ยูเครนจับอาวุธสู้ตาย ปะทะเดือดทัพรัสเซีย
เด็ก 6 ขวบ สังเวยสงคราม รัสเซียถล่มหนัก ยูเครนดับแล้ว 240 ราย ระดมยิงขีปนาวุธทิ้งระเบิดโจมตีคลังน้ำมัน-ท่อก๊าซ ยึดเมืองยุทธศาสตร์ทางตอนใต้ ยูเครนระดมสรรพกำลังสู้ตาย โลกหลั่งไหลช่วยเหลือ ประท้วงรัสเซียต่อเนื่อง สหรัฐ-เยอรมนีเตรียมส่งขีปนาวุธเสริมกองทัพยูเครน คว่ำบาตรหมีขาว ทั้งถอดธนาคารรัสเซียจากระบบโลก หลายประเทศปิดน่านฟ้าสกัด ปูตินยกย่องกองกำลัง-ฮีโร่ รัฐบาลเร่งอพยพคนไทยในยูเครนกลับประเทศชุดแรก 88 คน ออกเดินทาง 1 มี.ค.นี้

ต้านรัสเซีย – ชาวรัสเซียจุดไฟเผาพาสปอร์ตของตัวเองระหว่างประท้วงต่อต้านการรุกรานยูเครนที่หน้าสถานทูตรัสเซียในกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล ขณะที่สถานการณ์ในยูเครนมีผู้เสียชีวิต จากการโจมตีของกองทัพรัสเซียอย่างน้อย 240 ราย และมากกว่า 160,000 คนต้องอพยพหนีตาย
รัสเซียถล่มยูเครนตายแล้ว 240
วันที่ 27 ก.พ. เอเอฟพี รอยเตอร์ และบีบีซีรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศยูเครนซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 4 หลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศใช้ปฏิบัติการทางการทหารในยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชา ชาติ (โอซีเอชซีอาร์) ระบุว่ามีประชาชนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 240 ราย ในจำนวนนี้ 64 รายเสียชีวิตจากการต่อสู้กับกองกำลังรัสเซีย นอกจากนี้ความเสียหายของอาคารบ้านเรือนและโครงสร้าง พื้นฐานสำคัญส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำประปาได้ ความรุนแรงจากการโจมตีของกองทัพรัสเซียทำให้ชาวยูเครนมากกว่า 370,000 คนต้องพลัดถิ่น ทั้งในประเทศและอพยพหนีตายข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยบางพื้นที่มีผู้คนต่อแถวยาวกว่า 15 ก.ม. และใช้เวลาหลายวันกว่าจะผ่านแดนไปได้ ขณะที่รัฐบาลยูเครนประเมินว่าการรุกรานของรัสเซียซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติอาจทำให้มีผู้ลี้ภัยมากถึง 5 ล้านคน
สำหรับสถานการณ์การต่อสู้ยังคงดุเดือด ทางการรัสเซียสั่งให้กองกำลังทหารบุกยูเครน “จากทุกทิศทุกทาง” พร้อมประกาศกร้าวว่า ยิงขีปนาวุธร่อนใส่เป้าหมายทางการทหาร และจะเดินหน้าโจมตียูเครนต่อไป หลังจากกล่าวหารัฐบาลยูเครนปฏิเสธการเจรจา ซึ่งประธานา ธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ให้คำมั่นว่ายูเครนจะไม่มีวันยอมจำนนต่อรัสเซีย โดยช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ยังมีเสียงไซเรนเตือนการโจมตี ดังขึ้นหลายครั้ง และทางการยูเครนเตือนให้ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากพากันหนีไปอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดิน
โจมตีคลังน้ำมัน-ท่อก๊าซ
นางนาตาเลีย บาลาซิโนวิช นายกเทศมนตรีเมืองวาซิลคีฟ ห่างจากกรุงเคียฟไปทางใต้ราว 40 ก.ม. กล่าวผ่านแถลงการณ์ออนไลน์ว่ากองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มคลังน้ำมันในเมืองวาซิลคีฟ และศัตรูต้องการทำลายล้างทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตนได้แจ้งไปยังส่วนกลางว่ามีเหตุโจมตีคลังน้ำมัน ต่อมาทางการยูเครนเร่งประกาศเตือนประชาชนว่าควันที่มาจากการเผาไหม้เป็นพิษ ขอให้ปิดหน้าต่างให้มิดชิดและหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถานเพื่อป้องกันการสูดดมควันพิษที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
นอกจากคลังน้ำมันแล้ว กองกำลังรัสเซียยังรัวระเบิดท่อส่งก๊าซธรรมชาติในเมืองคาร์คีฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ จากคลิปวิดีโอบนแอพพลิเคชั่นเทเลแกรมเผยให้เห็นระเบิดขนาดใหญ่บริเวณที่ตั้งระบบท่อส่งก๊าซเบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าท่อส่งก๊าซเสียหายมากขนาดไหน และการระเบิดอาจทำให้การส่งออกก๊าซชะงักลงได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในช่วงสงคราม ยูเครนยังเปิดทางให้ลำเลียงท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังยุโรปซึ่งจำเป็นต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเหล่านี้ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศของหลายประเทศในยุโรปยังคงหนาวจัด
บุกยึดเมืองยุทธศาสตร์
ด้านนายโอเลก ซิเนกูบอฟ ผู้ว่าการจังหวัดคาร์คีฟ กล่าวว่ากองกำลังรัสเซียบุกเข้าพื้นที่ใจกลางเมืองคาร์คีฟแล้ว ขณะที่กองทัพยูเครนระดมกำลังต่อสู้อย่างหนักแน่นและกำลังทำลายศัตรู ขอให้พลเรือนอย่าออกนอกบ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากการปะทะดุเดือด ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังรัสเซียบุกยึด 2 เมืองทางตอนใต้ของยูเครน ได้แก่ เมืองแคร์ซอนและเมืองแบร์เดียนสก์
สื่อท้องถิ่นยูเครนรายงานว่า กองกำลังรัสเซียบุกยึดเมืองโนวา คาคอฟกา แม้ว่าเมืองดังกล่าวจะเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งเพราะอยู่ริมฝั่ง แม่น้ำดไนปอร์ สามารถลำเลียงยุทโธปกรณ์ไปยังคาบสมุทรไครเมียได้โดยตรง นายโวโลดิมีร์ โควาเลนโก นายกเทศมนตรีเมืองโนวา คาคอฟกา ระบุว่ากองกำลังรัสเซียจับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของเมือง รวมทั้งปลดธงยูเครนออกจากสถานที่ทำการของรัฐบาลในเมือง ด้านนักวิเคราะห์ชี้ว่ากองกำลังรัสเซียที่บุกจากตอนใต้ประสบความสำเร็จมากกว่าจากเส้นทางอื่น ทั้งยังมีอีกหลายเมืองรวมถึงเมืองไมโคเลียฟและเมืองเมลิโทโพลกำลังถูกกองกำลังรัสเซียเข้าโจมตี
เด็กยูเครน 6 ขวบสังเวยสงคราม
ซีเอ็นเอ็นระบุว่าพบเด็กเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงเด็กชายวัย 6 ขวบที่ถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ภาคตะวันตกของกรุง เคียฟเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 26 ก.พ. ถือเป็นเหยื่ออายุน้อยที่สุดที่เสียชีวิตจากการก่อสงครามของรัสเซีย ด้านนายดมิทรี จีวิตสกี ผู้ว่าการแคว้นซูมึย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน เปิดเผยว่ามีพลเรือนถูกลูกหลงจากการโจมตีในเมืองโฮเทียร์กาจนเสียชีวิต 6 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ทั้งยังมีรายงานว่ากองกำลังรัสเซียยิงถล่มโรงเรียนอนุบาลและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่ง แม้ทางการรัสเซียยืนกรานปฏิเสธ แต่นายดมิโทร คูเลบา รมว.ต่างประเทศยูเครน แถลงตอบโต้ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม และขอเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับรัฐบาลรัสเซียโดยเร็ว
หลั่งไหลช่วยเหลือยูเครน
ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงว่าจะส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,350 ล้านบาทแก่ยูเครน ครอบคลุมถึงขีปนาวุธเจฟลิน ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ระบบป้องกันภัยทางอากาศต่อต้านเครื่องบินรบ และเสื้อเกราะ รัฐบาลเยอรมนีระบุว่าจะเร่งส่งเครื่องยิงระเบิดต่อต้านรถถัง 1,000 เครื่อง และขีปนาวุธแบบภาคพื้นสู่อากาศสติงเจอร์อีก 500 ลูก รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ประกาศเสริมอาวุธป้องกันตัวให้ยูเครน ประกอบด้วยเครื่องยิงระเบิดต่อต้านรถถัง แพนเซอร์ฟอสต์-3 50 เครื่อง และจรวด 400 ลูก ส่วนองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงว่าจะส่งกองกำลังตอบสนองรวดเร็ว 40,000 นาย ไปยังชาติพันธมิตรยุโรปตะวันออกเพื่อตรึงกำลังเฝ้าระวัง แต่ย้ำว่าจะไม่ส่งกำลังเข้าไปในยูเครน
ด้านนายกรัฐมนตรีสกอต มอร์ริสัน ผู้นำออสเตรเลียกล่าวหลังจากเดินทางไปร่วมพิธีสวดภาวนากับชาวยูเครน-ออสเตรเลียนที่โบสถ์ในนครซิดนีย์ ว่าจะช่วยเหลือทางการเงินเพื่อจัดหาอาวุธให้ยูเครนต่อสู้ป้องกันตัวจากกองกำลังรัสเซีย การพิจารณาคำร้องขอวีซ่าจากยูเครนจะเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดในอนาคตอันใกล้
นายฮิโรชิ มิกิตานิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ราคุเต็น อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของประเทศ กล่าวว่าจะบริจาคเงิน 8.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 280 ล้านบาทแก่รัฐบาลยูเครน พร้อมทั้งประณามการรุกรานของรัสเซียว่าเป็นความท้าทายต่อระบอบประชาธิปไตย
ถอดธนาคารรัสเซียจากระบบโลก
ส่วนมาตรการคว่ำบาตรและตอบโต้รัสเซียนั้น นายเดนิส ชมีฮัล นายกรัฐมนตรียูเครนกล่าวขอบคุณชาติพันธมิตรตะวันตก หลังจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการรุกรานยูเครน และประกาศลงโทษรัสเซียโดยการโดดเดี่ยวออกจากระบบของสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคาร (SWIFT) หนึ่งในมาตรการคือการถอดธนาคารรัสเซียบางแห่งออกจากระบบสื่อสารของสวิฟต์ วิธีนี้จะทำให้ธนาคารของรัสเซียถูกกันออกจากระบบการเงินสากลและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการในระดับโลก
เปลี่ยนป้ายถนนป่วนทัพรัสเซีย
วันเดียวกัน บริษัท ยูคราฟโทดอร์ ซึ่งรับผิดชอบติดตั้งป้ายสัญญาณจราจรในยูเครน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า บริษัทปลดป้ายสัญญาณทั้งหมดเพื่อสร้างความสับสนให้กองกำลังยูเครน หากไม่สามารถสื่อสารบอกพิกัดที่ ถูกต้องของสถานที่ต่างๆ กองกำลังรัสเซียจะไม่สามารถสำรวจหรือเข้าถึงเป้าหมายได้ พร้อมโพสต์รูปถ่ายป้ายสัญญาณในช่วงเวลาปกติเปรียบเทียบกับป้ายที่ถูกแทนที่ด้วยถ้อยคำรุนแรง
ปูตินยกย่องกองกำลัง-ฮีโร่
ประธานาธิบดีปูตินแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แสดงความยินดีกับกองกำลังพิเศษรัสเซียต่อความสำเร็จในปฏิบัติการทางทหารช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ว่า “ขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางการทหารอย่างวีรบุรุษในระหว่างปฏิบัติการพิเศษเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่สาธารณรัฐประชาชนดอนบาส”
ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่ารัฐบาลรัสเซียพร้อมเจรจาหารือกับยูเครน และว่าผู้แทนรัฐบาลรัสเซียเดินทางถึงเมืองกอเมล ประเทศเบลารุส ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีแถลงว่ายินดีจะหารือกับรัสเซีย แต่ปฏิเสธที่จะให้จัดการเจรจาในดินแดนเบลารุส เนื่องจากเป็นชาติพันธมิตรของรัสเซียและอนุญาตให้กองกำลังรัสเซียใช้ประเทศเป็นเส้นทางเพื่อบุกโจมตียูเครน พร้อมเสนอแนะให้จัดที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ หรือกรุงบราติสลาวาของสโลวาเกีย กรุงบูดาเปส ประเทศฮังการี นครอิสตันบูลของตุรกี หรือกรุงบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน
หลายปท.ปิดน่านฟ้าสกัดรัสเซีย
นายทิโม ฮารักกา รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมฟินแลนด์ ซึ่งมีชายแดนติดกับรัสเซียเป็นระยะทางกว่า 1,300 ก.ม. แถลงว่าจะปิดน่านฟ้าการจราจรทางอากาศกับรัสเซีย เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการคว่ำบาตรต่อกรณีที่รัสเซียรุกรานยูเครน ส่วนนายโวลเกอร์ วิซซิง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเยอรมนี เสนอให้ใช้มาตรการห้ามอากาศยานรัสเซียเข้าน่านฟ้า และว่ารัฐบาลเยอรมนีอนุมัติแผนดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมการบังคับใช้ สายการบินลุฟท์ฮันซ่า สายการบินใหญ่ของเยอรมนี แถลงเช่นกันว่าจะยุติเที่ยวบินไปรัสเซีย และจะหยุดเส้นทางที่บินผ่านน่านฟ้าของรัสเซียอย่างน้อย 7 วัน
ขณะเดียวกันทางการรัสเซียประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยสายการบินในลัตเวีย ลิทัวเนีย เอสโตเนีย และสโลวีเนีย เพื่อตอบโต้มาตรการลงโทษแบบเดียวกันภายหลังห้ามอากาศยานจากรัสเซีย เข้าน่านฟ้า เช่นเดียวกับบัลแกเรีย โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก เยอรมนี และก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักรสั่งห้ามสายการบินแอโรฟลอต สายการบินแห่งชาติของรัสเซียผ่านน่านฟ้าของประเทศด้วย

ต้านสงคราม – ชาวยูเครน เบลารุส และรัสเซียจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย รวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านสงครามกองทัพรัสเซียบุกโจมตีประเทศยูเครนจนประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ที่สวนลุมพินี ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
โลกประท้วงรัสเซียต่อเนื่อง
สื่อรายงานอีกว่าประชาชนในหลายประเทศยังรวมตัวเดินขบวนประท้วงรัสเซีย ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่รวมตัวด้านนอกทำเนียบขาว เรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เร่งส่งกองทัพเข้าช่วยเหลือยูเครน ที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ผู้ชุมนุมหลายพันคนถือธงชาติยูเครนและป้ายข้อความร้องขอให้ยุติสงคราม รวมถึงเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจและองค์การนาโตเร่งช่วยเหลือยูเครน ในเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล ประชาชนจำนวนมากต่อแถวถือธงชาติยูเครนผืนยาว พร้อมเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินยุติสงครามในทันที
นายฟรีดริช แมร์ซ หัวหน้าพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี (เซเดอู) กล่าวเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งนองเลือดระหว่างร่วมการชุมนุมด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงเบอร์ลิน ขณะที่ชาวยูเครนในเกาหลีใต้และประชาชนจำนวนมากถือธงชาติยูเครนเดินขบวนไปยังสถานทูตรัสเซียประจำกรุงโซลเพื่อต่อต้านกองทัพรัสเซียเช่นเดียวกับมวลชนในหลายเมืองใหญ่ของตุรกี
นอกจากนี้ ชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ รวมถึงแคนาดาและอิสราเอลพากันจุดไฟเผาหนังสือเดินทางของตัวเองเพื่อแสดงจุดยืนว่าแม้จะเป็นชาวรัสเซียแต่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งรุกรานยูเครนของประธานาธิบดีปูติน พร้อมเข้าร่วมการประท้วงและเรียกร้องให้รัสเซียยุติปฏิบัติการทางการทหารในยูเครน
ขณะที่ชาวยูเครนในประเทศไทยพร้อมทั้งชาวต่างชาติทั้งชาวเบลารุส อเมริกัน ร่วมกันจัดกิจกรรมเดินขบวนเรียกร้องสันติภาพ ต่อต้านสงคราม โดยทาสีธงชาติยูเครนเดินทางออกจากสวนลุมพินี ฝั่งถนนวิทยุ ใช้เส้นทางบนสะพานเขียว มุ่งหน้าสวนเบญจกิติ จุดหมายการทำกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ดูแลความเรียบร้อย
เผยแผนอพยพไทยในยูเครน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานอย่างต่อเนื่องด้วยความเป็นห่วงคนไทยในยูเครนและต้องการให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลือดูแล พร้อมรับทราบว่าขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือคนไทยในยูเครน โดยมีคนไทยเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน เมืองลวิฟ รวม 47 คน อีก 43 คนอยู่ระหว่างการเดินทางจากเมืองต่างๆ มายังเมืองลวิฟ โดยทราบว่าคนไทยทั้งหมดปลอดภัย และยังมีคนไทยอีกกว่าร้อยคนที่ยังต้องอยู่ในเมืองที่พำนัก ไม่สามารถเดินทางออกมาได้เนื่องจากมีประกาศปิดเมืองหรือสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย
นายธนกรกล่าวถึงแผนการนำคนไทยออกจากยูเครนซึ่งเริ่มดำเนินการในวันเดียวกันนี้แบ่งเป็นสองส่วน คือ 1.นำคนไทยจากเมือง โอเดซา 41 คน เดินทางไปยังจุดผ่านแดนยูเครน-โรมาเนีย ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เพื่อเตรียมเดินทางกลับไทยในวันที่ 1-2 มี.ค. 2.นำคนไทย 43 คน ซึ่งเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการเมืองลวิฟเดินทางไปยังกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ รอการกลับไทยในวันที่ 1-4 มี.ค.