อีกศาลไม่ให้ประกันระดม10ล.เข้ากองทุนหวังทั้งคู่ได้ปล่อยตัว
ศาลอาญากรุงเทพใต้ยกคำร้อง ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ระบุไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลง คำสั่งเดิม ‘อานนท์-เพนกวิน’ต้องนอนเรือนจำต่อไป อีกทั้งอานนท์กระทำความผิดหลายคดี หากให้ปล่อยเกรงว่าจะก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนกรณีเพนกวินให้นำหลักฐานการลงทะเบียนเรียนมธ.มาแสดงศาลถึงจะพิจารณา กองทุนราษฎรประสงค์เผยปรากฏการณ์น่าประทับใจ ระดมทุนประกันตัวภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมงได้มาถึง 10 ล้านบาทสมทบไว้ประกันตัว
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการระดมทุนเพื่อช่วย หาหลักทรัพย์ประกันตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายอานนท์ นำภา ว่า ส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ ขณะเดียวกันเป็นการแสดงด้วยว่า ถ้าประชาชนช่วยกันจะสามารถระดมทุนได้อย่างรวดเร็ว
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนอยากตั้งคำถามว่าทำไมต้องใช้หลักทรัพย์ในจำนวนที่สูงมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเหล่านั้นก็ไปรายงานตัวอยู่เป็นประจำและไม่มีการหลบหนี ซึ่งเป็นการเปลือยให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหา
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 21.33 น. วันที่ 22 ก.พ. เพจกองทุนราษฎรประสงค์โพสต์แจ้งกรณีขอระดมทุนเพื่อใช้ประกันตัว “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา ว่าได้เงินครบแล้ว โดยได้เงินบริจาค ณ เวลาที่แจ้ง 11,812,983.90 บาท ถอนไปใช้ประกัน 2,380,000 บาท พร้อมข้อความว่า เรียนราษฎรที่เคารพ เราได้วางเงินจำนวน 2,070,000 บาท ให้แก่ศาลอาญารัชดาฯ เรียบร้อยแล้ว เมื่อ ช่วงค่ำที่ผ่านมา พริษฐ์ ชิวารักษ์ และอานนท์ นำภา ไม่มีธุระให้ต้องถูกจำขังระหว่างพิจารณาคดีทุกคดีในนามศาลอาญาแล้ว คงเหลือคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้และศาลจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา ซึ่งจะยื่นประกันต่อไปถ้าไม่มีคดีอื่นรออายัดตัวนอกจากนี้ วันพรุ่งนี้ทั้งสองคนควรจะได้รับอิสรภาพในการออกมาต่อสู้คดีนอกเรือนจำได้แล้ว
นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้จะมีการยื่นประกันผู้ต้องหาทะลุแก๊สอีกสองคน (ซึ่งวันนี้ยื่นไปแล้วแต่ศาลอาญาไม่อนุญาต พรุ่งนี้จะยื่นใหม่) และผู้ต้องหาคดีสาดสี มาตรา 112 อีกหนึ่งคน ซึ่งวันนี้เพิ่งประกันเขาไป 300,000 บาท ที่ศาลจังหวัดธัญบุรีและพรุ่งนี้ยังต้องประกันอีกคดีที่เขายังถูกอายัดต่อ
ใบเสร็จทั้งหมดอยู่ระหว่างรวบรวมและจะนำมาแสดงให้ครบถ้วนดังเช่นเคยในวันพรุ่งนี้ คืนนี้เราเพียงขอแวะมาบอกยอดเงินในบัญชีล่าสุดให้ท่านสบายใจก่อนว่า #เราพร้อม #ราษฎรพร้อม
ขอแสดงความนับถือ #กองทุนราษฎรประสงค์ #ที่พึ่งแรกและที่พึ่งสุดท้ายของราษฎรคือราษฎร
สืบเนื่องกรณีศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก มี คำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ ทั้งหมดรวม 9 คดี และนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ทั้งหมดรวม 8 คดี โดยศาลให้วางหลักประกันทั้งหมดรวม 2,079,000 บาท โดยกองทุนราษฎรประสงค์ได้ประกาศระดมทุนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาศาลยุติธรรม เลขที่บัญชี 086-2-70434-7 ชื่อบัญชี ชลิตา บัณฑุวงศ์ และไอดา อรุณวงศ์ฯ ต่อมาเมื่อเวลา 21.33 น. กองทุนราษฎรประสงค์ได้แจ้งว่าได้รับเงินบริจาคครบแล้ว โดยยอดเงินพุ่งสูงกว่า 10 ล้านบาทในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง

รอเก้อ – นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดา ‘เพนกวิน’ พริษฐ์ และกลุ่มมวลชนเดินทางมารอรับเพนกวิน และ นายอานนท์ นำภา ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่ต้องผิดหวังหลังศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่อนุญาตให้ประกันตัว เมื่อ วันที่ 23 ก.พ.
จากการตรวจสอบโพสต์ในเพจ ‘กองทุนราษฎรประสงค์’ พบว่า ในช่องแสดงความคิดเห็นของโพสต์ระดมทุน มีผู้โพสต์สลิปการโอนเงินเป็นจำนวนมาก โดยตัวเลขที่น่าสนใจคือ ยอดโอน 112 บาท 1,112 บาท ซึ่งปรากฏเป็นจำนวนมากทั้งในเพจดังกล่าว รวมถึงเพจเฟซบุ๊กอื่นๆ ที่แชร์เรื่องราวการขอระดมทุน อาทิ เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งต่อมาเมื่อได้ยอดเงินครบถ้วน ล้นทะลัก เพจแนวร่วม มธ. โพสต์ภาพและข้อความ “ขอบคุณมวลชนทุกคนด้วยหัวใจ” ความว่า ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการโพสต์ระดมทุนเข้ากองทุนราษฎรประสงค์เพื่อเป็นเงินประกันตัวเพื่อนเรา จำนวนเงินในบัญชีทะลุ 10,000,000 บาทแล้ว ด้วยพลังของมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย!
ในวันพรุ่งนี้จะมีการยื่นประกันตัวเพื่อนเราอีกครั้ง ขอให้มวลชนช่วยกันจับตาดูต่อไปว่าเพื่อนเราจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ แต่การยื่นขอประกันตัวครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีพลังของมวลชน พวกเราขอขอบคุณจากใจจริง
เพราะที่พึ่งแรกและที่พึ่งสุดท้ายของราษฎรคือราษฎร จับมือต่อสู้กับเผด็จการและชนชั้นศักดินาไปด้วยกัน
นอกจากนี้ คนดังในวงการต่างๆ ร่วมกันแชร์เรื่องราวและโอนเงินร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ อาทิ ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์สลิปโอนเงิน 10,000 บาท พร้อมข้อความว่า ‘โอนเงิน ครับ โอนเงิน ประกันตัวเพนกวินและอานนท์ ฯลฯ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชาติ และราษฎรไทย’
ต่อมาเมื่อยอดพุ่ง 10 ล้าน อดีตอธิการบดี มธ.ยังโพสต์ข้อความต่อไปว่า ‘ขอให้เพนกวิน อานนท์ และผู้กล้าคนอื่นๆ ปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดมารร้าย พบแต่สิ่งดีๆ สร้างประชาธิปไตยให้ชาติ และราษฎรไทย
ครับ ปรากฏการณ์โอนเงินประกัน 22/02/2022 ทำให้เราพอมองเห็นแสงสว่าง และมีความหวัง’
ด้านนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนสารคดีชื่อดัง เจ้าของรางวัลศรีบูรพา 2554 โพสต์สลิปโอนเงิน 2,475 บาท พร้อมข้อความว่า “ช่วยกันให้ถึงที่สุด ให้โลกรู้ว่า ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
ขณะที่ รศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ พรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์แว่นตา Ophtus โพสต์ข้อความว่า “ตอนแรกที่บอกว่าดิชั้นจะบริจาคเงิน 100,000 บาทที่เป็นรายได้จาก Ophtus ให้กับองค์กรสิทธิมนุษยชน ของไทย ดิชั้นขอแจ้งว่า ดิชั้นได้บริจาคเงินส่วนหนึ่งให้กับอานนท์/เพนกวินแล้ว เพื่อใช้ในการประกันตัวออกมา ดิชั้นขอความ ช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ท่านอื่นที่ร่วมบริจาคได้ โปรดช่วยกันค่ะ #pavinxophtus #EyewearForAll’
นอกจากนี้ นักวิชาการอีกหลายรายยังเปิดประมูลหนังสือหายาก อาทิ รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำหนังสือ Siam Mapped ปกแข็ง ฉบับภาษาอังกฤษ สภาพใหม่ มีลายเซ็น ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ผู้เขียน ออกประมูลเริ่มต้นที่ 5,000 บาท โดยประกาศผ่านเฟซบุ๊กของนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข อดีตกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) พ.ศ.2534-2535 อดีตแกนนำนักศึกษาในเหตุการณ์ พฤษภา 35 และพิธีกรชื่อดัง ความว่า หนังสือสำคัญในวงการย่อมเป็นที่หวงแหนของนักวิชาการ โปรดส่งต่อข่าวสารนี้เพื่อการร่วมประมูล สมทบทุนประกันตัวเพื่อนเรา ขอใช้พื้นที่นี้เปิดประมูล Siam Mapped ปกแข็ง ฉบับภาษาอังกฤษ สภาพใหม่ ของ อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร มีลายเซ็น ธงชัย วินิจจะกูล (ผู้เขียน) เพื่อปลดปล่อยอานนท์กับเพนกวิน เพื่อนของเราที่ถูกคุมขังมานานถึง 198 วัน’
ทั้งนี้ จะปิดประมูลเวลา 15.00 น. วันพุธที่ 23 ก.พ.
เช่นเดียวกับ รศ.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย ซึ่งเปิดประมูลหนังสือ Siam Mapped ปกแข็งพร้อมลายเซ็นของศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล และผู้แปล ด้วยราคาเริ่มที่ 11,112 บาท เพื่อสมทบกองทุนราษฎรประสงค์ สิ้นสุดการประมูล 12.00 น. วันที่ 23 ก.พ. เช่นกันพร้อมข้อความว่า
“เราเชื่อมั่นว่ารอบนี้ประชาชนจะช่วยกันสมทบทุนจนประกันเพนกวินและทนายอานนท์ได้ในที่สุด แต่เงินคงถูกใช้จนเกือบหมด แต่เรายังมีเยาวชนอีก 5 คนที่ถูกคุมขังอยู่ และยังมีคนที่กำลังถูกส่งฟ้องอีก ฉะนั้น คืนนี้เราต้องการเงินสำรองมากกว่า 3 ล้านบาท เราจึงตัดสินใจนำหนังสือส่วนตัวมาประมูล”
นอกจากนี้ รศ.ดร.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น ลงมือสกรีนเสื้อยืด เปิดประมูลเริ่ม 500 บาท ปิดประมูลบ่ายสองของวันพุธที่ 23 ก.พ. พร้อมโพสต์ข้อความว่า
“ปล่อยเพื่อนเรา! กำลังผลิตเสื้อโดยมือเอง (hand-stamped t-shirt) เพื่อประมูลหาเงินเข้ากองทุนราษฎร์ เพื่อสนับสนุนการปล่อยตัวทนายอานนท์และเพนกวิน
เสื้อที่ 1 เสร็จแล้ว เสื้อสีน้ำเงิน เบอร์ M ที่เขียนว่า “No history is mute. No matter how much they own it, break it, and lie about it, human history refuses to shut its mouth. Despite deafness and ignorance, the time that was continues to tick inside the time that is.” ประมาณว่า ประวัติศาสตร์ของประชาชนไม่เคยเงียบลง แม้ว่าผู้มีอำนาจจะพยายามสุดๆ คนที่เขียนคือ Eduardo Galeano นักเขียนฝ่ายซ้ายอุรุกวัย’
สำหรับรศ.ดร.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น เป็นนักวิชาการชาวต่างชาติที่ศึกษาสังคมการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด เคยลงพื้นที่สำรวจเครือข่ายการเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานไทยอย่างรอบด้าน
วันเดียวกัน ทนายความได้ยื่นประกันตัวอานนท์ ในคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ และสำนวนของพริษฐ์ในคดีที่อยู่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยยื่นหลักทรัพย์คนละ 1 แสนบาท
ต่อมา นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและศาลแขวงพระนครใต้ ให้ประกันตัวพริษฐ์ทั้ง 2 คดี แต่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวพริษฐ์และอานนท์ ทำให้ยังคงต้องถูกขังต่อไป
ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งยกคำร้อง โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายอานนท์และนายพริษฐ์ในคดีการชุมนุมที่อยู่ในศาลอาญากรุงเทพใต้คนละ 1 สำนวน โดยในส่วนสำนวนนายพริษฐ์ เเม้ศาลยกคำร้องเเต่ก็มีคำสั่งให้นำเอกสารเรื่องการเล่าเรียนศึกษามายื่นต่อศาลเพื่อพิจารณา ส่วนนายอานนท์ ศาล ยกคำร้องในเหตุผลที่ว่าจะออกไปประกอบอาชีพทนายความเพื่อเลี้ยงดู ดูเเลครอบครัว โดยระบุว่ายังไม่เป็นเหตุเปลี่ยนเเปลงคำสั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ศาลอาญาเเละศาลจังหวัดพระนครศีอยุธยา คำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายอานนท์ เเละนายพริษฐ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ศาลอาญาให้ประกันตัวนายอานนท์ จำนวน 9 คดี ดังนี้ 1. เลขคดีดำที่ อ287/2564 (จำเลยที่ 2) วงเงินประกัน 200,000 บาท, 2. เลขคดีดำที่ อ2847/2564 (จำเลยที่ 2) วงเงินประกัน 90,000 บาท, 3. เลขคดีดำที่ อ2948/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 4. เลขคดีดำที่ อ2887/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 5. เลขคดีดำที่ อ2888/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 6. เลขคดีดำที่ อ1629/2564 วงเงินประกัน 100,000 บาท, 7. เลขคดีดำที่ อ 2804/2564 วงเงินประกัน 100,000 บาท, 8. เลขคดีดำที่ อ2495/2564 วงเงินประกัน 100,000 บาท และ 9. เลขคดีดำที่ อ3124/2564 วงเงินประกัน 200,000 บาท

คดี 112 – นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ชู 3 นิ้ว ขณะตำรวจนำตัวมาส่งดำเนินคดีในความผิดมาตรา 112 ที่สภ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 23 ก.พ.
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขห้ามจำเลย ทำกิจกรรมหรือกระทำการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และศาลในทุกด้าน รวมทั้งห้ามกระทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางกระบวนพิจารณาคดีของศาล ห้ามจำเลยเข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ EM ห้ามจำเลยออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 21.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันใหม่ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปศึกษาเล่าเรียน ไปสถานีตำรวจ สำนักงานอัยการหรือศาลหรือได้รับอนุญาตจากศาล แจ้งศูนย์ EM เปิดสัญญาณ ห้ามจำเลย เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ส่วนนายพริษฐ์ ศาลอาญาให้ประกันตัว จำนวน 8 คดี ดังนี้ 1. เลขคดีดำที่ อ286/2564 วงเงินประกัน 90,000 บาท, 2. เลขคดีดำที่ อ287/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 200,000 บาท, 3. เลขคดีดำที่ อ2847/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 90,000 บาท, 4. เลขคดีดำที่ อ2932/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 5. เลขคดีดำที่ อ2948/2564 (จำเลยที่ 2) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 6. เลขคดีดำที่ อ1668/2564 (จำเลยที่ 1) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 7. เลขคดีดำที่ อ2887/2564 (จำเลยที่ 2) วงเงินประกัน 100,000 บาท, 8. เลขคดีดำที่ อ3124/2564 (จำเลยที่ 2) วงเงินประกัน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเช่นเดียวกับนายอานนท์
ด้านศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ให้ประกันตัวนายพริษฐ์ ในคดีหมายเลขดำที่ อ.671/2564 ตีวงเงินประกันตัว 150,00 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับศาลอาญา
วันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้ออกเอกสารข่าว ความว่า นายนรเศรษฐ นาหนองตูม ทนายความได้ยื่นคำร้อง ขอปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ นำภา จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 81671/2564 และในคดี หมายเลขดำที่ อ1802/2564 และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ1180/2564 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service : CIOS) ซึ่งคณะ ผู้บริหารของศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ร่วมกันพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และเอกสารประกอบแล้ว มีคำสั่งดังนี้ โดยนายอานนท์ นำภา ในคดีหมายเลขดำที่ อ1671/2564
ที่ประชุมคณะผู้บริหารของศาลอาญากรุงเทพใต้ร่วมกันพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยแล้ว เห็นว่าตามคำร้อง ประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยที่อ้างว่ามีภารกิจต้องดูแลครอบครัวและต้องทำงานนั้น เห็นว่าเหตุที่ขอปล่อยตัวเป็นเหตุทั่วๆ ไป ไม่ใช่เหตุพิเศษที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งศาล อุทธรรณ์ ที่ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จึงมีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้อง
สำหรับคดีหมายเลขดำที่ อ1802/2564 พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดหลายคดี หากให้ปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะ ก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยชั่วคราว และในคดีหมายเลขดำที่ อ1671/2564 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ดังนี้ จึงให้ยกคำร้อง
ส่วนกรณีนายพริษฐ์ ในคดีหมายเลขดำที่ อ1180/2564 ให้จำเลย นำหลักฐานตามที่อ้างว่ามีการลงทะเบียนเรียนและตารางการเรียนการสอนในภาคที่ 2 ตามที่กล่าว อ้างมาแสดงให้ชัดเจน โดยให้ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกหนังสือรับรอง แล้วจึงจะพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีประชาชนจำนวนมากพากันเดินทางมารอรับนายอานนท์และนายพริษฐ์ แต่กลับต้องพบกับความผิดหวัง หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองคน
ด้านนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของเพนกวิน-พริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เตรียมตัวที่จะมารับลูกกลับบ้าน แต่พอทนายมาบอกว่าไม่ได้ประกันตัว ก็สงสารเด็กมากจึงได้ฝากกับเจ้าหน้าที่ให้ไปบอกว่าวันนี้ไม่ได้กลับบ้าน ในส่วนเอกสารจากระบบของ มธ.ที่เราก็ได้แนบไปในการประกันไปเมื่อวานก็ยังประกันได้ แต่ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ต้องไปหาหลักฐานมาใหม่ โดยทางศาลต้องการหลักฐานการลงทะเบียนเรียนเทอม 2 ที่ออกโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เราก็จะไปเอามา แต่ถ้าให้หลักฐานนั้นยืนยันแล้วยังไม่ได้ประกันอีก ทุกคนต้องตั้งคำถาม
ด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่าวันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เข้าแจ้งข้อกล่าวหาคดี#ดูหมิ่นศาล ต่อนายพริษฐ์ถึงในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากกรณีโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2 ข้อความในช่วงเดือนธันวาคม 2563 หลังจากมีคำวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ขาดคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรี จากกรณีพักอาศัยในบ้านพักข้าราชการทหารแม้เกษียณอายุไปแล้ว
เมื่อเวลา 17.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ และพ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รอง ผกก.สส. นำกำลังตำรวจสืบสวน พร้อมหมายจับ ข้อหาความผิดตามมาตรา 112 บุกจับนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี หน้าบ้านภายในชุมชนสุเหร่าพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี
จากนั้น พ.ต.อ.เมษนนท์ได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหา หมิ่นประมาท หรือดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และกระทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้นายชินวัตรฟังจนเข้าใจและยอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แล้วนำตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก โดยมีทนายความร่วมรับฟังการสอบปากคำ หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น นายชินวัตรให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และนำตัวส่งสภ.เมืองนนทบุรีดำเนินคดีต่อไป