ญาติเหยื่อร้องคุ้มครองพยาน

กล้องหน้ารถตู้นายกอบต.บางสมบูรณ์ จับภาพชัดนาทีมือปืนซิ่งรถเก๋งประกบยิงถล่ม ฆ่าโชเฟอร์-รองนายกอบต.ดับคาที่ ตัวนายกอบต.เจ็บสาหัส ด้านครอบครัวผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตหวั่นไม่ปลอดภัยร้องขอความคุ้มครองถึงกระทรวงยุติธรรม อดีต นายกอบต.เข้าให้ปากคำตำรวจ ครวญต้องกลายเป็นจำเลยสังคมทั้งที่ไม่มีส่วนรู้เห็นอะไร เผยห่วงความปลอดภัยของคนในครอบครัวเตรียมขอความคุ้มครองจากตำรวจเช่นกัน

นาทียิง – ภาพจากกล้องหน้ารถของนายญาณกร โท้ประยูร หรือนายกศร นายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก เผยนาทีรถคนร้ายขับแซงขึ้นประกบ แล้วรัวยิงเข้าใส่ ก่อนรถจะเสียหลักพุ่งตกข้างทาง บนถนนปากท่อ-เตยน้อย ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก

จากกรณีมีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถตู้ของนายกอบต.บางสมบูรณ์ จนมี ผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย บริเวณถนนสายปากท่อ-บางปรัง ม.2 ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อกลางดึกวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่กระทรวงยุติธรรม น.ส.อุษา โท้ประยูร น้องสาวของนายญาณกร หรือศร โท้ประยูร นายกอบต.บางสมบูรณ์ ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และ น.ส.พรหมพร นุชแดง น้องสาวของนายวัชระ นุชแดง คนขับรถตู้ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ช่วยเหลือและขอความเป็นธรรมทางคดี เพราะยังกังวลเรื่องความปลอดภัย

ขอคุ้มครอง – น.ส.อุษา โท้พระยูร น้องสาวนายญาณกร โท้ประยูร นายก อบต.บางสมบูรณ์ จ.นครนายก ที่ถูกยิงถล่มรถได้รับบาดเจ็บ เข้ายื่นหนังสือต่อว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือขอคุ้มครองพยาน ที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 17 ก.พ.

น.ส.อุษากล่าวว่า วันนี้มาขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือเยียวยาจากกองทุนผู้เสียหายในคดีอาญา และอยากให้มีการคุ้มครองพยานในคดีดังกล่าว เพราะสภาพจิตใจค่อนข้างย่ำแย่ ต้องการให้จับคนร้ายเร็วที่สุด ครอบครัวยังรู้สึกไม่ปลอดภัยและเชื่อว่าคนก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพล เนื่องจากมีการใช้อาวุธปืนสงคราม

ด้านว่าที่ร้อยตรีธนกฤตกล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม โดยยุติธรรมจังหวัดนครนายก มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอำนวยความยุติธรรมและนิติกร ลงพื้นที่พบญาติผู้เสียชีวิตของทั้งสองรายแล้ว เพื่อแจ้งสิทธิค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา พร้อมทั้งแจ้งขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรมให้แก่ทายาททราบ โดยเบื้องต้นสรุปได้ว่าคดีนี้หากผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญากรณีเสียชีวิตได้แก่ ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท และค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท รวมเงินที่จะได้รับ 110,000 บาท ส่วนด้านของคดีความจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่เชิงรุกสืบสวนคดีคู่ขนานไปกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาตัวคนร้ายก่อนสืบไปหาตัวบงการ ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้มีอิทธิพลมาดำเนินคดีให้ได้

นอกจากนี้จะให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วยเรื่องการตรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้นด้วย และขอฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปกครองเร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลให้หมดไปจากสังคม หลังพบว่ามีการครอบครองอาวุธปืนสงครามเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน และญาติของครอบครัวผู้เสียชีวิตตอนนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงตามไปด้วย

วันเดียวกันมีการเปิดเผยคลิปภาพจากกล้องติดหน้ารถตู้ของนายญาณกร โท้ประยูร นายกอบต.บางสมบูรณ์ ขณะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 14 ก.พ. จากภาพจะเห็นว่ารถของนายกอบต.ได้ขับมาตามเส้นทางบางปรัง เมื่อถึงจุดที่เกิดเหตุ จู่ๆ ได้มีรถเก๋งแซงขวาออกมาเปิดฉากกระหน่ำยิงใส่รถของนายญาณกร 2 ชุด ชุดแรกเข้าที่ด้านข้างของรถ ส่วนชุดที่ 2 ยิงใส่ด้านหน้ารถ ก่อนที่รถตู้ผู้ประสบเหตุจะแล่นเป็นทางตรงชนท้ายรถคนร้ายที่กำลังเร่งเครื่องแซงขึ้นจากฝั่งขวา เป็นรถยนต์มิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับมุ่งหน้าไปทางสามแยกเตยน้อย ก่อนจะหายไป

ส่วนรถของนายญาณกรเสียหลักตกข้างทาง คาดว่าคนขับรถคือนายวัชระ ม่วงกาศ ที่ถูกยิงน่าจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุพร้อมกับรองนายก โดยระหว่างถูกยิง จะได้ยินเสียงร้อง และเสียงมีคนบอกให้นายญาณกรหมอบลงกับพื้น หลังจากเกิดเหตุไม่นานได้มีโทรศัพท์ลึกลับโทร.เข้าโทรศัพท์มือถือของนายญาณกร คาดว่าอาจจะเป็นการโทร.มาเช็กว่านายญาณกรเสียชีวิตหรือไม่ ก่อนจะมีพลเมืองดีรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนคนขับกับรองนายกเสียชีวิตคาที่

ส่วนที่ บก.ภ.จว.นครนายก นายประสพโชค นิ่มเรือง อดีตนายกอบต.บางสมบูรณ์ พร้อมทนายความส่วนตัวเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ครั้งนี้ไม่ใช่การถูกเรียกสอบปากคำ แต่เป็นการ พูดคุย โดยตำรวจสอบถามและตนตอบในลักษณะไล่ลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ช่วงก่อนที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุว่าไปไหนและทำอะไร รวมไปถึงหลังจากเดินทางกลับอยู่ที่ไหน ให้ปากคำกับตำรวจไปทุกอย่างไม่มีปิดบัง ยังยืนยันเช่นเดิมว่าไม่มีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องกับเหตุครั้งนี้ และไม่ได้หนักใจหรือกังวลใจที่จะถูกดำเนินคดี เพราะไม่ได้ไปจ้างวานให้ใครไปฆ่าใคร และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกเรื่อง

ส่วนกรณีความขัดแย้งกับนายกอบต.คนปัจจุบันนั้น นายประสพโชคกล่าวว่า ถ้าจะมีความขัดแย้งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของนายญาณกรในการเป็นนายกอบต. เนื่องจากนายญาณกรเคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกในคดีความผิดเกี่ยวกับเช็ค เมื่อปี 47-48 ส่วนเรื่องอื่นคิดไม่ออกว่าจะมีความขัดแย้งอะไร และในงานวันที่ 14 ก.พ. ไม่มีความขัดแย้งอะไรเกิดขึ้น

“ผมกลายเป็นจำเลยสังคมและถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานมายืนยัน จนทำให้ผมและครอบครัวต้องตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากอาจมีกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ อาจมาดักล้างแค้น ซึ่งในตอนแรกผมไม่อยากจะคิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ต้องกลับมาคิดและอาจจะขอให้ตำรวจมาคุ้มกันครอบครัวด้วย ส่วนหลังจากนี้ตำรวจจะเรียกสอบปากคำอีกหรือไม่ก็พร้อมเสมอ และยินดีมาให้ปากคำโดยไม่มีเงื่อนไข” นายประสพโชคกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน