รพ.รักษาอาการแบบคนไข้นอก 61จว.เกินร้อย‘โคม่า’แตะพัน จี้งดงานรื่นเริง
ติดเชื้อเกินหมื่น 23 วัน รวด พบอีก 40,427 คน จาก ตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ 2.4 หมื่น และเอทีเคเป็นบวก 1.5 หมื่นกว่า เสียชีวิตเพิ่มอีก 42 ราย 61 จังหวัดป่วยเกินร้อย กทม.ยังหนัก 2,645 สมุทรปราการ 1,068 นนทบุรี 774 นครปฐม 713 คน มหาชัยงดงานรื่นเริง 14 วัน หลังยอดป่วยพุ่ง 734 คน รัฐย้ำดีเดย์ 1 มี.ค. ‘เจอแจกจบ’ วอล์กอินเข้าร.พ.รักษาแบบผู้ป่วยนอก ควบคู่ยูเซ็ป จัดยาให้ 3 สูตรตามอาการ ฟาวิพิราเวียร์-ฟ้าทะลายโจร-ยารักษาตามอาการ ไม่โคม่ากลับบ้านได้เลย สธ.ยันศูนย์พักคอยมีเตียงรักษาพอ ชี้คนไทย 60% กังวลป่วยโควิด
ยอดโควิด 24,719-ตาย 42
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ถึงหลักหมื่นรายเป็นวันที่ 23 นับจากการระบาดระลอก 1 ม.ค.2565 โดยรายงานติดเชื้อ 24,719 ราย สะสม 2,869,616 ราย หายป่วย 16,875 ราย สะสม 2,637,879 ราย เสียชีวิต 42 ราย สะสม 22,891 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 208,846 ราย อยู่ในร.พ. 85,135 ราย อยู่ร.พ.สนาม เอชไอ, ซีไอ 123,711 ราย มีอาการหนัก 955 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 268 ราย
ผู้เสียชีวิตมาจาก 23 จังหวัด ได้แก่ กทม. 6 ราย, กระบี่ 5 ราย, สมุทรสาคร ชลบุรี จังหวัดละ 3 ราย, นครปฐม สุรินทร์ ตาก ภูเก็ต สระแก้ว จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ บุรีรัมย์ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พิจิตร พิษณุโลก นราธิวาส ปัตตานี สตูล จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 18 ราย อายุ 28-99 ปี เฉลี่ย 71 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 97%
61 จังหวัดเกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1.กทม. 2,645 ราย 2.ชลบุรี 1,434 ราย 3.สมุทรปราการ 1,068 ราย 4.นครศรีธรรมราช 1,011 ราย 5.นครราชสีมา 882 ราย 6.นนทบุรี 774 ราย 7.สมุทรสาคร 734 ราย 8.นครปฐม 713 ราย 9.ภูเก็ต 683 ราย และ 10.ระยอง 681 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 51 จังหวัด คือ ปทุมธานี 669 ราย, บุรีรัมย์ 524 ราย, ราชบุรี 517 ราย, สุพรรณบุรี 475 ราย, ชัยภูมิ 434 ราย, ปราจีนบุรี 407 ราย, เชียงใหม่ 391 ราย, ฉะเชิงเทรา 389 ราย, พระนครศรีอยุธยา 389 ราย, ขอนแก่น 378 ราย, ร้อยเอ็ด 369 ราย, กาญจนบุรี 312 ราย, อุบลราชธานี 308 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 302 ราย, สระบุรี 299 ราย, กำแพงเพชร 278 ราย, สงขลา 278 ราย, สุราษฎร์ธานี 270 ราย, ปัตตานี 261 ราย, นราธิวาส 241 ราย, สุโขทัย 231 ราย, ตาก 230 ราย, กาฬสินธุ์ 229 ราย, สุรินทร์ 214 ราย, เพชรบุรี 205 ราย
ชุมพร 198 ราย, อุดรธานี 197 ราย, สมุทรสงคราม 195 ราย, พัทลุง 192 ราย, พิษณุโลก 190 ราย, ยะลา 189 ราย, กระบี่ 188 ราย, ลพบุรี 188 ราย, เพชรบูรณ์ 186 ราย, มหาสารคาม 185 ราย, จันทบุรี 183 ราย, ศรีสะเกษ 176 ราย, นครพนม 167 ราย, นครสวรรค์ 165 ราย, อุตรดิตถ์ 165 ราย, นครนายก 164 ราย, หนองคาย 157 ราย, สระแก้ว 154 ราย, อ่างทอง 149 ราย, ยโสธร 142 ราย, น่าน 137 ราย, สตูล 124 ราย, หนองบัวลำภู 124 ราย, ลำปาง 118 ราย, สกลนคร 109 ราย และพิจิตร 102 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อหลักหน่วยมี 1 จังหวัดคือ ลำพูน 6 ราย
เอทีเคผลบวก 15,708 คน
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 72 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 120 ราย ใน 32 ประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางที่มีการติดเชื้อมาก เช่น รัสเซีย 26 ราย, เยอรมนี 13 ราย, อิสราเอล 9 ราย, ซาอุดีอาระเบีย อังกฤษ กัมพูชา ฝรั่งเศส ประเทศละ 6 ราย, ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย ประเทศละ 5 ราย ภาพรวมเข้าระบบ Test&Go 73 ราย แซนด์บ็อกซ์ 41 ราย และระบบกักตัว 6 ราย
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-26 ก.พ. 2565 จำนวน 184,857 ราย รายงานติดเชื้อ 4,350 ราย คิดเป็น 2.35% แบ่งเป็นระบบเทสต์แอนด์โก 121,337 ราย ติดเชื้อ 1,390 ราย คิดเป็น 1.15% แซนด์บ็อกซ์ 54,963 ราย ติดเชื้อ 2,715 ราย คิดเป็น 4.94% และกักตัว 8,557 ราย ติดเชื้อ 245 ราย คิดเป็น 2.86%
ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.พ. ฉีดได้ 303,092 โดส สะสมรวม 123,462,330 โดส เป็นเข็มแรก 53,516,065 ราย คิดเป็น 76.9% ของประชากร เข็มสอง 49,707,279 ราย คิดเป็น 71.5% ของประชากร และเข็มสาม 20,238,986 ราย คิดเป็น 29.1% ของประชากร
วันเดียวกัน เว็บ https://ddc.moph.go.th/covid19-dashboard/ รายงานผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจ แอติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) ว่ามีจำนวน 15,708 คน รวมสะสมเอทีเคผลบวก 708,132 คน
แจงรักษาแบบผู้ป่วยนอก
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เน้นการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ในไทย กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ป่วยโควิด เข้าถึงระบบรักษาอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะเพิ่มเติมแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดแบบ “เจอ แจก จบ” เป็นผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ควบคู่ไปกับระบบการดูแลรักษาที่บ้านหรือชุมชน (เอชไอหรือซีไอ) โดยแพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษา 3 สูตร ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาฟ้าทะลายโจร ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ไอ ลดน้ำมูก ตามอาการ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ และเชื่อมโยงเข้าสู่โรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง โดยจะเริ่มในวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการโรคโควิด ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) เป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) เมื่อโรคลดความรุนแรงลง ไม่มีภาวะอันตราย และประชาชนก็มีภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนตามนโยบายของรัฐบาล
นายธนกรกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังฝากความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบเกณท์, กลุ่ม 608, ผู้ได้วัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว ก็ต้องไม่ประมาท ยังคงขอให้งดเข้าสถานที่เสี่ยง งดร่วมกิจกรรมกลุ่ม ชะลอเดินทาง ทำงานที่บ้าน (เวิร์ก ฟรอม โฮม) ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการครอบจักรวาล สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง ทั้งนี้ สธ.ประกาศยังคงระดับการเตือนภัยโรค โควิด-19 ไว้ที่ระดับ 4
ยันซีไอกทม.ว่าง 1,337 เตียง
ด้านนพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ สธ. กล่าวถึงกรณีเพจหมอแล็บแพนด้าเผยแพร่ภาพข่าวผู้ติดเชื้อโควิด 19 ล้นศูนย์พักคอยในชุมชน พื้นที่กทม. ว่า กทม.มีซีไอ ทั้งหมด 31 แห่ง รวมประมาณ 3,981 เตียง ใช้เตียงแล้ว 2,644 เตียง ยังเหลือเตียงว่างอีก 1,337 เตียง นอกจากนี้ กทม.ยังเตรียมเปิดซีไอเพิ่มอีก 9 แห่ง จำนวน 1,000 เตียงด้วย จึงยืนยันว่าภาพรวมเตียงซีไอ ในกทม.ยังมีว่างพอรองรับผู้ติดเชื้อ
ส่วนภาพผู้ติดเชื้อที่เกินจำนวนเตียงซีไอรองรับ เป็นเฉพาะส่วนที่ภาคประชาสังคม รับผิดชอบดำเนินการแห่งหนึ่ง รวมประมาณ 120 เตียง แต่รับผู้ติดเชื้อเกินไปถึง 200 คน ซึ่งได้สื่อสารทำความเข้าใจตลอดว่า หากเกินกำลังให้ส่งต่อไปยังซีไอจุดอื่นของกทม. ที่มีเตียงว่างอีกจำนวนมาก และพร้อมรับผู้ติดเชื้อไปดูแล และหากมีผู้เข้าใช้เตียงซีไอ เกิน 70-80% กทม.ก็พร้อมขยายซีไอเพิ่มอีก
“ผู้ที่มีผลตรวจเอทีเคเป็นบวก หากไม่สามารถแยกกักตัวเองที่บ้านตามระบบโฮม ไอโซเลชั่นได้ สามารถติดต่อขอเข้ารับบริการซีไอของกทม.ได้ ยืนยันยังมีเตียงเพียงพอรองรับ โดยติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ศูนย์ปฏิบัติการโควิดประจำเขตทั้ง 50 เขตของ กทม. ตามที่ที่พักตั้งอยู่ หรือติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.ทั้ง 69 แห่ง จะมีการประสานเพื่อนำเข้าสู่ระบบซีไอต่อไป หรือเดินทางไปยังซีไอเพื่อขอรับบริการได้โดยตรง” นพ.ณัฐพงศ์กล่าว
คนไทย 60% กังวลติดโควิด
ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสำรวจอนามัยโพลเรื่องความกังวลและความรู้สึกต่อสถานการณ์โควิด-19 ระหว่างวันที่ 18-22 ก.พ.2565 พบว่า ประชาชน ร้อยละ 60 มีความกังวล กลัวการระบาด ขณะที่ร้อยละ 34.4 มีความตระหนักแต่ไม่ถึงกับตระหนก และ ร้อยละ 34.1 เครียดกับการใช้ชีวิต กระทบการเรียน การงานและรายได้ ส่วนร้อยละ 21.3 ชินชากับสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังพบว่ากิจกรรมที่ประชาชนจำเป็นต้องทำ แต่ทำไม่ได้ในช่วงนี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 มากที่สุด คือ การไปเรียนและให้บุตรหลานไปเรียนในสถานศึกษา (ออนไซต์) และอยากเดินทางข้ามจังหวัดไปเยี่ยมญาติ หรือทำงาน และไปสังสรรค์ ปาร์ตี้กับญาติ เพื่อนฝูง
ทั้งนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังสูงขึ้น จึงเน้นย้ำให้ประชาชนยกระดับการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยหลัก Universal Prevention เข้มข้นต่อเนื่อง คือ 1.ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น 2.เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ทุกสถานที่ 3.สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา ทั้งนอกบ้านและในบ้านและเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น 4.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 5.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากาก ใบหน้า ตา ปาก จมูก 6.ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ และผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังให้เลี่ยงออกนอกบ้าน 7.ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยๆ 8.แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น 9.งดกินข้าวร่วมกันและเลือกกินอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ และ10.หากสงสัยว่าตนเอง มีความเสี่ยง ควรตรวจด้วยเอทีเค หรือไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน
ภูเก็ตยังป่วยพุ่ง 761 คน
ส่วนสถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ วันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 761 ราย จากภูเก็ตแซนด์ บ็อกซ์ 32 ราย เทสต์แอนด์โก 46 ราย และผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ผลตรวจเอทีเค อ.เมือง 304 ราย พบ 110 ราย อ.กะทู้ 124 ราย พบ 21 ราย อ.ถลาง 28 ราย พบ 5 ราย ผู้เข้าข่ายกักตัวศูนย์ดูแล โควิดชุมชน สรุปพบผู้เข้าข่ายรายใหม่ตรวจเชิงรุก 136 ราย ยอดคงเหลือของผู้เข้าข่ายกักตัว 489 ราย ขณะที่สถานการณ์การใช้เตียงจากจำนวนเตียงทั้งหมด 3,473 เตียง ครองเตียง 1,878 เตียง คิดเป็น 54.07% จำนวนเตียงว่าง 1,595 เตียง คิดเป็น 45.93%
ที่จ.สุราษฎร์ธานี พบผู้ติดเชื้อใหม่ จำนวน 266 คน โดยในพื้นที่ท่องเที่ยวเกาะสมุย 31 คน ตรวจเอทีเคผลบวก 8 คน และเกาะพะงัน เพิ่มอีก 23 คน ตรวจเอทีเคผลบวกอีก 13 คน
พญ.ณิชาภา สวัสดิกานนท์ ผอ.ร.พ. เกาะสมุย เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-11 ขวบ โดยมีผู้ปกครองต่างนำบุตรหลานเดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนกันจำนวนมาก นอกจากนี้โรงพยาบาลได้เพิ่มจุดให้บริการฉีดวัคซีนเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย เฉพาะวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เวลา 09.00-15.00 น. สำหรับผู้ที่รับวัคซีนเข็ม 1, 2, 3, 4 และเด็กที่อายุระหว่าง 12-17 ปีอีกด้วย
สุราษฎร์ฯปิดสนามมวยต่อ
ขณะที่นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกคำสั่งจังหวัดให้ปิดสนามมวย สนามชนไก่ กัดปลา ประลองโค ชนโค ชนกระบือ สนามแข่งนกกรงหัวจุก นกเขา หรือสนามแข่งขันอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน เป็นการชั่วคราวต่อไป ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคล กรณีมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลมากกว่า 200 คน ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและอำเภอ การจัดประชุม สัมมนาจำกัดผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกินร้อยละ 70 ของพื้นที่ แต่ต้องไม่เกิน 200 คน การรวมกลุ่มจัดมหกรรมด้านการกีฬา การจัดแสดงสินค้า พิธีการตามประเพณีนิยม เช่น พิธิบำเพ็ญกุศลศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส ห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดภายในงาน ห้ามมีการตั้งโต๊ะจัดเลี้ยงและจัดเลี้ยงอาหารภายในงานโดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นอาหารบรรจุกล่องสำหรับนำไปทานที่อื่น ส่วนการรวมกลุ่มของบุคคลไม่เกิน 500 คน ต้องได้รับอนุญาตก่อนจัดกิจกรรมจากนายอำเภอทุกครั้ง
สงขลาจับตา 7-14 วันพุ่งอีก
ที่สสจ.สงขลา รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 278 คน โดยนพ.ปพน ดีไชยเศรษฐ์ รองนพ.สสจ.สงขลา เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโควิดจ.สงขลา อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งหากรวมกันทั้งผู้ป่วยที่ตรวจด้วยอาร์ที-พีซีอาร์ วันละ 200-300 คน และเอทีเคอีกวันละ 1 พันกว่าคน อาจมีแนวโน้มพบสูงขึ้นถึงวันละ 3 พันคน ช่วงพีกสุดน่าจะไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ และจะลดระดับลงเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านนพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นพ.สสจ.สตูล กล่าวว่า มีผู้ป่วยใหม่ 125 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 96 ปี อยู่ ต.สาคร อ.ท่าแพ ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีประวัติ ได้รับวัคซีนโควิด ส่วนมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรายใหม่ จำนวน 155 คน ทั้งหมดได้กักตัวเพื่อสังเกตอาการที่บ้านแล้ว
โคราชยังหนัก 892 คน
ที่ศูนย์บัญชาเหตุการณ์ตอบโต้โรคติดเชื้อโควิด-19 จ.นครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ป่วยใหม่รวม 892 ราย จากอาร์ทีพีซีอาร์ 538 ราย และเอทีเคบวกอีก 354 ราย รวมป่วยสะสม 16,446 ราย รักษาหาย 9,504 ราย ยังรักษาอยู่ 6,903 ราย และเสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย เป็นชายอายุ 22 ปี ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย มีโรคประจำตัว เสียชีวิตสะสม 39 ราย
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวโคราชกว่า 5 พันคน ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ออกเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจโดยโน้มน้าวเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและบุคคลรอบข้าง และจัดตรวจเอทีเคที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ หน้าศาลากลางจังหวัด โดยมีจิตอาสาชมรมเทคนิคการแพทย์โคราชและสสจ. ให้บริการฟรี ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเวลา 10.00-15.30 น.
ส่วนศักยภาพเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด ที่ร.พ.มหาราชฯ ซึ่งเป็น ร.พ.ขนาดใหญ่ และเป็นร.พ.หลักของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า มีเตียงรองรับผู้ป่วยวิกฤต จำนวน 262 เตียง แยกเป็นเตียงที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 76 เตียง, เตียงใช้ออกซิเจน จำนวน 186 เตียง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่อยู่ในการรักษาของร.พ. รวมจำนวน 225 ราย สรุปมีผู้ป่วยเคสสีแดง ครองเตียงอยู่ 225 เตียงจากทั้งหมด 262 เตียง คงเหลือเตียงว่างแค่ 37 เตียง
ขณะที่คลัสเตอร์ต่างๆ ทั้งคลัสเตอร์เก่าและใหม่ ซึ่งในเขตอ.เมือง มี 1 คลัสเตอร์ที่ต้องจับตาในช่วงนี้ ได้แก่ บริษัทจินตนา อินเตอร์เทรด จำกัด ต.จอหอ อ.เมือง พบว่า เชื้อแพร่ออกไปถึง 4 วง มีพนักงานที่ติดเชื้อกระจายอยู่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, โนนสูง, พิมาย, ชุมพวง, ห้วยแถลง, จักราช, เฉลิมพระเกียรติ, โนนไทย และขามสะแกแสง ซึ่งล่าสุดพบติดเชื้อแล้ว 157 ราย
อุบลฯปิดตลาดตรวจเพิ่ม
ที่จ.อุบลราชธานี ยังพบการระบาดเป็น กลุ่มก้อนจากคลัสเตอร์โรงเรียนและตลาด โดยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 739 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 10 จ.อุบลราชธานี ได้นำรถชีวนิรภัยพระราชทาน ตรวจหาเชื้อจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดใหม่บ้านดู่ ต.ในเมือง อ.เมือง เพื่อค้นหาพ่อค้าแม่ค้าที่ติดเชื้อ หลังเมื่อ 5 วันก่อน พบมีพ่อค้าแม่ค้าติดเชื้อ จนต้องสั่งปิดตลาดเป็นรอบที่ 3 ส่วนผลการตรวจพ่อค้าแม่ค้าตลาดสดเทศบาล 3 หรือตลาดใหญ่ ซึ่งถูกปิดไปก่อนหน้านี้ จำนวน 424 ราย พบผลเป็นบวก 19 ราย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้ารับการรักษาและปิดเฉพาะโซนที่พบพ่อค้าแม่ค้ามีผลเป็นบวก ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่เหลือยังนำสินค้ามาจำหน่ายได้
สระแก้วงานศพยังลาม
ด้านนพ.ประภาส ผูกดวง สสจ.สระแก้ว เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 156 ราย เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ได้รับวัคซีนทั้งคู่ รายแรกเป็นชายอายุ 60 ปี มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดัน และรายที่สอง เป็นชายอายุ 93 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนคลัสเตอร์งานศพบ้านคลองหว้า หมู่7 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ พบผู้ไปร่วมงานและร่วมบ้านติดเชื้ออีก 22 ราย รวมเป็น 82 ราย โดยสถานการณ์ที่อ.อรัญประเทศ ส่วนใหญ่ผู้มีอาการตรวจพบเอเทีเคผลบวกเกือบทั้งหมด
ส่วนศูนย์โควิด-19 จ.ระยอง รายงานว่า พบผู้ป่วยใหม่ 681 คน รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 58,170 คน
มหาชัยงดงานรื่นเริง 14 วัน
ที่จ.สมุทรสาคร ล่าสุดยังคงพบผู้ติดเชื้อกว่า 700 รายนั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกประกาศจังหวัด เพื่อขอความร่วมมืองดจัดกิจกรรมทางสังคม ในลักษณะที่เป็นงานสังสรรค์ งานเลี้ยง หรืองานรื่นเริง ในช่วงนี้ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน แต่กรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ให้จัดพิธีการตามประเพณีนิยมได้ เช่น งานอุปสมบท งานแต่งงาน และงานศพ โดยต้องมีมาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอ และลดขั้นตอนหรือกิจกรรมให้รวบรัด และไม่ใช้ระยะเวลานานในการรวมกลุ่มกัน ถึงวันที่ 11 มี.ค.