เยียวยา4กลุ่มประมงได้ก่อนคราบกระจายพบหลายหาด

ตร.ลุยคดีน้ำมันรั่วทะเลระยอง ส่งประดาน้ำดำเก็บภาพจุดรั่ว รอนำท่อขึ้นบกตรวจซ้ำอีกครั้ง บริษัท เอสพีอาร์ซี เผยเยียวยาให้ 4 กลุ่ม จ่ายประมงก่อน สิ้นเดือนนี้ ส่วนโรงแรม ร้านอาหารและอื่นๆ เริ่มจ่ายมี.ค. รมต.ท็อปแจงในสภา ปริมาณรั่วต้องให้บริษัทยืนยันตัวเลขเอง ส่วนสารสลายคราบน้ำมันใช้เยอะเพราะโปรยสุ่มช่วงกลางคืน ย้ำทส.มีหน้าที่เก็บกวาดปัญหาที่เกิดขึ้น

เก็บตัวอย่าง – เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณหาดแสงจันทร์ จ.ระยอง ไปตรวจสอบคุณภาพ หลังคราบน้ำมันกระจายลอยเข้าฝั่งหลายหาดทั่วจังหวัด ล่าสุดบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียมฯ ที่ทำน้ำมันรั่วไหลเตรียมจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบแล้ว เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายจิระศักดิ์ มหาสุคนธ์ ผจก.ทรัพยากรบุคคล บริษัท สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) กล่าวว่า ความคืบหน้าของแผนการดำเนินงานเยียวยา ซึ่งมีการกำหนดร่าง หลักเกณฑ์การชดเชย และมีการกำหนดร่างแผนรายกลุ่มเบื้องต้น 4 กลุ่ม โดยสรุปว่า จะจ่ายเยียวยาให้กลุ่มประมงเป็นกลุ่มแรก กำหนดเริ่มทยอยจ่ายปลายเดือนก.พ.นี้ ส่วนอีก 3 กลุ่มประกอบด้วยโรงแรม ร้านอาหาร และกลุ่มอาชีพอื่นๆ จะเริ่มทยอยจ่ายประมาณต้นเดือนมี.ค.65 ซึ่งเป็นการสรุปจ่ายทีเดียวทั้งหมด หากเกิดความไม่พอใจกับจำนวนเงินที่สรุปจ่าย ก็จะต้องหาข้อยุติจนกว่าจะสรุปกันได้ ซึ่งขณะนี้มียอดผู้เข้าแจ้งรับเยียวยาทุกสาขาอาชีพรวมทั้งหมดกว่า 8 พันคนแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ. จว.ระยอง กล่าวถึงการดำเนินคดีบริษัทเอสพีอาร์ซีที่ทำน้ำมันรั่วลงทะเล ว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำที่มีทักษะดำน้ำลงไปเก็บภาพท่อน้ำมันที่เกิดเหตุ ซึ่งมีความลึกถึง 27 เมตร เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้งหลังจากนำท่อน้ำมันขึ้นมาบนบก ส่วนในเรื่องสำนวนก็มีความคืบหน้าไปบ้างแล้ว แต่ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน เพราะเป็นการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย

ด้านนายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยองได้กล่าวว่า สำหรับกรณีมีชาวบ้านซื้อปลาจะละเม็ดมาแล้วพบว่ามีเหงือกสีดำคล้ายคราบน้ำมัน ตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เป็นปลาของเรือประมงชื่อเรืออุทัยนาวี 5 เป็นเรือประมงน้ำลึกออกหาปลาห่างฝั่งประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งไกลเกินกว่าที่น้ำมันจะลอยออกไปถึง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอผลตรวจก่อนจึงจะสรุปต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนที่บริเวณชายหาดแหลมเจริญ พบว่ามีคราบผงสีดำจำนวนมากลอยมาเกยบนชายหาด ตลอดแนวยาวประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ยังพบฟองสีเหลืองอมดำลอยเป็นแพขนาดใหญ่ในทะเล บางส่วนก็ถูกคลื่นซัดเข้ามาบนชายหาด บางส่วนก็ถูกคลื่นซัดแตกตัวกระจายออกไป ส่วนที่ชายหาดแหลมแม่พิมพ์ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ยังคงมีคราบสีดำลอยขึ้น แต่จะมีความหนาแน่นน้อยกว่าเมื่อวาน เช่นเดียวกับที่ชายหาดแม่รำพึงก็ยังคงมีคราบผงสีดำลอยขึ้นมา โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท เอสพีอาร์ซีสแตนด์บายลงพื้นที่ เก็บคราบตามชายหาดทันที ที่ได้รับแจ้งว่าพบคราบน้ำมันเกยชายหาด แต่ก็ยากต่อการเก็บ เพราะมีคราบผงสีดำขึ้นมาตลอด

จากการสอบถามชาวประมงเรือเล็กแหลมเจริญ เปิดเผยว่า คราบสีดำมีลักษณะเหนียว ถูกพัดเข้าตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. มีจำนวนมาก หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่บริษัทเอสพีอาร์ซีได้เข้าเก็บคราบน้ำมันไปแล้ว แต่ปรากฏว่ายังคงมีคราบน้ำมันเป็นผงสีดำลอยเข้ามาเพิ่มอีกในวันนี้ ซึ่งจะเห็นเป็นคราบสีดำตลอดแนวชายหาด ส่วนฟองสีเหลืองอมดำก็ยังไม่ทราบว่าเป็นฟองอะไร จึงต้องการให้มาเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบว่ามีอันตรายหรือไม่

ด้านชาวประมงพื้นบ้านกล่าวว่า ขณะที่ออกทะเลห่างฝั่งประมาณ 5 ไมล์ทะเล พบมีคราบน้ำมันลอยเป็นแพอยู่ในทะเล จะมีทั้งเป็นแบบฟิล์มบางๆ และเป็นเม็ดขนาดเล็ก สีดำเหนียวลอยกระจายให้เห็นเป็นแพอยู่กลางทะเลหลายจุด

ทั้งนี้บริษัท SPRC ได้ว่าจ้างบริษัท เฮลธ์ แอนด์ เอ็นไวเทค จำกัด (secot) ที่ให้บริการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร มาตรวจสอบหลังน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง โดยเจ้าหน้าที่จากบริษัท เฮลธ์ แอนด์ เอ็นไวเทค ได้ลงพื้นที่แหลมเจริญ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อเก็บคุณภาพไปตรวจสอบเพื่อหาสารปนเปื้อนแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกๆ ที่มีคราบน้ำมันรั่ว เบื้องต้นเป็นการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและทรายไปตรวจพิสูจน์ โดยจะเก็บทั่วทุกชายหาดของ จ.ระยอง ตั้งแต่ชายหาดเขตพื้นที่ ต.มาบตาพุด ไปจนถึงเกาะเสม็ด เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์

ที่ศาลาข้างศาลเจ้าป่าคั่น ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร ริมหาดแม่รำพึง และชมรมเปลผ้าใบและ ห่วงยางหาดแม่รำพึง รวมประมาณ 100 คน ประชุมหารือเกี่ยวกับการขอรับเยียวยากรณีน้ำมันรั่ว โดยมีนายประเสริฐ ศิริมหา อายุ 60 ปี ประธานชมรมผู้ประกอบการ ร้านอาหารริมหาดแม่รำพึง และนายจินดา แสงสินชัย อายุ 59 ปี ประธานชมรมเปลผ้าใบและห่วงยางหาดแม่รำพึง เป็นผู้นำในการประชุมหารือ

นายประเสริฐกล่าวว่า การที่ต้องมารวมตัวกันในวันนี้ เพราะเดือดร้อนกันมากกับผลกระทบที่เกิดขึ้น หลังน้ำมันรั่วทำให้นักท่องเที่ยวหายหมด ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ผ่านมากว่า 20 วัน แต่ยังไม่เคยมีเจ้าหน้าที่บริษัทเอสพีอาร์ซี ลงมาพบปะพูดคุยในเรื่องเยียวยาเลย มีแต่ให้ไปแต่ให้ไปแจ้งชื่อ โดยไม่มีกำหนดเวลาการเยียวยา และจำนวนเงินที่จะเยียวยา ทางผู้ประกอบการในชมรมจึงมีความเห็นตรงกันว่า ให้ลงทะเบียนเยียวยาขึ้นมาใหม่พร้อมกัน ในนามชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารหาดแม่รำพึง เพื่อให้เป็นไปในระนาบเดียวกัน โดยเสนอเรียกค่าเยียวยา แบ่งเป็น 4 ไตรมาส ไตรมาสละ 3 เดือน โดยไตรมาสแรก เรียกร้องค่าเยียวยา 350,000 บาท ต่อหนึ่งร้านค้า พร้อมหลักฐานในการประกอบการ ส่วนไตรมาสที่เหลือ หากสถานการณ์ดีขึ้นก็จะมีการประเมินตามความเหมาะสมต่อไป โดยทางเราจะเน้นว่าทุกราย ต้องมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้ประกอบการจริง เตรียมจะรวมกันไปยื่นต่อบริษัทเอสพีอาร์ซี หากยื่นไปแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ก็จะต่อสู้ต่อไปตามวิถีของชาวบ้าน

นายจินดากล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการในชมรมมีกว่า 60 ราย ต่างก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน เพราะไม่มีใครกล้าลงเล่นน้ำเลย จึงมาร่วมกับชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารหาดแม่รำพึง เรียกร้องการเยียวยา สำหรับ ทางชมรมเปลผ้าใบและห่วงยาง เสนอเรียกเงินเยียวยา ไตรมาสแรก 3 เดือน เป็นเงินจำนวน 180,000 บาท ส่วนไตรมาสที่เหลือ รอประเมินตามสถานการณ์อีกครั้ง ส่วนที่ต้องเรียกเงินเยียวยาแบ่งเป็นไตรมาส เพราะประสบการณ์น้ำมันรั่วเมื่อปี พ.ศ.2556 ได้เงินเยียวยาแค่หลักหมื่นครั้งเดียวแล้วจบ แต่ผลกระทบยาวนานจนทำขาดรายได้ จึงจำเป็นต้องมีการหารือกันจนสรุปร่วมกันในการนำเสนอในรูปแบบลักษณะนี้ ทางบริษัทอย่าบ่ายเบี่ยงเลย เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของบริษัท จึงต้องรับผิดชอบ หากจะลงมาเจรจาทางเราก็ยินดี เราเองก็เข้าใจและเห็นใจบริษัท แต่ก็ต้องเห็นใจตัวเราเองด้วยเช่นกัน

วันเดียวกัน ที่รัฐสภาในการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อครม.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) อภิปรายเรื่องน้ำมันรั่วที่จ.ระยอง ระบุ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าน้ำมันรั่วกี่ลิตรกันแน่จากตัวเลข 400,000 ลิตร มาเป็น 160,000 ลิตร จนมาที่ตัวเลข 50,000 ลิตร โดยนายวราวุธบอกว่าเทสารเคมีสลายน้ำมันไป 70,000 ลิตร โดยอนุมัติใช้สาร Slickgone NS จากบริษัท Dasic 40,000 ลิตร อัตราส่วน 1 ต่อ 10 แต่จากข้อมูลของบริษัทแนะนำให้ใช้สาร Slickgone NS ในอัตราส่วน 1 ต่อ 20 หรือ 30 เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ วันถัดมาอนุมัติให้ใช้เพิ่มอีก 36,400 ลิตร โดยไม่ได้อนุมัติอ้างอิงจากน้ำมันรั่ว

นพ.วาโยกล่าวต่อว่า แต่เหตุผลคือเพื่อควบคุมไม่ให้น้ำมันเข้าสู่ชายฝั่ง แต่น้ำมันก็เข้าสู่ชายฝั่งอยู่ดี สร้างผลกระทบต่อพี่น้องชาวประมงอย่างร้ายแรง อีก 2 วันต่อมาก็อนุมัติให้ใช้เพิ่มอีก 9,000 ลิตร รวมเกือบ 80,000 ลิตร คิดเป็นอัตราส่วน 1.5 ต่อ 1 ไม่ใช่ 1 ต่อ 10 คำถามคือ สารเคมีที่ใช้มันเกินอัตราส่วนมาก หรือน้ำมันรั่วเกินกว่าข้อมูลที่ชี้แจงหรือไม่ เพราะหากคิดจากอัตราส่วนของสารเคมีที่ใช้คำนวณได้ว่าน้ำมันรั่ว 800,000-900,000 ลิตร นอกจากนี้สารเคมีที่ใช้และน้ำมันที่รั่วมีผลเสียต่อ สิ่งแวดล้อมอย่างไร

ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า เหตุการณ์น้ำมันรั่วคืน 25 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ถ้าได้ฟังจะรู้ว่าตนบอกว่าน้ำมันรั่วเวลา 22.00 น. และหยุดตอนเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ดังนั้นเวลาดังกล่าวถ้าใครที่เคยอยู่ทะเลจะ รู้ว่ามันมืดตึ๊ดตื๋อมองไม่เห็นเลยว่าน้ำมัน มันรั่วแล้วจะลอยอยู่ตรงไหนบ้าง และมันรั่วมาตอนกลางคืนเราเตรียมบูมไม่ทัน ทั้งนี้ เมื่อน้ำมันมันรั่วไปแล้ว การใช้สารดิสเพอร์ชั่นถ้าจะใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดคือการเอาบูมน้ำมันมารอบน้ำมันทั้งหมดแล้วใช้อัตราส่วนต่างๆ นั้น แต่พอมันไม่รู้ว่าน้ำมันมันเลยขึ้นมา หรือไปทางไหน บูมเรานำมาไม่ทัน ถ้าจะแก้ปัญหา ณ เวลาจะเที่ยงคืนนั้นมันต้องฉีดไปทั้งกลางคืนแบบนั้น ถ้าจะมาฉีดกลางวันน้ำมันคงขึ้นฝั่งไปหมดแล้ว

นายวราวุธกล่าวอีกว่า ส่วนน้ำมันรั่วออกมาเท่าไหร่นั้น ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่า หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังไม่สามารถรู้ได้ คนที่จะ ตอบได้ดีคือบริษัทที่เป็นเจ้าของต้นเรื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ขั้นตอนตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อบริษัทบอกจำนวนเท่าไหร่เราต้องยึด ส่วนสารดิสเพอร์ชันที่ว่าเป็นสารที่ใช้ในปี 56 นั้นต้องบอกว่าเป็นสารยี่ห้อเดิมแต่ไม่ใช่สารตัวเดิม ซึ่งตัวที่ใช้ในปีนี้มีความปลอดภัยมากกว่า สามารถย่อยคราบน้ำมันได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เวลาตั้งโรงานขึ้นมาแห่งหนึ่งนั้น เราตั้งกระทู้ถามหน่วยงานไหน เวลาอยู่ในทะเลท่านตั้งกระทู้ถามหน่วยงานไหน ทส.เรามีหน้าที่มาเก็บกวาดปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่เคยจะวิ่งหนีหรือมาแก้ตัว และเราไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะมานั่งปิดบัง ดังนั้น คราบน้ำมันที่เกิดขึ้นสารที่ดิสเพอร์ชั่นที่ใช้ไปอยู่ในปริมาณที่เมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนเราจำเป็นต้องใช้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน