หนุนคุ้ยต่อค้าโรฮิงยา ฝ่ายค้านซักฟอกแน่พค. สภานัดถกกม.เลือกตั้ง ปชป.ตีปี๊บกวาดอีสาน ทีมบ้านใหญ่ชลรุมเฮ้ง
พล.ต.ต.ปวีณ มือทำคดีโรฮิงยา ยืนยันข้ามทวีป ขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงยาเป็นจริงตามที่ส.ส.โรมอภิปราย ฝ่ายค้านลุยต่อยื่นซักฟอกแบบลงมติเดือนพ.ค. ถล่ม ‘บิ๊กตู่’ เพื่อไทยก้าวไกลซัดอภิปรายแบบไม่ลงมติสองวัน นายกฯ ตอบไม่ตรงคำถาม ให้แค่ 4 จากเต็ม 10 โฆษกรัฐบาลอัดกลับข้อมูลคลาดเคลื่อน เดินหน้าไล่ตอบโต้ทุกเม็ด ‘จุรินทร์’ นำทีมเตรียมทัพอีสาน คุยเรตติ้งปชป.พุ่ง มั่นใจได้เก้าอี้ส.ส.อีสานเพิ่ม เลขาฯ พลังชลออกโรงป้องพี่ใหญ่คุณปลื้ม เตือน ‘รมต.เฮ้ง’ อย่าลืมอดีต 2 ส.ส.ชลบุรี พลังประชารัฐวอนกลับมาปรองดองกันเหมือนเดิม
เลขาฯพลังชลเตือน‘รมต.เฮ้ง’
จากปัญหาความขัดแย้งระหว่าง นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พี่ใหญ่ตระกูลคุณปลื้ม บ้านใหญ่ จ.ชลบุรี กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เกี่ยวกับวางตัวผู้สมัครลงเลือกตั้งส.ส.ในจ.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังชล ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จ.ชลบุรี ตามที่นายสุชาติ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กและให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ พาดพิงไปถึงนายสนธยา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของชลบุรี แม้ในวันนี้นายสนธยา ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมในนามพรรคพลังชล แต่ในฐานะที่เคยร่วมก่อตั้งพรรคพลังชล เมื่อถูกพาดพิงถึงในทางเสียหาย พี่น้องชาวชลบุรี ที่เคารพรักนายสนธยา รู้สึกไม่สบายใจ จึงฝากมาถึงตน ที่เป็นเลขาธิการพรรค ให้ช่วยพูดถึง ตักเตือนไปยังนายสุชาติว่า ขอให้พูดความจริง ไม่บิดเบือน ต้องไม่ลืม ตั้งแต่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น จนได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ชลบุรี พรรคพลังชล มาได้อย่างไร บางช่วงชีวิตเคยเจอมรสุม มีใครคอยช่วยสนับสนุน กระทั่งวันหนึ่งมีเส้นทางใหม่ทางการเมือง และหลายต่อหลายครั้งเคยพูดถึงนายสนธยา ในทางที่ไม่ดี แต่นายสนธยา ก็ไม่ได้สนใจ
ส่วนความคิดของนายสุชาติ ที่จะส่ง ผู้สมัครส.ส.ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 10 เขต ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าวันเลือกตั้ง จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ การจัดส่งผู้สมัครเป็นเรื่องของคณะกรรมการสรรหา คัดสรรของแต่ละพรรค ตนไม่ขอก้าวล่วง นอกจากนี้ยังไม่รู้ว่า วันข้างหน้าพรรคที่นายสุชาติสังกัด จากการทำงานมาตลอด 7-8 ปี ยังจะเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้หรือไม่ สำหรับพรรคพลังชล ยืนยันว่า จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างแน่นอน ส่วนตัวเชื่อว่าชาวชลบุรี ที่ยึดถือสัจจะ กตัญญูเป็นหลัก คงจะตัดสินใจไม่ยากสำหรับใครบางคน ที่รู้ที่ไป แต่ลืมที่มา
ส.ส.เมืองชลฯอยากให้ปรองดอง
ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างคน 2 คน ตนเปรียบเสมือนน้อง และให้ความเคารพบุคคลทั้งสองมาตลอด ส่วนตัวอยากให้ทั้ง 2 คน หันหน้ามาคุยกัน เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็ช่วยกันรบจนประสบความสำเร็จ จึงอยากให้กลับมาเหมือนเดิม เพื่อผลักดันการเมืองยุคใหม่ จากคน 2 คน ที่ประสานงานร่วมกัน เนื่องจากการเมืองในอนาคตจะมีการแข่งขันกันสูงมาก
ด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็น ขออยู่ตรงกลางดีกว่า เพราะนับถือเหมือนพี่เหมือนน้อง ก็เอาใจช่วยทั้ง 2 ฝ่าย อยากให้มีการปรับความเข้าใจกัน เพื่อกลับมาทำงานเพื่อประชาชน และเพื่อชาติบ้านเมืองจะดีกว่า
“ในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สอบถามความขัดแย้งระหว่างนายสนธยา กับนายสุชาติเหมือนกัน จึงได้ตอบไปว่า อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันมากกว่า แต่หากให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาปรับความเข้าใจกันเองคงยาก อย่างน้อยต้องให้คนกลางช่วย อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ช่วยเจรจา เรื่องถึงจะจบ” นายสรวุฒิกล่าว
ปิดจ๊อบซักฟอกแบบไม่ลงมติ
สำหรับการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถาม ข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นเวลาสองวัน เสร็จสิ้นเวลา 01.35 น. วันที่ 19 ก.พ. หลังฝ่ายค้านอภิปรายท้วงติงถึงการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ สินค้าราคาแพง ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโควิด-19 ความไม่โปร่งใสและความไม่ชอบมาพากลในโครงการต่างๆ และเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลาออกหรือยุบสภา เสร็จสิ้นครบทุกคนแล้ว
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อครม.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ตนขอขอบคุณสมาชิกและครม.และทุกคนที่ร่วมกันดำเนินการโดยสมบูรณ์ และสั่งปิดการประชุมในเวลา 01.35 น. รวมเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 2 วัน 31 ชั่วโมง
โฆษกรัฐบาลลุยไล่โต้ฝ่ายค้าน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ขอบคุณครม.และส.ส. ที่ร่วมการอภิปราย ถือว่าทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร และยังอยากเห็นสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ให้ ข้อเสนอแนะและคำแนะนำที่มาถึงครม. หากเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ก็พร้อมที่จะนำไปพิจารณาดำเนินการ เพราะการแก้ปัญหาประเทศต้องมาจากความร่วมมือจากส.ส. ด้วย และถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
“ภาพรวมการอภิปรายวันที่ 17-18 ก.พ. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ชี้แจงคำถามของฝ่ายค้านได้ครอบคลุมทุกประเด็น โดยนายกฯ ยืนยันแก่ที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลทำงานทั้งแก้ปัญหาอดีต ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด พร้อมกำหนดแผนงานสำหรับอนาคต ส่วนตัวห่วงเพียงข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายไม่มีอะไรใหม่ หลายอย่างคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงของส่วนราชการ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น หลังการอภิปราย ผมจะได้ประสานงานให้ทุกส่วนราชการเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่สาธารณชน และเพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่ติดตามการทำงานของรัฐบาล ตามที่นายกฯได้มีบัญชาต่อไปด้วย” นายธนกรกล่าว
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้จะประเมินอย่างไร เพราะการอภิปรายของเขาก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องเก่า ซ้ำ วนเวียน ส่วนการชี้แจงของครม.ก็ชี้แจงชัดเจนและตรงประเด็น
‘จุรินทร์’มั่นใจเสถียรภาพรบ.ปึ้ก
ที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคอีสาน นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมการประชุมตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสาน 116 เขตเลือกตั้ง
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เมื่อวันที่ 17-18 ก.พ.ว่า ฝ่ายค้านพยายามทำหน้าที่ แม้ยังขาดความเป็นเอกภาพระหว่างกันอยู่บ้าง แต่ในส่วนของรัฐบาล ตนมั่นใจว่าชี้แจงได้ทุกประเด็น ขณะที่ประชาชนเป็น ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะได้ติดตามรับทราบข้อมูลทั้งจากข้อซักถามของฝ่ายค้านและคำชี้แจงจากรัฐบาลชี้แจง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายมองว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบ ลงมติตามมาตรา 151 ที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในเดือนพ.ค.นี้ อาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อาจเป็นตัวแปรในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลและได้ขึ้นเป็นนายกฯ คนใหม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์พรรคไหนทั้งสิ้น แต่ยังคิดว่าจนถึงวันนี้เสถียรภาพในภาพรวมของรัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปได้
แนะวิปรัฐบาลเช็กเสียงให้ชัด
นายจุรินทร์กล่าวว่า สิ่งสำคัญ คือวิป รัฐบาล จะต้องเร่งประเมินว่าเสียงส.ส.ที่มีความชัดเจน มั่นคงแน่นอนเท่าไหร่ แล้วกำกับให้เป็นไปได้ตามนั้นในการลงมติในสภา ถ้าทำอย่างนี้ได้ ก็ไม่น่ามีปัญหา ที่สำคัญต้องสร้างผลงานการทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะประชาชนอยากเห็นรัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตมีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการได้และมีวิสัยทัศน์ที่จะนำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมั่นใจหรือไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบอย่างนั้นได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเงื่อนไขหลายอย่าง ซึ่งหัวหน้ารัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล เสียงในสภา ผลงานและการยอมรับของประชาชน หรือเสียงตอบรับจากประชาชน จะเป็นองค์ประกอบรวมกันด้วย
คุยเรตติ้งปชป.ในอีสานกระฉูด
นายจุรินทร์กล่าวถึงกระแสพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสานว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการวางตัว ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในภาคอีสาน ทั้ง 116 เขต ซึ่งแสดงถึงความพร้อมและความตั้งใจของเราในการมาทำงานให้ชาวอีสาน ขณะเดียวกัน จากการที่เราประชุมร่วมกับแกนนำหลักๆ และตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ในทุกจังหวัดของภาคอีสาน ได้ประเมินตรงกันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีกระแสตอบรับที่ดีขึ้นในภาคอีสาน และมีโอกาสที่จะได้ส.ส.เพิ่มขึ้น ทั้งส.ส.ระบบเขตและส.ส.บัญชีรายชื่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคมีนโยบายอะไรใหม่ๆ เพื่อซื้อใจชาวอีสานในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายจุรินทร์ กล่าวว่า มีหลายอย่าง และเรายังชูนโยบายการเดินหน้าการประกันรายได้เกษตรกรต่อไป เพราะสร้างประโยชน์กับเกษตรกรในภาคอีสานและทั่วไป โดยจะเป็นการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และพืชอื่นๆ ที่ปลูกเฉพาะภาคอีสาน
อีกทั้งพรรคจะออกนโยบายเกี่ยวกับ พืชเกษตรอีกหลายชนิดและเรื่องแหล่งน้ำที่เป็นปัญหาใหญ่ของภาคอีสาน การที่พรรคประชาธิปัตย์กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปทำโครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำในภาคอีสาน รวมถึงจะมีนโยบายส่งเสริมการค้าในภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชายแดน เพราะภาคอีสานถือเป็นด่านสำคัญที่จะทำให้สินค้าไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศจีน แล้วเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ
ลูกพรรคโวเสร็จศึกกระแสดี
ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังการอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 เชื่อว่าภาพรวมกระแสของรัฐบาลดีขึ้น จะมีการตอบรับจากประชาชนดีขึ้น จากการรับฟังคำชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์และครม. เกี่ยวกับปัญหาที่ฝ่ายค้านซักถามและตั้งข้อสังเกต
ส่วนการอภิปรายของฝ่ายค้านส่วนใหญ่ก็พูดดีมีการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ จะมีเพียงไม่กี่คนที่ยังเป็นการอภิปรายโดยใช้การเมืองแบบเก่า ดังนั้นถือว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นเวทีที่จะช่วยสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เป็นการทำหน้าที่ของสภา ผู้แทนราษฎรในการใช้กลไกของรัฐสภาเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ที่ทำให้ ครม.กับ ส.ส.ได้ทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
ยก‘อู๊ดด้า’แก้สินค้าแพงเต็มที่
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนายจุรินทร์ ที่ชี้แจงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้าแพง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ได้ทำอย่างเต็มที่ แต่สาเหตุของสินค้าราคาแพงนั้นเกิดมาจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิง ซึ่งชัดเจนว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นปลายทาง เพราะต้นทางเป็นเรื่องราคาเชื้อเพลิง ที่รัฐบาลจะต้องรับไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังต้องไปคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้ราคาเชื้อเพลิงลดลง เพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้ แต่ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ” นายอัครเดชกล่าว
ส่วนราคาปุ๋ยที่มีราคาสูง นายจุรินทร์ได้พยายามแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรอย่างเต็มที่แล้ว แต่การชี้แจงพบว่าสำนักงบประมาณไม่ผ่านงบให้ ทำให้การแก้ปัญหาให้ประชาชนทำได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นปัญหาที่ครม.ต้องนำไปแก้ปัญหาต่อ เพราะปุ๋ยแพงเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร
ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย ม.151 ต่อ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตนรู้สึกพอใจที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ซักถามให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาข้อผิดพลาดของรัฐบาลในการบริหารงานที่ผ่านมา แต่พอฟังคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐมนตรีแต่ละท่านแล้ว ตอบไม่ตรงกับคำถาม ถามวัวตอบควาย บางคำถามก็ไม่ตอบ เช่น ที่ตนถามว่าการปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย มีนโยบายอย่างไรในแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องอย่างการตัดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ก็เฉไฉไม่ตอบคำถาม
หรือกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่สอบถามเรื่องการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นตอบโต้ด้วยอารมณ์ทันที แต่ไม่มีเนื้อหาสาระชี้แจงประเด็นข้อซักถาม แบบนี้ถือว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการตอบเช่นนี้เลย และจากท่าทีของรัฐบาลที่ออกมาเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยระหว่างปิดสมัยประชุมนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกัน เมื่อเปิดสมัยประชุมเดือนพ.ค.นี้เราจะยื่นโดยเร็วที่สุด
‘สุทิน’ให้บิ๊กตู่ 4 คะแนน
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากการอภิปรายแบบไม่ลงมติตลอดสองวัน ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้น่าพอใจแม้จะไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเราทำงานภายใต้ข้อจำกัด เนื่องจากการอภิปรายตามมาตรา 152 ทำได้เพียงเท่านี้ ข้อมูลอาจจะไม่ลึกหรือ เข้มข้นเท่ากับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แต่ฝ่ายค้านได้นำปัญหาหรืออะไรที่ไม่ชอบมาพากลมาถกแถลงเพื่อให้รัฐบาลได้ชี้แจง ถือว่าทุกคนทำหน้าที่ได้ดี
ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นเหมือนเดิม คือตอบไม่ตรงประเด็น เรื่องที่ควรตอบก็ไม่ตอบ เรื่องที่ไม่ควรตอบกลับตอบ บางเรื่องเหมือนเอาบทความมาอ่าน เป็นเพราะ นายกฯ ตอบคำถามไม่ได้ แสดงออกถึงความไม่รู้ถึงพูดไปเรื่อยตอบไม่ตรงประเด็น เอาท่วมเข้าว่า พูดงงๆ เข้าไว้ ส่วนนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ อาศัยเทคนิคนำเสนอดี น่าเชื่อถือ แต่ก็ละเว้นความจริงเยอะทีเดียว นำเสนอข้อมูลแบบตบตาประชาชน พูดอะไรดีไปหมด ทั้งที่ข้อเท็จจริงสวนทาง
“การอภิปรายตามมาตรา 152 จะเป็นการบังคับสองฝ่าย โดยเจ้าของญัตติจะต้อง ซักถามและเสนอแนะ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ จะต้องฟังให้มากที่สุด ถือเป็นมารยาท แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่นั่งฟังให้จบ ยิ่งในช่วงที่ตนสรุป ท่านยิ่งต้องอยู่ฟังและรอตอบคำถาม แต่สุดท้ายก็ไม่นั่งอยู่เพื่อรับฟัง เชื่อว่าท่านคงรับความจริงไม่ได้ ตอบคำถามก็ไม่ได้ จากคะแนนเต็ม 10 คงให้นายกฯ ได้แค่ 4 คะแนน เป็นคะแนนที่ให้ค่าความพยายามในการอ่านสคริปต์ ส่วนคะแนนที่หายไปหักพัฒนาการอารมณ์ของนายกฯ ที่กลับมาแย่อีกแล้ว นายกฯ แสดงออกทางอารมณ์ได้แย่กว่าทุกครั้ง” นายสุทินกล่าว
เย้ยสอบตกตั้งแต่วันแรก
ส่วนนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ภาพรวมของฝ่ายค้านถือว่าทำได้ดี ได้นำประเด็นที่เป็นที่สนใจของประชาชนมาบอกกล่าวเสนอแนะรัฐบาลได้ดีพอสมควร ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลตอบอะไรบ้าง ซึ่งการตอบคำถามของรัฐมนตรีโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามโดยที่ฝ่ายค้านไม่ได้ถามเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ฝ่ายค้านถามก็ไม่ยอมตอบ เช่น เรื่องปัญหาเหมืองทองอัครา กรณีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่รัฐบาลปกปิดข้อมูล เป็นต้น อะไรที่ประชาชนคลางแคลงสงสัย นายกฯ จะเงียบไม่ตอบคำถามเหมือนซุกอะไรไว้ ซึ่งเป็นแนวของนายกฯ คนนี้ ที่ไม่สนใจไยดีการตอบคำถามในสภา หลังจากนี้ประชาชนจะพิจารณาและตัดสินความนิยมของรัฐบาลชุดนี้เองได้
“ขณะที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายเสนอแนะให้กับรัฐบาล ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีหลายท่านก็ไม่ใส่ใจ หรือให้เกียรติที่จะนั่งฟังการอภิปรายจนจบ จะเห็นว่ามีเพียงรัฐมนตรีไม่กี่คนที่นั่งฟังการอภิปราย ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนที่ทำแบบนี้ ซึ่งสมควรแล้วที่สภาล่มตลอดเพราะรัฐบาลไม่เคยใส่ใจ ไม่ให้เกียรติสภา หากจะต้องให้คะแนน ถือว่ารัฐบาลสอบตกตั้งแต่วันแรกที่ตอบคำถามแล้ว ก็ไม่เป็นไร เจอกันอีกทีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือนพ.ค.” นายสมคิดกล่าว
ก้าวไกลไม่พอใจคำตอบรัฐบาล
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชี รายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่าทางครม.แทบจะไม่ได้ตอบคำถามที่ฝ่ายค้านถามไปเลย เหมือนเลือกที่จะตอบแต่สิ่งที่ตัวเองตอบได้และเตรียม คำตอบไว้ ส่วนที่เหลือที่คิดว่าตัวเองตอบไม่ได้หรือตอบแล้วอาจจะยังไม่ดีพอก็ ไม่ตอบเลย เช่น ประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ หรือกรณีการเอื้อกลุ่มทุนต่างๆ จึงไม่ได้เป็นการตอบว่าจะทำให้ฝ่ายค้านหายข้องใจในญัตติที่เราตั้งขึ้นไว้เลย ถือว่าไม่เป็นที่ น่าพอใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีประเด็นไหนที่ฝ่ายค้านยังข้องใจและรัฐบาลต้องตอบคำถามให้กระจ่างหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะยื่นร้องเรียนกรณีการปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะเป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลปกปิดข้อมูลชัดเจน และมีหลักฐานชัดคาตา
ต่อข้อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ล้มรัฐบาลให้ได้ก็แล้วกัน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า “เป็นที่เข้าใจอยู่แล้วว่าเขานิสัยเป็นแบบนี้ ดังนั้น ต่อให้เราหรือประชาชน ขอให้นายกฯ ลาออก เขาจะไม่รับฟัง สุดท้ายแล้วสถานการณ์ที่รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพภายในเองจะเป็นตัวจุดชนวน ศึกนอกก็คงทำให้ส่งผลกระทบต่อศึกใน และเป็นไปตามธรรมชาติว่า หมาตายเห็บกระโดด หรือเรือจะล่มคนที่อยากรอดก็จะกระโดดหนี เหมือนกรณีของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะขยี้ประเด็นต่อด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อเลยใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า “ใช่ และจะเปิดประเด็นใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างแน่นอน”

ค้ามนุษย์ – พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าทีมทำคดีโรฮิงยา ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ออสเตรเลีย วิดีโอคอลมาร่วมรายการ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. ก้าวไกล และน.ส. พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า แถลงตีแผ่ค้ามนุษย์ เมื่อ วันที่ 19 ก.พ.
‘โรม’เดินหน้าลุยค้ามนุษย์โรฮิงยา
เวลา 10.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นาย รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมกันแถลง “กว่าจะเป็นตั๋วช้างภาค 2” หลังเปิดประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปแบบไม่ลงมติเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ว่า ที่เรียกว่าตั๋วช้างภาค 2 “ตำรวจเลวได้ดี ตำรวจดีต้องลี้ภัย” กับเรื่องราวของพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ที่ต้องลี้ภัยออกจากประเทศไทยไปเมื่อปี 2558 พร้อมกันนี้ได้ วิดีโอคอลไปหาพล.ต.ต.ปวีณด้วย
เรื่องนี้ถือเป็นภารกิจของพรรคก้าวไกลที่จะต้องทวงถาม และใช้ทุกกลไกที่เรามีเดินหน้าทลายขบวนการค้ามนุษย์เพื่อเอาพยานหลักฐาน ข้อมูลที่พล.ต.ต.ปวีณได้รวบรวมไว้ถึง 270,000 แผ่นกระดาษ เพื่อไม่ให้ขบวนการแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่กัดกินคนที่เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์เท่านั้น แต่คือการทำให้ระบบราชการ คนดีๆ จำนวนมากไม่มีที่ยืนในสังคม ภารกิจนี้เราไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับข้าราชการน้ำดี แต่กำลังเป็นศัตรูกับคนชั่ว ข้าราชการที่ต้องการแสวงหาประโยชน์เข้าสู่ตัวเอง กรณีของพล.ต.ต.ปวีณเป็นจุดที่เราเห็นว่าประเทศไทยมาถึงจุดวิกฤต สังคมที่แม้คนจะทำงานดีที่สุดไม่โกงกินก็อยู่ไม่ได้
เผยเหตุไม่ถอนคำว่า‘อำมหิต’
“พรรคก้าวไกลอยากเห็นพล.ต.ต.ปวีณกลับมาไทยอย่างปลอดภัย อยากเห็นการทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ การขยายผลที่มากไปกว่าพล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ที่ถูกจำคุกคดี ค้ามนุษย์โรฮิงยา อยากเห็นคนที่อยู่ในทำเนียบปัจจุบันนี้ต้องรับผิดชอบกับความ อยุติธรรม” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวถึงกรณีที่ยอมออกจากห้องประชุมสภาหลังไม่ถอนคำพูดว่า อำมหิต ว่าไม่เข้าใจว่าการใช้คำว่า อำมหิต จะผิดตรงไหน ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตนนำข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรต่อการที่พล.ต.ต.ปวีณต้องลี้ภัย แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม แม้ยังอยู่บนที่นั่งในห้องประชุม แล้วยังขออนุญาตประธานสภาออกนอกห้อง ตนเลยรู้สึกว่าการค้ามนุษย์มันร้ายแรง แล้วทำไมพล.อ.ประยุทธ์ถึงไม่ตอบคำถามนี้ราวกลับส่งสัญญาณว่าการค้ามนุษย์ การมีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย และยิ่งได้เห็นภาพที่ชาวโรฮิงยากินใบไม้เพื่อประทังชีวิต ส่วนตัวรับไม่ได้ เลยใช้ คำว่า ใจดำ อำมหิต
‘ปวีณ’เปิดใจ-ยันมีปลาใหญ่เอี่ยว
ด้านพล.ต.ต.ปวีณกล่าวว่า วันนี้วันที่ตนมีความสุข มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ติดอยู่ในใจ มันเครียด กลัว นับจากที่ตนออกจากประเทศไทย จากการที่ปฏิบัติหน้าที่แล้ว ถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รัฐบาล รวมทั้งผู้มีอำนาจ เพราะเรื่องราวทั้งหมดได้รับการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาให้คนได้รับทราบในการอภิปรายจากนายรังสิมันต์ ขอยืนยันว่านั่นคือความจริงที่เกิดขึ้นจริง ถึงวันนี้ตนถือว่าได้รับความเป็นธรรมกลับมาครึ่งหนึ่งแล้ว แต่น่าเสียดายที่วันนั้นถ้าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาลที่ตรงไปตรงมา มีนายกฯ และผู้บริหาร ทุกระดับที่อยากให้ประเทศไทยใสสะอาด มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเที่ยงธรรมและ สุดทาง ชีวิตราชการของตนที่เหลืออยู่ถึง 3 ปี ประกอบกับความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวน ตนมั่นใจว่าจะสามารถสาวไปถึงปลาตัวใหญ่ได้อีกหลายตัวอย่างแน่นอน
“ยืนยันว่าการที่คนโรฮิงยาเข้ามาไม่ใช่คนเดียว ผมเองกว่าจะเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียได้ยังถูกสอบสวนแบบละเอียด ประเทศนี้ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน สิทธิเท่าเทียมกันหมด ต้องยึดกฎ ทุกประเทศต้องมีมาตรฐาน ประเทศไทยในเมื่อประกาศตัวเป็นประเทศที่มีมาตรฐานก็ต้องทำให้ไม่ด้อยกว่าออสเตรเลีย คือใครก็แล้วแต่ที่ ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเขตไทยต้องถูกสกรีน แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ปล่อยปละละเลย ซึ่งการปล่อยปละละเลยนั้น ต้องมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนนั่นคือผลประโยชน์ ส่วย พอเงินนี้เข้ามาจำนวน มากๆ ก็ขนคนได้อย่างสะดวกสบาย ทำกันเป็นอุตสาหกรรมขนคนไปขาย ผมจึงกล้าพูดว่าถ้าสอบสวนไปแน่นอนปลาตัวใหญ่ๆ จะต้องมาอีกเยอะ” พล.ต.ต.ปวีณกล่าว
สภาจ่อถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการ เลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า เบื้องต้นได้พูดคุยกับทั้งฝั่งวุฒิสภาและฝ่ายค้านไว้ว่าจะเป็นวันที่ 24-25 ก.พ. เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. แต่หากวันที่ 24 ก.พ.เสร็จก็อาจจะเป็นวันเดียว โดยจะพิจารณาทีละฉบับ และมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไว้ก่อน ส่วนความเป็นไปได้ที่จะเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญนั้น ก็อยู่ที่กมธ. โดยระหว่างปิดสมัยประชุม กมธ.จะทำงานในเรื่องนี้
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นว่าหากจัดทำกฎหมายลูกเสร็จยิ่งเร็วยิ่งดี ไม่มีผลเสียอะไร เอาไว้เผื่อหากเกิดการยุบสภา หรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น บ้านเมืองจะได้มีทางออก หากไม่รีบทำไว้แล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมาจะยุ่ง การพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่ารีบทำแล้วจะให้รีบยุบสภา แต่การรีบทำกฎหมายลูกก็ดีกว่าการไม่มีกฎหมายลูก ซึ่งร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะ เข้าวาระ 1 ในวันที่ 24-25 ก.พ. ความจริงสามารถจัดทำให้แล้วเสร็จได้ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญช่วงเดือนพ.ค. คือกลางเดือน เม.ย. สามารถประชุมวาระ 2 ชั้นแปรญัตติจนจบได้ จากนั้นขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ถ้าจะทำให้เสร็จ มันก็เสร็จ