‘ชวน’ยันไม่เปิดสมัยวิสามัญ วิปรัฐคาด2กม.ลูกผ่านกค. กกต.-มท.โยนให้ครม.เคาะ เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-พัทยา พปชร.ชี้ศึกเมืองชลจบแล้ว
‘ตู่’ ปรามการเมืองเบาๆ หน่อย ศึกอภิปรายจบแล้ว ตอบปมภูมิใจไทยขู่ถอนตัวหาก พ.ร.บ. กัญชาไม่ผ่าน โยนเป็นเรื่องของสภา ว้ากสื่อบี้ถามกรณี ‘พล.ต.ต.ปวีณ’ ลี้ภัย โวผลงานรัฐบาลแก้ค้ามนุษย์ดีขึ้น ‘อนุพงษ์’ ไม่ตอบข้อมูลขบวนการค้าโรฮิงยา ‘ชวน’ ไม่ห่วงองค์ประชุมร่วมรัฐสภา 24-25 ก.พ. วิปรัฐบาลคาด 2 กฎหมายลูกผ่านสภา ก.ค. ‘นิโรธ’ไม่รับร่างเพื่อไทย ติดใจแก้ประเด็นครอบงำพรรค ‘หมอชลน่าน’แจงสกัดกลั่นแกล้งยุบพรรค พปชร.อ้างศึกบ้านใหญ่เมืองชลจบแล้ว กกต.โยน ครม.เคาะวันเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

ตู่วอนการเมืองเบาๆ หน่อย
เวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 1/2565 ว่า วันนี้ต้องขอบคุณครม. และพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนการทำงานทุกเรื่อง อยากพูดให้สังคมเข้าใจเราร่วมมือทำงานทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชนและประชาสังคม ต้องร่วมมือฟันฝ่าอุปสรรคของประเทศเราไปให้ได้เวลานี้ ซึ่งทั้งโลกมีปัญหาเหมือนกันหมดอาจมากบ้างและน้อยบ้าง

เรื่องทางการเมืองขอให้เบาๆ กันหน่อย วันนี้ก็ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการอภิปราย ส่วนจะดีไม่ดี จะใช่ไม่ใช่ก็ไม่รู้ แต่ตนพูดในสิ่งที่ไม่โกหกใครและพูดในข้อเท็จจริง ดังนั้นสิ่งใดที่เป็นประโยชน์หรือสิ่งใดไม่เรียบร้อย ก็จะนำมาแก้ไขพิจารณาในสิ่งที่ทำได้ตามกรอบอำนาจและตามกฎหมายที่มีอยู่ จึงขอ ให้ทุกคนช่วยกัน วันนี้ประเทศชาติมีปัญหาอยู่ จึงขอร้องแค่นี้

ถามภท.ขู่ใคร-ถอนตัวร่วมรัฐบาล
เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย(ภท.) โดยนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา กล่าวในเวทีเสวนาขับเคลื่อนต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาในประเทศไทย ที่จ.นครพนม ขู่ถอนตัวพรรคร่วมรัฐบาลหากพ.ร.บ.กัญชงกัญชา ไม่ผ่านสภา โดยพล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า “เขาขู่ใคร ขู่กับผมหรือเปล่า ก็ไปว่ากันมาผมไม่ได้เข้าสภาไปยกมือเมื่อไหร่ รัฐบาลทำเต็มที่ครบขั้นตอนอยู่แล้ว เป็นเรื่องสภาพิจารณากันเอง ถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุนก็คงไม่เข้าสภา”

ปัดหย่าศึกบ้านใหญ่เมืองชล
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ จ.ชลบุรี ระหว่าง นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่มีรายงานข่าวระบุนายกฯ บอกเดี๋ยวพี่จัดการเอง นั้นจริงหรือไม่ว่า “ผมไปจัดการอะไร เขาให้ไปพูดคุยกัน ผมจะไปจัดการอะไรได้ ผมสั่งใครเขาได้ เป็นเรื่องของความรักความสามัคคี อยู่พรรคเดียวกันก็ไปคุยกันเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเกิดที่ไหนผมก็บอกให้ทุกคนไปคุยกัน ผมจะไปสั่งการอะไรใครเขาได้เป็นเรื่องภายในของเขา อย่าขยายความกันเยอะนักเลย เขาไปคุยกันเองอยู่แล้วมั้ง”

รฟฟ.สีเขียวยังไม่เข้าครม.
ส่วนกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะมีข้อสรุปใน ครม.วันที่ 22 ก.พ.นี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ยังไม่เข้าครม.ไม่ใช่หรือ ผมยังไม่เห็นเข้าเลย ไม่มีเรื่องเข้ามา เขาไปหารายละเอียดอยู่ มันติดตรงไหน กฎหมายที่ว่าเป็นอย่างไร เขาต้องนำข้อสังเกตมาพิจารณาไม่ได้ง่ายนักหรอก” ปัญหาสำคัญคือเรื่องค่าโดยสาร รัฐบาลมุ่งหวังคือต้องการให้ทุกคนเข้าถึงการบริการในราคาที่เหมาะสม ลดภาระในการต่อระยะ

ที่ทำมาต้องการให้เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงด้วยระบบเดียวกัน รัฐบาลมุ่งหวังแค่นั้น ส่วนใครจะได้ไม่ได้ประโยชน์อย่างไรเป็นเรื่องของคณะกรรมการดำเนินการอยู่ไม่ใช่หรือ บางอย่างเกินเลยที่รัฐบาลจะลงไปยุ่งเกี่ยวข้างล่าง สิ่งสำคัญที่สุดที่เดือดร้อนคือประชาชน ซึ่งตนต้องการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง ให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ไม่อยากทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว

แนะปวีณกลับไทย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ว่า ดำเนินการต่อเนื่องมาโดยตลอด ผลงานการค้ามนุษย์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งใดที่ผ่านมาแล้วเป็นเรื่องของอดีต ตรวจสอบแล้ว ตำรวจก็ชี้แจงไปแล้ว ว่าตามระเบียบกฎหมาย รัฐบาลจริงใจในการแก้ไขปัญหา ไม่อย่างนั้นคงไม่ดีขึ้นเหมือนวันนี้ อาจไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ต้องทำต่อไป ทั้งการค้ามนุษย์ การประมง เรื่องการทุจริต อาจมองว่าคะแนนตกต่ำลงก็ต้องดูในรายละเอียด ส่วนหนึ่งได้เท่าเดิม ส่วนหนึ่งลดลง ส่วนที่เพิ่มมากขึ้นคือการบริหารของภาครัฐที่ได้คะแนนสูงขึ้นมาก นี่คือผลงานรัฐบาลในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ ดูเรื่องไม่ดีอย่างเดียว ต้องดูส่วนดี ส่วนไหนไม่ดีก็แก้กันไป

เมื่อถามว่าถึงคดี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์ สิรินทร์ อดีตรองผบช.ภ.8 พล.อ.ประยุทธ์ สวนว่า เขามีคดีอะไร เมื่อถามว่า พล.ต.ต.ปวีณระบุต้องลี้ภัยอยู่ศออสเตรเลีย เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไปร้องทุกข์ เมื่อถามว่าพล.ต.ต. ปวีณ อยากกลับมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่ได้ให้เขาออกไปไม่ใช่หรือ เขาออกไปเองไม่ใช่หรือ” เมื่อถามว่าเพราะกังวล เรื่องความปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครจะไปทำอะไรเขาได้บ้านเมืองมีขื่อมีแป มีกฎหมายอยู่ พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก ทุกคน สมัครใจไปเองพอจะกลับมาบอกไม่ปลอดภัย บางคนที่ไปก็มีกฎหมายค้างอยู่แต่อยาก กลับ”

หงุดหงิดสื่อซักปมค้ามนุษย์
เมื่อถามว่าสำนักงานตำรวจแห่งมีความชัดเจนอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาชี้แจงทั้งในโซเชี่ยลมีเดียและมีการแถลงแล้ว อย่าไปฟังเฉพาะช่องทางไหนช่องทางเดียว ไม่อย่างนั้นก็จะขัดแย้งกันไม่เลิก ถ้าคิดว่าไม่มีอะไรก็กลับมา เขาไม่ได้มีคดีอะไรกับตนหรือกับใครไม่ใช่หรือ

เมื่อถามว่านายกฯ รับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่ปกป้องหากมีคนใหญ่คนโตเกี่ยวข้อง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมจะไปปกป้องใคร เป็นใครเล่า ถ้าไม่เปิดชื่อใครก็พูดได้ ซึ่งสังคมก็ต้องคิดให้มีหลักเกณฑ์ มีหลักฐาน จะทำอะไรก็ต้องมีหลักฐาน ก็กลับมา จะฟ้องร้องก็ฟ้องให้กระบวนการตัดสิน แต่ถ้าฟ้องแล้วไม่ใช่เขาก็ฟ้องกลับ อยู่กันด้วยกฎหมาย ไม่ใช่พูดกันไปพูดกันมากันมาขยายความกันอยู่แบบนี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์เรื่องค้ามนุษย์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งด้วยท่าทีฉุนเฉียว ทั้งที่ผู้สื่อข่าวถามยังไม่จบประโยค โดยเมื่อถามว่าแต่ประเด็นเรื่องการทำที่ นายกฯ ตัดบท “เรื่องนั้นผมไม่ตอบคุณ เพราะไม่เคยเสนอข่าวที่มันเป็นประโยชน์เลย ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าข่าวอะไรที่ไม่มีประโยชน์ นายกฯ กล่าวตัดบทอีกครั้งว่า “ไปเปิดดูในหนังสือของคุณ”

มท.1ไม่ตอบข้อมูลโรฮิงยา
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์กรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง พล.อ.อนุพงษ์มีเครือข่ายกว้างขวางใน จ.ระนอง หนึ่งในเส้นทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์ โดยเดินผ่านสื่อมวลชนไปขึ้นรถออกจากทำเนียบ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายรังสิมันต์ อภิปรายปัญหาคอร์รัปชั่นโดยเจ้าหน้าที่รัฐเชื่อมโยงขบวนการค้ามนุษย์ว่า รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นแก้ปัญหาอย่างจริงจังมาตลอด นายกฯ เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการช่วยเหลือและคุ้มครองเหยื่อโดย ไม่เลือกปฏิบัติในทุกเชื้อชาติเป็นการเร่งด่วน ส่วนเจ้าหน้าที่ภาครัฐหากเข้าไปมีส่วนร่วม กับการค้ามนุษย์จะต้องดำเนินคดีอย่าง เด็ดขาด ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูง แค่ไหนก็ตาม ห้ามละเว้นทุกกรณี การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์มีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมที่ดีขึ้นด้วยบูรณาการของทุกภาคส่วน การอภิปรายของนายรังสิมันต์ พยายามบิดเบือนข้อมูลให้ประชาชนสับสน สร้างความ เข้าใจผิดถึงประเด็นการค้ามนุษย์ รัฐบาล ชุดปัจจุบันไทยพยายามแก้ปัญหาต่างๆ ที่เรื้อรังมานาน

ตั้งศาล – นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานตั้งศาลพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระภูมิชัยมงคล และ ศาลตายาย ประจำรัฐสภา ที่บริเวณสนามข้างวงเวียนดอกบัว เมื่อวันที่ 21 ก.พ.

‘ชวน’ไม่ห่วงองค์ประชุมถกกม.ลูก
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างพ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ ว่า ตัวแทนทั้ง 3 ฝ่ายคือ วุฒิสภา ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน หารือร่วมกันแล้ว โดยจะพิจารณาให้จบใน 2 วัน ฝ่ายละไม่เกิน 6 ชั่งโมง เมื่อถึงเวลาจริงๆ การพิจารณาอาจเสร็จสิ้นเร็วได้ ต้องดูว่าผู้อภิปรายมีจำนวนเท่าไร แต่กำหนดเวลาไว้ไม่เกิน 25 ก.พ. จะพิจารณาไปทีละเรื่อง คือร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 4 ฉบับ และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 6 ฉบับ และลงมติทีละเรื่อง และตั้งกมธ.ว่าจะใช้ชุดเดียวกันหรือแยกพิจารณา
ส่วนปัญหาองค์ประชุม นายชวนกล่าวว่า เมื่อเป็นการประชุมร่วมรัฐสภา ฉะนั้นปัญหาองค์ประชุมร่วมจะน้อย เพราะส.ว.จะมาพร้อมเพรียงกัน

เมื่อถามว่าเมื่อ กมธ.พิจารณากฎหมายลูกเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดสมัยวิสามัญพิจารณาวาระ 2-3 หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ช่วง 2 เดือนเศษที่ปิดสมัยประชุม กมธ.ก็จะพิจารณา ฉะนั้นเมื่อเปิดสมัยประชุมเดือน พ.ค.น่าจะพิจารณาวาระ 2 ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เดิมกลัวว่าจะไม่ทัน แต่เมื่อรัฐบาลรับรองกฎหมาย พ.ร.บ.การเงินทั้งหมดส่งมาจึงพิจารณา ได้ทันในช่วงสมัยประชุมนี้ ดังนั้น ความจำเป็นที่ต้องเปิดสมัยวิสามัญในเรื่องนี้อาจไม่ต้องแล้ว

วิปรัฐชี้ผ่านสภาก.ค.นี้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ต้องใช้ร่างที่ครม.เสนอเป็นร่างหลัก ขณะที่ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง จะใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก เชื่อว่าการอภิปราย 2 วัน น่าจะเสร็จสิ้นและลงมติรับหลักการ ในวาระแรกได้ จากนั้นช่วงปิดสมัยประชุม รัฐสภากมธ.วิสามัญจะพิจารณาให้แล้วเสร็จ เมื่อเปิดสมัยประชุมเดือน พ.ค.จะนำมาพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 เชื่อว่าร่างกฎหมายจะผ่านสภาไม่เกินเดือนก.ค.นี้

นิโรธไม่รับร่างพท.
เมื่อถามว่าจะรับร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอแก้ไขมาตรา 28 และมาตรา 29 หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ ที่เสนอแก้ 2 มาตราดังกล่าวก็รู้อยู่ว่าจะทำอะไร มีเจตนาอะไร เมื่อถามว่า พท.ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือทำอะไรในพรรคนั้นๆ ได้ นายนิโรธกล่าวว่า หากบุคคลนั้นเป็นสมาชิกพรรคก็หมดเรื่องแล้ว แต่ถ้าจะแก้ให้บุคคลภายนอกเข้ามาทำอะไรในพรรคได้ จะทำให้กฎหมายบิดเบี้ยวไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่กฎหมายเดิมและรัฐธรรมนูญถูกเขียนไว้ดีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าคิดว่าร่างที่พท.เสนอเชื่อมโยงกับนายทักษิณ ชินวัตร นายนิโรธกล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วง ไม่ขอวิจารณ์
เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่รับร่างของพท. นายนิโรธกล่าวว่า ขอหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลก่อน แต่ส่วนตัวตนไม่รับ

ปชป.ยันดันทั้ง2ร่างแก้ไข
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. สาระสำคัญในร่างทั้ง 4 ฉบับ ยังคงมีความแตกต่างกันทั้งฉบับกกต.ที่เสนอโดยครม. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และพรรคก.ก. เชื่อว่าจะมีการแปรญัตติหรือแก้ไขในชั้นกมธ. ทั้งเรื่องบัตร 2 ใบควรเป็นเบอร์เดียวกันหรือไม่ รวมถึงการคำนวณจำนวน ส.ส.

ส่วนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ร่างของกกต.เสนอแก้น้อยมาก แต่ร่างที่มาจากพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลรวม 6 ฉบับมีความแตกต่างกัน ในส่วนของปชป.ซึ่งนำเสนอและปรากฏอยู่ในร่างพรรคร่วมรัฐบาล ชัดเจนเรื่องการตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ประจำเขตเลือกตั้งหรือสาขา กำหนดให้มีเพียง 1 ตัวแทนพรรคหรือ 1 สาขาแล้วแต่กรณี

ส่วนการทำไพรมารีโหวตยังคงเป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ให้รับฟังเสียงจากสมาชิกพรรคแต่ละเขตเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการสรรหาคัดเลือกตัวผู้สมัครและส่งรายชื่อไปยังจังหวัดต่างๆ แล้ว จะเรียกสมาชิกมาประชุมเพื่อรับฟังความเห็นเรื่องผู้สมัคร เรื่องเงินบำรุงพรรคมีความแตกต่างอยู่พอสมควร ปชป.ไม่อยากให้เรื่องค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรคการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ต้องไปถกเถียงกันในชั้นกมธ. พรรคจะร่วมผลักดันร่างแก้ไขทั้ง 2 ฉบับอย่างเต็มที่เพื่อให้มีกฎกติกาเตรียมพร้อมไว้ในการเลือกตั้ง ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องการยุบสภาหรือไม่ เและเชื่อว่าทุกพรรคจะเห็นพ้องในการเร่งพิจารณาให้อยู่ภายใต้กรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด

พท.เชื่อกม.เลือกตั้งสส.ฉลุย
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคพท. และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนร่างพ.ร.ป.พรรค การเมือง จำเป็นต้องแก้เพราะรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 150 คน เป็น 100 คน อะไรที่เขียนไว้ว่า 150 ก็ต้องแก้ ประเด็นองค์ประกอบอื่นๆ แล้วแต่สมาชิกจะแก้ประเด็นใดก็จะถือโอกาสแก้รอบนี้ด้วย จึงมีหลักการที่หลากหลายมาก บางร่างมีหลักการถึง 31 จุด บางร่าง 17-18 จุด รัฐสภาอาจพิจารณารวมกันแล้วลงมติทีละร่างหรือไม่ บางร่างอาจไม่ถูกรับหลักการหรือรับหลักการรวมกัน ซึ่งจะมีประเด็นที่เข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 ค่อนข้างมาก

แจงเสนอแก้ม.28, 29
เมื่อถามว่าทำใจไว้หรือไม่ว่าร่างของ พท. อาจไม่ผ่าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราพยายามจะชี้แจงหลักการและเหตุผลที่เสนอให้มากที่สุด เพราะถือเป็นประโยชน์กับพรรค การเมือง เพราะกฎหมายลูกที่เขียนออกมามีบทบัญญัติที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคมีปัญหามาก ประเด็นที่หลายพรรคเห็นว่าต้องแก้ เช่น มาตราที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรค โดยเฉพาะมาตราที่ 28 มาตรา 29 เพราะหลายพรรคถูกยุบด้วยมาตรานี้ ด้วยข้อหาควบคุมหรือครอบงำพรรคทำให้ถูกยุบพรรค การตีความเรื่องการครอบงำหรือชี้นำจึงเป็นปัญหามาก หลายพรรคเห็นว่าเป็นการตีความกำกวมและร่างที่เสนอมาหลายฉบับเสนอให้ยกเลิกมาตรา 28, 29 เลย

อย่างของ พท.ถูกกล่าวหาว่าสอดไส้กระทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง เจตนารมณ์ที่บัญญัติไว้อย่างนี้ วรรค 1 เราไม่แตะเลย พรรคยินยอมให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคไปชี้นำ ครอบงำ ครอบคลุมกิจกรรมทำให้ไม่เป็นอิสระหรือสมาชิกไม่เป็นอิสระ เราคงไว้ทุกอย่าง แต่ขยายความวรรค 2 ว่ากิจกรรมในวรรค 1 ไม่ครอบคลุมถึงการชี้นำ ชี้แนะให้คำปรึกษาจากบุคคลภายนอกที่เป็นประโยชน์กับพรรคนั้น ไม่ควรครอบคลุมเท่านั้นเอง โดยเขียนให้ชัดขึ้นเพื่อป้องกันการตีความ ต้องการแก้ปัญหาไม่อยากให้พรรคถูกกลั่นแกล้ง ถ้าควบคุมครอบงำชัดแจ้งเราไม่ว่า เพราะหลายพรรคถูกยุบพรรคด้วยเรื่องนี้

เล็งฟ้องปมโคระบาดหมู
นพ.ชลน่านกล่าวถึงการดำเนินการของฝ่ายค้านหลังการอภิปรายตามมาตรา 152 ว่า จะปรึกษาหารือกันในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เนื่องจากมีหลายเรื่องที่มีข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ที่ชัดๆ กรณีปกปิดข้อมูลโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) หลักฐานที่ได้มาเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ เมื่อเกิดโรคมีมาตรการและวิธีควบคุมป้องกันแต่ไม่บอกว่าเป็นโรค ASF และไม่ยอมประกาศเป็นโรคระบาด เป็นประเด็นที่จะเป็นข้อกล่าวหาว่าผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นระดับข้าราชการ หรือรัฐมนตรีที่กำกับส่อเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 157

ส่วนจะยื่นฟ้องหรือไม่จะปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการเลยหรือไม่ หรือนำไปยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้ามีหลักฐานเชิงประจักษ์ครบอาจยื่นได้เลย หรือต้องไปเสาะหาเพิ่มเติมในประเด็นที่มีรายละเอียดมากกว่านี้ ก็อาจ นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 ส่วนประเด็นอื่นๆ อาจนำผลการอภิปรายของฝ่ายค้านไปเผยแพร่ต่อให้ประชาชนรับรู้ถึงสิ่งที่รัฐบาลควรทำตามที่ฝ่ายค้านเสนอแนะ

ขยี้ต่อปมเหมืองอัครา
เวลา 11.00 น. ที่ทำการ พท. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ประเด็นเหมืองทองอัคราถูกนำมาเปิดเผยในสภาอย่างน้อย 3 ครั้ง รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แต่ พล.อ. ประยุทธ์มี 6 พฤติกรรมในการชี้แจง 1.ตอบเหมือนเดิม ใช้ข้อมูลชุดเดิมที่ฟังไม่ขึ้น 2.เลือกตอบบางคำถาม แต่ตอบไม่ตรงคำถาม อ้างอนุญาโตฯ เลื่อนแถลงคำชี้ขาดเพราะ โควิด แต่จริงๆ ไทยกับคิงส์เกตขอเลื่อน 3.ไม่ตอบว่าคิงส์เกตฟ้องไทยประเด็นใดบ้าง เรียกค่าเสียหายเเท่าไร แพ้คดีใครรับผิดชอบ 4.ให้คนอื่นตอบคำถามแทน 5.กล่าวโทษทุกคนยกเว้นตัวเอง 6.ข่มขู่ผู้อภิปราย ข่มขู่ตนให้ระวังการนำเสนอข้อมูล

พรรคไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ลอยตัวเหนือปัญหา โยนบาป โยนความรับผิดชอบให้ประชาชนรับภาระแทน ไม่อยากเห็นประเทศไทยแพ้คดีและต้องชดใช้ค่า เสียหายมหาศาล ไม่อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์เอาทรัพย์สมบัติประเทศไปชดใช้แทนความผิดตนเอง ซึ่งอาจมหาศาลกว่าที่ไทยต้อง ชดใช้กรณีแพ้คดี เราไม่มีปัญหาหากบริษัทอัคราจะได้สิทธิทำเหมืองคืนตามคำชี้ขาดของ อนุญาโตฯ ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่อยากเห็นการทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม โดยการไปเจรจาที่ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย ซึ่งจะก่อปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด และแน่นอนว่าเหมืองทองอัคราจะเป็นประเด็นสำคัญที่ใช้อภิปรายเป็นครั้งที่ 5 ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือนพ.ค.

เต้ขู่ฟ้อง-สัมปทานรถไฟฟ้า
เวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังสรุปข้อมูลจากการอภิปราย โดยเฉพาะประเด็นต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หากมีการดำเนินการตนในฐานะส.ส.ฝ่ายค้านพร้อมดำเนินคดีกับนายกฯ และรัฐมนตรี ที่ลงมติต่อสัญญาโครงการดังกล่าว รวมถึงกำลังพิจารณาในประเด็นอื่นๆ ด้วยว่าจะดำเนินคดีไหนได้บ้าง ทราบว่ามีประเด็นสุกรราคาแพง ซึ่งจะดำเนินคดีกับนายกฯ และรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 คาดว่าจะเขียนร่างแล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค. และหากเป็นไปได้จะยื่นภายในเดือนเม.ย.นี้

นายมงคลกิตติ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องการเสียงสนับสนุน ซึ่งทราบว่ามีการติดต่อไปยัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เพื่อจะให้กล้วยแต่ท่านไม่รับ ส่วนตนในฐานะฝ่ายค้าน ยังไม่มีใครติดต่อให้ไปรับกล้วย ซึ่งในฐานะหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ขณะนี้อยากได้กล้วยมาก โดยกล้วยที่ต้องการคือกล้วยของพี่น้องประชาชนที่ชำระผ่าน ภ.ง.ด.91 และภ.ง.ด.90 ท่านละไม่เกิน 500 บาท ถ้าคิดว่าพรรคทำงานได้มีศักยภาพ ไม่ต้องไปรับสินจ้างจากคนใดคนหนึ่ง ก็ขอให้ประชาชนช่วยสนับสนุนด้วย

พรรคเล็กยื่นตีความพรป.เลือกสส.
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และคณะ ยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีการเสนอร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และขัดหลักการของรัฐธรรมนูญ 2560

นายมนูญกล่าวว่า พ.ร.ป.ดังกล่าวมีบทบัญญัติทำให้การใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อของประชาชนเสียไป ไม่ถูกนำมาคำนวณ ผิดหลักการสำคัญและความมุ่งหมายในอารัมภบทของรัฐธรรมนูญ 2560 การให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แยกระหว่างบัตรเลือกตั้งส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยไม่ได้กำหนดวิธีการเลือกตั้งให้สัมพันธ์กัน การคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อในรูปแบบดังกล่าวก็แตกต่างไปจากหลักการรัฐธรรมนูญ 2560 หากยังมีการเสนอร่างดังกล่าวย่อมทำให้ตน พรรคเศรษฐกิจใหม่ สมาชิกพรรคและ ผู้สนับสนุนพรรคได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหายโดยตรง จึงยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อวินิจฉัยเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาต่อไป

นายอาจณรงค์ พุ่มงาม ผอ.ส่วนตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกลาง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ประเด็นเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีผู้ร้องไว้แล้ว 3 เรื่อง ในชั้นนี้จะทำบันทึกเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณารับเรื่องไว้ตรวจสอบ และอาจนำไปรวมกับอีก 3 เรื่องที่มีการร้องเรียนก่อนหน้านี้

เปิดรับฟัง – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รับฟังข้อเสนอแนะ 9 สมาคม ผู้ประกอบการ แก้ปัญหานำเข้าแรงงานเมียนมา ลาว และกัมพูชา พร้อมเปิดให้ซักถาม เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนถึงแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 21 ก.พ.

อ้างสุชาติ-สนธยาเคลียร์แล้ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิ วรรักษ์ รักษาการนายทะเบียน พปชร. อดีตส.ส.ชลบุรี 4 สมัย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พปชร.ว่า น่าจะจบแล้ว เพราะเรื่องเงียบไปแล้ว ไม่มีใครลงไปเคลียร์ปัญหาให้ ทุกคนคุยกันแล้วบอกว่าน่าจะพอแล้ว อย่างน้อยทั้งสองคนเคยอยู่ร่วมกันมา คงแค่หอมปากหอมคอ

วันก่อนตนได้พูดคุยกับนายสนธยา ในการประชุมเมืองพัทยา ก็บอกว่าหยุดแล้ว และ 20 ก.พ. ตนได้เจอนายสุชาติ ก็บอกไม่มีอะไรแล้ว เข้าใจว่าคนเคยอยู่ด้วยกัน บางทีอาจไม่ได้เกิดจากความรู้สึกของตัวเอง แต่อาจเกิดจากคนรอบข้าง หรือคนที่เอาไปนำเสนอข่าว บางทีอาจแรงไปบ้าง แต่คงจะยุติกันได้ ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ พูดกับนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พปชร. จะลงมายุติปัญหาเองนั้น ไม่ทราบว่านายกฯ ได้หารือกับทั้งสองคนแล้วหรือยัง แต่นายกฯ บอกว่าไม่เป็นไร ผู้ชายทะเลาะกันก็โอเค

กกต.โยนครม.เคาะเลือกผู้ว่ากทม.
เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มท. พร้อมนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมท. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดมท. และนายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หารือร่วมกับนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการกกต. พร้อมคณะทำงานถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกฯ เมืองพัทยา โดยใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

นายกิตติพงษ์กล่าวว่า การหารือวันนี้เพื่อสอบถามความพร้อมของทั้ง กกต.และมท. ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีความพร้อม ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งนั้นต้องรอที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบให้มีการจัดการเลือกตั้ง จากนั้นกกต. จะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งต่อไป รวมทั้งขึ้นอยู่กับ มท.จะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม.เมื่อไร ยืนยันกกต.มีความพร้อมทั้ง ด้านบุคลากร งบประมาณ โดย 23 ก.พ. คณะทำงานจะหารือถึงการประสานงานเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สุดท้ายต้องมีการจัดการเลือกตั้งตามกรอบเวลา ขณะนี้ถึงระยะเวลาแล้วที่ต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

ก้าวหน้าแย้มตัวชิงนายกพัทยา
นายชำนาญ จันทร์เรือง กก.บห.คณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอตัวเลือกสำหรับจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยา 22 พ.ค. หรือ 29 พ.ค.นี้ว่า คาดว่าการจัดเลือกตั้งจะเป็นช่วงปลายเดือนพ.ค. เพื่อจะยืดและยื้อไม่ให้เกิดการยุบสภาและลาออก เป็นการผ่อนคลายและผ่อนรูหายใจ และคนอั้นไม่ไหวกันแล้ว หลายฝ่ายรอเปิดตัวแคนดิเดตของตัวเอง

สำหรับเมืองพัทยามี 2-3 ทีมที่รอเปิดตัวคือ คณะก้าวหน้า และตระกูลคุณปลื้ม คณะก้าวหน้าคัดเลือกแคนดิเดตเรียบร้อยแล้วจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ สังเกตง่ายๆ ผู้หญิงที่เดินตามนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ลงพื้นที่พัทยาบ่อยๆ

‘บิ๊กป้อม’ถกด่วนเร่งแก้ค้ามนุษย์
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยเร่งแก้ปัญหาค้ามนุษย์เชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยกลับขึ้นสู่ระดับเทียร์ 2 ให้ได้ในปี 2565 พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ให้เร่งจับกุมการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ทั้งหมด โดยในปี 2564 สามารถปราบปรามจับกุม ตามนโยบายของรัฐบาล มียอดสะสางคดีในปี 2564 จำนวน 186 คดี แบ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี 135 คดี ผลิตหรือเผยแพร่ วัตถุ สื่อลามก 12 คดี แสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่น 6 คดี การบังคับใช้แรงงาน 30 คดี ขอทาน 2 คดี และแรงงานบังคับ (ม.6/1) 1 คดี ในปี 2565 จำนวน 20 คดี แบ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี 16 คดี ผลิตหรือเผยแพร่ วัตถุ สื่อลามก 2 คดี และการบังคับใช้แรงงาน 2 คดี

ส่วนคดีค้ามนุษย์ “โรฮิงยา” พื้นที่ สภ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2558 เป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักร ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ต่อมาแต่งตั้งพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจและอัยการ เป็นคณะพนักงานสอบสวน ร่วมสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาข้อหาค้ามนุษย์, อาชญากรรมข้ามชาติ และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีนี้ จำนวน 155 ราย จับกุมตัวได้แล้ว 120 ราย เสียชีวิต 2 ราย และหลบหนี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม 33 คน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีแล้ว ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้วหลายราย ปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน