ดักคอ‘ตู่’กะอยู่ถึง4ปี โรมให้สื่อไปถาม‘3ป.’รู้ดี-ค้ามนุษย์โรฮิงยา สว.วันชัยทำนาย7กค. จุดอวสานการเมือง!

เผยผลสำรวจโพล ประชาชนร้อยละ 58.79 เรียกร้องยุบสภาโดยเร็วที่สุด ร้อยละ 68.09 เชื่อ ‘ประยุทธ์’ มีแผนอยู่ยาวจนครบวาระ ส.ว.วันชัยย้ำคำทำนาย 7 ก.ค. การเมืองถึงจุดอวสาน ‘โรม’ แนะโฟกัส ‘ป้อม-ป๊อก’ คีย์หลักสำคัญประเด็นค้ามนุษย์ ครป.กระทุ้ง 4 นายพลแจงสังคม เพื่อไทยถาม 7 ข้อปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว ท้านายกฯ ดีเบต สภาถกร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 24-25 ก.พ. กกต.ชูบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่คนละเบอร์ ก้าวไกลขอสู้ในชั้นกมธ. เสนอริบอำนาจศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค มหาดไทยถก กกต.วันนี้ เคาะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา ว่าจะเป็นอาทิตย์ 22 หรือ 29 พ.ค.

ลงพื้นที่ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำคาราวานสร้างไทย รับฟังปัญหาประชาชนย่านตลาดบางบอน กทม. พร้อมเสนอนโยบายเครดิตประชาชน ให้เข้าถึงแหล่งทุน ไม่ต้องพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบ เมื่อ 20 ก.พ.

สภานัดถกกม.ลูกเกี่ยวกับเลือกตั้ง
วันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา นัดประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งมีส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 10 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. … จำนวน 4 ฉบับ แบ่งเป็นของครม., นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ

และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. … จำนวน 6 ฉบับ แบ่งเป็นเสนอโดย ครม., นพ.ชลน่าน, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล, นายพิธา และนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และคณะ โดยจะพิจารณา ในวันที่ 24-25 ก.พ. โดยจะเริ่มเวลา 09.00-21.00 น. ของทั้ง 2 วัน

สว.สัมมนาศึกษาเนื้อหา
ทั้งนี้เมื่อ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการหารือร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่ายคือ กมธ.กิจการวุฒิสภา, ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล และตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อจัดสรรเวลาในการประชุม มีข้อสรุปคือผู้เสนอร่างฯ 5 ชั่วโมง, ส.ว. 6 ชั่วโมง, พรรคร่วมรัฐบาล 6 ชั่วโมง, พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง และประธานในที่ประชุม 1 ชั่วโมง รวมเวลา 24 ชั่วโมง และมีแนวทางการพิจารณาคือ รับหลักการและตั้งกมธ.ร่วมกัน 49 คน แบ่งเป็น ครม. 8 คน, ส.ว. 14 คน และ ส.ส. 27 คน

นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. เผยว่า ในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ส.ว.จะจัดสัมมนาเพื่อดู รายละเอียดร่างที่เสนอ โดยมีวิทยากรได้แก่ ตน, นายสมชาย แสวงการ, นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, นายวันชัย สอนศิริ และนายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. โดยแนวทาง ที่จะพิจารณาคือรายละเอียดประเด็นที่เสนอว่ามีประเด็นใดที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ส่วนการลงมติว่าจะรับหรือไม่รับนั้น เป็นเอกสิทธิ์ของส.ว.

การเสนอร่างกฎหมายลูกนั้นจะพิจารณา รายละเอียดว่ามีบางอย่างซุกซ่อนไว้ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ หรือเพื่อประโยชน์กับพรรคหนึ่งพรรคใด หรือช่วยเหลือดูแลหรือไม่ หรือเป็นเรื่องที่ทำลายหลักการ หรือไม่ใช่เรื่องเพื่อส่วนรวมหรือไม่ โดยก่อนการสัมมนานั้นวิทยากร จะนัดหารือกันในวันที่ 22 ก.พ.ด้วย

ก้าวไกลโหวตรับ-สู้ในชั้นกมธ.
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง วาระแรกขั้นรับหลักการ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ พรรค มีแนวทางอย่างไรว่า พรรคจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งเพื่อมีมติที่ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรในวันที่ 21 ก.พ.นี้ แต่โดยหลักทั่วไปต้องโหวตรับทุกร่างเพื่อไปสู้ในชั้น กมธ.เพราะเนื้อหาไม่แตกต่างกันมาก มีเพียงบางประเด็น ที่พรรคก้าวไกลไม่เหมือนกัน เช่น การลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถยุบพรรคได้

โดยเราจะสู้ในชั้น กมธ.แบบมีหลักการว่าพรรคการเมืองควรเกิดง่าย โตง่าย สิ้นสุดยากและเกิดโดยประชาชน เติบโตโดยประชาชน สิ้นสุดลงด้วยศรัทธาของประชาชน ไม่ใช่สิ้นสุดโดยคนไม่กี่คน ที่มาตัดสินให้ยุบพรรค ซึ่งที่ผ่านมาพรรค การเมืองถูกทำลายไปมากพอสมควร โดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่ได้ประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองที่ครองอำนาจอยู่

จี้รัฐบาลเร่งผ่านก่อนยุบสภา
ส่วนร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะเสร็จก่อน ก.ค.หรือไม่นั้น ถ้าฝ่ายรัฐบาลเร่ง 2 เดือนก็เสร็จแล้ว เพราะร่างมีส่วนที่คล้ายกันเยอะ รายละเอียดที่แตกต่างคุยกันได้ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของฝ่ายรัฐบาลว่าพร้อมจะเลือกตั้ง หรือพร้อม จะเปลี่ยนแปลงหรือยัง ถ้าพร้อมเขาก็จะทำกฎหมายลูกให้เสร็จ แต่ถ้าไม่พร้อมเขาก็ ใช้ตรงนี้เป็นเงื่อนไขดึงให้ยาว เพราะถ้ากฎหมายลูกไม่เสร็จแต่ยุบสภาก่อนก็จะมีทางออกคือ รัฐบาลอาจออก พ.ร.ก.มาใช้ในการเลือกตั้ง หรืออาจใช้ระเบียบ กกต.เดิม แต่ก็จะมีข้อครหาว่าจะใช้กติกามาเอาเปรียบการเลือกตั้งอีกหรือไม่ ดังนั้น ควรเร่งทำกฎหมายลูกให้เสร็จภายในไม่เกิน 2 เดือน และเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ต้น พ.ค. สามารถพิจารณาวาระ 2-3 ได้เลย

“ท่านจะแก้ไขปัญหาทางการเมืองของฝ่ายท่านพร้อมยุบสภาเมื่อไรก็แก้ไป แต่ให้กฎหมายลูกเสร็จก่อนก็จะเป็นประโยชน์ ทำให้กติกายุติธรรม เพื่อให้แต่ละฝ่ายแข่งขัน อย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าดึงก็เหมือนกลัวเลือกตั้ง มาช่วยกันทำกฎหมายลูกให้เสร็จ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็ยุบสภา หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยุบสภาไปเถอะ” นายธีรัจชัยกล่าว

ร่างกกต.บัตร 2 ใบคนละเบอร์
นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงจุดยืนต่อร่างกฎหมายลูกว่า พรรคสนับสนุนร่างของพรรคร่วมรัฐบาล โดยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ตรงกับร่างของกกต.ที่ยื่นโดยครม แล้ว ซึ่งร่างกกต.ปรับปรุงเป็นบัตร 2 ใบ คนละเบอร์ ในเขตเลือกตั้งจะจับสลากเบอร์ใครเบอร์มันแม้จะไม่เหมือนแบบที่เราอยากได้แต่เป็นข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ มีข้อดีคือในเขตนั้นๆ เบอร์จะไม่ถูกเว้นว่าง ส.ส.สมัคร 5 คนก็ 5 เบอร์ ถ้าเบอร์เดียวจะกลายเป็นเบอร์ 1,3,21 โบ๋และกายาก ในทางการเมืองต้องแบ่งหาเสียง 2 ส่วน 1.พรรคมีนโยบายอะไรก็สู้กัน 2.ส.ส.ในเขตใครอยู่ใกล้ชิดประชาชน ก็ได้เปรียบไป ชทพ.ที่ไม่ได้เป็นพรรค ขนาดใหญ่จะไม่เสียเปรียบนัก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นพรรคใหญ่ ได้เปรียบพรรคเล็กมาก ส่วนการนับคะแนนร่างครม.และพรรคร่วมรัฐบาลตรงกัน คือ การหารหาค่าเฉลี่ย และหากต่ำกว่าค่ากลาง ให้เรียงแล้วตัดจนกระทั่งเศษหมดไป

ส่วนกฎหมายพรรคการเมืองมีปัญหาคือ ร่างครม.แก้นิดเดียว เพราะไม่สามารถแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาของพรรคการเมือง จึงยึดร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก ซึ่งร่างพรรคร่วมรัฐบาลแก้ไขหลายอย่าง เช่น ตัวแทนประจำจังหวัด ถอดการลงไพรมารี่ ซึ่งแก้ไขครอบคลุมมากกว่า

พปชร.รับแต่ร่างฝ่ายรัฐบาล
ในวาระแรกขั้นรับหลักการ 24-25 ก.พ.นี้ ไม่ว่าจะเป็นร่างของครม.หรือพรรคอื่นๆ ที่มีหลักการเดียวกัน ชทพ.จะรับหลักการแล้วค่อยไปปรับปรุงแก้ไขในชั้นกมธ. และจะตั้งกมธ.ชุดเดียว ทำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ คาดจะพิจารณาไม่เกิน 2 เดือน เสร็จทั้ง 2 ฉบับ หากกมธ.พิจารณาทันก่อนเปิดสมัยสามัญก็อาจขอเปิดสมัยวิสามัญได้ แต่ถ้าไม่ทันก็จะไปพิจารณาต่อในสมัยสามัญ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพปชร.ในร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ว่า พปชร.สนับสนุนร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ของพรรคร่วมรัฐบาล และร่างของกกต.ที่ยื่นโดยครม. ส่วนพ.ร.ป.พรรคการเมือง พรรคสนับสนุนร่างฉบับของพรรคร่วมรัฐบาล ร่างของครม. และสนับสนุนฉบับที่เสนอโดย นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พปชร.

สมชัยจ่อยื่น 7 หมื่นชื่อปิดสวิตช์สว.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผอ.ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา ม.รังสิต และอดีตกกต. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการร่วมลงมติเลือกนายกฯ ว่า ได้รับแจ้งจากประธานสภาเพื่อกำหนดยื่นเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช….. พร้อมเอกสารลงลายมือ ชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 7 หมื่นชื่อแรกในวันที่ 22 ก.พ.นี้

โดยก่อนหน้านี้ได้เดินสายไปพบปะพูดคุยกับทางพรรคต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ส่วนฝ่ายรัฐบาลยังสงวนท่าทีอยู่ ขอเข้าพบก็ยังไม่ตอบรับอย่างชัดเจนนัก เบื้องต้นได้เสียงสนับสนุนจากฝั่งส.ส.มาแล้วประมาณ 265 เสียง แต่จริงๆ ยังต้องได้มากกว่านั้น ส่วนฝั่งของส.ว.จำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุน อย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกส.ว. ซึ่งได้ไปพบปะกับบางคนที่คุ้นเคยแล้ว และรับปากว่าจะสนับสนุนเช่นกัน

รณรงค์ครั้งใหญ่หลังบรรจุวาระ
ตามกระบวนการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องใช้ระยะ 30-45 วัน ตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อและนำร่างเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เปิดรับฟังความ คิดเห็น หากครบถ้วนแล้ว ประธานสภา จะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป คาดว่าช่วงพ.ค.หรือมิ.ย.น่าจะเข้าสู่วาระการประชุมได้ หรือช่วงท้ายๆ ก่อนปิดสมัยประชุม

เมื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว การรณรงค์ครั้งใหญ่จะดำเนินการแบบเต็มที่ คือการให้ประชาชนแสดงออกโดยการร่วมลงชื่อต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เป็นชื่อที่นำเสนอต่อประธานสภา แต่จะเป็นจำนวนตัวเลขที่ทำให้เห็นว่าประชาชนสนใจที่จะเข้าร่วมลงชื่อเพิ่มเติม แม้กระทั่งวันที่สภามีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวก็จะเปิดให้ร่วมลงชื่อเพื่อให้ตัวเลขขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้จะมีการเดินสายพบปะกับพรรคอื่นๆ ที่เหลือ รวมทั้งส.ว.ด้วยเพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

พท.ถามจี้ 7 ข้อ-รถไฟสายสีเขียว
เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค แถลงถึง การอภิปรายตามมาตรา 152 กรณีการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า ภาพรวมการตอบคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ตนให้สอบตก ให้คะแนนร้อยละ 40 หรือต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อน ประชาชน การตอบก็ไปอ้างตัวเองว่า เป็นพระราม เหมือนเป็นตัวเอกในเรื่อง แต่การบริหารล้มเหลวสิ้นเชิง

ตนอภิปรายเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว 25 นาที นายกฯ ไม่ตอบอะไรเลย ดังนั้นจะตั้งคำถาม 7 ข้อถึงนายกฯ 1.ส่วนต่อขยายเขียวเหนือ-เขียวใต้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมทักท้วงว่ายังเป็นสมบัติของ รฟม. ไม่ใช่ กทม. แต่มหาดไทยกลับนำเข้า ครม.แล้วจะโอนให้ บีทีเอสได้อย่างไร 2.ไข่แดงที่จะหมดสัญญาในปี 2572 แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. ไปต่อสัญญาจ้างวิ่งรถถึงปี 2585 ผิดกฎหมาย และเรื่องอยู่ในป.ป.ช. 3.กทม.ไปจ้างวิ่งรถถึงปี 85 ได้อย่างไรในเมื่อไม่ใช่สมบัติของตัวเอง ถ้ามั่นใจทำถูกกฎหมายเหตุใดต้องใช้มาตรา 44 ไม่มีการประมูลและเทียบราคา และเหตุใดมาตรา 44 ออกให้เพียงเจ้าสัวบีทีเอสเจ้าเดียว

ท้าดีเบต-อย่าชิงยุบสภา
4.รัฐมนตรีทั้ง 7 คนของพรรคภูมิใจไทยคัดค้าน คมนาคมเป็นผู้คัดค้านเองไม่ใช่ ฝ่ายค้าน ทำไมพระรามประยุทธ์ไม่ฟัง 5.การจัดฉากสร้างหนี้ 3.7 หมื่นล้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เอาอำนาจอะไรไปให้นั่งฟรี ถ้าเก็บก็ไม่เป็นหนี้ เพื่อใช้อ้าง ต่อสัมปทานใช่หรือไม่ 6.ค่าโดยสาร รฟม.นั่งไกลแค่ไหนก็ไม่เกิน 42 บาท ควรเป็นมาตรฐานเดียวกัน และ 7.พล.อ.ประยุทธ์ประกาศให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พ.ค.นี้แล้ว เหตุใดไม่รอให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่มาตัดสินใจ

“ผมขอท้าพระรามประยุทธ์ ถ้าแน่จริงให้มาออกทีวีแข่งกับผม ดีเบตเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่องไหนก็ได้ ถ้าพระรามประยุทธ์ กลัวจะเอาคนมาช่วยด้วยก็ได้ แต่ผมจะไปคนเดียว ที่บอกว่าทำถูกกฎหมายนั้นกฎหมาย อะไร ถ้าแน่จริงต่อสัมปทานไปเลย แต่ พ.ค. เปิดสภาเพื่อไทยจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ครั้งที่แล้วเจอกบฏธรรมนัสยังเกือบตาย ต้องไปยกมือไหว้ส.ส. รอบนี้พระรามประยุทธ์ก็จะได้รู้ว่านรกมีจริง อย่าเพิ่ง ชิงยุบสภาหนีก็แล้วกัน” นายยุทธพงศ์กล่าว

ชี้เป็นชนวนล้มรัฐบาล
เรื่องนี้จะทำให้รัฐบาลล้มได้ วันนี้เรื่องนี้ยังอยู่ในวาระ ครม. ยังไม่ได้ถอนออก ขณะที่ พรรคอันดับ 2 บอกร่วมด้วยไม่ได้เพราะ ผิดกฎหมาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่า หากตกลงกันไม่ได้ต้องใช้วิธียกมือ เป็นรัฐมนตรีมาไม่เคยเห็นว่ามีมติครม.ไหนที่ต้องใช้วิธีนี้

หากมีการยื่นอภิปรายมาตรา 151 มียกมือโหวต กลุ่มร.อ.ธรรมนัสก็ออกไปส่วนหนึ่ง เสียงรัฐบาลก็ปริ่มน้ำอยู่แล้ว ถ้าต้องยกมือในสภาจะไม่มีปัญหาหรือ เชื่อรัฐบาลชิง ยุบสภาไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้ วางใจ รัฐบาลถึงทางตัน เพราะมหาดไทย ก็ไม่ถอย ไม่ยอมถอนเรื่องออกไป จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นจุดแตกหักของรัฐบาล

นอกจากนี้สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของสภา จะมีการแก้กฎหมายลูก 2 ฉบับ ก่อนปิดสมัยประชุมสภา การอภิปรายยังมีควันหลงที่ไม่ได้เปิดเผยเช่น กรณีเสี่ย บอยสกายที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ ซึ่งตน จะนำมาเปิดเผยทุกอาทิตย์

โฆษกรัฐป้องตู่-ถามวัวตอบควาย
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทย ระบุภาพรวมการอภิปราย ตามมาตรา 152 คำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐมนตรี แต่ละคนตอบไม่ตรงคำถาม ถามวัวตอบควาย บางคำถามก็ไม่มีคำตอบนั้น ถ้าหากฝ่ายค้านเปิดใจกว้างก็จะพบกับความจริงว่า นายกฯ ตอบคำถามได้ครอบคลุมชัดเจนทุกประเด็น อาจไม่ตรงกับที่ฝ่ายค้านหวังเอาไว้ว่ารัฐบาลอาจตอบได้ไม่ชัดเจน ฝ่ายค้านจึงออกอาการเป๋ ทำตัวไม่ถูก เปลี่ยนจากอภิปรายแบบส.ส.ในสภา กลายเป็นนักเลงอันธพาล เน้นยั่วยุ เสียดสี สาดโคลน ที่บอกบางคำถามไม่มีคำตอบนั้นเชื่อว่าฝ่ายค้านคงไม่ได้หวังจะได้คำตอบ หรือพูดชัดๆ ก็คือ หูไม่ได้สนใจ จะฟังคำตอบเลย แต่หวังเอามัน ขอให้ได้ ดิสเครดิตรัฐบาลก็พอ

ส่วนที่บอกว่า นายกฯ ลุกขึ้นตอบโต้ ด้วยอารมณ์ ไม่มีเนื้อหาชี้แจงนั้น ฝ่ายค้านควรหันกลับไปมองตัวเองก่อนว่าจริงๆ แล้วถามด้วยเนื้อหาหรือถามแบบอารมณ์อันธพาล และเนื้อหาที่ว่าเป็นข้อซักถามนั้นเป็นการซักถามจริงหรือไม่ หรือแค่หวังก่อกวนไปวันๆ เท่านั้น อยากให้เลิกนิสัยว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเสียที

โรมชี้ค้ามนุษย์โฟกัสที่ป้อม-ป๊อก
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาค้ามนุษย์ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผบช.ภ.8 ต้องลี้ภัยออกจากประเทศไทยไปเมื่อปี 2558 จะสานต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ว่า ต้องดูว่ารัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สำคัญและรัฐบาลต้องตอบ เพราะเกี่ยวพันกับความมั่นใจของข้าราชการทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลลัพธ์ของการเป็นข้าราชการตงฉินหรือไม่ ตนจะติดตามเรื่องนี้ด้วยกลไกสภา การตั้งกระทู้ถาม ส่วนจะมีทีเด็ดอะไรต่อหรือไม่นั้น ตนไม่ได้เปิดเผยเอกสารหมดทุกอย่าง เพราะอาจไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ 3 จึงจำเป็นต้องเก็บไว้ก่อน การทำหน้าที่ในสภา บางเรื่องไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด อาจโดนประท้วงหรือฟ้องร้อง ถ้าไม่ถึงขนาดทำให้คนไม่เข้าใจเรื่องราวก็อย่าเพิ่งเปิดดีกว่า เพราะบางอันอาจจะต้องใช้สู้ในศาล

“ตัวการเรื่องนี้ใหญ่มากๆ แต่อยากให้ประชาชนโฟกัส 2 คน คือ 1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะเคยคุม ก.ตร. และ 2.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่อาจคุ้นเคยกับจ.ระนอง เป็นอย่างดี 2 คนนี้จะเป็นคีย์หลักสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการค้ามนุษย์อย่างแน่นอน” นายรังสิมันต์กล่าว

ลั่นสต๊อกข้อมูลรอเปิดแผลรัฐบาล
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ฝ่ายค้านยังไม่ได้คุยรายละเอียดลึกมากเพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของรัฐบาลเป็นหลัก ถ้ามีการยุบสภาก็อาจไม่ต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่พรรค ก้าวไกลเตรียมตัวตลอดเวลา เราพยายามเก็บรวบรวมข้อมูล ทำสต๊อกข้อมูลอยู่เรื่อยๆ เอาเรื่องราวแย่ๆ ต่างๆ มาฟ้องต่อประชาชน พรรคเตรียมเปิดแผลรัฐบาลตลอดเวลา เราได้รับความช่วยเหลือเยอะจากข้าราชการน้ำดี ใช้เป็นมีข้อมูลตรวจสอบรัฐบาลได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

ส่วนเรื่องของ พล.ต.ต.ปวีณจะสานต่ออภิปรายมาตรา 151 หรือไม่นั้น ถ้าจบได้เลยก็จะดีที่สุด ถ้าสามารถทลายเครือข่าย ค้ามนุษย์และกลุ่มบุคคลที่เป็นต้นเหตุได้ อาจไม่ต้องอภิปรายเรื่อง พล.ต.ต.ปวีณ อีกแล้ว เขาคงสามารถกลับมาอยู่ในประเทศไทยได้ แต่เมื่อไม่เป็นแบบนั้นก็ต้องดูว่าการอภิปรายรอบหน้า สถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไร เชื่อว่า 1-2 เดือน ข้างหน้าบรรยากาศการเมืองอาจจะผ่าน ไปเร็ว ไม่แน่ตนอาจต้องไปเป็นพยานในศาล เพื่อเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ หรืออาจมีการ ยุบสภา กำลังเลือกตั้ง หรือกำลังโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ลาออก

ขณะที่ฝั่งพลังประชารัฐเหมือนพรรค ที่กำลังตายลงทุกวัน ทุกคนดูหมดอาลัย ตายอยากจากปัญหาที่เกิดขึ้นภายใน จึงรู้สึกว่า เป็นไปได้ขนาดไหนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะผ่าน เดือน พ.ค.ไปได้อย่างง่ายดาย เราอาจต้องหวัง พึ่งนางสีดา ซึ่งไม่แน่ว่านางสีดาอาจกลายเป็นพระรามก็ได้ หนทางข้างหน้ามีความ ไม่แน่นอนมาก อาจเกิดเรื่องก่อนจะมีการอภิปรายมาตรา 151

ให้ถาม‘3 ป’รู้ดีที่สุด
นายรังสิมันต์ยังโพสต์เฟซบุ๊กระบุ หลังตนอภิปรายเรื่องคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงยาก็ได้รับการติดต่อสอบถามรายละเอียดกันพอสมควร หลักๆ คืออยากรู้ว่าในขบวนการค้ามนุษย์นี้มีใครที่อยู่เหนือไปกว่าเบอร์ใหญ่สุดที่จับได้อย่าง พล.ท.มนัส คงแป้น อีก คงไม่ระบุตัวใครอย่างเฉพาะเจาะจง ถ้าจะมีใครรู้ดีที่สุด รู้อยู่เต็มอกว่าใครที่อยู่เหนือ ไปกว่า พล.ท.มนัส คนที่สื่อควรไปสอบถามมากที่สุดก็คือ 3 ป. พล.อ.ประวิตร, พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์

ตอนที่ตนอภิปรายเรื่องนี้เมื่อ 18 ก.พ. หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ ก็มาชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เพื่อน ส.ส.คนอื่นอภิปรายไว้ แต่ไม่ยอมตอบเรื่องของตนสักคำ และรีบเดินหายไปแล้ว จนตอนนี้ผ่านมากว่า 50 ชั่วโมงแล้ว 3 ป.ก็ยังเงียบกันหมดกับเรื่อง ใหญ่ขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้พูดได้อย่างไรว่าทำแบบนี้มันไม่ใจดำอำมหิตไปหน่อยหรือ

กก.ขู่ขยี้ซ้ำปมสถานีบางซื่อ
นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ตอบโต้นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ที่เตือนให้ระวังจะก้าวไม่ไกล หลังอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องสถานีกลางบางซื่อ ที่ ยูนิค-ซิโนไทย ยื่นฟ้องค่าเสียหาย รฟท. 7,200 ล้านบาทว่า เลขาฯรัฐมนตรี อยากตอบข้อซักถามมากต้องรอให้ตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีก่อน อย่าพึ่ง ใจร้อน อย่าเพิ่งปากแจ๋ว ส่วนรัฐมนตรี ไม่ตอบวันนี้ก็ไม่เป็นไรขอให้เตรียมตัว เอาไว้ เพราะขณะนี้เรื่องที่ผมอภิปรายไป พรรคกำลังดำเนินการร้อง ป.ป.ช.ภายใน 2 สัปดาห์ และขอท้าลิ่วล้ออย่าหยุดด่าตน จะได้เอาข้อมูลเด็ดที่ตั้งใจเก็บไว้ตอนอภิปรายมาตรา 151 ออกมาพูดเสียเลย ให้สังคม ช่วยหาคำตอบเรื่องใช้สถานีกลางบางซื่อฉีดวัคซีน ทั้งที่ยังไม่ได้จ่ายเงินผู้รับเหมา ถ้าหยุดด่าแสดงว่ากลัวเรื่องไม่เงียบ

วันชัยฟันธง 7 ก.ค.จุดอวสาน
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก “ทำนายอนาคตการเมือง จะถึงจุดดับอวสานตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.” ระบุ ดาวเสาร์กับดาวพฤหัสก็ฟัดกันอยู่ อย่างที่เห็นๆ หนักบ้าง เบาบ้างตามสถานการณ์ ทั้งปัญหาภายในภายนอก แต่ถึงขั้นเหมือนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ลาออกกลางสภายังไม่มี อย่างที่บอกวันที่ 7 ก.ค. มฤตยูย้ายเข้าสู่ราศีพฤษภ คนถามกันมามากว่าย้ายเข้าราศีพฤษภเป็นอย่างไร หมายถึงอะไร เคยเห็นบทกลอนที่ว่านี้ไหม “พฤษภกาสร อีกกุญชร อันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา” จะอ่านกันต่อเมื่อมีพิธีเวียนรอบเมรุ 3 รอบ แล้วนำศพ ขึ้นมาตั้งบนเมรุ ทอดผ้าบังสุกุล แล้วก็ฌาปนกิจ เป็นที่สุด หมายความว่า ตายแน่ เผาแน่ ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น

บทกลอนนี้เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในกฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ถูกนำมาจัดพิมพ์ เป็นอนุสรณ์ให้ผู้วายชนม์แจกในงานศพ เพื่อเตือนสติให้ทำความดี ทำสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อส่วนรวมเมื่อยังมีชีวิต เพื่อคนรุ่นหลัง จะได้จดจำ เพราะเมื่อตายแล้วจะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความดี ความชั่ว

มท.-กกต.ถกเลือกผู้ว่าฯกทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ก.พ เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย จะมีการหารือระดับคณะทำงานระหว่างมหาดไทยและสำนักงาน กกต. พิจารณากำหนดกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยา ก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนการเลือกตั้งท้องถิ่น ในวันที่ 23 ก.พ. และเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป

หลังรัฐบาลแสดงท่าทีชัดเจนให้มีเลือกตั้ง พ.ค.นี้ ระดับคณะทำงาน 2 หน่วยงาน ได้หารือและจัดทำแผนการทำงาน โดยคาด 8 มี.ค.มหาดไทยจะเสนอต่อครม.เพื่อเห็นชอบให้มีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ส.ก. นายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยา และช่วง 21-31 มี.ค. กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง โดยภายใน 5 วันหลังจากกกต.ประกาศ ก็จะเริ่มรับสมัคร ส่วนวันเลือกตั้งมีการเสนอ ทั้งวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. และวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค. คาดว่าหลังการประชุมจะมีความชัดเจน

ไผ่ยันยังไม่เปลี่ยนชื่อพรรค
ขณะที่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวว่าศท. จะเปลี่ยนชื่อว่า ไม่เปลี่ยนชื่อ เพราะชื่อนี้ก็ติดหูกันหมดแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจากที่มีการโพสต์อยากร่วมงานกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นั้น นายมิ่งขวัญ มีความสามารถเรื่องเศรษฐกิจและสนิทกันอยู่แล้ว ได้คนมีความสามารถมาช่วยก็เป็นสิ่งที่ดี หากมีข่าวดีตนจะรีบบอก
เมื่อถามว่ามีบิ๊กเนมย้ายเข้าศท. เพิ่มหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว ถ้าเป็นนักฟุตบอลยังไม่ชูเสื้อจะไปพูดก่อนก็ไม่ได้ เพราะการเมืองเปลี่ยนไปเรื่อย ต้องใช้เวลาและ มีความชัดเจน

สนธิรัตน์หวังปักธงเมืองกาญจน์
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย(สอคท.) กล่าวว่า พรรคเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรีทั้ง 5 เขต มั่นใจจะกวาดส.ส. ได้ 4-5 ที่นั่งแน่นอน ขณะนี้มีทั้งคนหน้าเก่าและหน้าใหม่เสนอตัวเพราะมั่นใจ สอคท.จะถูกใจชาวกาญจนบุรี ส่วนสถานการณ์การเมืองจากที่นิด้าโพลสำรวจประชาชนต้องการให้ยุบสภา สะท้อนว่าประชาชน มีความไม่มั่นใจการทำงานของรัฐบาล และสภา

โพลจี้‘บิ๊กตู่’ยุบสภาให้เร็วที่สุด
วันที่ 20 ก.พ. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “ยุบสภา…เมื่อไรดี” สำรวจระหว่าง 14-17 ก.พ. จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ทุกภูมิภาค 1,313 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการยุบสภาของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการวางแผนยุบสภาของนายกฯ ร้อยละ 68.09 ระบุ นายกฯ ไม่มีแผนจะยุบสภา แต่วางแผนจะอยู่ยาวจนครบวาระในปี 2566, ร้อยละ 8.91 ระบุ ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายพ.ค.2565, ร้อยละ 8.23 ระบุหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเอเปกเดือนพ.ย.2565, ร้อยละ 6.09 ระบุหลังกฎหมายลูก 2 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้ ประมาณก.ค.2565, ร้อยละ 4.95 ระบุหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณผ่านความเห็นชอบจากสภา ประมาณส.ค.2565 และร้อยละ 3.73 ระบุเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความเห็นต่อช่วงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ ควรยุบสภา ร้อยละ 58.79 ระบุ นายกฯ ควรยุบสภา โดยเร็วที่สุด, ร้อยละ 23.38 ระบุนายกฯ ไม่ควรยุบสภาและให้อยู่ยาวจนครบวาระ, ร้อยละ 5.18 ระบุลังเสร็จสิ้นการประชุมเอเปก, ร้อยละ 4.19 ระบุก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปลายพ.ค.2565, ร้อยละ 3.81 ระบุหลังกฎหมายลูก 2 ฉบับประกาศใช้, ร้อยละ 3.43 ระบุ หลังร่างพ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภา และร้อยละ 1.22 ระบุ เฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นต่อความมั่นคงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 43.11 ระบุไม่มี ความมั่นคงเลย, ร้อยละ 33.05 ระบุไม่ค่อยมีความมั่นคง, ร้อยละ 16.38 ระบุค่อนข้าง มีความมั่นคง และร้อยละ 7.46 ระบุมีความมั่นคงมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน