ตั้งชื่อมีสีบังหน้ารายใหญ่สายไหม
ตำรวจ ปส.เปิดยุทธการสยบไพรี 65/7 บุกค้นชุมชนสายไหมทลายเครือข่าย ‘เสธ.เหวย’ค้ายาออนไลน์ รวบ 10 ผู้ต้องหาตามยึดทรัพย์ 8 ล้าน ขณะที่ บช.น.โชว์ฟอร์ม 2 คดีเจ๋ง ‘สืบ2’ แกะรอยจับโจ๋ 16 จนมุมพร้อมกัญชา 1 ตันที่เมืองมะขามหวาน ‘สืบ3’ ขยายผลจับยาบ้า 4 พันเม็ดสัปดาห์ก่อน ตามรวบ 2 หนุ่ม 1 สาวคาคอนโคฯ ที่ปทุมฯ พร้อมไอซ์-ยาเคเพียบ
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ตลาดวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. พล.อ.ท.ก้องเกียรติ อารีรักษ์ ที่ปรึกษา ศปป.2 กอ.รมน. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1 และ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2 แถลงผลตรวจค้นเป้าหมาย 22 จุดเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ “เสธ.เหวย” ภายในชุมชนสายไหม จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 10 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่า 8,060,380 บาท แยกเป็นตึกแถว 2 ชั้น 1 คูหา ทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว 1 หลัง รถยนต์ 3 คัน รถจยย. 2 คัน และเงินสด 31,380 บาท
พล.ต.ต.พรพิทักษ์เผยว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. เจ้าหน้าที่ นปส.นานา เข้าจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดเครือข่าย “เสธ.เหวย” ซึ่งตั้งชื่อให้คล้ายทหาร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กลุ่มลูกค้า โดยยึดยาบ้าได้ 111,828 เม็ด ไอซ์ 52.46 กรัม ยาอี 26 เม็ด ก่อนสอบสวนขยายผลนาน 3 เดือน กระทั่งออกหมายจับ ผู้เกี่ยวข้องได้อีก 12 ราย ที่ไปรับยาเสพติดมาจากเครือข่ายดังกล่าวนำไปขายให้กลุ่มวัยรุ่นในชุมชนสายไหม ทั้งนี้ ผู้ต้องหากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อย ครอบครองยาเสพติดของกลางไม่มาก แต่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ถือเป็นภัยใกล้ตัวต้องเร่งจัดการ จึงร่วมกันบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการครั้งนี้จนจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 10 คน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายา ตัดวงจรเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอีกด้วย
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่บช.น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.ณเอก เนตรจรัสแสง พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก พ.ต.ท.สุทธิเดช โอฬาริ รอง ผกก.สส.บก.น.2 ร่วมกันจับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งน้ำหนักรวม 1,056 กิโลกรัม รถยนต์ 2 คัน แผ่นป้ายทะเบียนรถ 4 แผ่น โดยจับกุมได้ที่ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ช่วงหลักก.ม.ที่ 239 ฝั่งขาเข้า กทม. ต.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรับแจ้งจากสายลับว่านายเอร่วมกับพวกซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดและมีจำนวนเท่าใด ใช้รถตู้นั่งสี่ตอนยี่ห้อฮุนได เอช 1 สีเทา, รถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเซียส สีขาว และรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่นอีกหลายคัน ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาซุกซ่อนในพื้นที่เขตสายไหม กทม. เพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าทั้งในพื้นที่กทม.และจังหวัดใกล้เคียงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนจนพบว่านายเอกับพวกพักอาศัยอยู่ที่เคหะออเงิน แขวงออเงิน เขตสายไหม และติดตามพฤติกรรมจนทราบว่าลักลอบลำเลียงยาเสพติดจริง ต่อมาวันที่ 22 ก.พ.ขับรถจากกทม.ไป จ.นครพนม กระทั่ง 24 ก.พ.ขับรถกลับเข้ากทม. และจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่รถยนต์ฮุนไดหลบหนี ก่อนถูกจับกุมได้บริเวณก.ม.ที่ 239 ถนนสระบุรี-หล่มสัก ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ตรวจสอบพบของกลางเป็นกัญชาอัดแท่ง 24 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,056 กิโลกรัม อยู่ภายในรถตู้ซึ่งดัดแปลงสภาพ นำเบาะโดยสารออกทั้งหมดเพื่อใช้ลำเลียงยาเสพติด
จากการสอบสวนเคยมีประวัติก่อเหตุพื้นที่สน.คันนายาว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาแท่ง) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดี
อีกคดี พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รองผบก.น.3 สั่งการ พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สส.บก.น.3 ชุดสืบสวนบก.น.3 และชุดปส.บก.น.3 จับกุม น.ส.นฤมล หรือ สาว อายุ 30 ปี นายศสิกร หรือ แบงค์ อายุ 28 ปี และนายธวัชชัย หรือ อ๊อฟ อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 15 ก.ก. และเคตามีนน้ำหนัก 3 ก.ก. โดยจับกุมได้ที่อาคารจอดรถคอนโดฯ แห่งหนึ่งใน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 23 ก.พ.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลและสืบสวน จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสามลักลอบขนและจำหน่ายแพร่กระจายยาเสพติด โดยขยายผลจากยาบ้า 4,000 เม็ด เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นำยาเสพติดไปเก็บซุกซ่อนไว้ที่คอนโดฯ ดังกล่าว ใช้รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีทอง ทะเบียน 1 ขท-7264 กทม. และรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ สีเทา ทะเบียน 1 ขธ-3641 กทม. และรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กฉ-7275 ภูเก็ต เป็นยานพาหนะขนส่งยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งให้เฝ้าสังเกต กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามพร้อมของกลางยาไอซ์และเคตามีนได้ในเวลาต่อมา
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) และร่วมกันครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ดำเนินคดี