จี้สูงวัย-เด็กรับวัคซีน สปส.ยังไม่ชี้รพ.รักษา สปสช.ของบ5.1หมื่นล.
ติดโควิดพุ่งพรวด 32,473 คน รวมผลตรวจยืนยัน 18,885 กับเอทีเคผลบวก 13,588 คน ตายอีก 29 ศบค.แจงป่วยเกินหมื่น 15 วันติด10 จังหวัดหนักเกิน 400 เป็นผู้สูงอายุ โรครุมเร้า 97% ทุกจังหวัดมีแนวโน้มป่วยมากขึ้น สธ.ยันยังไม่พบสายพันธุ์ย่อย BA.2 อาการหนักเท่าพันธุ์เดลตา คาด 2-3 สัปดาห์เสียชีวิตพุ่ง บิ๊กตู่แจงเตรียมแผนรองรับป่วยพุ่งแล้ว สปสช.ของบฯ วงเงินกู้ 5.1 หมื่นล้าน จ่ายค่าบริการรักษาโควิด ตั้งแต่ธ.ค.64-ก.ย.65 ประกันสังคมแจงยังไม่ประกาศให้รักษาโควิดเข้าร.พ.ได้ทุกแห่ง แต่ยืนยันรับดูแล ผู้ป่วยได้ทั้งหมด
โควิดทะลุ 1.8 หมื่น 2 วันติด
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 15 นับจากการระบาดระลอก 1 ม.ค. 2565 โดยรายงานติดเชื้อ 18,885 ราย ผลแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) 13,588 ราย สะสม 2,693,362 ราย หายป่วย 10,946 ราย สะสม 2,513,269 ราย เสียชีวิต 29 ราย สะสม 22,594 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 157,499 ราย มีอาการหนัก 749 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 184 ราย
ผู้เสียชีวิตมาจาก 16 จังหวัด ได้แก่ กทม. 6 ราย, อุบลราชธานี 4 ราย, ภูเก็ต 3 ราย, นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา จังหวัดละ 2 ราย และนครปฐม เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด และประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 16 ราย หญิง 13 ราย อายุ 26-94 ปี เฉลี่ย 74 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัว รวม 97%
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,168 ราย 2.สมุทรปราการ 974 ราย 3.ชลบุรี 973 ราย 4.นนทบุรี 770 ราย 5.นครราชสีมา 578 ราย 6.ภูเก็ต 558 ราย 7.นครศรีธรรมราช 548 ราย 8.บุรีรัมย์ 459 ราย 9.ฉะเชิงเทรา 454 ราย และ10.ปทุมธานี 449 ราย
34จังหวัดป่วยเกินร้อย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 34 จังหวัด คือ ระยอง 398 ราย, สมุทรสาคร 365 ราย, นครปฐม 360 ราย, ราชบุรี 318 ราย, กาฬสินธุ์ 316 ราย, เชียงใหม่ 281 ราย, สุราษฎร์ธานี 276 ราย , สุพรรณบุรี 265 ราย, สุรินทร์ 259 ราย, อุบลราชธานี 255 ราย, ปราจีนบุรี 253 ราย, สระบุรี 246 ราย, กาญจนบุรี 242 ราย, ร้อยเอ็ด 235 ราย, สงขลา 212 ราย, พระนครศรีอยุธยา 208 ราย, เพชรบูรณ์ 201 ราย, มหาสารคาม 189 ราย, อุตรดิตถ์ 188 ราย, นครสวรรค์ 184 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 182 ราย, ชัยภูมิ 181 ราย, อุดรธานี 180 ราย, เพชรบุรี 173 ราย, ชุมพร 157 ราย, พิษณุโลก 156 ราย, นครนายก 150 ราย, จันทบุรี 138 ราย, กระบี่ 136 ราย, ศรีสะเกษ 124 ราย, หนองคาย 119 ราย, ลพบุรี 116 ราย, กำแพงเพชร 113 ราย และสุโขทัย 108 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อหลักหน่วย 1 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน 9 ราย
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 107 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 224 ราย ใน 43 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น เมียนมา 63 ราย เป็นการลักลอบถึง 59 ราย, รัสเซีย 42 ราย, อังกฤษ เยอรมนี ประเทศละ 9 ราย, ฝรั่งเศส 8 ราย, ยูเครน 7 ราย นอร์เวย์ ตุรกี ประเทศละ 6 ราย ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 82 ราย แซนด์บ็อกซ์ 68 ราย ระบบกักตัว 14 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 60 ราย
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-18 ก.พ. 2565 จำนวน 119,754 ราย รายงานติดเชื้อ 3,205 ราย คิดเป็น 2.68% แบ่งเป็นระบบ เทสแอนด์โก 69,644 ราย ติดเชื้อ 718 ราย คิดเป็น 1.03% แซนด์บ็อกซ์ 42,945 ราย ติดเชื้อ 2,265 ราย คิดเป็น 5.27% และกักตัว 7,165 ราย ติดเชื้อ 222 ราย คิดเป็น 1.03%
ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด 19 ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.พ. ฉีดได้ 375,191 โดส สะสมรวม 121,300,004 โดส เป็นเข็มแรก 53,038,695 ราย คิดเป็น 76.3% ของประชากร เข็มสอง 49,419,043 ราย คิดเป็น 71% ของประชากร และเข็มสาม 18,842,266 ราย คิดเป็น 27.1% ของประชากร
ยังไม่พบป่วยโคม่าพันธุ์ BA.2
ด้านนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการระบุข้อมูลเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน BA.2 มีความรุนแรงเทียบเท่ากับเดลตาว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูลจากผู้ติดเชื้อโอมิครอน BA.2 ในไทย ซึ่งกรมวิทย์สุ่มถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวช่วงวันที่ 5-11 ก.พ. จากผู้ติดเชื้อ 1,975 ตัวอย่าง พบ BA.2 ประมาณ 400-500 ราย คิดเป็น 18.5% จึงได้ประสานกับกรมการแพทย์ ส่งข้อมูลผู้ติดเชื้อ BA.2 เพื่อให้แพทย์เก็บข้อมูลทางคลินิก โดยปกติจะใช้เวลามากกว่า 14 วัน ทั้งยังดูอาการหลังจากหายแล้วต่ออีก ซึ่ง BA.2 ยังอยู่ในลำดับชั้นโอมิครอนเดิม เพียงแต่มีการจับตามอง
เมื่อถามถึงธรรมชาติของไวรัสจะ กลายพันธุ์รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หรือเบาลดลง นพ.ศุภกิจกล่าวว่า เป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง หากไวรัสแรงเกินไป ในอดีตเราเห็นว่าไม่เคยอยู่ได้นาน เพราะคนติดเชื้ออาการรุนแรง เสียชีวิต ไวรัสเองก็ตาย เช่น ไข้หวัดนก ป่วย 25 ราย ตาย 17 ราย โรคเมอร์ส โรคซาร์ส ที่อัตราเสียชีวิตสูง 10-20% ก็จะจบเร็ว ไวรัสที่จะเจ๋งคือ ทำให้คนเสียชีวิต พอสมควร 3-5% แล้วแพร่เชื้อได้เรื่อยๆ ซึ่ง โอมิครอนอัตราป่วยตายเริ่มต่ำลง
“ข้อมูลตอนนี้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไรเลย เห็นชัดว่าโอมิครอนเมื่อเทียบกับเดลตา ตอนนั้นติดเชื้อ 1 หมื่นราย เสียชีวิต 200 กว่าราย ตอนนี้ติดเชื้อหลักหมื่นเท่ากัน แต่เสียชีวิต 20 ราย ส่วนความกังวลว่า BA.2 จะรุนแรงหรือไม่ ก็ต้องติดตาม แต่ยังไม่พบสัญญาณจะทำให้คนป่วยหนัก” นพ.ศุภกิจกล่าว
คาด 2-3 สัปดาห์ตายพุ่ง
นพ.ศุภกิจกล่าวถึงยอดติดเชื้อโควิดและเสียชีวิตในไทยที่เพิ่มสูงขึ้นว่า การติดเชื้อ โควิดรายใหม่ที่เห็น 18,000-19,000 ราย แต่ผู้เสียชีวิตอยู่ในหลัก 20 ราย หากเทียบกันว่า ติดเชื้อ 10,000 ราย เสียชีวิต 20 ราย คิดเป็น 0.2% ซึ่งอยู่ในอัตราที่ยังต่ำและสอดคล้องกับทั่วโลก ทั้งนี้ เราเชื่อได้เลยว่าหากติดเชื้อหลักหมื่นกว่ารายต่อวัน คนที่ติดเชื้อวันนี้อีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าก็จะมีตัวเลขเสียชีวิตเพิ่มได้ 40 กว่ารายก็เป็นไปได้ ซึ่งตัวเลขเสียชีวิตวันนี้กับผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่ใช่เวลาเดียวกัน ดังนั้นจะเอามาหารรายวันไม่ได้ เพราะตัวเลขติดเชื้ออัพเดตรายวัน แต่ตัวเลขเสียชีวิตเป็นตัวเลขของคนติดเชื้อเมื่อ 3-4 สัปดาห์ก่อน ไม่ใช่ของคนป่วยวันนี้แล้วเสียชีวิตวันนี้เลย ฉะนั้น จะเห็นตัวเลขเสียชีวิตขึ้นบ้าง เพราะเมื่อ 3-4 สัปดาห์ก่อนเริ่มติดเชื้อเพิ่มขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีไม่มีอาการใดๆ แต่รู้ว่าติดเชื้อเพราะตรวจเอทีเค ก่อนร่วมกิจกรรม นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ส่วนใหญ่จะพบเช่นนั้น แต่เร็วเกินไปหากจะไปอยู่ในจุดที่ไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว อย่างบางประเทศ เช่น สวีเดน ที่ยกเลิกการตรวจแล้ว แต่เรายังไม่กล้าหาญที่จะทำแบบนั้น เพราะคนไทยมีกว่า 60 ล้านคน ติดเชื้อประมาณ 3 ล้านคน คิดเป็น 4-5% ถือว่ายังน้อยมาก จึงยังต้องตรวจอยู่ แต่หากวันนั้นเราพบอัตราเสียชีวิต ติดเชื้อต่ำจริงๆ อาจทำเช่นนั้นได้ เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ที่ไม่ได้ตรวจทั่วไป แต่หากคนที่มีอาการป่วย ปอดบวม หนักจนเข้าร.พ. ก็จะตรวจแล้วรักษา
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงมาตรการควบคุมโควิด ก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ว่า ช่วงนี้ยังเน้นย้ำมาตรการ VUCA คือ วัคซีน ป้องกันตนเองตลอดเวลา โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง และเอทีเค แต่ขอให้เคร่งครัดมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ติดจากร้านอาหาร งานสังสรรค์ แล้วนำไปติดที่ทำงาน ที่บ้าน ซึ่งผู้สูงอายุที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ จึงเกิดขึ้นลักษณะวงจร ดังนั้นต้องเพิ่มความระวังอย่าไปร้านอาหารที่คนแน่นมากและอากาศ ไม่ถ่ายเท หรือเปลี่ยนไปร้านที่ปลอดภัยกว่า
เร่งกลุ่มเสี่ยง-เด็กรับวัคซีน
นพ.โอภาสกล่าวว่า ช่วงเดือนเม.ย. น่าจะฉีดวัคซีนโควิดได้มากพอสมควรแล้ว ขณะนี้ผู้สูงอายุรับเข็ม 2 เกือบ 80% แล้ว ฉะนั้นคนที่ยังลังเล ไม่แน่ใจ ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ขอให้ลูกหลานพามารับวัคซีน เพราะผู้เสียชีวิตยังเป็นกลุ่ม 608 หรือไม่ได้รับวัคซีนหรือรับเพียงเข็มเดียว ส่วนระยะหลังเริ่มเห็นการติดเชื้อในเด็กมากขึ้น ขณะนี้ อย.ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีน ซิโนแวค สำหรับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป และไฟเซอร์ สำหรับ 5 ปีขึ้นไปแล้ว ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยก็ให้คำแนะนำเรื่องการฉีด โดยเฉพาะสูตรไขว้จะทำให้ฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น ดังนั้น ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมก็ขอให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานมารับวัคซีน โดยเฉพาะเด็กประถมเพื่อรองรับเปิดเทอมหน้า โดยจะเร่งรัดช่วงสงกรานต์ให้ฉีดวัคซีนเด็กต่อเนื่อง
สปส.รอชี้รพ.รักษา
จากกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมปรับการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด ให้เป็นการรักษาตามสิทธิประกันสุขภาพ โดยกลุ่มสีเขียวให้เข้าดูแลที่บ้านหรือชุมชน ผ่านสายด่วนของแต่ละสิทธิ เช่น บัตรทอง 1330 ประกันสังคม 1506 เป็นต้น กรณีมีอาการสีเหลืองหรือแดงใช้สิทธิ ยูเซ็ป พลัส เข้ารักษาได้ทุกแห่งนั้น
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการปรับระบบการดูแล ซึ่งสปส.จะดูแลให้เข้าระบบการรักษาในฮอสพิเทลเป็นอันดับแรก หากเป็นผู้มีอาการสีเหลืองหรือสีแดง ก็จะนำเข้าสู่ระบบการรักษาใน ร.พ.คู่สัญญา และถ้ามีการแจ้งเข้ามาผ่านสายด่วน 1506 กด 6- 7 เพื่อประสานหาเตียงสำหรับผู้ประกันตน สปส.ก็จะให้รถพยาบาลเข้าไปรับตัวส่งร.พ.ภายใน 6 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเช่นนี้ โดยใน 1 วัน จะมีการรับอยู่ประมาณ 300 เตียง ดังนั้นยืนยันให้คำมั่นว่า หากเป็นผู้ประกันตน สปส.จะไม่ทอดทิ้ง และดูแลจนถึงที่สุด
เมื่อถามว่าหากปรับระบบมารักษาฟรีตามสิทธิ ร.พ.คู่สัญญาของสปส. มีทั้งร.พ.รัฐ และเอกชน ผู้ประกันตนสามารถเข้ารักษาได้ทุกแห่งที่เป็นคู่สัญญาหรือไม่ หรือต้องเข้า ร.พ.ที่ลงทะเบียนสิทธิไว้ นายบุญสงค์กล่าวว่า ยังไม่มีการประกาศนโยบายเรื่องนี้ เราถือว่าเขาจำเป็นสามารถเข้า ร.พ.ไหนก็ได้ แต่หากมีการประกาศแนวทางออกมาแล้ว ผู้ประกันตนก็ยังได้รับการดูแลที่ดี
“เรื่องการดูแลผู้ไม่มีอาการจะให้ เอชไอ เฟิร์สต์ หรือ ฮอสพิเทล เฟิร์สต์ เป็นสิทธิ์ว่าจะเลือกรักษาอยู่ที่บ้านหรือฮอสพิเทลก็ได้ โดยพื้นฐานผู้ประกันตนอาจอยู่รวมกันในบ้านหลายคนก็ได้ เราก็จะแยกให้มาอยู่ฮอสพิเทล แต่ขึ้นอยู่กับความจำนงของผู้ประกันตน ทั้งนี้ นับตั้งแต่การระบาดโควิด -19 เมื่อปี 2563 -2564 สปส.ได้ใช้งบประมาณเพื่อดูแลผู้ประกันตนไปแล้วหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มาก แต่ก็ยังยืนยันว่าจะดูแล ผู้ประกันตนให้ดีที่สุด” นายบุญสงค์กล่าว
สปสช.ของบฯเงินกู้ 5.1 หมื่นล.
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 7 ก.พ. มีมติเห็นชอบข้อเสนอขอรับงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อจ่ายชดเชยบริการโควิดระหว่าง ธ.ค.2564-ก.ย. 2565 รวม 51,065.13 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่
1.ช่วง ธ.ค.2564-ก.พ.2565 ระยะเวลา 3 เดือน รวม 34,528.87 ล้านบาท เป็นการคำนวณตามอัตราจ่ายค่าบริการโควิดเดิม โดยธ.ค.2564 และม.ค.2565 จะใช้ยอดค่าใช้จ่ายจริงที่ประมวลผลจ่ายแล้ว ขณะที่ก.พ.2565 จะประมาณการจากค่าใช้จ่ายจริงและจำนวนผู้ป่วยเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ เม.ย.2564 ถึงปัจจุบัน และ 2.ช่วงมี.ค.-ก.ย.2565 รวม 7 เดือน 16,536.26 ล้านบาท
นพ.จเด็จกล่าวว่า ส่วนของรายการจ่ายที่มีการปรับ เช่น การตรวจคัดกรองด้วยวิธี ATK Professional วิธี Chromatography จาก 300 บาท เป็น 250 บาท และวิธี FIA จาก 400 บาท เป็น 350 บาท ค่าตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ ประเภท 2 ยีน จาก 1,300 บาท เหลือ 900 บาท ประเภท 3 ยีน จาก 1,500 บาท เหลือ 1,100 บาท นอกจากนี้ ยังมีการปรับอัตราจ่ายค่าห้องที่ดูแลการรักษา ปรับลดอัตราจ่ายอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เป็นต้น ทำให้ภาพรวมในช่วง 7 เดือนหลังจากนี้ คาดการณ์งบประมาณจะลดลงไปได้กว่า 1,729.89 ล้านบาท
นายกฯยันจัดแผนรับป่วยพุ่ง
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชน สถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ยืนยันรัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับทุกระดับการระบาดไว้แล้ว ทั้งความพร้อมด้านโรงพยาบาล สถานที่รักษา ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ขอประชาชนและสถานประกอบการ เน้นการป้องกันเฝ้าระวังตนเองสูงสุด ตามมาตรการสาธารณสุข
เชียงใหม่เอทีเคบวก 2.8 พัน
ด้านสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 314 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 296 ราย อีก 18 ราย จากต่างจังหวัด มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 226 ราย ส่วนการตรวจเอทีเค จำนวน 7,392 ราย พบผู้มีผลบวก 2,685 ราย
ร.ร.ตาบอดลำปางป่วย 13
ด้านนางกรรณิการ์ สรวยสุวรรณ์ ผอ.มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาลำปาง เปิดเผยว่า จากการที่โรงเรียนพัฒนาการศึกษาคนตาบอดและคนพิการลำปาง พบการติดเชื้อรอบแรกเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เป็นเด็กนักเรียน 5 ราย และครู 1 ราย ต่อมาตรวจเอทีเค คัดกรองรอบที่ 2 พบเด็กติดเชื้อเพิ่มอีก 5 ราย เจ้าหน้าที่อีก 2 ราย เป็น 7 ราย ทำให้ขณะนี้ทางโรงเรียนมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 13 ราย ทางโรงเรียนได้แยกสถานที่กักตัวโดยใช้อาคารเรียน 1 หลัง โดยใช้ชั้น 3 สำหรับ ผู้ติดเชื้อ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นที่กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ส่วนคนที่ไม่ติดเชื้อก็จะให้แยกพักตามห้องพักของตัวเอง และคอยสังเกตอาการ หากพบว่ามีไข้หรือมีอาการผิดปกติ ก็จะแยกให้ไปอยู่ในเซฟโซนทันที
“คาดว่าจะทยอยติดเชื้อกันหมด เนื่องจากเด็กตาบอดจะต้องใช้มือสัมผัสกัน เวลาเดินไปไหน รวมทั้งการเรียนการสอนครูก็ต้องใช้มือสัมผัสกับเด็ก ถึงแม้ว่าจะใส่หน้ากากอนามัยก็ตาม เด็กทุกคนในโรงเรียนถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงทั้งหมด 100% ซึ่งตอนนี้ในโรงเรียนมีเด็กที่ดูแลอยู่ทั้งหมด 62 คน และเจ้าหน้าที่ 30 คน ให้มากักตัวอยู่ที่โรงเรียนทั้งหมด และจะเข้ารับการตรวจคัดกรองรอบที่ 3 ในวันที่ 21 ก.พ.” นางกรรณิการ์กล่าวและว่า สิ่งที่ทางโรงเรียนต้องการ คือ หน้ากากอนามัย สเปรย์แอลกอฮอล์ หรือ เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลสำหรับทำความสะอาด ชุดพีพีอีป้องกันสำหรับ เจ้าหน้าที่ รวมถึงอาหารสด ไม่ว่าจะเป็น หมู ไข่ ไก่ และผัก สำหรับทำอาหารให้เด็ก และน้ำดื่ม ซึ่งนำมาบริจาคได้ที่ร้านกาแฟ หรือติดต่อสอบถามที่โทร.0-5431-6395, 09-5147-8558
พิจิตรห่วงบ่อนแพร่เชื้อ
ขณะที่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร ยังมีผู้ติดเชื้อโควิดแอบลักเล่นการพนันจนแพร่กระจายเชื้อโควิดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปจับกุมได้ผู้ต้องหา 4 คน กักตัวเสี่ยงสูงเกือบ 30 คน นอกจากนี้ที่ในแถบ อ.โพธิ์ประทับช้าง และอ.โพทะเล ยังมีการลักเล่นการพนันชนไก่ไม่ได้รับอนุญาต ในช่วงเสาร์อาทิตย์
เมืองคอนป่วยพุ่ง 810 คน
ด้านนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นวาระพิเศษ เพื่อร่วมกันพิจารณาถึงมาตรการและแนวทางในการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ หลังพบ ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 810 ราย ใน 22 อำเภอ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบที่ผ่านมา โดยติดเชื้อจาก สถานประกอบการ, โรงงาน, แคมป์คนงาน, วงพนัน และการจัดเลี้ยงในงาน สำหรับสถานศึกษาที่ได้เปิดการเรียนการสอนไปแล้ว ขอให้มีมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ส่วนสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เปิด ขอระงับการเปิดเรียนแบบออนไซต์ไปก่อน
ส่วนคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ จำนวน 212 คน เป็นการทะลุ 200 ในรอบ 1 เดือน โดยกลุ่มที่พบติดเชื้ออยู่ในกลุ่มกลุ่มสัมผัสเสี่ยงในสถานศึกษา 8 คน กลุ่มสาธารณสุข 10 คน กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงในร้านค้า/บริษัท 26 คน กลุ่มคัดกรองคลินิกโรคทางเดินหายใจ 50 คน และกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่มากที่สุด 92 คน โดยพื้นที่ที่ยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากอยู่ใน อ.หาดใหญ่ เมืองสะเดาและ อ.จะนะ
รายงานข่าวระบุว่า จากการที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละหลายร้อยคน ส่งผลให้ที่พักคอยในโรงแรม อ.หาดใหญ่หลายร้อยเตียงเต็มและล้น จึงต้องให้ผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นให้กักตัวที่บ้าน
กระบี่ติดเชื้อทะลุพัน
ด้านนพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นพ.สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สตูล กล่าวว่า พบผู้ป่วยยืนยันใหม่ 76 ราย อายุตั้งแต่ 2 เดือนถึง 90 ปี ผลการสอบสวนโรค เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุ 51 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล มีโรคประจำตัว ไตวาย ตับวาย ตับแข็ง และไวรัสตับอักเสบบี ขาดการรักษาต่อเนื่อง ส่วนกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยใหม่ มีจำนวน 89 คน ได้ให้กักตัวอยู่ที่บ้าน
ด้านสสจ.กระบี่ รายงานว่า มีตัวเลข ผู้ป่วยยืนยันจำนวน 125 ราย และตรวจ เอทีเค พบผลเป็นบวกอีก 962 ราย ทำให้จังหวัดมีผู้ที่ติดเชื้อโควิดทะลุไปที่ 1,087 ราย
โคราชป่วยขาขึ้น 566 คน
ด้านสสจ.นครราชสีมา รายงานว่า พบ ผู้ป้วยใหม่เพิ่มจำนวน 566 ราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด 548 ราย และนอกจังหวัด 18 ราย มีผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในร.พ. 4,532 ราย เป็นผู้ป่วยวิกฤตสีแดง รักษาอยู่ร.พ.มหาราชนครราชสีมา จำนวน 225 เตียง เหลือเตียงผู้ป่วยเคสสีแดงอยู่แค่ 37 เตียงเท่านั้น ส่วน ร.พ.ท้องถิ่น /ร.พ.ชุมชน/ร.พ.เอกชน หรือ ร.พ.นอกสังกัด รวม 41 แห่ง มีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดเคสสีเหลือง 2,376 เตียง ขณะนี้ครองเตียงอยู่ 1,916 เตียง เหลือเตียงว่างอยู่ 458 เตียง
คลัสเตอร์รง.ลาม 7 อำเภอ
ที่บริษัท จินตนาอินเตอร์เทรด ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายศตพรรษ เพ็งแจ่มศรี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และน.ส.พิชญาภรณ์ บัวคีรี ปลัดอำเภอเมือง นครราชสีมา นายสุริยา ค้าสบาย สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) นครราชสีมา ผู้แทนสสจ. สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มะค่า ตรวจสอบกรณีการแพร่ระบาดมีผู้ติดเชื้อ 102 ราย วงที่ 1 เป็นลูกจ้าง 81 ราย วงที่ 2 ,3,4 เป็นคนในครอบครัวและผู้สัมผัสใกล้ชิด จำนวน 21 ราย ล่าสุดการติดเชื้อเชื่อมโยง 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ขามสะแกแสง 2 ราย อ.พิมาย 2 ราย อ.เมือง 15 ราย อ.โนนไทย 9 ราย อ.เฉลิมพระเกียรติ 6 ราย อ.ห้วยแถลง 1 ราย โดยเฉพาะอ.โนนสูง ได้รับผลกระทบมากมีผู้ป่วย 67 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 224 ราย
ร้องเบี้ยวค่าข้าวศูนย์พักคอย
วันเดียวกัน นายกฤษณะ หล้ามาชน อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ร้องเรียนว่า ได้รับความเดือดร้อนกรณีลูกบ้านที่รวบรวมเงินกัน เพื่อทำข้าวกล่องไปให้ผู้ติดเชื้อโควิด ที่กักตัวอยู่ที่ศูนย์พักคอยของอำเภอนิคมพัฒนา เป็นจำนวนเงินกว่า 3.9 แสนบาท แต่ยังไม่ได้รับเงิน
นายกฤษณะกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนิคมพัฒนา ไปกว่า 3 เดือนแล้ว พร้อมกับ ผู้นำอปท.ในพื้นที่ได้ช่วยทวงถามไปที่ ผวจ.ระยองแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงไม่ทราบว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครได้อีก
วัดจุฬามณีเลื่อนเปิดถึง 4 มี.ค.
ที่จ.สมุทรสงคราม เฟซบุ๊ก ไวยาวัจกรวัดจุฬามณี ได้โพสต์ข้อความว่า วัดจุฬามณี ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ประกาศเลื่อนการเปิดวัดให้พุทธศาสนิกชนเข้ากราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณ เป็นครั้งที่ 3 จากที่จะเปิดวันที่ 23 ก.พ. ได้เลื่อนออกไปเปิดวันที่ 4 มี.ค. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจหาเชื้อโควิดพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของในวัด เพื่อคัดกรองความปลอดภัย ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. แต่ปรากฏว่าการแพร่ระบาดใน จ.สมุทรสงครามยังมีความรุนแรงมากขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 112 คน และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากมีผู้ที่มีความเสี่ยงเข้ารับการคัดกรองจำนวน 553 คน และมีผู้ที่เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้ออีกจำนวน 509 คน

ฉีดเข็ม 2 – นายคิม คยอง ชอน หนุ่มเกาหลีวัย 38 ปี เสียชีวิตในห้องพักโรงแรม ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยน้องสาวระบุหลังจากฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเข็ม 2 พี่ชายมีอาการป่วยกระทั่งเสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 ก.พ.
กาญจน์เร่งสอบหนุ่มโสมดับ
ที่จ.กาญจนบุรี ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ท่าม่วง ว่า พบชายชาวเกาหลีเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง ท้องที่หมู่ 1 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย นพ.อดิเทพ รุจิพรพงษ์ แพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรี (ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.3) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ (หน่วยกู้ชีพขุนรัตนาวุธ) พบนางเฉลา รุณเกษม แม่บ้านประจำโรงแรม และน้องสาวผู้เสียชีวิตรอเจ้าหน้าที่อยู่ ทราบผู้เสียชีวิตชื่อ นายคิม คยอง ช็อน ชาวเกาหลีใต้ อายุ 38 ปี กรรมการของโรงแรม นอนหงายเสียชีวิตอยู่กับ พื้นภายในห้องพักส่วนตัว จากการตรวจสอบโดยรอบไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ มีเพียงเก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ข้างเตียงนอนล้มลงเพียงตัวเดียว โดยคณะแพทย์ได้ตรวจ เอทีเค หาเชื้อโควิด ผลตรวจออกมาเบื้องต้นเป็นลบ แต่จะได้นำไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งที่ ร.พ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19
สอบถามน.ส.ซารอง จ็อง น้องสาว ให้การว่า พี่ชายไปฉีดวัคซีนโมเดอร์นา เข็ม 2 ที่ร.พ. เมื่อวันที่ 13 ม.ค. หลังจากนั้นมีอาการไข้ แขนซ้ายอ่อนแรง ยกของไม่ได้ จนแม่บ้านมาพบว่าพี่ชายเสียชีวิตอยู่ในห้องนอน
เบื้องต้นคณะแพทย์ยังไม่ลงความเห็นสาเหตุการตาย แต่ได้นำร่างส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเสียชีวิตจากโรคประจำตัวหรือเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิดหรือไม่
สิ้น‘ธรรมรัตน์’อดีตพิธีกรดัง
วันเดียวกัน เมย์ อติรัตน์ นาคสุริยะ ลูกชายของนายธรรมรัตน์ นาคสุริยะ เปิดเผยว่าบิดาได้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด หลังมีอาการติดเชื้อลงปอด เมื่อเวลา 04.00 น. วันเดียวกัน โดยจะเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจที่วัดภาณุรังษี บางพลัด จ.กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ เป็นนักร้อง พิธีกรรายการ นักแสดง นักพากย์ ในรายการ นาทีทอง และ ประตูดวง รายการที่มีผู้ชมสูงสุด ทางช่อง 7 มีผลงานพากย์หนังสุด บิ๊กซินีม่า ซึ่งทำให้ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ และมีผลงานการแสดงเรื่อง สุริโยไท ก่อนลาออกไปทำงานการเมือง ลงสมัครเป็น ส.ก.เขตลาดพร้าว 2 สมัย ก่อนลงสมัคร ส.ว. แต่ไม่ได้รับเลือก สิริอายุ 88 ปี ทั้งนี้ นายธรรมรัตน์ ยังเป็นบิดาของ เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ ดารานักแสดง พิธีกร และผู้กำกับละครชื่อดังด้วย