ราย รักษาหาย 39,459 ราย ยังรักษาอยู่ 3,830 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย เป็นชายอายุ 69 ปี ชาว ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง ประวัติโรคประจำตัวหลอดเลือดสมอง หัวใจ ไตวายเรื้อรัง รวมเสียชีวิตสะสม 308 ราย
นพ.วิชาญ คิดเห็น รองนพ.สสจ.นครราช สีมา กล่าวว่า ตัวเลขติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเทียบตามสถิติการระบาดในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา กำลังเข้าสู่รอบของการระบาดเมื่อเดือนก.ค.2564 ซึ่งเป็นการติดเชื้อพุ่งทะยานระดับ 4-500 รายขึ้นไป แต่ทุกภาคส่วนได้ควบคุมจนผ่านพ้นวิกฤตมาได้ เมื่อมีติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ก็จะพิจารณาใช้มาตรการเข้มข้นโดยมีคำสั่งปิดสถานบริการหรือโรงงานที่มีการติดเชื้อ เพื่อยับยั้ง โดยขณะนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นจึงปรับใช้มาตรการให้คนโคราชอยู่กับโควิด “เปิดหน้าแลกหมัดสู้กับโควิด” หากจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 500 ราย บุคลากรทางการแพทย์ต้องรับภาระดูแลรับผิดชอบผู้ป่วยจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนและมีปัญหาอุปสรรคการครองเตียงสำหรับ ผู้ป่วยหนัก ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องติดตามและช่วยกันกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
5 หมู่บ้านวังสะพุงป่วย 200
ด้านนายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอวังสะพุง จ.เลย กล่าวว่า หลังมีการผ่อนคลายการใช้กฎหมายบังคับการระบาดโควิดทำให้การติดเชื้อในพื้นที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกว่า 5 หมู่บ้านติดเชื้อแล้วกว่า 200 คน จากเหตุจัดงานแต่งงาน งานทำบุญ ที่จัดให้มีหมอลำ แม้ผู้ใหญ่บ้านห้ามจัด ยังไม่ยอมฟัง แถมไล่ออกจากบ้าน รวมทั้งคนเร่ขายลอตเตอรี่ทั่วประเทศ กลับมาไม่ยอมตรวจเอทีเค เดินไปทั่วเมือง ทำให้เกิดการระบาด
“สถานการณ์การติดเชื้อในอ.วังสะพุง ค่อนข้างน่ากังวล อย่างศูนย์โควิดชุมชนระดับอำเภอ ที่มีทั้งหมด 4 แห่ง เต็มหมดทุกแห่ง มีผู้ติดเชื้อ 207 ราย และโรงพยาบาลก็เต็มเช่นกัน ขณะที่โรงเรียนมีเด็กติดยกชั้น และคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกมาก เนื่องจากขบวนการการรับรู้ของประชาชนในพื้นที่ ค่อนข้างสอบตก ช่วงนี้ชาวบ้านมักทำบุญแจกข้าว หรือทำบุญให้กับผู้เสียชีวิต และงานแต่งงาน จากมาตรการที่วางไว้ไม่ได้รับความร่วมมือ แม้ให้จัดระบุจำนวนคนร่วมงาน ไม่มีการรื่นเริง แต่ก็ฝ่าฝืนไม่เคารพกฎ อย่างบางหมู่บ้านจัดงานทำบุญแจกข้าว มีหมอลำ ผู้ใหญ่บ้านขอให้งดมีหมอลำ แต่เจ้าภาพยังไล่ผู้ใหญ่บ้านออกจากงาน อ้างว่าเป็นประเพณี สุดท้ายหลังงานเลิกมีผู้ติดเชื้อยกทั้งหมู่บ้าน เกิดคลัสเตอร์ลุกลามไปบริเวณกว้าง ทำให้ เจ้าหน้าที่ค่อนข้างหนักใจในการบริหารจัดการ รวมทั้งเรื่องของงบประมาณ จึงขอความร่วมมือจากชาวบ้านด้วย” นายภูริวัจน์กล่าว
ปลัดสธ.ตรวจร.พ.แปดริ้ว
ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานร.พ.พุทธโสธร และร.พ.วัดสมานรัตนาราม (พุทธโสธร 2) จ.ฉะเชิงเทรา ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 จ.ฉะเชิงเทรา แม้จะมีผู้ติดเชื้อหลักร้อยราย แต่ถือว่าคงตัวและควบคุมคลัสเตอร์ต่างๆ ได้ ภาพรวมทั้งจังหวัดมีเตียงรองรับ 4 พันกว่าเตียง มีผู้ติดเชื้อกำลังรักษากว่า 1,700 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสีเขียว ผู้ป่วยอาการรุนแรงมีจำนวนน้อย เนื่องจากโรคมีความรุนแรงลดลง และฉีดวัคซีนในพื้นที่ครอบคลุมแล้วกว่า 80% ทำให้มีเตียงเพียงพอรองรับกลุ่มผู้ป่วยอาการหนัก โดยมีร.พ.พุทธโสธรเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมามีการเพิ่มแพทย์ทำให้รองรับการดูแลรักษาโรคโควิดได้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น มีห้องความดันลบสำหรับฟอกไตผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่ติดโควิด
ส่วนร.พ.วัดสมานรัตนาราม ได้รับการสนับสนุนจากพระประชาธรรมนาถ เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม เป็นอาคาร 9 ชั้น เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2563 โดยชั้น 1 เป็นจุดตรวจผู้ป่วยทั่วไป เจาะเลือด และตรวจทางรังสี ส่วนชั้น 2 ให้บริการทันตกรรม การแพทย์แผนไทย เช่น คลินิกกัญชาทางการแพทย์ การฝังเข็ม ซึ่งในช่วงโควิดได้ปรับเป็นจุดบริการฉีดวัคซีนด้วย นอกจากนี้ จะแยกบริการบางแผนกจากร.พ.พุทธโสธรมาไว้ที่นี่ เช่น กายภาพบำบัด อาชีวอนามัย หน่วยไตเทียม คลินิกจักษุ เป็นต้น จะช่วยให้ประชาชนสะดวกสบายและเข้าถึงบริการได้มากขึ้น รวมถึงเป็นการแบ่งเบาผู้ป่วยจากร.พ.พุทธโสธร โดยได้มอบหมายให้นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 6 ร่วมวางแผนและติดตามกำกับการพัฒนาบริการของร.พ.ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน