ติดแล้ว50-เสี่ยงอีกเกือบพัน แนะบูสต์เข็ม3ก่อนสงกรานต์ ดีขึ้นแน่-แต่คงอดสาดน้ำอีกปี
กทม.สั่งปิดร้านเกมต้นตอคลัสเตอร์สายไหมทำติดเชื้อทั้งหมู่บ้าน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ ชี้สงกรานต์ปีนี้เป็นบททดสอบใหม่ของไทย จี้รีบฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ก่อนเข้าเดือนเม.ย. รบ.ย้ำยังไม่ถอดป่วยฉุกเฉิน ฮึ่มฟันหนักร.พ.เอกชนคิดค่ารักษา ไทยติดเชื้อทะลุหมื่น 16 วันติดต่อกัน สลดสังเวยโควิดเพิ่มอีก 30 ศพ
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 16 นับจากการระบาดระลอก 1 ม.ค. ติดเชื้อ 18,953 ราย (ชุดตรวจเอทีเคไม่ได้นำไปนับรวมอีก 8,814 ราย) สะสม 2,712,315 ราย หายป่วย 13,962 ราย สะสม 2,527,231 ราย เสียชีวิต 30 ราย สะสม 22,624 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 162,460 ราย มีอาการหนัก 747 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 189 ราย ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 30 ราย มาจาก 17 จังหวัด ได้แก่ กทม.สูงสุด 9 ราย, สมุทรสาคร 5, ลพบุรี 2 และปทุมธานี สมุทรปราการ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เชียงราย สุโขทัย พัทลุง ภูเก็ต กาญจนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระแก้ว จังหวัดละ 1 เป็นชาย 13 ราย หญิง 17 ราย อายุ 28-93 ปี เฉลี่ย 68 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 96%
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,690 ราย 2.สมุทรปราการ 975, 3.ชลบุรี 828, 4.นครศรีธรรมราช 810, 5.นนทบุรี 762, 6.ภูเก็ต 549, 7.สมุทรสาคร 507, 8.ราชบุรี 466, 9.บุรีรัมย์ 441 และ 10.นครปฐม 432 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 35 จังหวัด คือ นครราชสีมา 412 ราย, ฉะเชิงเทรา 364, เชียงใหม่ 314, สุพรรณบุรี 314, พระนครศรีอยุธยา 297, ระยอง 295 , ชัยภูมิ 289, ร้อยเอ็ด 286, สุรินทร์ 282 , ปราจีนบุรี 279, สุราษฎร์ธานี 260, อุบลราชธานี 248, สระบุรี 237, กาฬสินธุ์ 231, สงขลา 227, นครสวรรค์ 217, ประจวบคีรีขันธ์ 215, กาญจนบุรี 206, อุตรดิตถ์ 187, อุดรธานี 181, เพชรบุรี 172, มหาสารคาม 163, หนองบัวลำภู 161, จันทบุรี 160, ชุมพร 156, พัทลุง 154, หนองคาย 147, ลพบุรี 137, พิษณุโลก 135, กระบี่ 134, สุโขทัย 131, นครนายก 120, สมุทรสงคราม 118, กำแพงเพชร 117 และพะเยา 101 ราย ส่วนวันนี้ไม่มีจังหวัดใดติดเชื้อหลักหน่วย

วัคซีนเด็ก – บุคลากรการแพทย์ใส่ชุดการ์ตูนสร้างสีสันลดความเครียดให้กับเด็กๆ ที่เข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยมีผู้ปกครองร่วมมือพาบุตรหลานมาจำนวนมาก เมื่อ 20 ก.พ.
ฉีดวัคซีนแล้ว121ล.โดส
การติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 118 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 183 ราย ใน 37 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 50 ราย, เมียนมา 30 ราย เป็นการลักลอบถึง 27 ราย ต่อเนื่องจากเมื่อวานที่รายงานถึง 59 ราย, เยอรมนี 14 ราย , อิสราเอล 12 ราย , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 8 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 75 ราย แซนด์บ็อกซ์ 75 ราย ระบบกักตัว 6 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 27 ราย
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-19 ก.พ. จำนวน 129,523 ราย รายงานติดเชื้อ 3,360 ราย คิดเป็น 2.59% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 79,978 ราย ติดเชื้อ 793 ราย คิดเป็น 1.03% แซนด์บ็อกซ์ 45,149 ราย ติดเชื้อ 2,339 ราย คิดเป็น 5.18% และกักตัว 7,396 ราย ติดเชื้อ 228 ราย คิดเป็น 3.08%
การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 19 ก.พ. ฉีดได้ 283,661 โดส สะสมรวม 121,583,665 โดส เป็นเข็มแรก 53,100,356 ราย คิดเป็น 76.3% ของประชากร เข็มสอง 49,458,760 ราย คิดเป็น 71.1% ของประชากร และเข็มสาม 19,024,549 ราย คิดเป็น 27.4% ของประชากร
ย้ำยังไม่ถอดป่วยฉุกเฉิน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยืนยันรัฐบาลยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 ผู้ติดเชื้อยังถือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากสถานพยาบาลเอกชนมีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยหรือญาติ ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกประกาศฉบับเดิม ถือว่าเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541
รัฐบาลยังไม่ปรับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดใดๆ ในขณะนี้ โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ จึงอยากให้ประชาชนเน้นการดำเนินชีวิตในรูปแบบนิวนอร์มัล เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างเคร่งครัดต่อไป พร้อมสั่งคุมเข้มทุกมิติ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ว่า เดือนเม.ย.ประชาชนในประเทศจะได้รับวัคซีนมากพอ ขณะนี้กลุ่มผู้สูงอายุได้รับวัคซีนเข็ม 2 เกือบ 80% พร้อมเชิญชวนให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เข้ารับวัคซีนได้ที่จุดให้บริการวัคซีนทุกแห่งทั่วประเทศ ขอให้มั่นใจได้ว่าวัคซีนมีความปลอดภัย
จี้รีบกระตุ้นเข็ม3
วันเดียวกัน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เผยว่า การติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนคาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราเสียชีวิตทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่ที่ต้องติดตามคือตัวเลขผู้ป่วยหนักปอดอักเสบและผู้ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ โดยข้อมูลเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 500 รายทั่วประเทศ ตอนนี้เพิ่มเป็น 749 ราย ส่วนผู้ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายจากเดิมประมาณ 100 ราย ก็เพิ่มเป็น 184 ราย ตัวเลขระดับนี้ระบบสุขภาพของประเทศยังรับไหว เพราะเราสามารถรองรับผู้ป่วยหนักได้กว่า 3 หมื่นเตียง เครื่องช่วยหายใจอีกประมาณ 2 พันเตียง ตอนนี้เราใช้ไปเพียง 10%
แต่อย่าลืมว่าเรายังมีผู้ป่วยโรคทั่วไปที่จำเป็นต้องใช้เตียงเช่นกัน ฉะนั้น หากตัวเลขป่วยหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจหากเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็จะต้องระวังมากขึ้น เพราะจะนำไปสู่ตัวเลขเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ เราเคยพูดกันว่าคนเสียชีวิตที่พบมากคือ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับยังไม่ครบตามเกณฑ์ แต่ขณะนี้เราเริ่มพบว่า ผู้เสียชีวิตได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม แต่รับมานานมากกว่า 4 เดือนแล้ว ฉะนั้น นี่เป็นสิ่งสำคัญคือทุกคนต้องมารับวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง สำหรับการติดเชื้อที่ติดเพิ่มขึ้น แต่อัตราเสียชีวิตไม่มาก ตรงไปตรงมาว่าก็จะเกิดภูมิคุ้นกันขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าจะสบายๆ แล้วติดเชื้อกันไปหมด แต่เพียงยืนยันได้ว่าระบบสุขภาพเราจัดการได้อยู่
ระหว่างนี้จนถึงเดือน เม.ย. หากเราเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นต่อเนื่องเชื่อได้ว่าเดือน เม.ย.ปีนี้น่าจะต่างจากปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วเรายังฉีดวัคซีนน้อยมาก แต่ปีนี้เราได้รับวัคซีนเข็มแรกเกิน 70% ขณะที่เข็มกระตุ้นก็เกิน 25% ฉะนั้น สงกรานต์ปีนี้ก็จะต่างออกไป แต่แน่นอนว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะออกไปเล่นสาดน้ำได้ เพียงแต่เราจะสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนา ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ตามประเพณีไทยได้อย่างปลอดภัย
ชี้‘สงกรานต์’บททดสอบใหม่
ทั้งนี้ เราต้องทำตั้งแต่วันนี้ก่อนจะเดือนเม.ย. ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้มากขึ้นที่สุด ยกตัวอย่างบางประเทศที่ผ่อน คลายมากๆ ก็มีอัตราฉีดเข็ม 3 เกิน 50% แล้ว ดังนั้น ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีนที่ผ่านมาก็ถือเป็นการทดสอบระบบที่เราวางไว้ว่า หากติดเชื้อโควิดก็ให้เข้าระบบรักษาที่บ้าน (โฮมไอโซเลชั่น) ทันทีไม่ต้องไปโรงพยาบาล แต่ต้องย้ำว่ากักตัวที่บ้านต้องเข้มงวด และไม่ออกจากบ้านจริงๆ หากทำได้เช่นนี้ ระบบสุขภาพก็จะไม่ล้น จึงเชื่อว่าเดือนเม.ย. ประเทศไทยจะกล้าพอที่จะเปิดมากกว่านี้ ถึงตอนนั้นการฉีดวัคซีนก็จะสูงขึ้นมากเช่นกัน
“สงกรานต์นี้จะเป็นอีกการทดสอบที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้นเตรียมตัวให้ดี ฉีดวัคซีนให้เยอะ อย่างไรแล้ว เดือนมี.ค.เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องติดตาม หากเราดึงตัวเลขติดเชื้อต่อวันได้ หากติดเชื้อสูงสุดวันละ 2 หมื่นรายนิดๆ แล้วไม่ขึ้นต่อ ขณะที่การฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงใกล้สงกรานต์ก็ต้องคุยกันว่าจะครื้นเครงได้ขนาดไหน” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สังเกตได้ว่าขณะนี้แบ่งประเทศออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ประกาศชนะ โอมิครอน เช่น ยุโรปตอนเหนือ ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เดนมาร์ก นอร์เวย์ ที่ยังติดเชื้อเยอะอยู่ แต่ก็ฉีดวัคซีนเยอะเช่นกัน ด้วยเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องตัดสินใจเปิดประเทศ ซึ่งเราก็มั่นใจได้มากขึ้นว่าโอกาสกลายพันธุ์แล้วรุนแรงขึ้นมีน้อยมาก และกลุ่มประเทศกล้าๆ กลัวๆ เช่นไทย ที่เราเริ่มผ่อน แต่ก็ยังห่วงๆ ไม่กล้าผ่อนเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ในการเปิดประเทศของไทย จะเห็นว่าขณะนี้คนไทยก็กล้าไปต่างประเทศมากขึ้น ส่วนมาตรการที่กำลังจะมีการพิจารณาใน ศบค.ชุดใหญ่ คือการปรับแนวทางเทสต์แอนด์โก ด้วยมาตรการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ จากเดิมให้ตรวจ 2 ครั้งคือวันที่ 1 และวันที่ 5 ของการเดินทางเข้าประเทศจะพิจารณากันว่าอาจให้ลดเหลือ 1 ครั้งคือวันแรกที่เข้ามาถึง
เชียงใหม่-พะเยายังหนัก
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่รายงานสถานการณ์ว่า วันนี้พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 293 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 290 ราย อีก 3 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ สะสมตั้งแต่เดือนม.ค. อยู่ที่ 10,071 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่จำนวน 2,592 ราย เป็นกลุ่ม ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 2,304 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 250 ราย อาการหนัก (สีแดง) 38 ราย โดยวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ยอด ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 226 ราย
ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนเม.ย. (ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึงปัจจุบัน) มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วทั้งหมด 39,109 ราย และรักษาหายแล้ว 36,237 ราย โดยเป็น ผู้ที่รักษาหายวันนี้ 227 ราย ส่วนการตรวจ ATK วันนี้จำนวน 7,243 ราย พบผู้มีผลบวก 2,105 ราย โดยการตรวจ ATK สะสมแล้วทั้งสิ้น 338,717 ราย พบผลบวกสะสมแล้ว 44,662 ราย มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1,586,292 คน คิดเป็นร้อยละ 91.73 จากประชากรจังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปฉีดแล้ว 291,908 คน คิดเป็นร้อยละ 89.08, กลุ่ม 7 โรคเรื้อรังฉีดแล้ว 143,459 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไปฉีดแล้ว 1,150,925 คน คิดเป็นร้อยละ 89.88
ส่วนที่ จ.พะเยา รายงานผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ 101 ราย ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัด 19 ราย โดยเดินทางมาจากเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ เลย ขอนแก่น สงขลา และชุมพร และติดเชื้อในจังหวัด 82 ราย เป็นการติดเชื้อในครอบครัว ที่ทำงาน โรงเรียน และในชุมชน มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.เชียงคำ 35 ราย, ปง 18 ราย, เมืองพะเยา 13 ราย ดอกคำใต้ 11 ราย, แม่ใจ 9 ราย, ภูซาง 3 ราย, เชียงม่วน, จุน อำเภอละ 1 ราย และภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด 10 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อสะสมระลอกเดือนม.ค. ทั้งสิ้น 1,645 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่ม 60 ราย รวมกลับบ้านสะสม 1,222 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 198 ราย ยอดสะสม ผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 แล้ว เข็ม 1 จำนวน 314,547 ราย คิดเป็นร้อยละ 73.49 เข็ม 2 จำนวน 302,456 ราย ร้อยละ 70.67 และเข็ม 3 จำนวน 91,028 ราย ร้อยละ 21.27 ของเป้าหมายประชาชน 428,001 ราย
โคราชเร่งเปิดร.พ.สนาม
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากยอดผู้ป่วยมีจำนวนพุ่งสูงขึ้นในปัจจุบันนี้ เป็นไปตามภาพรวมของสถานการณ์ทั้งประเทศ สำหรับ จ.นครราชสีมา สาเหตุที่มีตัวเลขผู้ป่วยที่สูงขึ้น ผลมาจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการตรวจเชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังยับยั้งเชื้อมิให้แพร่กระจาย พร้อมมีการกวดขันตามมาตรการสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกิจกรรมต่างๆ ที่มีการรวมตัวกันจำนวนมาก แม้ว่าอาการป่วยของเชื้อ โควิดในช่วงนี้อาจไม่รุนแรง แต่มีความจำเป็นต้องเฝ้าระวัง ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก และรณรงค์การฉีดวัคซีนให้ครอบคุลม
ขณะนี้มีการเร่งรัดดำเนินการจัดหาเตียง และสถานที่จัดทำคอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น (สถานที่กักตัวในชุมชน) โฮมไอโซเลชั่น และโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น มีจำนวนเพียงพอเพื่อรองรับผู้ติดเชื้ออย่างเพียงพอ สำหรับเขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายกเทศมนตรี มีแผนขอใช้พื้นที่วัดป่าสาลวัน แต่มีความกังวลอาจเกิดปัญหากับญาติโยมและที่พักสงฆ์ จึงขอให้เทศบาลนครเปลี่ยนไปใช้ที่หอประชุมอำเภอเมืองนครราชสีมา และสนามกีฬาเฉลิมพระ เกียรติ 80 พรรษา เบื้องต้นให้เตรียมการดูแลทำความสะอาดสถานที่เพื่อดำเนินการ
ส่วนสถานศึกษาในพื้นที่มีความห่วงใย กำชับให้ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง เฝ้าระวังครู บุคลากร และนักเรียนที่มีประวัติไปทำกิจกรรมต่างพื้นที่ ต้องมีการกักตัวตามมาตรการ และดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด หากพบสถานศึกษาใดที่มีการแพร่ระบาด ขอให้ดำเนินการพิจารณาปิดเป็นกรณีๆ เฉพาะจุดที่มีการแพร่ระบาด
ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ ข้อมูลล่าสุดเมื่อ วันที่ 19 ก.พ. ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 566 ราย เป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด 548 ราย และติดมาจากนอกจังหวัด 18 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมของจังหวัด อยู่ที่ 45,155 ราย ทั้งนี้ รักษาหายแล้ว 40,313 ราย เสียชีวิต 310 ราย และยังรักษาตัวอยู่ 4,532 ราย โดยแยกเป็นผู้ป่วยเคสสีแดง 40 ราย เคสสีเหลือง 1,009 ราย และเคสสีเขียว 3,483 ราย
น.ศ.ราชภัฏโคราชติดอื้อ
ศูนย์ประสานงานและเฝ้าระวัง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา(มรภ.นม.) รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ว่า รับแจ้งมีนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นปีที่ 1 เพศชาย 3 ราย ชั้นปีที่ 3 เพศชาย 1 ราย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 เพศหญิง 3 ราย คณะวิทยาการจัดการ ชั้นปีที่ 1 เพศหญิง 1 ราย ชั้นปีที่ 2 เพศหญิง 1 ราย ชั้นปีที่ 4 เพศชาย 1 ราย คณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 เพศชาย 1 ราย เพศหญิง 1 ราย และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เพศหญิง 1 ราย มีผลติดเชื้อโควิด-19 รวม 13 ราย
สถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ จนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยสะสม 65 ราย เป็นนักศึกษา 62 ราย และบุคลากรทางการศึกษา 3 ราย ทั้งนี้ มรภ.นม.ได้ดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่เสี่ยงพร้อมสอบสวนโรคค้นหากลุ่มเสี่ยง เพื่อให้สังเกตอาการและกักตัวเองตามมาตรการสาธารณสุข หากมีอาการผิดปกติให้รีบติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านและแจ้งรายชื่อต่อคณะที่สังกัดรวมทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาด่วน ล่าสุดอธิการบดีมรภ.นม. ออกประกาศให้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์และงดการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน จนกว่าจะออกประกาศเปลี่ยนแปลง
ส่วนที่ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบล (ทต.) ขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอ (ศปก.อ.) ขามทะเลสอ ร.พ.ขามทะเลสอ และอปท. ตรวจเอทีเค ให้กับกลุ่มเสี่ยงที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยหรือเคยใช้บริการตลาดสดขามทะเลสอในระหว่างวันที่ 7-17 ก.พ ที่ผ่านมา รวมจำนวน 335 ราย ทั้งนี้เป็นการติดตามค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ที่มีไทม์ไลน์เกี่ยวข้องคลัสเตอร์ตลาดสดขามทะเลสอ วันที่ 16 ก.พ พบ ผู้ป่วยรายแรกเป็นผู้ค้าไส้กรอก ประวัติมี ผู้ป่วยที่มีความเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดที่ตลาดเช้าในเมืองโคราช ซึ่งมีผู้ป่วยสะสมกว่า 100 ราย ก่อนหน้านี้ค้นหาเชิงรุกผู้ค้าและผู้เกี่ยวข้องพบผู้ป่วย 63 ราย และประชาสัมพันธ์แจ้งกลุ่มเสี่ยงมาตรวจเชิงรุกพบผลบวก 53 ราย จึงมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่นำไปตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ ที่ ร.พ. ขามทะเลสอ เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง รวมยอดป่วยสะสม 63 ราย และผลเอทีเคบวก 53 ราย
น.ศ.เคว้งหอพักไม่ให้กักตัว
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผอ. ร.พ.มหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 ในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา อ.เมือง พบ ผู้ป่วยมากที่สุดเฉลี่ย 25 % ของจำนวน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวัน เนื่องจากลักษณะบ้านพักชุมชนใกล้ชิดกันไปมาหาสู่กันได้ง่าย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาและกลุ่มวัยทำงาน ล่าสุดพบปัญหาอุปสรรค เจ้าของหอพักหลายแห่งปฏิเสธมิให้เป็นสถานที่กักตัว ผู้ป่วยแม้เป็นสีเขียวและดำเนินตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ล่าสุดมีผู้ป่วยสีเขียวซึ่งต้องกักตัวแต่ประสบอุบัติเหตุจราจร สอบถามอ้างออกมาทำธุระขับรถไปบ้านเกิด อ.วังน้ำเขียว
สถานการณ์ที่ ร.พ.มหาราชฯ คงเหลือจำนวน 26 เตียง ต้องสงวนไว้รักษา 7 กลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว ภาวะน้ำหนักเกินพิกัด ผู้สูงวัยและเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ รวมทั้งผู้ป่วยสีแดงที่เชื้อลงปอดต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและคำถามกรณีทำไมไม่ขยายพื้นที่รองรับให้มากกว่านี้ ข้อเท็จจริงแม้โควิดระบาดหนักแต่ผู้ป่วยโรคอื่นๆ ก็มิได้มีจำนวนลดลงแต่อย่างใด ปัจจุบัน ร.พ.สนาม ที่สนามกีฬาเฉลิมพระ เกียรติ 80 พรรษา ขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยเต็มพิกัด 150 เตียง และ ร.พ.สนาม ที่ ค่ายสุรนารี สงวนไว้สำหรับผู้ป่วยชาย เนื่องจากใช้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ช่วยพยาบาล ดังนั้นการจัดหาสถานที่กักตัว ถือมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นหน้าที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกับหน่วยงานสังกัดสาธารณสุข ขอให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน
ด้านนายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา และ ทน. นครราชสีมา ต้องการใช้โรงยิมตะกร้อ 1 ในพื้นที่สนามกีฬา ทน.นครราชสีมา เป็นศูนย์พักคอย (Community Isolation) ชุมชนจำนวน 60 เตียง แต่มติชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ต้องการ ทั้งนี้สถานการณ์ในเขตเมือง ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคการครองเตียง จึงต้องจัดตั้งศูนย์พักคอยที่มีการดูแลรักษาตามมาตรสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งการกักตัว ผู้ป่วยในบ้าน ส่วนใหญ่มีข้อจำกัดการใช้ห้องน้ำและสถานที่ค่อนข้างแคบทำให้เกิดการติดเชื้อในครอบครัวมากขึ้น
สงขลาระส่ำลอบเข้าปท.ติดเชื้อ
กลุ่มภารกิจสื่อสารความเสี่ยง สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สงขลา รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 227 คน รวมยอดติดเชื้อสะสม 71,464 คน ผู้เสียชีวิตสะสม 331 คน ที่ยังนอนรักษาตัวโรงพยาบาล 961 คน และยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่กลุ่มผู้สัมผัส ผู้ป่วยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ อ.เมือง อันดับต้นๆ นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 960 คน ติดเชื้ออาการไม่รุนแรงจึงกักตัวที่บ้านและศูนย์พักคอย
ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา กล่าวว่ยอมรับว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจริง แต่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน 97% อาการไม่รุนแรงทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.สงขลา 227 คน สตูล 98 คน ยะลา 75 คน ปัตตานี 74 คนและ จ.นราธิวาส 56 คน มีผู้เสียชีวิตลดน้อยลง แต่กรรมการโรคติดต่อให้มีการเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้รองรับ คาดว่าในปลายเดือน ก.พ.จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง
รายงานข่าวแจ้งว่า แรงงานต่างด้าวชาวพม่า 22 คน ที่ถูกสภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จับกุมขณะที่ซ่อนตัวในป่าละเมาะบ้านไร่ ม.10 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผลการตรวจเอทีเคหาเชื้อโควิดผลบวก 4 คน เจ้าหน้าที่คัดแยกผู้ติดเชื้อเข้ารักษาในโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือเฝ้าสังเกตอาการ 18 ราย และเจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงที่ปฏิบัติการเข้าจับกุมต้องมีการตรวจหาเชื้อด้วยทุกนาย
สายไหมวุ่นติดเชื้อยกหมู่บ้าน
วันเดียวกัน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้ง “เพจสายไหมต้องรอด” เผยว่า พาทีมงานลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนชุมชนหมู่บ้านพูลทรัพย์ ถ.เพิ่มสิน 18 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีสมาชิกในชุมชนป่วยเป็นหวัด มีไข้ ไอ เจ็บคอ ลักษณะคล้ายคนติดโควิดเกือบทั้งหมู่บ้าน เบื้องต้นให้คณะกรรมการหมู่บ้านเรียกลูกบ้านที่มีอาการป่วยประมาณ 100 คน ตรวจคัดกรองด้วยเอทีเคที่ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช. พบผู้ติดเชื้อ 26 ราย และก่อนหน้านี้สมาชิกในหมู่บ้านที่มีอาการป่วย แต่ครอบครัวพอมีฐานะได้ไปซื้อชุดตรวจแบบเอทีเคตรวจกันเองที่บ้านพบว่า มีผู้ติดเชื้อแล้วประมาณ 30 ราย ทำให้ขณะนี้ในหมู่บ้านมีผู้ติดเชื้อโควิดแล้วกว่า 56 คน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหา คลัสเตอร์ชุมชนหมู่บ้านพูลทรัพย์อย่างเร่งด่วน
จากการสอบถามหนึ่งในคณะกรรมการชุมชน ทราบว่า การแพร่เชื้อเป็นคลัสเตอร์ครั้งนี้เกิดจากเด็กนักเรียนไปติดจากเพื่อนที่โรงเรียน และนำมาติดผู้สูงอายุในชุมชน ทำให้หลายครอบครัวติดเชื้อกันทั้งบ้าน เชื่อว่าจำนวนผู้ติดเชื้ออาจมีมากถึง 200 ราย เนื่องจากชุมชนเป็นชุมชนแออัดมีผู้อยู่อาศัยกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทีมสายไหมต้องรอด ที่เข้ามาดูแลและตรวจเชิงรุกให้อย่างรวดเร็ว พร้อมมอบ ยารักษาโรค ให้ผู้ป่วยไว้รับประทาน อีกด้วย
สั่งปิดร้านเกมต้นตอ
นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ข้อมูลจากอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ในชุมชนพูนทรัพย์ระบุว่า ได้มีการตรวจหาเชื้อประชาชนในชุมชนหมู่บ้านพูลทรัพย์ โดยชุดตรวจเอทีเค จำนวน 2 ครั้ง พบผู้ติดเชื้อรวม 32 คน เป็นเด็ก 13 คน ผู้ใหญ่ 19 คน ครั้งแรกวันที่ 15 ก.พ. 112 คน พบผลเป็นบวก 15 คน โดยผู้ป่วยทั้ง 15 คนเข้าสู่ระบบการรักษาโดยแยกกักรักษาตัวที่บ้านกับ สปสช.แล้ว ครั้งที่สอง วันที่ 19 ก.พ. 50 คน พบผลเป็นบวก 17 คน ให้คำแนะนำในการเข้าสู่ระบบการรักษาโดยแยกกักรักษาตัวที่บ้านในระบบของสปสช. หรือหากประสงค์เข้ารับการรักษาในศูนย์พักคอย ของสำนักงานเขตสายไหม สามารถแจ้งความประสงค์ได้เช่นกัน
โดยวันที่ 21 ก.พ. ศูนย์บริการสาธารณสุข 61 สังวาลย์ ทัสนารมย์ กองควบคุมโรคติดต่อ กทม. จะตรวจหาเชื้อเชิงรุกให้กับประชาชนในชุมชน ซึ่งหากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มจะนำเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป สำหรับจำนวนประชากรในชุมชนนี้มี 216 ครัวเรือน จำนวนกว่า 900 คน
นอกจากนี้ สำนักงานเขตสายไหมออกคำสั่งปิดร้านเกมที่พบการแพร่ระบาดไปจนถึงวันที่ 25 ก.พ. และให้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในร้านตามมาตรการด้านการสาธารณสุข รวมทั้งได้กำชับประธานชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ในชุมชน ให้ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เช่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างทางสังคมเมื่อไปในที่สาธารณะหรือสถานที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิดด้วย