ศบค.ยันเตียงเพียงพอเด็กป่วยแล้วแสนคนกทม.วุ่น-กักตัว‘อัศวิน’ปรับลดตรวจเข้าไทยATKนักท่องเที่ยววันที่ 5

ติดเชื้อโควิดนิวไฮ พุ่งพรวด 38,122 ราย ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์พบ 21,232 ราย เอทีเคผลบวกอีก 16,890 ราย ทะลุเกินหมื่น 19 วันซ้อน ตาย 39 ‘บิ๊กตู่’ถกศบค.ชุดใหญ่ ยันมีเตียงพอ แต่ขอเก็บให้ผู้ป่วยหนัก เข้าไทยลดตรวจอาร์ที- พีซีอาร์เแค่วันแรก ถัดมา 5 วันให้ตรวจเอทีเคแทน สธ.แจงเด็กต่ำกว่า 5 ขวบติดเชื้อแล้ว 1.07 แสนคน กทม.วุ่น ณรงค์ เรืองศรี รองปลัดฯ ติดโควิด ผู้ว่าฯ อัศวินทำงานใกล้ชิดโล่งตรวจไม่พบเชื้อ แจ้งกักตัว 7 วัน 7 ผอ.เขต 1 ผอ.สำนักก็เสี่ยงสูง เพิ่งไปร่วมงานและ กินข้าวด้วยกัน รัฐสภาป่วน 2 ส.ส.ติดโควิด วงการบันเทิงยังวุ่น พระเอกเกรท วรินทร- อาเล็ก ธีรเดช ก็ติดด้วย

‘บิ๊กตู่’สั่งหัวโต๊ะถกศบค.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เป็นประธานการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิจารณาปัญหาโรคโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ

ภายหลังการประชุม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงว่า ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ได้พิจารณาสาระสำคัญ 5 เรื่อง คือ 1.สถานการณ์การแพร่ระบาด วันนี้ทั่วโลกติดเชื้อ 427 ล้านกว่าราย เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านกว่าราย เสียชีวิต 5.92 ล้านราย เพิ่มขึ้น 7,760 ราย อัตราเสียชีวิตลดลงจากเดิม 2% เหลือ 1.38% ขณะที่การติดเชื้อรายวันของทั้งโลก กราฟมีแนวโน้มลดลง การเสียชีวิตเป็นแนวระนาบไม่ได้สูงตามการติดเชื้อ ส่วนประเทศไทยแม้ระลอกโอมิครอนยอดติดเชื้อสูง แต่การเสียชีวิตรายวันยังต่ำ

ติดเชื้อนิวไฮพรวด 2.1 หมื่น
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อ 21,232 ราย เสียชีวิต 39 ราย อัตราเสียชีวิตระลอก ม.ค. 2565 อยู่ที่ 0.19% ถือว่าต่ำ เพราะความรุนแรงลดน้อยลงไป ผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 173,605 ราย มีอาการหนัก 882 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 229 ราย ซึ่งผกผันตามจำนวนติดเชื้อที่สูงขึ้น จึงฝากให้ทั้งคนแข็งแรงและกลุ่มเปราะบางรีบมารับวัคซีน เพราะผู้เสียชีวิตวันนี้ 87% เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 สถานการณ์ติดเชื้อจริงตอนนี้ทะลุเส้น คาดการณ์สีแดงขึ้นไปแล้ว จากมาตรการที่เราผ่อนคลาย ดำเนินการกิจการกิจกรรม แม้ติดเชื้อไม่ได้ทำให้อาการมาก แต่กลุ่มเปราะบางจะมีอาการหนักและเสียชีวิตได้ จึงขอให้ช่วยกันไม่ประมาท การ์ดอย่าตก ส่วนสถานการณ์เสียชีวิตยังอยู่ใต้เส้นสีเขียว แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อขึ้นหลักหลายหมื่น จึงต้องเร่งรับวัคซีนเข็ม 3 เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน

เตียงว่าง 50% แต่ไว้รับโคม่า
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับทรัพยากรเตียง อัตราครองเตียงยังไม่มาก ทั้งประเทศครองเตียง 49.1% ซึ่งอยากให้สำรองเตียงไว้ให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง กลุ่มป่วยวิกฤต และป่วยหนัก ส่วนอาการน้อยๆ อยากให้อยู่ศูนย์พักคอยในชุมชน (ซีไอ) ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 2.1 หมื่นกว่าราย ส่วนลงทะเบียนดูแลรักษาที่บ้าน (เอชไอ) มี 4.7 หมื่นราย ส่วนประเด็นสายด่วนที่คนโทร.คับคั่ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการดูแลอย่างดี กรณีถ้าการดูแลที่บ้านไม่พร้อมที่จะแยกกัก ทำให้ต้องออกมาอยู่ข้างนอก ต้องให้ได้รับการดูแล ดังนั้น CI จึงสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ซึ่งผู้ว่าราชการ กทม.รายงานว่ามีเพียงพอ ขณะนี้มี 31 แห่ง เตียงเหลือ 1.9 พันเตียง โดยจะเปิดเพิ่ม 9 แห่ง อีก 970 เตียง สามารถเปิดได้วันที่ 26 ก.พ.นี้ ทางสายด่วน 1669 ก็มาช่วย 1330 และเพิ่ม คู่สายตามสำนักงานเขตขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ ภาพรวมของการจัดระดับสถานการณ์ย่อยหรือพื้นที่สียังคงเดิม ข้อมูลทุกอย่างยังไม่เปลี่ยนแปลงไป โดยพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) อยู่ที่ 44 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) 25 จังหวัด และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) 8 จังหวัด

ล้างสภา – สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระดมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดฉีดพ่นฆ่าเชื้อห้องสื่อมวลชนและห้องแถลงข่าวทั้งหมด หลังพบผู้สื่อข่าวติดเชื้อโควิดจากการเข้าตรวจเอทีเคที่จุดตรวจ รัฐสภา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.

ปี 64 ใช้งบฯดูแล 9.7 หมื่นล.
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องที่ 2 คือ การดูแลรักษาค่าใช้จ่ายในการบริการโควิด-19 ซึ่งเลขาธิการ สปสช. เสนอข้อมูลว่า ปี 2563 ใช้งบประมาณดูแล 3,841 ล้านกว่าบาท ปี 2564 สูงขึ้นเป็น 97,747 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของกรมบัญชีกลางสิทธิข้าราชการ 3,652 ล้านบาท ประกันสังคม 42,917 ล้านบาท และบัตรทอง 51,177 ล้านบาท ส่วนปี 2565 ใช้งบประมาณดูแลแล้ว 32,488 ล้านบาท และของบเพิ่มวงเงินพอๆ กับปีที่แล้วอีก 51,065 ล้านบาท

สำหรับการเบิกจ่าย พบว่า ภาครัฐมี ร.พ. 3,506 แห่ง เบิกจ่ายแล้ว 70,994 ล้านบาท ยังไม่จ่าย 3,090 ล้านบาท ส่วน ร.พ.เอกชนมี 672 แห่ง เบิกจ่ายแล้ว 27,260 ล้านบาท รวมเบิกจ่ายทั้งรัฐและเอกชนแล้ว 101,344 ล้านบาท ส่วนค่าเฉลี่ยการจ่ายค่ารักษาโควิด-19 ตามระดับอาการ พบว่า อาการสีเขียว ภาครัฐอยู่ที่ 23,248 บาทต่อคน เอกชนอยู่ที่ 50,326 บาทต่อคน, อาการสีเหลืองภาครัฐอยู่ที่ 81,844 บาทต่อคน และเอกชน 92,752 บาทต่อคน และอาการสีแดงภาครัฐอยู่ที่ 252,182 บาทต่อคน และเอกชน 375,428 บาทต่อคน ซึ่งภาคเอกชนอาการแต่ละระดับสูงกว่าภาครัฐพอสมควร ซึ่งวันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป สปสช.มีการปรับราคา เนื่องจากโอมิครอนอาการไม่รุนแรง โดยกลุ่มอาการสีเขียวจ่าย 12,000 ต่อคน สีเหลือง 69,300 บาทต่อคน และสีแดง 214,400 บาทต่อคน

ส่วนสัดส่วนเงินที่ใช้กรณี UCEP COVID แยกตามอาการ พบว่า เป็นกลุ่มสีเขียวไปใช้บริการถึง 88% ทั้งที่ผู้ที่ควรจะเข้าใช้สิทธิเป็นกลุ่มสีแดง แต่พบ 1% และกลุ่มสีเหลืองที่พบ 11% รวมเป็น 12% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผอ.ศบค.แจ้งว่ายังคงให้สิทธินี้อยู่ แต่จะปรับเกณฑ์หรือทำ UCEP Plus อะไรต่างๆ ก็ให้เสนอขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน ได้รับสิทธิดูแลภาวะฉุกเฉิน ให้สมเหตุสมผลกับค่าใช้จ่าย โดยให้เลขาธิการ สปสช.ไปทำรายงานมานำเสนออีกครั้ง

ให้เด็กป่วยเล็กน้อยเข้าสอบได้
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องที่ 3 การเรียนออนไซต์อยู่ได้กับโควิดในสถานศึกษา ทั้งนี้ การติดเชื้อในเด็กนักเรียนอายุ 0-19 ปี พบประมาณ 21.9% อัตราเสียชีวิตต่ำ ที่ผ่านมามีการทำมาตรการเปิดภาคเรียนออนไซต์ แบบแซนด์บ็อกซ์ ภายใต้ 6 มาตรการหลัก 6 มาตรการเสริม และ 7 มาตรการเข้ม มีการทำแผนเผชิญเหตุ รวมถึงการเรียนแบบออนไลน์ หรือไฮบริด อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งผลสำรวจการเปิดภาคเรียนที่ 2 ของจำนวน 122 โรงเรียน พบว่า โรงเรียนที่มีการติดเชื้อยืนยัน 1 รายขึ้นไป มีการปิดสถานศึกษาถึง 28.7% เรียกว่าปิดไปเลย 1 ใน 4 โรงเรียนที่ติดเชื้อมากกว่า 1 ห้องเรียนปิดถึง 55.7% แต่ที่น่าสนใจคือ โรงเรียนที่ไม่มีการติดเชื้อ แต่สถานศึกษาใกล้เคียงติดเชื้อ กลับปิดโรงเรียนด้วยถึง 9%

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนกรณีการจัดสอบ หากผู้เข้าสอบติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย หรือสัมผัสเสี่ยงสูง ให้เข้าสอบได้ แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือก่อนและหลังเข้าสอบ งดพูดคุย เว้นระยะห่าง เดินทางไปสนามสอบด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือประสานหน่วยงานจัดสอบ หน่วยบริการสาธารณสุข กรณีไม่มีรถส่วนตัว ผู้คุมสอบปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเข้มข้น โดยสถานที่จัดสอบสำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหรือผู้ติดเชื้อที่เป็นสัดส่วน อยู่ในลักษณะที่โล่ง โปร่งอากาศถ่ายเท เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 2 เมตร

เร่งฉีดวัคซีนก่อนเปิดเรียน
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องที่ 4 แผนบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ขณะนี้มีการให้วัคซีนโควิด-19 กลุ่มเด็กในโรงเรียน ซึ่งกำลังจะมีการปิดเทอม จึงขอให้เร่งบริการตรงนี้ ช่วงยังไม่ปิดเทอมให้รีบพาเข้ามาสู่การฉีด เพื่อเตรียมเปิดเทอมในช่วงถัดไป ซึ่งเรามีวัคซีนหลากหลาย ทั้งไฟเซอร์ฝาม่วง ฝาส้ม และ ซิโนแวค รวมถึงการฉีดสูตรไขว้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ปกครองที่มีความต้องการวัคซีนต่างแบบกัน

ส่วนผู้สูงอายุ กรมควบคุมโรคนำข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 666 คนมาดูประวัติการรับวัคซีน พบว่า 387 คน หรือ 58.2% ไม่ได้วัคซีนเลย จำนวน 66 คน หรือ 9.95% รับวัคซีนเข็มเดียว จำนวน 197 คน หรือ 29.5% รับวัคซีน 2 เข็ม และจำนวน 16 คน หรือ 2.4% รับวัคซีน 3 เข็ม ทั้งนี้ ที่ประชุมมองว่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จึงต้องรับวัคซีนเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตลง ซึ่งสกลนครและชลบุรี ถือเป็นตัวอย่างที่มีการจัดบริการ ค้นหากลุ่มสูงอายุมาฉีดวัคซีนได้เป็นอย่างดี

เข้าไทยเช็ก RT-PCR แค่วันแรก
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องที่ 5 การพิจารณาปรับมาตรการป้องกันโรค สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอปรับมาตรการเล็กน้อย ซึ่งจากเดิมผู้เดินทางต้องตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ 2 ครั้ง คือวันแรกที่เดินทางมาถึงและวันที่ 5 ของการเดินทาง โดยต้องจองโรงแรม SHA+ เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อ จึงได้ปรับเหลือตรวจ วันเดียวคือวันแรกที่เดินทางมาถึง ส่วนวันที่ 5 ให้ตรวจ แอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) ด้วยตนเองแทน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ต้องมีการติดตามโดยใช้ระบบหมอชนะ ส่งผลตรวจเอทีเค ด้วย

สำหรับกรณีเดินทางทางบก มีการนำร่องเปิดด่านหนองคาย อุดรธานี และ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้เดินทางข้ามแดนและเกิดกิจการกิจกรรมทางการค้าขึ้นมา ส่วนเรื่องประกันภัยสุขภาพ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐมีการบอกว่าราคาแพง เลยขอปรับเป็นไม่น้อยกว่า 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ผอ.ศบค.ให้เลขาฯ สมช.ไปดูรายละเอียด เพราะกรณีเดินทางทางบกอาจข้ามมาวันเดียว หรือเป็นญาติแล้วกลับไป ทำการค้านิดหน่อย หากต้องใช้เบี้ยประกันภัยสูงมากอาจไม่คุ้ม ซึ่งเลขาฯ สมช.ก็รับไปจะไปประชุมเพิ่มเติมสำหรับคนเข้ามาทางบกจะได้มีมาตรการที่ดีกว่านี้

เอทีเคผลบวกก็นิวไฮ 16,890
ด้านเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/covid19-dashboard/ ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานจากการตรวจเอทีเค พบผลบวก จำนวน 16,890 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในปี 2565 หากรวมผู้ติดเชื้อเข้าข่าย จำนวน 21,232 รายจะพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 38,122 ราย

ชลบุรีป่วยทะลุ 1.3 พัน
สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 3,079 ราย ยอดสะสม 83,803 ราย 2.ชลบุรี 1,369 ราย ยอดสะสม 33,491 ราย 3.สมุทรปราการ 990 ราย ยอดสะสม 39,367 ราย 4.นครศรีธรรมราช 782 ราย ยอดสะสม 14,336 ราย 5.นนทบุรี 724 ราย ยอดสะสม 23,293 ราย 6.ภูเก็ต 648 ราย ยอดสะสม 21,426 ราย 7.นครราชสีมา 587 ราย ยอดสะสม 12,208 ราย 8.สมุทรสาคร 573 ราย ยอดสะสม 10,657 ราย 9.ระยอง 481 ราย ยอดสะสม 9,245 ราย และ10.สุพรรณบุรี 474 ราย ยอดสะสม 5,860 ราย

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุมยืนยันไม่ได้มีการยกเลิกนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (ยูเซ็ป) เพราะโดยปกติมาตรการยูเซ็ปใช้ในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดกลุ่ม สีแดงมาตลอดอยู่แล้ว แต่ในส่วนของผู้ป่วย สีเขียวที่มีอาการเล็กน้อยสาธารณสุขก็จะตัดในส่วนนี้ออกไป ซึ่งหลังจากนี้ศบค. จะไปดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อไป โดยเน้นย้ำว่าในส่วนของผู้ป่วยสีเขียวที่ไม่มีอาการ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ป่วยสีเขียวเมื่อไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ทางโรงพยาบาลจะเบิกหัวละ 2,000-20,000 บาท ซึ่งเกินความเป็นจริง แต่ในส่วนของผู้ป่วยสีแดงที่มีอาการหนักสามารถเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ทันที โดยเน้นย้ำว่าผู้ป่วยสีเขียวที่ไม่มีอาการให้ดูแลและรักษาตัวที่บ้าน แต่หากมีอาการแน่นหน้าอกเมื่อใดให้รีบไปพบแพทย์ทันที

เข้าไทยลดเหลือ 2 หมื่นเหรียญ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือและเห็นชอบให้ลดวงเงินประกันสำหรับบุคคลที่เดินทางมาจากต่างประเทศทางอากาศ จากเดิม 50,000 เหรียญสหรัฐ ให้เหลือวงเงินไม่น้อยกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐ แต่ในส่วนผู้ที่เดินเข้าประเทศทางบก เช่น กรณีคนที่ข้ามด่านเข้ามาเพียง 2 วัน จะให้มีวงเงินประกันจำนวนเท่ากับทางอากาศที่มาอยู่หลายวันไม่ได้ ดังนั้นศปก.ศบค. จะไปหารือกันอีกครั้งวันที่ 24 ก.พ. ขณะเดียวกันนายกฯ ได้เน้นย้ำเรื่องการให้บริการ Call Center เบอร์ 1330 ให้ช่วยดูแลและเพิ่มบุคลากร เนื่องจากที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่กันต่อเนื่องอย่างเหนื่อยล้าจนจะหมดแรงแล้ว จึงจำเป็นต้องปรับระบบ เพราะเรื่องนี้นายกฯ เคยได้ทดลองโทร.เข้าไปและรับทราบปัญหาด้วยตัวเองแล้ว

‘อนุทิน’แจงดึงเที่ยว-ฟื้นศก.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดวงเงินประกันนักท่องเที่ยว เหลือ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจมาเที่ยวในไทยง่ายขึ้น โดยเวลานี้ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศมากกว่า ส่วนผู้ที่ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ มีอัตราหนึ่งต่อพัน ถือว่าน้อยมาก

นอกจากนั้นที่ประชุมพูดถึง สายด่วน 1330 ที่มีการปรับเพิ่มโอปะเรเตอร์ให้มากขึ้น ส่วนคู่สาย ที่มีประมาณ 3 พันสาย มีจำนวนเพียงพอ เรื่องนี้นายกฯ ได้เล่าว่า ลองโทรศัพท์แล้ว ได้ยินปลายสาย เสียงงัวเงีย ไม่สดใส จึงกำชับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สปสช.ไปแก้ไข และปรับปรุงเสียงโต้ตอบให้กระฉับกระเฉง เพราะคนที่โทร.มาก็มีความทุกข์อยู่แล้ว ขอบคุณทุกฝ่าย มูลนิธิเส้นด้าย หรือดาราอย่าง ได๋ ไดอาน่า ที่ช่วยสะท้อนปัญหาออกมา ยืนยันว่าเรามีเตียงพอ ไม่ว่าจะเป็นกทม. หรือในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่สธ.ดูแลโดยตรง ปลัดสธ.ยืนยันกับตนว่ามีความพร้อม

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ตั้งเงินประกันไว้ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ นายอนุทินกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ต้นตอโควิดอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นโรคที่อิมพอร์ตมา แต่ตอนนี้ต้องปรับ เพื่อให้ผู้ประกอบการและคนไทยดำเนินชีวิตได้ใกล้ปกติมากที่สุด โดยจะเริ่มวันที่ 1 มี.ค. ส่วนเรื่องการตรวจเชื้อแบบอาร์ที-พีซีอาร์ ที่ต้องตรวจในวันที่ 5 ที่อยู่ในไทย จะปรับเป็นการตรวจแบบเอทีเคแทน ซึ่งมีความแม่นยำระดับหนึ่ง และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

ต่อข้อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่ต้องขยายโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ยังรองรับได้ เรามีความพร้อมทุกด้าน และหากจำเป็นต้องขยายก็ทำได้ทันที เวลานี้จะควบคุมเรื่องผู้ป่วยอาการรุนแรง และผู้เสียชีวิตที่พยายามกดให้ต่ำเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามย้ำว่าคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ จะมีจำนวนมากที่สุดในเดือนไหน นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ปรับพฤติกรรมให้มากที่สุด และฉีดวัคซีนให้มากปาร์ตี้ให้น้อย หลีกเลี่ยงอยู่กับผู้คนในสถานที่แออัด ถ้าจะกดให้เป็นศูนย์จะต้องล็อกดาวน์ แต่ของเราเลยจุดนั้นมาแล้ว และเชื้อก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนตอนแรก เมื่อถามว่า นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประมาณการว่าเดือนเม.ย.นี้ น่าจะฉลองเทศกาลสงกรานต์ได้นายอนุทิน กล่าวว่า บ้านเรามีทุกเทศกาล คริสต์มาส ปีใหม่ ตรุษจีน พอจะดี ก็มาสงกรานต์อีก ดังนั้นต้องเชื่อหมอ ตราบใดที่อัตราการป่วยหนัก หรือเสียชีวิต อยู่ในระดับสีเขียว ก็สามารถดำเนินการได้ อย่าให้ทะลุถึงระดับสีส้ม ตอนนี้จึงต้องขอความร่วมมือกัน

100% – สสจ.พระนครศรีอยุธยา เร่งฉีด วัคซีนป้องกันโควิดให้กลุ่มเป้าหมายอีก 40 ราย ทำให้ตำบลบ้านรุน ฉีดวัคซีนเข็มแรกครบแล้ว 100% ที่รพ.สต.บ้านรุน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.

ไม่ได้ปิดตัวเลขติดเชื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมศบค.ได้พูดถึงตัวเลขจริงผู้ติดเชื้อ และต้องคูณห้าเท่าไป ตามที่มีข้อสังเกตหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายงานตามจริง ที่มีมาตรฐานอยู่แล้ว เราปิดไม่ได้เรื่องนี้ และข้อมูลไม่ได้มาจากกระทรวงสาธารณสุขที่เดียว มีหน่วยงานอื่นยืนยันด้วย ฉะนั้นปิดไม่ได้ ที่เห็นอยู่เป็นของจริงทั้งนั้น เมื่อถามว่าขณะนี้ศิลปิน ดารา ติดเชื้อจำนวนมาก จะต้องปรับการถ่ายทำรายการหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรามีมาตรการ VUCA คือ วัคซีน, ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา, ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึง, ตรวจ ATK กันทุกคน อยู่ที่ทำหรือไม่ทำ และต้องทำจากผู้ประกอบการ โควิด ฟรีเซ็ตติ้ง ถ้าทำได้ก็ลดความเสี่ยง

ส่วนกรณีครม.มีมติชะลอคำสั่งสธ. ให้ยกเลิกยูเซ็ปออกไปก่อน นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องการรักษาระบบความมั่นคงของสาธารณสุข เพื่อให้เกิความมั่นใจ เพราะจำนวนคนติดเชื้อในแต่ละวันมากขึ้น จึงต้องให้เกิดความมั่นใจว่าถ้าต้องการเตียง หรือไปโรงพยาบาล เรามีพร้อม คือหลักการของกระทรวงสาธารณสุข ที่นำเสนอ แต่ครม.ก็มีสิทธิที่จะมีความห่วงใย

“ยืนยันว่าในครม.ไม่มีการตีตกหรือตีกลับ อย่าไปเข้าใจผิด ไม่ได้ยกเลิกข้อเสนอของสธ. ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงแต่ขอให้ไปพิจารณาทำความเข้าใจกับประชาชนก่อน จะได้ไม่สับสน” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่าวันนี้ตัวเลขติดเชื้อโควิดสูงขึ้นกว่า 2 หมื่นคน ศบค.จะมีมาตรการอะไร เพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเน้นว่าอย่าให้มีการเจ็บป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต อย่าให้เพิ่มขึ้น เราต้องโฟกัสไปที่จุดที่สำคัญที่สุด คือต้องไม่เจ็บป่วยรุนแรงและต้องไม่เสียชีวิต ส่วนเรื่องการติดเชื้อนั้น ปกติคนก็ต้องทำงานและมีกิจกรรมก็ต้องระมัดระวัง ถ้าจะควบคุมการติดเชื้อให้มากที่สุด หรือควบคุมความเสียหาย ก็ต้อง ฉีดวัคซีนเข็มบูตเตอร์ จะเข็ม 3 หรือเข็ม 4 ก็แล้วแต่

กำชับความปลอดภัยในร.ร.
ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้น โดยให้ดำเนินมาตรการดูแลเหมือนเดิม และเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติตามสถานการณ์ นอกจากนั้นเน้นย้ำเรื่องการรักษาตัวที่บ้าน หรือที่ศูนย์พักคอยชุมชน ขณะที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ

นายสาธิตกล่าวว่า ที่ประชุมสั่งการให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.และจังหวัดอื่น เพิ่มศูนย์พักคอยชุมชน ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการรักษาตัวที่บ้าน และแยกรักษาที่โรงแรม ซึ่งการรักษารูปแบบนี้มีลักษณะคล้ายกับการกักตัวในโรงแรม ที่มีก่อนหน้านี้ โดยจะมี โรงพยาบาลของรัฐ เข้าไปช่วยดูแลผู้ติดเชื้อ

นอกจากนั้นที่ประชุมกำชับหน่วยงานเกี่ยวข้อง เรื่องการจัดสอบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยเฉพาะสถานที่สอบ ต้องมีความปลอดภัย หากพบว่าเด็กที่มาสอบติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการจะจัดพื้นที่แยกสอบ โดยผู้คุมการสอบ ต้องสวมชุดพีพีอีป้องกัน แต่ถ้าพบว่าผู้ติดเชื้อมีอาการสีแดงจะไม่ให้สอบต่อโดยจะส่งตัวนำไปรักษาทันที และพิจารณาให้ไปสอบในภายหลัง ทั้งนี้ที่ประชุมเน้นย้ำให้เคร่งครัดมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเปิดเรียนในที่ตั้ง

7 ผอ.เขต-1 ผอ.สำนักเสี่ยงสูง
ที่ศาลาว่าการกทม. สำนักประชาสัมพันธ์กทม. ชี้แจงว่า นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะกำกับดูแลกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ พบเชื้อโควิด โดยมีไข้ และไอ หลังจากไปร่วมงาน มอบทุนประกอบอาชีพเพื่อช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก ที่มี พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ช่วงเวลา 08.30-13.00 น. ที่โรงเรียนมีนบุรีศึกษา ที่ผ่านมา และได้รับผลยืนยันการตรวจหาเชื้อแบบ อาร์ที-พีซีอาร์ พบว่า ผลเป็นบวก และก่อนตรวจหาเชื้อ ได้รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน กับพล.ต.อ.อัศวิน นายทินกร ปลอดภัย ผู้ช่วยเลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. นายนพ ชูสอน ผอ.เขตบางกะปิ นายสุชัย อมรดารารัตน์ ผอ.เขตสะพานสูง น.ส.นราทิพย์ ผินประดับ ผอ.เขตบึงกุ่ม นายกณิศ บัวจันทร์ ผอ.เขตคันนายาว นายพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผอ.เขตคลองสามวา นายไพโรจน์ จันทรอด ผอ.เขตมีนบุรี นายธนะสิทธิ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตลาดกระบัง และนายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผอ.สำนักการระบายน้ำ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทันที

ผลตรวจผู้ว่าฯอัศวินเป็นลบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุม ศบค. พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯ กทม. ที่เข้าร่วมประชุมด้วย ได้เดินทางกลับทันที พร้อมตรวจ อาร์ที-พีซีอาร์ โดยมีผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อ ส่วนร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก ผู้ว่าฯ กทม. ก็ได้ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ โดยผลออกมาเป็นลบ ทั้งนี้ พล.อ.อัศวิน และร.ต.อ.พงศกรจะกักตัวตามมาตรการ จนครบ 7 วัน และจะตรวจเอทีเคซ้ำเป็นระยะๆ

กทม.เร่งเบ่งเตียงรับป่วยพุ่ง
ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการเตรียมสถานที่รองรับผู้ติดเชื้อใน กทม.หลังมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา จำนวนเฉลี่ยผู้ติดเชื้อในกทม.อยู่ที่ประมาณ 3,000 คน โดยนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สั่งการตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาให้เพิ่มศูนย์รองรับ ขณะนี้สมมติว่าศูนย์พักคอยที่มี 100% ใช้ไปประมาณ 60% เหลือ 40% จึงให้ไปเพิ่มเพื่อรองรับให้ได้อีก 50% เพื่อทดแทนส่วนที่ใช้ไป ยืนยันว่าศูนย์พักคอยมีพอแน่นอน ในส่วนของโรงพยาบาล เตียงค่อนข้างเหลือน้อย แต่ยังไม่น่าหนักใจเนื่องจากเป็นผู้ป่วยสีเขียวจำนวนมาก มีอาการไม่รุนแรง เราก็ต้องตรวจตลอดเพื่อความไม่ประมาท

ผู้สื่อข่าวถามว่าโรงพยาบาลสังกัดกทม. เบ่งเตียงได้หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า พยายามเบ่งเตียงอยู่ และทำไอซียูโมดูลาร์ เพื่อแยกผู้ป่วยสีเขียว สีแดง เช่นที่ ร.พ.ราชพิพัฒน์ มีเอกชนมาช่วยดำเนินการ รองรับผู้ป่วยสีแดงได้ถึง 40 เตียง และรองรับผู้ป่วยได้ทันที

เมื่อถามว่าขณะนี้มีภาพปรากฏว่ามีผู้ป่วยในกทม.ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจำนวนมาก พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ไม่มี และผู้ป่วยติดเชื้อยังโทร.แจ้งได้ โดยศูนย์เอราวัณของ กทม. มีรถรับส่ง แต่ต้องยอมรับว่าในกรณี ผู้ป่วยสีเขียวบางคน ถ้าให้ไปอยู่ร.พ.สนาม ศูนย์พักคอยชุมชนก็จะไม่ไป เพราะอยากไปร.พ. หรือรักษาตัวที่โรงแรม เพราะสะดวกสบายกว่า ยืนยันว่าดูแลอย่างทั่วถึง

ด้านเพจ Survive – สายไหมต้องรอด อาสาสมัครที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทีมสายไหมต้องรอด ของดหาเตียงให้ชั่วคราวก่อน เพราะเตียงเต็มหมดแล้วทุกที่ ส่วนผู้ป่วยวิกฤต เรายังพร้อมช่วยเหมือนเดิม

นายกฯปลื้มภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี พอใจการดำเนินโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจขยับเพิ่มเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวมากขึ้นโดยยอดรวมนักท่องเที่ยวตั้งแต่เปิดโครงการ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 22 ก.พ.2565) มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า 333,784 คน สร้างรายได้ให้ภูเก็ตในทางตรงกว่า 18,000 ล้านบาท และทำให้มีเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท ถือเป็นผลสำเร็จของรัฐบาล และ ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนทุกคน ที่ได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ สนใจเดินทางมาท่องเที่ยว

5 ขวบติดโควิดแสนคน
ขณะที่ นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย แถลงการดูแลป้องกันเมื่อเด็กปฐมวัยติดเชื้อโควิด-19 ว่า ขณะนี้แนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 กำลังสูงขึ้น ซึ่งในกลุ่มเด็กปฐมวัยอายุ 0-5 ขวบก็พบการติดเชื้อสูงตามกลุ่มวัยอื่นๆ เช่นกัน เฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เด็กอายุ 0-5 ขวบ ติดเชื้อถึงสัปดาห์ละ 6 พันกว่าราย ซึ่งตั้งแต่ระลอกล่าสุดจากโอมิครอนช่วงเดือนม.ค. การติดเชื้อจะอยู่ที่ประมาณสัปดาห์ละ 1 พันกว่าราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อดูย้อนหลังจากระลอก เม.ย.2564-17 ก.พ.2565 มีการติดเชื้อสะสม 107,059 ราย คิดเป็น 5% จากการติดเชื้อทั้งหมดทุกกลุ่มกว่า 2 ล้านราย พบเด็กเสียชีวิต 29 ราย จากการมีโรคประจำตัว ส่วนช่วงอายุ 0-1 ขวบ 2 ขวบ 3 ขวบ 4 ขวบ และ 5 ขวบ มีการติดเชื้อประมาณ 2 หมื่นราย ไม่ได้แตกต่างกันมาก

“สาเหตุการติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กปฐมวัย คือการสัมผัสใกล้ชิดกันในครอบครัวที่รับเชื้อมาจากนอกบ้าน และเรายังไม่มีวัคซีนสำหรับเด็กอายุ 0-5 ขวบ จึงต้องใส่ใจสุขอนามัยในเด็กเล็ก ขอแนะนำว่าในบ้านถ้ามีกลุ่มเปราะบาง ควรมีการประเมินตนเอง หากพบว่าเสี่ยงสูง ควรตรวจด้วยเอทีเค ว่าติดเชื้อหรือไม่ เพราะอาจไม่มีอาการ ส่วนการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่พบว่าทำได้ต่ำกว่า 50% เช่น การใช้อุปกรณ์ส่วนตัวแยกกับผู้อื่น ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่จับร่วมกัน ไม่กินอาหารร่วมกัน และที่แทบทำไม่ได้เลย คือการแยกใช้ห้องน้ำ ก็เข้าใจว่ามีห้องน้ำเดียวในบางบ้าน จึงจำเป็นที่จะต้องระมัด ระวังในจุดสัมผัสและทำความสะอาดบ่อยๆ” นพ.เอกชัยกล่าว

แนะสอนเด็กดูแลสุขภาพ
ด้าน นพ.ธีรชัย บุญยะลีพรรณ รอง ผอ.สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กล่าวว่า การดูแลเด็กปฐมวัยต่ำกว่า 5 ขวบที่ติดโควิดนั้น กรณีเด็กและผู้ปกครองติดเชื้อทั้งคู่ จะให้รักษาเป็นกลุ่มครอบครัว ไม่ว่าเข้า ร.พ.หรือเข้าฮอสปิเทล หรือ ซีไอ ผู้รักษาจะจัดให้เด็กอยู่เป็นครอบครัว อบอุ่นในการดูแล หากเด็กติดเชื้อผู้ปกครองไม่ติดเชื้อ กรณีเด็กเล็กดูแลตัวเองไม่ได้ อนุญาตให้พ่อแม่เข้าไปด้วย ส่วนใหญ่จะเลือกแม่ ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่หากเลือกปู่ย่าตายายหรือมีโรคประจำตัวเรากังวลจะทำให้ติดเชื้อไปด้วย ซึ่งเราพยายามไม่ให้กลุ่มนี้มาดูแลเด็ก แต่ผู้ปกครองต้องเรียนรู้วิธีป้องกันติดเชื้อ ซึ่งที่ผ่านมามีเด็กติดเชื้อเข้ารักษาใน ร.พ. มีพ่อแม่ผู้ปกครองอาสาเข้าไปดูแลจำนวนมาก เกือบทั้งหมดไม่ติดเชื้อตามไปด้วย หากดูแลตัวเองอย่างดี ส่วนกรณีเด็กไม่ติดเชื้อ แต่พ่อแม่ติดเชื้อ หากมีญาติตามมารับเด็กไปดูแลได้จะดีที่สุด กรณีฉุกเฉินหาคนเลี้ยงไม่ได้ ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยินดีรับเด็กไปดูแลที่บ้านพักฉุกเฉินจนกว่าจะมีญาติมารับ

ติดโควิด – 2 พระเอกหนุ่มคนดัง เกรท วรินทร และอาเล็ก ธีรเดช โพสต์ภาพข้อความประกาศว่า ตัวเองติดเชื้อโควิด และเข้า Home Isolation เพื่อรับการรักษาแล้ว ขณะที่คนในวงการบันเทิงป่วยโควิดกันระนาว เมื่อวันที่ 23 ก.พ.

2 ส.ส.ติดโควิด
วันเดียวกัน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้มี ส.ส. ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย คือ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) และนายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และก่อนหน้านี้พบผู้สื่อข่าวและช่างภาพประจำรัฐสภาติดเชื้อ 3 ราย

พระเอก‘เกรท-อาเล็ก’ติดโควิด
ส่วนวงการบันเทิงยังพบดารานักร้องติดเชื้อโควิด-19 กันต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มี หน่อย บุษกร พระเอก เจมส์ จิรายุ และ เจ้าหญิงวงการบันเทิง แอน ทองประสม ซึ่งมีภาพไปในงานเดียวกันก็ประกาศติดโควิดเช่นกัน รวมทั้งนักร้องเจ เจตริน, ส้ม มารี และพระเอกดาวรุ่ง จ๊อบ ธัชพล และป๊อป ฐากูร การทิพย์ ก็แจ้งผลติดโควิดด้วยเช่นกัน

ล่าสุด 2 พระเอกชื่อดัง เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์ และ อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ ได้แจ้ง ติดเชื้อโควิดเช่นกัน หลังจากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงก่อนหน้า โดยทั้งคู่ได้รักษาตัวอยู่ที่บ้าน มีแพทย์คอยให้คำแนะนำในการดูแลรักษาแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน