สธ.ยันมีสำรอง‘ฟาวิพิราเวียร์’
ยอดผู้ป่วยโควิดยั้งไม่อยู่ ทำนิวไฮทุกวัน 4 จังหวัดยอดป่วยเกินพัน กทม.ติดเชื้อเพิ่ม 3.2 พัน ปลัดสธ.ย้ำเพิ่มดูแลแบบผู้ป่วยนอก 1 มี.ค. เตรียมพร้อมเข้าสู่โรคประจำถิ่น โคราชน่าห่วงพุ่งต่อเนื่องจนต้องปิด 4 หมู่บ้าน ร.พ.มหาราชฯ เหลือเตียงแค่ 19% เร่งเปิดร.พ.สนาม-สถานกักตัวในชุมชนทั้ง 32 อำเภอ นครศรีฯ ตัวเลขกระฉูดวันเดียว 1,028 ราย ไร้แนวโน้มลดลง ภูเก็ตผ่อนคลายปิดผับบาร์ ปรับเป็นร้านอาหารขายสุราได้ถึง 5 ทุ่ม ผวาคลัสเตอร์บ้านหนองหมี จ.บุรีรัมย์ ตรวจเจอป่วย 20 ราย เสี่ยงสูงเพียบ

4 จังหวัดติดเชื้อเพิ่มเกินพัน
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้ประเทศไทยมี ผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 22 นับจากการระบาดระลอก 1 ม.ค. 2565 มีรายงานติดเชื้อ 25,615 ราย สะสม 2,844,897 ราย หายป่วย 14,641 ราย สะสม 2,621,004 ราย เสียชีวิต 40 ราย สะสม 22,849 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 201,044 ราย อยู่ใน ร.พ. 83,703 ราย อยู่ ร.ซพ.สนาม HI CI 117,341 ราย มีอาการหนัก 965 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 263 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อเข้าข่าย จากผลตรวจเอทีเค 21,934 คน

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 40 ราย มาจาก 25 จังหวัด ได้แก่ กทม. นครราชสีมา สุรินทร์ ราชบุรี จังหวัดละ 3 ราย, นครปฐม สมุทรปราการ อุตรดิตถ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช ชลบุรี จังหวัดละ 2 ราย และ นนทบุรี บุรีรัมย์ มุกดาหาร หนองคาย อุบลราชธานี เชียงใหม่ เชียงราย อุทัยธานี ตรัง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี ระยอง และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 23 ราย หญิง 17 ราย อายุ 36 – 105 ปี เฉลี่ย 78 ปี โดยเป็น ผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 97%

ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 3,234 ราย 2.ชลบุรี 1,310 ราย 3.นนทบุรี 1,129 ราย 4.สมุทรปราการ 1,118 ราย 5.นครราชสีมา 866 ราย 6.นครศรีธรรมราช 813 ราย 7.นครปฐม 793 ราย 8.ราชบุรี 770 ราย 9.ภูเก็ต 698 ราย และ 10.พระนครศรีอยุธยา 692 ราย

เผย 46 จว.ป่วยใหม่เกิน 100
รายชื่อจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 46 จังหวัด คือ สมุทรสาคร 671 ราย, ปทุมธานี 625 ราย, ระยอง 542 ราย, บุรีรัมย์ 565 ราย, ขอนแก่น 524 ราย, ชัยภูมิ 461 ราย, สุพรรณบุรี 451 ราย, ฉะเชิงเทรา 428 ราย, ปราจีนบุรี 379 ราย, กาญจนบุรี 376 ราย, สุราษฎร์ธานี 348 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 341 ราย, สุรินทร์ 317 ราย, ร้อยเอ็ด 308 ราย, กำแพงเพชร 288 ราย, สระบุรี 279 ราย, เชียงใหม่ 270 ราย, นครสวรรค์ 269 ราย, สงขลา 254 ราย, สุโขทัย 245 ราย, อุบลราชธานี 243 ราย, มหาสารคาม 209 ราย, กระบี่ 206 ราย, ยะลา 205 ราย, เพชรบุรี 201 ราย

กาฬสินธุ์ 197 ราย, ลพบุรี 190 ราย, หนองคาย 187 ราย, จันทบุรี 185 ราย, ปัตตานี 184 ราย, พัทลุง 183 ราย, ชุมพร 181 ราย, นครพนม 172 ราย, พิษณุโลก 164 ราย, เพชรบูรณ์ 162 ราย, ตาก 158 ราย, สมุทรสงคราม 158 ราย, สระแก้ว 158 ราย, นครนายก 157 ราย, นราธิวาส 147 ราย, อุตรดิตถ์ 145 ราย, อ่างทอง 141 ราย, อุดรธานี 132 ราย, สตูล 125 ราย, ศรีสะเกษ 121 ราย และยโสธร 120 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อหลักหน่วยมี 1 จังหวัดคือ ลำพูน 9 ราย สำหรับลำปาง รายงาน 0 ราย

ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 189 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 166 ราย ใน 37 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 24 ราย, เมียนมา 23 ราย (ลักลอบเข้าประเทศ), สิงคโปร์ 13 ราย, เยอรมนี ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ประเทศละ 8 ราย, สวีเดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศละ 7 ราย, ออสเตรเลีย อังกฤษ ประเทศละ 6 ราย เป็นต้น ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 84 ราย แซนด์บ็อกซ์ 45 ราย ระบบกักตัว 14 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 23 ราย

สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-25 ก.พ.นี้ จำนวน 176,183 ราย รายงานติดเชื้อ 4,233 ราย คิดเป็น 2.4% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 114,843 ราย ติดเชื้อ 1,317 ราย คิดเป็น 1.15% แซนด์บ็อกซ์ 52,936 ราย ติดเชื้อ 2,674 ราย คิดเป็น 5.05% และกักตัว 8,404 ราย ติดเชื้อ 242 ราย คิดเป็น 2.88%

การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 25 ก.พ. ฉีดได้ 380,104 โดส สะสมรวม 123,159,238 โดส เป็นเข็มแรก 53,448,659 ราย คิดเป็น 76.8% ของประชากร เข็มสอง 49,673,510 ราย คิดเป็น 71.4% ของประชากร และเข็มสาม 20,037,069 ราย คิดเป็น 28.8% ของประชากร

นายกฯสั่งกองทัพตั้งCI-ร.พ.สนาม
ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อมปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมประชุมกับทุกเหล่าทัพ ตำรวจและ กอ.รมน. ผ่านระบบ VTC เพื่อติดตามสถานการณ์และสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤตโควิดที่พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนมากขึ้น

รมช.กลาโหมกล่าวย้ำว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ขอบคุณกำลังพลที่ร่วมหมุนเวียนบริจาคโลหิตต่อเนื่องแล้ว กว่า 70 ล้านมิลลิลิตร ยามวิกฤตขาดแคลนโลหิตในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้มากที่ผ่านมา ทั้งนี้นายกฯ ยังกำชับสั่งการทุกเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ ให้คงความเข้มข้นสกัดกั้นและทำลายเครือข่ายการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ให้ถึงผู้นำพาและผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดไม่มียกเว้น

พร้อมกันนี้ ขอให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมสนับสนุนศบค. ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโอมิครอน ซึ่งพบผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น โดยขอให้ทุกเหล่าทัพเตรียมร.พ.สนาม ทั่วประเทศกว่า 8,500 เตียง และหน่วยทหาร ที่จัดทำเป็นแยกกักตัวชุมชน (CI) กว่า 50 แห่ง รวมกว่า 3,200 เตียง ให้พร้อมใช้งานทันที และจัดเตรียมระบบขนส่งรับตัวผู้ป่วยแยกจากชุมชนออกสู่การรักษา (ศูนย์การเคลื่อนย้าย) รวมทั้งขอให้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ระดับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขตและทุกจังหวัด เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขรองรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในวงกว้าง

สธ.หนุนโควิดสู่โรคประจำถิ่น
ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการเพิ่มระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอก ที่จะเริ่มวันที่ 1 มี.ค.นี้ว่า การดูแลผู้ติดเชื้อโควิดแบบผู้ป่วยนอกเป็นบริการเพิ่มเติมจากระบบปกติ ไม่ได้มีการยกเลิกระบบการดูแลรักษาที่บ้านหรือชุมชน (HI/CI) ดังนั้นหากผลตรวจหาเชื้อเป็นบวกยังสามารถติดต่อเข้าระบบ HI/CI ได้ปกติ แต่ที่เพิ่มการดูแลแบบผู้ป่วยนอก เพื่อรองรับกรณียังเข้าระบบ HI/CI ไม่ได้ หรือยังไม่ได้รับการติดต่อ เป็นทางเลือกให้สามารถไปรับบริการที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ในลักษณะผู้ป่วยนอกได้ จะทำให้ได้รับการตรวจวินิจฉัย จ่ายยารักษาตามระดับอาการอย่างเหมาะสม และให้คำแนะนำในการกลับไปแยกกักรักษาที่บ้าน ซึ่งรายละเอียด ขั้นตอน และหลักเกณฑ์ต่างๆ อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ 3 แห่ง คือ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า การเพิ่มบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอกสามารถทำได้ เนื่องจากโรคโควิด-19 ที่พบในปัจจุบันเป็นสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่ง 90% ไม่มีอาการหรืออาการน้อย ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในร.พ. ขณะเดียวกันราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยออกคำแนะนำการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กเบื้องต้นแล้วว่า สามารถตรวจรักษาในลักษณะผู้ป่วยนอกได้ จึงเป็นที่มาของการเพิ่มแนวทางการดูแลดังกล่าว ซึ่งจะครอบคลุมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ถือเป็นการขับเคลื่อนเพื่อเตรียมการปรับเปลี่ยนโรค โควิด-19 จากการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปสู่โรคประจำถิ่น (Endemic)

“การไปรับบริการแบบผู้ป่วยนอกโควิดวันที่ 1 มี.ค.นี้ เบื้องต้นสามารถไปรับบริการได้ทุกที่ เนื่องจากยังคงประกาศให้โรค โควิด -19 เป็นโรคฉุกเฉินภายใต้สิทธิ UCEP COVID อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือกับกองทุนสุขภาพแต่ละกองทุนถึงแนวทางการเบิกจ่ายค่าบริการโควิด-19 แบบผู้ป่วยนอกให้เหมาะสมต่อไป” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

ภูเก็ตเปิดขายสุราได้ถึง 5 ทุ่ม
ที่ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประชุมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจ.ภูเก็ต ตามความเห็นชอบของมติที่ประชุม คำสั่งจ.ภูเก็ตที่ 1403/2565 เรื่อง ผ่อนคลายมาตรการปิดสถานที่และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ลงวันที่ 25 ก.พ. 2565 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ในส่วนของคำสั่งมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค อนุญาตให้ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามปกติ กรณีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม จะเปิดให้บริการได้เฉพาะร้านที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration) ในระดับ SHA PLUS ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือผ่านการตรวจมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยป้องกันโรคโควิด-19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ (Thai Stop Covid 2 Plus) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยแล้วเท่านั้น และให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น.

สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันยังคงความจำเป็นให้ปิดดำเนินการไว้ก่อน กรณีผู้ประกอบการได้เตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแล้ว และประสงค์จะปรับรูปแบบของสถานที่ดังกล่าวเพื่อการให้บริการลักษณะที่เป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม จะต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินความพร้อมของสถานที่ บุคลากร และการจัดการตามมาตรฐานมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่กำหนด และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้การให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าว ที่ได้รับการปรับรูปแบบเป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น.

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในการควบคุมการระบาดของสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ประกอบการ พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และตรวจคัดกรองด้วย ATK ทุก 7 วัน โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting)

โรงเรียนและสถานศึกษาทุกประเภท ที่มีความพร้อมเปิดการเรียนการาสอนแบบชั้นเรียน ต้องปฏิบัติตามมาตรการ โดยสุ่มตรวจทุก 7 วัน กรณีเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้แยกกับตัวที่บ้าน หรือสถานที่ตามคำแนะนำของหน่วยบริการสาธารณสุขเป็นเวลา 7 วัน และให้ติดตามสังเกตอาการอีก 3 วัน และกรณีเป็นผู้สัมผัสเสียงต่ำให้สังเกตอาการ และประเมิน Thai Stop Covid (TST)

กรณีการจัดสอบให้ประสานหน่วยบริการสาธารณสุขในการคัดกรองและให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดจัด ให้มีพื้นที่แยกสำหรับการจัดสอบเป็นสัดส่วน แยกกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และกลุ่ม ผู้ติดเชื้อ เน้นการระบายอากาศที่ดี โดยให้จัดที่นั่งสอบมีระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร และปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคของสาธารณสุขโดยเคร่งครัด

นครศรีฯยอดติดเชื้อยังสูง
ที่จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจ.นครศรีธรรมราช รายงานถึงคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ว่า วันที่ 26 ก.พ. มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 1,028 ราย รวมยอดสะสมในระลอกมกราคม 2565 จำนวน 18,841 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมยอดสะสม 26 ราย พื้นที่ที่มีผู้ป่วยสูงสุดอ.เมือง

ขณะที่นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) นครศรีธรรม ราช มีการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางในการบริหารสถานการณ์เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยเน้นย้ำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงได้เร่งเข้ารับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไม่ให้รุนแรง ขณะนี้มีวัคซีนมากพอสำหรับทุกกลุ่ม สามารถฉีดวัคซีนได้ที่ร.พ., รพ.สต., หรือที่บริเวณจุดให้บริการต่างๆ ได้

ในส่วนของประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วย ATK พบว่าผลตรวจเป็นบวก แจ้งผลตรวจได้ที่ร.พ.ใกล้บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), รพ.สต., ผู้นำชุมชน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืออำเภอในพื้นที่ เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาตามอาการ ส่วนข้อกังวลเรื่องจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยนั้นได้เตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วยไว้ รวม 2,700 เตียง เป็นเตียงในร.พ.ประจำอำเภอ 1,350 เตียง และเตียงในร.พ.สนาม 1,350 เตียง

โคราชเร่งเปิดร.พ.สนาม
ที่นครราชสีมา คณะกรรมการโรคติดต่อจ.นครราชสีมา รายงานสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ล่าสุดวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 835 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่มีผลตรวจ RT PCR 717 ราย ผลตรวจ ATK 118 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ชาย อายุ 67 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.พิมาย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมแล้ว 15,908 ราย รักษาหายแล้ว 9,235 ราย ยังรักษาอยู่ 6,635 ราย เสียชีวิต 38 ราย

ส่วนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในร.พ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งมีเตียงอยู่ทั้งหมด 262 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ามารักษาแล้ว 210 เตียง ยังคงเหลือเตียงว่างอยู่ 52 เตียง ทำให้เหลือเตียงว่างเพียง 19.85% เท่านั้น ส่วนสถานการณ์เตียงในร.พ.ของรัฐ และร.พ.เอกชนทั้งจังหวัด รวม 45 แห่ง มีเตียงรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมด 2,782 เตียง มีผู้ป่วยครองเตียงแล้ว 1966 เตียง ยังคงเหลือเตียงว่างอยู่ 544 เตียง หรือเหลือเตียงว่างเพียง 21.70% เท่านั้น โดยขณะนี้ จ.นครราชสีมา ได้เปิดร.พ.สนาม 3 แห่ง คือ ร.พ.สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา, ร.พ.ค่ายสุรนารี และ ร.พ.บุษราคัม อ.ปากช่อง รวม 489 เตียง รับผู้ป่วยไปแล้ว 286 เตียง และสถานที่แยกกักในชุมชนทั่วทั้ง 32 อำเภอ จำนวน 255 แห่ง รวม 8,200 เตียง รับผู้ป่วยไปแล้ว 1,597 เตียง

ทั้งนี้จากสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 ในจ.นครราชสีมา ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้ระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-11 ขวบ ภาพรวมฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว 32,327 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 22.10 จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 146,293 ราย และกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ฉีดเข็มที่ 3 กระตุ้นไปแล้ว 176,635 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.10 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 676,634 ราย

วันเดียวกัน นายสมชาย ภิญโญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมนางพัชราวรรณ นรากิจพงศ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา เขต อ.แก้งสนามนาง นาย ศุภศาสตร์ เพียงพานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บึงพะไล อ.แก้งสนามนาง ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้นำชุมชนและอสม. เพื่อนำไปจ่ายแจกให้กับกลุ่มเสี่ยง โดยเป็นชาวบ้านหนองโคบาล หมู่ 6 บ้านห้วยยาง หมู่ 7 บ้านหนองโพธิ์ หมู่ 10 ต.บึงพะไล ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอ (ศปก.อ.) แก้งสนามนาง มีคำสั่งให้ปิด 4 หมู่บ้าน จนถึงวันที่ 28 ก.พ นี้ เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์โรงเรียนบ้านโนนรัง อ.แก้งสนามนาง มีผู้ป่วยสะสมทั้งกลุ่มนักเรียนและครอบครัว 56 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 400 ราย

ตรวจซ้ำพ่อค้าแม่ค้าตลาดใหญ่
ที่จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับเทศบาลนคร ตรวจหาเชื้อพ่อค้าแม่ค้าตลาดเทศบาล 3 หรือตลาดใหญ่กว่า 400 คน ซึ่งถูกสั่งปิดตลาดในรอบเดือนถึง 2 ครั้ง หลังสุดถูกสั่งปิดไปเมื่อต้นสัปดาห์ เพราะพบพ่อค้าแม่ค้าและคนในชุมชนติดเชื้อจากการตรวจเชิงรุกกว่า 30 คน ทำให้ต้องปิดตลาดฆ่าเชื้อ และกักกันโรคไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง

โดยวันนี้เป็นการเปิดตลาดขายวันแรก สำหรับการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อในตลาดกลุ่มแรกวันนี้ จำนวน 20 ตัวอย่าง มีผลเป็นลบ ซึ่งสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จะออกใบรับรองผลการตรวจและเทศบาลจะอนุญาตให้นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในตลาดได้ต่อไป
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่ติดเชื้อ จะให้ไปรักษาตัวจนกว่าจะหาย ก่อนอนุญาตให้นำสินค้ามาจำหน่าย เพื่อแก้ปัญหาไม่ต้องสั่งปิดตลาดซ้ำเป็นครั้งที่ 3

ในภาพรวมของจ.อุบลราชธานี ยังคงพบ ผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากคลัสเตอร์ตลาดสดและโรงเรียน ทำให้วันนี้มีผู้ติดเชื้อรวม 599 คน จากการตรวจ PCR 243 คน ที่เหลือเป็น ผู้ติดเชื้อจากการตรวจ ATK รวมการระบาดรอบใหม่มีผู้ติดเชื้อ 17,399 คน ยังรักษาอยู่ 5,277 คน มีอาการหนัก 7 คน เสียชีวิต 35 ราย

ผวาคลัสเตอร์บ้านหนองหมี
ที่จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านหมู่ 6 และหมู่ 10 บ้านหนองหมี ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย ยังทยอยเข้าตรวจหาเชื้อที่รพ.สต. บ้านหนองหมีอย่างต่อเนื่อง หลังตรวจพบชาวบ้านในหมู่บ้านติดเชื้อโควิด-19 เป็นกลุ่มก้อนแล้ว 20 ราย และมีผู้เสี่ยงสัมผัสสูงที่ต้องกักตัวที่บ้านอีก 62 ราย เสี่ยงต่ำกว่า 100 ราย ที่ต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด แต่จากการสอบสวนโรคยังไม่ทราบต้นตอแพร่ระบาด เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อทั้งหมู่บ้านมากกว่า 200 คน โดยผู้ที่ติดเชื้อส่งเข้ารักษาที่ร.พ.ละหานทราย กลุ่มเสี่ยงสูงให้กักตัวที่บ้านตัวเอง กลุ่มเสี่ยงต่ำให้เฝ้าสังเกตอาการ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ ให้ประสาน อสม.เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ไปตรวจหาเชื้อที่บ้าน เพื่อควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ

นายพิษณุ บวรชาติ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รพ.สต.บ้านหนองหมี ให้ข้อมูลว่า หลังพบผู้ติดเชื้อโควิดเป็น กลุ่มก้อน 20 ราย จึงได้คัดกรองและตรวจหาเชื้อชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 200 คน พบว่ามีผู้เสี่ยงสัมผัสสูงถึง 62 ราย เสี่ยงต่ำอีกว่า 100 คน ยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม แต่ปัญหาคือ ตอนนี้ยังไม่ทราบต้นตอว่าแพร่เชื้อมาจากไหน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ออกนอกพื้นที่ จึงขอความร่วมมือให้ชาวบ้านปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้น ทั้งหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน ไม่ไปในสถานที่แออัด เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อออกจากบ้าน และหมั่นล้างมือบ่อย เพื่อลดการสัมผัสเชื้อ

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสสจ.บุรีรัมย์ พบว่าวันนี้ยังมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 465 ราย ยอดรวมสะสม 10,547 ราย เสียชีวิต 13 ราย ในจำนวนผู้ป่วยสะสมรักษาหายแล้ว 6,153 ราย ยังรักษาอยู่ 4,381 ราย ซึ่งทั้งจังหวัดมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยทั้งในร.พ. และร.พ.สนามรวมทั้งสิ้น 5,020 เตียง ขณะนี้มีอัตราการครองเตียงอยู่ 2,820 ราย เตียงว่าง 2,200 เตียง

อภ.ยันสำรองยาฟาวิฯไว้เพียงพอ
ด้านภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศ ทำให้มีความต้องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 อภ.ได้มีการบริหารจัดการสำรอง “ยาฟาวิพิราเวียร์” ไว้ 24 ล้านเม็ด และผลิตเพิ่มเติมอีก 60 ล้านเม็ด รวมทั้งสิ้น 84 ล้านเม็ด เพื่อกระจายสู่หน่วยบริการแม่ข่ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการสำรองไว้ที่หน่วยบริการต่างๆ ทั่วประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งยาฟาวิพิราเวียร์ทั้งหมดได้จัดสรรให้กับหน่วยบริการหรือ ร.พ.แม่ข่ายต่างๆ ตามการบริหารจัดการของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยกลุ่มภารกิจสำรองเวชภัณฑ์และส่งกำลังบำรุง ทั้งนี้อภ.เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งกระจายตามการจัดสรรให้กับหน่วยบริการแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นหน่วยงานแม่ข่ายจะบริหารจัดการและกระจายให้แก่หน่วยบริการลูกข่ายในแต่ละพื้นที่ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน