‘ตู่’สั่งรัฐบาลรับ2กม.ลูก โรมย้ำ‘3ป.’ โยงโรฮิงยา เฮ้ง-แป๊ะสงบศึกเมืองชล
‘อนุทิน’ ปัดขู่ถอนตัวจากรัฐบาล ต่อรองผ่าน ร่างพ.ร.บ.กัญชา อ้าง ‘ศุภชัย’ แค่องค์ลงเวลาเจอชาวบ้าน ด้านเจ้าตัวชี้แจงแค่พูดทีเล่นทีจริง ‘สุชาติ-สนธยา’ ย้ำศึกเมืองชลจบแล้ว ‘โรม’ จี้ตั้งกรรมการแก้ค้ามนุษย์ที่สังคมเชื่อถือ ซัด ‘3ป.’ อีก กลาโหมยัน ‘ป้อม’ ไม่เกี่ยว ผบ.ตร.ชี้ ‘พล.ต.ต.ปวีณ’ ไม่มีคดีติดตัว รับประกันความปลอดภัยหากกลับไทย ‘ตู่’ ถกแกนนำพรรคร่วม หลังข่าวหึ่งสภาจะคว่ำกฎหมายลูก 1 ฉบับ กำชับรับหลักการทั้ง 2 ฉบับ วิปรัฐบาลมีมติให้ผ่านวาระแรกแค่ร่างครม.กับร่างพรรคร่วม ส.ว.แย้มรับแค่ร่าง ครม. เพื่อไทยย้ำยึดสูตรปาร์ตี้ลิสต์เลือกตั้ง 54 ชูบัตร 2 ใบ-เบอร์เดียว

สมาร์ตฟาร์ม – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธกระทรวงแรงงาน โครงการ 1 จังหวัด 1 โครงการ 1 หลักสูตร สมาร์ต ฟาร์มเมอร์ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.

ตู่รูดซิปปมภท.ขู่ถอนตัว
เวลา 13.45 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพียงแค่ทักทาย “สวัสดีจ้ะ” แล้วรีบเดินไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีการเรียกใครคุยนอกรอบ
จากนั้นเวลา 14.30 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯ ไม่มีคำตอบจากคำถามของสื่อมวลชน

ทั้งนี้ สื่อมวลชนตั้งคำถามว่า นายกฯ มองอย่างไรต่อกรณี ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยกเรื่องการออกกฎหมายกัญชา-กัญชง มาเป็นเงื่อนไขการจะอยู่ต่อหรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และถามกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไก (ก.ก.) พยายามเชื่อมโยงข้อมูลการค้ามนุษย์โรฮิงยา 3 ป. มีส่วนเกี่ยวข้อง จะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างไร ถ้าไม่ใช่จะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ และกรณีนายกฯ มองการแก้ไขกฎหมายลูกอย่างไร หลังพรรคเพื่อไทย (พท.) สอดไส้ปลดล็อกคนนอกชี้นำพรรคการเมืองอย่างไร

อนุทินออกตัวแทนแค่องค์ลง
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ระบุให้เบาๆ เรื่องการเมือง ขณะที่นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.ภท. รองประธานสภาขู่ถอนตัวจากรัฐบาลหากพ.ร.บ.กัญชากัญชง ไม่ผ่าน ว่า นายศุภชัย พูดในพื้นที่ ซึ่งตนและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค โทร.ไปบอกแล้ว เข้าใจว่าเป็นการพูดในฐานะผู้แทน เป็นไปตามบริบทเวลานั้น การร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของหัวหน้า ภท. ให้ฟังหัวหน้าพรรคคนเดียว ว่าจะมีท่าทีอย่างไร

เมื่อถามว่าการแสดงความคิดเห็นแบบนี้จะทำให้นายกฯ ระแวงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คนที่เป็นผู้แทนและอยู่ในพื้นที่ตัวเอง เก๋าเกม บางทีก็องค์ลง เวลาตนลงพื้นที่ปราศรัย ไปเจอพี่น้องอสม.มาต้อนรับ ก็ต้องมีอะไรตอบสนอง เหมือนชกมวยต้องมีปี่พาทย์ อย่าไปคิดมาก

“การร่วมรัฐบาลไม่มีการขู่กัน ใครจะไปกล้าขู่นายกฯ หรือต่อรอง เดินผ่านนายกฯ ยังต้องก้มแล้วก้มอีก ค้อมหลังแล้วค้อมหลังอีก ไม่มีอะไรอย่าไปคิดมาก นายกฯ ก็ไม่เคยขู่พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าจะตำหนิอะไรผมก็เป็นในฐานะผู้ใหญ่ เช่น เวลาผมให้สัมภาษณ์อะไรแล้วมีอารมณ์ นายกฯ ก็เตือนอนุทิน จะพูดอะไรต้องนึกถึงคนฟังด้วย สำหรับผมอย่าว่าแต่นายกฯ อธิบดียังไม่กล้าขู่เลย ไม่ต้องกังวลเรามีมารยาท วัฒนธรรม ประเพณีอยู่แล้วพูดกันดีๆ ดีกว่า” นายอนุทินกล่าวและว่า เวลาพูดไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นการพูดเอาสนุก ไม่เป็นทางการ

ครูแก้วบอกคุยทีเล่นทีจริง
ด้าน นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.ภท. รองประธานสภา กล่าวว่า ได้เรียนข้อเท็จจริงให้นายอนุทินว่าที่พูดเป็นคนละเรื่อง คนละช่วงกัน ตนจะไปพูดข่มขู่นายกฯ และรัฐบาลว่าจะถอนตัวมันไม่ใช่ “ช่วงหนึ่งของการเสวนาผมเล่าความรู้สึก ส.ส.เป็นการพูดคุยทีเล่นทีจริงว่าหากนโยบายเอกของพรรคไม่ผ่าน เราควรอยู่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อหรือไม่ ตอนพูดเราไม่ได้พูดเรื่องพ.ร.บ.กัญชงกัญชา แต่พูดว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดจะผ่าน ป.ป.ส.หรือไม่ เพราะป.ป.ส.ให้สัมภาษณ์สวนทางกับพรรค หากไม่ผ่านก็ไม่อยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว แต่สุดท้ายป.ป.ส.ให้ผ่านและประกาศกฎกระทรวงเมื่อ 8 ก.พ. ผมแค่นำมาเล่าให้ชาวบ้านฟัง เพราะต้องหาคะแนนนิยมว่าพรรคพูดแล้วทำ อาจเป็นการเขียนข่าวที่โยงให้เป็นประเด็น ให้ตื่นเต้นเร้าใจ ยิ่งรัฐบาลมีเรื่องยุ่งๆอยู่ จึงอยากให้ยุ่งมากขึ้น”

เมื่อถามว่ายืนยันไม่ได้พูดจาข่มขู่ นาย ศุภชัยกล่าวว่า “ไม่ใช่ การพูดจาวันนั้นเป็นการพูดของผมคนเดียวไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย ผมพูดกับชาวบ้านว่าเราดำเนินการมาอย่างไรบ้าง ไม่เคยคิดเลยว่าจะประกาศถอนตัว ใครจะไปคิดอย่างนั้น และก็ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคด้วยเป็นแค่ส.ส.ของพรรคธรรมดา” ตนไม่ได้พูดกับหัวหน้าพรรคโดยตรงแต่คุยกับนายศักดิ์สยาม จากที่ฟังหัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์ดูแล้วเข้าใจตน รวมถึงส่งไลน์ที่ตนให้สัมภาษณ์ไปให้นายกฯ เพื่อเรียนว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร นายกฯ ไม่มีปัญหา ได้ฟังแล้วก็สบายใจ เรื่องแค่นี้นายกฯ ไม่ลำบากใจ

วิปรัฐแจงรับหลักการกม.ลูก
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองประธานวิปรัฐบาล เผยถึงผลการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมต่อการประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างพ.ร.ป.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง วันที่ 24-25 ก.พ.รวม 10 ฉบับว่า มติวิปรัฐบาลให้พรรคร่วมรัฐบาลลงมติรับหลักการของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ ครม.และ ส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 4 ฉบับ ในทุกฉบับ เพราะมีหลักการทำนองเดียวกัน และจะใช้ร่างที่เสนอโดย ครม.เป็นหลักในการพิจารณา พร้อมตั้งกมธ.วิสามัญ 49 คน มีกำหนดแปรญัตติภายใน 15 วัน

ส่วนร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ครม.เสนอ และมีส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 6 ฉบับนั้น เบื้องต้นวิปรัฐบาลเห็นว่าให้รับหลักการฉบับที่ ครม.เสนอ และฉบับพรรคร่วมรัฐบาลเสนอโดย นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และคณะ แต่ใช้ร่างนี้เป็นหลัก ส่วนฉบับอื่นจะรับหรือไม่รับร่างให้รอฟังคำชี้แจงจากที่ประชุม เดิมวิปรัฐบาลรับร่างทั้งหมดที่เสนอมาแต่มีเสียงท้วงติงเรื่องหลักการต่างกันไป ดังนั้นก็ต้องฟังการอภิปรายก่อน และทางส.ว.ก็เห็นว่าควรโหวตรับแต่ละร่าง ดังนั้น จะประชุมวิป 3 ฝ่ายอีกครั้งพุธที่ 23 ก.พ. เวลา 14.00 น. ส่วนเรื่องกมธ.จะใช้ชุดเดียวกับ ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. เพื่อให้การทำงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เนื่องจากร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับเกี่ยวข้องกันและมี ผู้เสนอชุดเดียวกัน

ชี้ร่างฝ่ายค้านส่อขัดข้อเสนอแก้รธน.
เมื่อถามว่ามติวิปรัฐบาลไม่รับหลักการร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่เสนอโดยส.ส.ฝ่ายค้าน นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนั้น ต้องรอฟังการพิจารณาอีกครั้ง เพราะแต่ละฉบับมีรายละเอียดที่เสนอและหลักการที่แตกต่างกัน เช่น ฉบับของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. ผู้นำฝ่ายค้าน เสนอให้แก้มาตรา 28 และ 29 ว่าด้วยการเปิดช่องทางให้ประชาชนเสนอแนะความเห็นมายังพรรคการเมืองได้, ฉบับของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) เสนอแก้เกี่ยวกับกระบวนการพรรคการเมือง, ฉบับของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. เสนอการยกเลิกการยุบพรรคการเมือง เป็นต้น ซึ่งวิปรัฐบาลมองว่าควรแก้ไขให้สอดคล้องกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว

ตู่ย้ำครม.ทำงานจนกว่าไม่ได้ทำ
รายงานข่าวจากทำเนียบเผยว่า ช่วงต้นครม. พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงการชุมนุมว่ามีหลายที่ทั้งที่หน้าทำเนียบ หน้ากระทรวงเกษตรฯ หน้ากระทรวงการคลัง ม็อบมีเยอะแต่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย พร้อมฝากหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลให้ดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อย “เราต้องร่วมกันทำงานให้ดีที่สุด จะทำงานจนกว่าจะไม่ได้ทำ มีปัญหาก็มาคุยกัน”

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รายงานกรณีรัฐสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ระหว่าง 24-25 ก.พ.ว่า ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เสนอโดยนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเป็นร่างหลัก เพราะเขียนไว้กว้างฉบับอื่นๆ ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวเสริมว่า การพิจารณากฎหมายวันที่ 24 ก.พ. มีวาระและกฎหมายสำคัญ ขอให้นายกฯ ช่วยกำกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าให้ขาดประชุม ต้องอยู่ให้ครบ วันที่ 24 ก.พ.อยากให้อยู่ถึง 21.30 น.

ถกพรรคร่วม-หึ่งคว่ำกม.ลูก
รายงานข่าวเผยว่า ช่วงพักเบรก พล.อ. ประยุทธ์เรียกรัฐมนตรีที่เป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปหารือในห้องสีเหลืองนานกว่าครึ่งชั่วโมง ได้พูดกันถึงสถานการณ์การเมืองที่กำลังจะพิจารณากฎหมายลูก 2 ฉบับคือ และมีกระแสข่าวออกมาจากรัฐสภาว่า มีบางกลุ่มจะคว่ำกฎหมายลูก 1 ฉบับ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเกิดสุญญากาศ โดยมีรัฐมนตรีคนหนึ่งจาก ภท. เสนอไอเดียว่า ให้กลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเหมือนเดิมจะดีหรือไม่ หากเป็นเหตุผลนี้ทางพรรคร่วมรัฐบาลน่าจะเอาด้วย อีกทั้งทำให้สภาอยู่ครบวาระด้วย แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้มีข้อสรุปหรือตกผลึก เป็นเพียงการรับฟังและแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น พร้อมกับระบุว่า ตอนนี้ให้ลงมติรับหลักการกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ในวาระที่ 1 ไปก่อน เมื่อเปิดสมัยสามัญเดือน พ.ค.65 ค่อยว่ากัน

ถามโหวตซักฟอกเอาไง
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังหารือกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ พ.ค.นี้ด้วยว่า จะเอาอย่างไร โดยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต่างยืนยันกับนายกฯ ว่า ยังสนับสนุนนายกฯ อยู่ ให้นายกฯ ทำงานต่อจนครบเทอม

พปชร.-ปชป.ยึดมติวิปรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์ว่า ปชป.จะลงมติรับหลักการร่างพ.ร.ป. ทั้ง 2 ฉบับอย่างแน่นอน เพราะเกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นร่างของ ปชป. เมื่อถามย้ำว่าจะสนับสนุนร่างกฎหมายลูกทุกฉบับที่เสนอเข้าสภาใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นไปตามมติวิปรัฐบาล ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. เป็นการรับหลักการร่วมกันเพราะสอดคล้องกันทุกฉบับ ส่วนร่างพ.ร.ป. พรรค การเมืองมีบางฉบับแตกลูกออกไปเยอะ จึงต้องปฏิบัติตามมติวิปรัฐบาล

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการรองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกัน ต้องร่วมกันให้ความเห็นชอบ เพื่อให้ร่างกฎหมายเหล่านี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ได้แล้วเดินหน้าต่อไป เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองของ พท. เปิดทางคนนอกเข้ามามีส่วนร่วมในพรรค นายชัยวุฒิกล่าวว่า เท่าที่ทราบจะยึดร่างกฎหมายที่เสนอโดยนายวิเชียร ซึ่งเป็นไปตามมติของวิปรัฐบาล ส่วนฉบับอื่นๆ ขอดูรายละเอียดอีกครั้งในสภา

ส.ว.ให้ผ่านเฉพาะร่างครม.
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ส่วนตัวจะให้ร่างทั้ง 2 ฉบับผ่านเฉพาะร่างที่เสนอมาจากครม.เท่านั้น แต่ร่างที่เสนอโดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาล หรือส.ส.ฝ่ายค้านจะไม่ให้ผ่านสักฉบับ โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.พรรค การเมือง ฉบับ พท.จะไม่ให้ผ่านแน่นอน เพราะไปแก้มาตรา 28, 29 เปิดช่องให้คนนอกแทรกแซงครอบงำพรรคได้ ฉวยโอกาสลักไก่ เพื่อผลประโยชน์คนนอกถือว่าน่าเกลียด อาจขัดรัฐธรรมนูญที่เขียนกลไกป้องกันการแทรกแซงครอบงำจากคนภายนอก

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ส.ว.จะรับหลักการร่างของฝ่ายใดบ้าง แต่ส่วนตัวแนวโน้มจะให้ผ่านเฉพาะร่างที่เสนอโดยครม.เท่านั้น ร่างที่เสนอจากส่วนอื่นๆ คงไม่ให้ผ่าน เพราะร่างที่เสนอโดยครม.ครอบคลุม เป็นกลางมากที่สุด แต่ร่างที่เสนอโดยส.ส.ทำเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ไม่ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาการเมือง อย่างร่างแก้ไขพ.ร.ป. พรรคการเมืองของ พท. เปิดช่องให้คนนอกมาแทรกแซงได้ ไปไกลเกินไป แม้อ้างว่าการขอคำปรึกษาหารือไม่เข้าข่ายครอบงำ ไม่ค่อยมีน้ำหนักเพราะถึงอย่างไรก็เปิดช่องให้คนนอก นอมินี นายทุนแทรกแซงชักใยอยู่เบื้องหลังได้

วุฒิจ่อไม่รับ3ร่างฝ่ายค้าน
นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อจัดสัมมนาให้รายละเอียดต่อ ส.ว. ก่อนการพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับ ว่า การจัดสัมมนาจะทำเป็นการลับ และมีส.ว.ร่วมรับฟัง โดยวิทยากรที่เป็นส.ว. ให้รายละเอียดพร้อมข้อสังเกตเนื้อหาทั้ง 10 ฉบับ ส่วนการอภิปรายของส.ว.ต่อรัฐสภา ที่ได้เวลา 6 ชั่วโมง เบื้องต้นมีส.ว.เข้าชื่อขออภิปราย 20 คน

ส่วนกรณี ส.ว.บางคนแสดงความเห็นจะไม่รับหลักการ ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น เข้าใจว่าเป็นฉบับของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีเนื้อหาส่อขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ประเด็นการแก้ไขให้คนภายนอกพรรคเข้าครอบงำ หากเนื้อหาฉบับใดที่ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถลงมติรับหลักการได้

พท.แจงยิบร่างกฎหมายลูก
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านการเมือง รัฐธรรมนูญ ความเป็นประชาธิปไตยพรรค พท. กล่าวถึงร่างกฎหมายลูกที่ พท.เสนอ ว่า ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มีสาระสำคัญ 1.การคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หลักทั่วไปคือเอาคะแนนรวมทั้งประเทศหารด้วย 100 คน จะได้คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จากนั้นเอาคะแนนรวมที่พรรคได้มาหารด้วยคะแนนเฉลี่ยต่อส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคนั้น ถ้าไม่ส.ส.บัญชรรายชื่อไม่ครบ 100 คน ก็ไปคิดเศษจากพรรคอื่นๆ ควรให้สิทธิแก่พรรคที่ผลคำนวณครั้งแรกไม่ถึงเกณฑ์ค่าเฉลี่ย ซึ่งเคยใช้ในการเลือกตั้งปี 2554 เพียงแต่เวลานั้นพรรคที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำรอบแรกจะถูกตัดออกไปเลย

2. หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อเป็นหมายเลขเดียวกัน ปัญหาใหญ่คือการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้แก้มาตราที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ มาตรา 90 ไปตีความว่าต้องสมัครส.ส.เขตก่อน ถึงจะสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่พท.เห็นว่าทำได้ 3.เสนอแก้ไขรายละเอียดประเด็นอื่นๆ เช่น การเพิ่มกรรมการประจำหน่วยจาก 5 เป็น 7 คน เพราะมีการเพิ่มเขตเลือกตั้ง การแบ่งเขตการเลือกตั้งนอกจากต้องเป็นเขตติดต่อกันแล้วต้องให้ประชากรของทุกๆ เขตแตกต่างกันไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์

แก้ 6 ปมสำคัญกม.พรรคการเมือง
ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พท.เสนอแก้หลายมาตรา เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองและประชาชนมากขึ้น ประเด็นสำคัญ 1.ยกเลิกการเก็บค่าบำรุงพรรคการเมือง 2.ยกเลิกการกำหนดคุณสมบัติความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยเทียบเท่าคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. 3.แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดกรณีการยินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำ ควบคุมสั่งการทำให้พรรคขาดความเป็นอิสระที่ถือเป็นความผิดถึงขั้นยุบพรรค เราไม่ได้ตัดบทบัญญัติเดิมแต่เพิ่มข้อความให้เกิดความกระจ่าง เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

4.การจัดทำไพรมารีรับฟังความเห็นประชาชนในการส่งผู้สมัคร พท.เห็นด้วย โดยควรใช้เขตจังหวัดเป็นเขตรับฟังความคิดเห็น 5.ยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำนโยบายต้องแสดงที่มาของรายได้ ความคุ้มค่า ความเสี่ยง 6.กำหนดให้การเลิกพรรคการเมืองต้องผ่านที่ประชุมใหญ่โดยคะแนนเอกฉันท์ ไม่ยุบกันได้ง่ายๆ ต้องเป็นกรณีที่สำคัญจริงๆ

ก้าวไกลรับ4ร่างของพรรคกับพท.
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค ก.ก. กล่าวถึงการโหวตกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับว่า เบื้องต้น ก.ก.หารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วโดยให้แต่ละพรรคกลับไปพิจารณาดูร่างกฎหมายของแต่ละพรรคว่ามีจุดใดที่เหมือนหรือแตกต่างกัน ซึ่งจะเคารพมติพรรคเป็นหลัก ทิศทางการโหวตของ ก.ก. จะโหวตรับร่างของตัวเอง และร่างของพท. ที่เขียนหลักการในลักษณะกว้างและในรายละเอียดบางส่วนมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ส่วนร่างอื่น เช่น พปชร. 3 ร่าง และปช.พรรคจะหารือกันว่าจะมีท่าทีอย่างไร รวมถึงร่างของครม.ด้วย ยังมีเวลาก่อนโหวตลงมติ 25 ก.พ.

“ได้ยินมาว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเห็นที่แตกต่างกันต่อร่างกฎหมายพรรคการเมืองของรัฐบาล ที่เขียนมาสั้นมากและไม่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่อยากให้แก้ไข หลายพรรคจึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับร่างที่รัฐบาลเสนอ แต่หากจะให้คว่ำรัฐบาลที่จะโหวตไม่รับร่างของครม. แต่หากรับมาแล้ว คงต้องถกเถียงกันในรายละเอียดเยอะมาก” นายณัฐวุฒิกล่าว

ร่วมประชุม – ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย เข้าประชุมส.ส.ของพรรคเป็นครั้งแรกในฐานะผู้สังเกตการณ์ ที่พรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ.

อุ๊งอิ๊งร่วมประชุมสส.ครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีการหารือถึงปัญหาของ ส.ส.แต่ละภาค รวมทั้งหารือร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับของพรรคเพื่อไทย ปรากฏว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ได้เข้าประชุมร่วมกับ ส.ส.ของพรรคเป็นครั้งแรกในฐานะผู้สังเกตการณ์

สมชัยยื่น7หมื่นชื่อปิดสวิชต์สว.
เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา คณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ นำโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. นายบุญส่ง ชเลธร ผอ.หลักสูตรผู้นำ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต พร้อมแนวร่วม อาทิ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า นำรายชื่อประชาชน 70,500 รายชื่อ ที่ร่วมกันลงนามขอแก้ไขมาตราดังกล่าว ยื่นประธานสภา ผ่าน น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานการเมืองประธานสภา

นายสมชัย กล่าวว่า กว่า 2 เดือนได้รายชื่อแล้ว 8 หมื่นรายชื่อ ขอส่งรายชื่อขั้นต้นก่อน 70,500 รายชื่อ การลงชื่อยังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ คิดว่าสำนักงานเลขาธิการสภาฯจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน ตรวจสอบรายละเอียด หวังว่าจะได้รับการบรรจุระเบียบวาระในสมัยประชุมที่ 1 ประจำปี 65
นายบุญส่ง กล่าวว่า “ผมได้พบส.ว. 4 ท่าน เขาเห็นด้วยและรับปากจะโหวต แต่เมื่อถึงเวลาไม่รู้จะโหวตหรือไม่”

โรมเชื่อ3ป.โยงค้ามนุษย์
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรค ก.ก. กล่าวถึงเปิดข้อมูลของ พล.ต.ต. ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผบช.ภ.8 หัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ ในการอภิปราย 17-18 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ผ่านมา 3 วันเต็มๆ คำอธิบายของรัฐบาลไม่ต่างจาก 6 ปีที่แล้ว ที่บอกว่าให้กลับมารัฐบาลควรมีสัญญาณที่ดีกว่านั้น เช่น พิจารณาว่าวันนั้นใครมีบทบาทหน้าที่ในการปราบปรามการค้ามนุษย์และขัดขวางพล.ต.ต.ปวีณ ตนอาจให้ตัวย่อในสภาเพราะ มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย แต่หากรัฐบาล อยากทราบว่าเป็นใครบ้าง ตนพร้อมจะให้ข้อมูลหากรัฐบาลต้องการปราบปรามการค้ามนุษย์จริงๆ ต้องตั้งคณะกรรมการคนที่สังคมเชื่อถือ

เชื่อว่าทั้ง 3 ป. มีส่วนเกี่ยวข้อง เราจะได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมโลกได้อย่างไร หากพล.ต.ต.ปวีณ ซึ่งเป็นมือปราบการค้ามนุษย์อันดับหนึ่งยังลี้ภัยอยู่ต่างประเทศและหวาดกลัว ใครมีส่วนสำคัญที่ทำให้กลไกของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นทหารเรือ ฝ่ายปกครองและตำรวจ ให้เป็นกลไกที่ไม่มีประสิทธิภาพจนเกิดกระบวนการค้ามนุษย์ได้ คนคนนั้นต้องใหญ่จริงๆ เชื่อว่า พล.อ.อนุพงษ์ มีคำตอบเรื่องนี้แล้ว สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ทุกอย่างอยู่แล้วเพราะเป็น นายกฯ ชัดเจนแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์แย่ลงเรื่อยๆ ทำให้พล.ต.ต.ปวีณต้องลี้ภัย

กลาโหมยันบิ๊กป้อมไม่เกี่ยว
พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกประจำรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร เผยกรณีการอภิปรายพยายามเชื่อมโยง นายตำรวจทีมงาน พล.อ.ประวิตร โทร.มาสั่งให้ประกันตัว พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ว่า พล.อ.ประวิตรยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากมีชื่อบุคคลตามกล่าวอ้างหรือมีข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมขอให้เปิดเผยหลักฐานและข้อมูลจริงทั้งหมดออกมา เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการสานต่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ จนได้รับการจัดระดับให้เป็นประเทศที่เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ (เทียร์ 2) ในปี 61

ผบ.ตร.รับประกันความปลอดภัยปวีณ
ที่สำนักงานตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า มีการออกข่าวสารพัดว่ามีการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.ปวีณ ตนให้ตรวจสอบไม่พบมีการดำเนินคดีแจ้งความกับพล.ต.ต.ปวีณ หากใครมีข้อมูลก็ส่งมา พล.ต.ต.ปวีณ ไม่มีหมายจับ ไม่ได้ถูกดำเนินคดี ส่วนตนไม่ทราบสถานะพลเมืองของ พล.ต.ต.ปวีณ ที่ออสเตรเลีย แต่ถึงอย่างไรท่านเป็นคนไทย ต้องดูแลเหมือนกันอยู่แล้ว

“ผมตอบในนามตำรวจ 2 แสนกว่าคน หากกลับมาจะดูแลความปลอดภัยให้ กลัวอะไรก็มาบอกกัน รับรองว่าไม่มีเรื่อง ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครไปทำอะไรหรอก ตำรวจดูแลได้อยู่แล้ว ฝากว่าท่านกลัวอะไร ไม่กล้าบอกใครบอกมาส่วนตัวก็ได้ ยืนยันในนามตำรวจ 2 แสนกว่าคนเราดูแล” ผบ.ตร.กล่าวและว่า ถ้าจะกลับมาก็บอกกันล่วงหน้า เดี๋ยวจัดการให้ ไม่ต้องห่วง

เมื่อถามว่า พล.ต.ต.ปวีณ พูดถึง “ปลาตัวใหญ่” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าปลาตัวใหญ่คืออะไร แต่เมื่อดูในสำนวนการสอบสวนคดีนี้ทำได้ครบถ้วน ออกหมายจับเป็น 100 ราย ยังมีอีกประมาณ 30 คนที่ยังจับไม่ได้ เร่งรัดจับกุมอยู่ กลุ่มที่ส่งฟ้องไปแล้วศาลลงโทษทุกราย

ป้อมโผล่ประชุมพปชร.
เวลา 15.00 น. ที่ทำการ พปชร. มีการประชุม ส.ส.พรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยกำชับให้ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง ในวันที่ 23 ก.พ. ซึ่งมีวาระกฎหมายสำคัญที่กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ อาทิ ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ… ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ… เป็นต้น นอกจากนี้ ขอให้ ส.ส.เข้าร่วมประชุมร่วมรัฐสภา 24-25 ก.พ. อย่างพร้อมเพรียง ซึ่งจะเป็นการพิจารณาร่างกฎหมายลูก
เวลา 15.05 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค เข้าร่วมประชุม หลังช่วงเช้าลาประชุมครม. โดยหลังประชุมพรรคเสร็จ ส.ส.ทยอยไปพบพล.อ.ประวิตร ที่ห้องทำงาน

ย้ำส.ส.อยู่โยงสภา
นายไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เลขานุการ วิปรัฐบาล ชี้แจงวาระการประชุมสภา 23 ก.พ. มีกฎหมายเข้าพิจารณาหลายฉบับและมีการลงมติแบบต่อเนื่อง คาดว่าจะเลิกประชุมสภา เวลา 21.00 น. จึงขอให้ส.ส.พรรคทุกคนอยู่ร่วมประชุมจนถึงเวลาดังกล่าว ส่วนการประชุมร่วม 24-25 ก.พ. ส.ส.พรรคมีความพร้อมที่จะประชุมเต็มที่ เชื่อว่าการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้มีการเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่จะพิจารณา โดยมอบหมายเลขานุการวิปรัฐบาลนำไปเสนอต่อที่ประชุมวิปรัฐบาล
หัวหน้าพรรคกำชับอยากให้ทุกการประชุมมี ส.ส.เข้าร่วมย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะการประชุมที่รัฐสภา กำชับเป็นพิเศษว่าต้องรักษาแชมป์ ที่ส.ส.พรรคเข้าร่วมประชุมสภามากที่สุด

เฮ้งจบแล้ว-ไม่มีปัญหาสนธยา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งกับนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ว่า คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว ใครที่มีเป้าหมายเสียสละทำงานเพื่อประชาชน ถือว่ามีเป้าหมายเดียวกันหมด ตนถือว่าเราจบแล้ว ถ้าอุดม การณ์และแนวทางตรงกันก็ไปได้ด้วยกัน จับมือกันพัฒนาประเทศและจ.ชลบุรีให้เป็นแนวทางเดียวกัน เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเคลียร์กันหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เราเคยอยู่ด้วยกัน ไม่ได้มาทะเลาะกันอย่างที่หลายๆ คนพูด บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่มองกันคนละมุมทำให้ความน้อยอกน้อยใจของบางคนเกิดขึ้น ความจริงเราเหมือนเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา เหมือนทำธุรกิจ ต่างคนก็ต้องต่างออกกันไปอยู่คนละบริษัท แต่ความเป็นพี่น้องก็ยังอยู่เพราะไม่ได้ทะเลาะกัน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่ความคิดเขาก็ได้ จึงจำเป็นต้องชี้แจงและถือว่าจบแล้ว

ส่วนการเตรียมตัวผู้สมัครส.ส.ชลบุรี ในฐานะที่รักษาการผอ.พปชร. พล.อ.ประวิตรสั่งการอยู่แล้ว ซึ่งโดยภารกิจของตำแหน่งก็ได้ปรึกษากับนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม มาตลอด แต่ไม่ได้ปรึกษากับนายสนธยา เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค โดยหลักการเราต้องเว้นที่ให้ผู้สมัครเดิม ถือเป็นมารยาทและต้องให้สิทธิคนเดิมๆ ก่อน

แป๊ะชี้แค่แนวทางทำงานต่างกัน
ด้านนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาจัดการปัญหาความขัดแย้งภายใน จ.ชลบุรี ว่า ต้องขอขอบพระคุณ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นอย่างสูงที่เป็นห่วง ตนให้ความเคารพ พล.อ.ประยุทธ์สูงสุดอยู่แล้ว เรื่องดังกล่าวต้องเอาความจริงและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาพูดจากัน เพื่อความชัดเจนและไม่ทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องของนักการเมืองทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์หรืออำนาจ แต่นี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องมาพูดคุยกันว่าเป็นความจริง ความเท็จ หรือนิทาน เป็นเรื่องของความคิดเห็นและแนวทางการทำงานที่แตกต่างกันมากกว่า ต่างคนต่างมีทาง มีวิธีการของตัวเอง ตนเลือกจะมีแนวทางอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่โกหก

มั่นใจยึดแชมป์นายกพัทยา
นายสนธยา กล่าวถึงความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ว่า ทีมเรารักพัทยาพร้อมเสมอ ที่จะเสนอทีมงานในการทำงานให้เมืองพัทยา เพราะพัทยาเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยวในภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ช่วง 3 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา มีผลงานที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นชัดเจนในทุกๆด้าน เราจึงมีความพร้อมและมั่นใจ

น.ส.พรรณิการ์ วานิช กก.บห.คณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงการคาดเดาคณะก้าวหน้าจะส่ง น.ส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ลงสมัครนายกเมืองพัทยาว่า ยืนยันไม่ใช่ น.ส.พลอยลภัสร์ เราไม่เล่นเกมทายปัญหาเหมือนเกมทศกัณฑ์ เหมือนสมัยผู้ว่าฯ กทม. ขอให้รอเปิดตัวทีเดียว เมื่อมีการกำหนดวันเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จะมีการประกาศตัวผู้สมัครของคณะก้าวหน้าอย่างแน่นอน

นิพนธ์ย้ำเลือกผู้ว่ากทม.พค.แน่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิพนธ์ บุญญามณี รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และนายกเมืองพัทยาว่า จะเป็นไปตามกำหนดเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุไว้ว่าจะให้เกิดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ เมื่อถามว่าจะเป็นวันที่ 22 พ.ค. หรือ 29 พ.ค. นายนิพนธ์ กล่าวว่า รายละเอียดขอให้รอดูในช่วงที่มหาดไทยเสนอเข้าครม. ซึ่งจะพิจารณาวันเวลาที่เหมาะสมต่อไป แต่มหาดไทยยังไม่ได้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุมครม.วันนี้ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกำหนดการอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน