ดูแล30ชาวบ้าน ซ่อมด่วนอุโมงค์
เร่งอพยพชาวบ้านหลังสะพานถนนอุดมสุขทรุดตัวยาวกว่า 50 เมตร ลึกเกือบ 2 เมตร ประชาชน 30 รายได้รับผลกระทบจัดโรงแรมให้พัก บางส่วนขออยู่บ้านญาติ เฝ้าระวังอาคาร 6 คูหา สำนักการระบายน้ำและบริษัทผู้รับเหมาเร่งบล็อกปากอุโมงค์ระบายน้ำ วางกระสอบทรายกั้นป้องกันน้ำทะลัก ส่งผลการทรุดเริ่มชะลอตัว ถกร่วมสำนักการโยธา สำนักงานเขตประเวศ-บางนา สน.บางนา การไฟฟ้านครหลวง เร่งแก้ไขพร้อมติดตั้งป้ายแนะผู้สัญจรใช้เส้นทางลัด ผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียงเล่านาทีเกิดเหตุ ได้ยินเสียงท่อระเบิด สะพานหักค่อยๆ ทรุดตัวลงทั้ง 2 ฝั่ง ท่อประปาแตกน้ำไหลนองเต็มพื้นถนน รีบปิดร้านหนีออกจากจุดเสี่ยง

เยียวยา – สะพานข้ามคลองเคล็ด ถนนอุดมสุข กทม. ที่เกิดทรุดตัวลึก 1.5-2 เมตร เป็นทางยาวประมาณ 50 เมตร ทำให้บ้านเรือนใกล้เคียงทรุดตามไปด้วย สำนักงานเขตประเวศตั้งโต๊ะลงทะเบียนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.

จากเหตุสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุดตัว บริเวณถนนอุดมสุข (สุขุมวิท 103) ระหว่างซอยอุดมสุข 51 และ 53 ก่อนถึงแยกศรีอุดม รอยต่อระหว่างแขวงหนองบอน เขตประเวศ กับแขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ โดยทรุดตัวจากคลองเคล็ดไปทางถนนศรีนครินทร์ ความยาวประมาณ 50 เมตร ลึกประมาณ 1.5-2 เมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า สำนักการระบายน้ำให้ผู้รับจ้างบล็อกปากอุโมงค์ระบายน้ำ สถานีที่ 2 และสถานีที่ 4 โดยใช้กระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำไหล ทำให้การทรุดตัวเริ่มชะลอ พื้นที่ร้อยละ 70 เริ่มนิ่ง ไม่มีการทรุดตัว หากการทรุดตัวหยุดจะปิดกั้นพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อตรวจสอบจุดที่ทำให้ทรุดตัว ก่อนประเมินสถานการณ์ เก็บกู้ และวางแนวทางแก้ไขต่อไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงตัดไฟบริเวณบ้านเรือนประชาชนที่เสียหายเพื่ออำนวย ความสะดวกให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณดังกล่าวมีบ้านพักอาศัยได้รับผลกระทบจากการทรุดตัว 5 หลัง และมีอาคารพาณิชย์ข้างเคียงที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง 6 คูหา กทม. โดยสำนักการระบายน้ำ ร่วมกับสำนักการโยธา สำนักงานเขตประเวศ เข้าประสานและช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยในอาคารดังกล่าว โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการชั่วคราวบริเวณหน้าปากซอยอุดมสุข 53 รับแจ้งผู้ได้รับผลกระทบและให้ผู้อยู่อาศัยย้ายออกจากอาคาร พร้อมทั้งประสานที่พักชั่วคราว มี ชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวน 30 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยติดเตียง 1 ราย และให้อาหารทางสายยาง 1 ราย โดยจัดส่งผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าวเข้าที่พักชั่วคราว (โรงแรม) รวม 20 ราย ผู้ป่วยติดเตียงและให้อาหารทางสายยางเข้าพักที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 ราย ส่วนที่เหลือ 8 รายประสงค์ขอเข้าพักกับญาติ

นายอดุลย์ ซ้ายจันทึก อายุ 42 ปี พักอาศัยอยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่าเมื่อวันที่ 26 ก.พ. เวลาประมาณ 17.00 น. มีเจ้าหน้าที่โบกให้รถหยุดและกลับรถเนื่องจากเริ่มมีการทรุดตัวบริเวณคอสะพานคลองเคล็ด จากนั้นถนนค่อยๆ ทรุดตัวลงทั้ง 2 ฝั่ง และมีน้ำประปาแตกไหลออกมาเต็มถนน จึงรีบปิดประตูร้านพากันหนีออกมาโดยไม่ได้หยิบเสื้อผ้า หรือสิ่งของอื่นติดตัวมาเลย ขณะเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าร้านขายเครื่องปรับอากาศ ได้รับความเดือดร้อนขายของไม่ได้

ด้านนายพันธ์ ใจหาญ อายุ 55 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวคุณพันธ์ ไก่มะระ เผยว่าช่วงเกิดเหตุกำลังทำก๋วยเตี๋ยวอยู่ ได้ยินเสียงท่อระเบิดและเห็นสะพานหักค่อยๆ เริ่มทรุดตัว ไม่คิดว่าจะมาถึงร้านตัวเอง แต่ปรากฏว่ายังไม่หยุดทรุดจนมาถึงร้านของตัวเอง ประเมินมูลค่าความเสียหายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ขายของประมาณ 1 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ยังคงต้องปิดการจราจรทุกช่องทาง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว โดยเวลา 10.30 น. น.ส.พนิดา แก้วมาก ผช.ผอ.เขตประเวศ พร้อมด้วยนายไพรัตน์ เกษตรสินธุ์ น.ส.ยุวนุช นงพรมมา ผู้ช่วยผอ.เขตบางนา เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนา การไฟฟ้านคร หลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร โดยให้สำรวจจุดติดตั้งป้ายแจ้งเส้นทางลัดและทางเลี่ยงให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกันนี้ ในช่วงบ่ายสำนักงานเขตประเวศประชุมร่วมกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง สำนักการระบายน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถาน การณ์หารือแนวทางแก้ไขและการเก็บกู้ต่อไป

น.ส.พนิดาเผยหลังการประชุมว่ามีประชาชนแจ้งความเสียหายแล้ว 30 ราย ส่วนสาเหตุต้องให้สำนักการระบายน้ำและบริษัทรับเหมาเป็นผู้ตอบ เบื้องต้นทราบว่าเกิดจากรอยร้าวด้านล่างในอุโมงค์และมีน้ำซึมเข้ามา ทั้งนี้บริษัทที่ก่อสร้างประชุมกันอยู่และวัดระดับการทรุดตัวตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่จุดเสี่ยงอพยพประชาชนออกไปหมดแล้วทางบริษัทให้ประชาชนไปพักอาศัยตามโรงแรมและตามความประสงค์ของผู้เดือดร้อน ส่วนปัญหาการจราจร สน.บางนา รับไปจัดการเรื่องเส้นทางการจราจร จัดทำผังและประชา สัมพันธ์ทุกช่องทางให้ประชาชนรับทราบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน