คณะครูสูญหาย1 5จว.ใต้ท่วมหนัก
ปภ.สรุปพายุถล่มใต้ อ่วมทั่วหน้า 8 จังหวัด โดนท่วม 5-ลมถล่ม 3 สาวพัทลุงระทึก น้ำซัดตกฝายพลเมืองดีช่วยทัน อุตุฯ เตือน 12 จังหวัดใต้เตรียมรับมือฝนตกหนัก ผักยะลาราคาพุ่ง เท่าตัว หลังพื้นที่ปลูกโดนฝนหนัก ค่าขนส่ง เพิ่มขึ้น

ท่วมหมู่บ้าน – ชาวบ้านในอ.ควนขนุน จ.พัทลุง ต้องเดินฝ่าน้ำท่วมสูง หลังมีฝนตกต่อเนื่องหลายวันจนน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดหลากลงมาท่วมพื้นที่ ขณะที่ 8 จังหวัดในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากพายุฝนและคลื่นแรงซัดถล่มอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
อุตุฯ เตือน 12 จว.มีพายุถล่มอีก
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ‘ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565)’ ฉบับที่ 10 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณช่องแคบมะละกา ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คลื่นซัดชายหาดสงขลาพังยับ
ที่จ.สงขลา เทศบาลนครสงขลาเร่งนำเครื่องจักรกลเข้าทำการปรับสภาพพื้นที่บริเวณชายหาด ชุมชนเก้าเส้ง อ.เมือง หลังถูกคลื่นถล่มได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นบริเวณหาดชลาทัศน์ตลอดแนวก็ได้รับความเสียหายจากคลื่นลมในอ่าวไทยที่มีกำลังแรงต่อเนื่องในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ทำให้ชายหาดที่ผ่านการเติมทราย ให้มีความสวยงามได้รับความเสียหายอีกครั้ง
นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สงขลา กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในสงขลาตั้งแต่วันที่ 24-26 ก.พ. ทำให้เกิดสถานการณ์วาตภัย 4 อำเภอ 19 ตำบล 56 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 233 ครัวเรือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคลื่นลมในทะเลบริเวณชายฝั่ง จ.สงขลา ยังคงมีความรุนแรง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังคงมีกำลังแรง มีฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวประมงพื้นบ้านหยุดทำการประมงติดต่อกัน 5 วัน ต้องย้ายถิ่นจับปลามาบริเวณร่องน้ำปากทะเลสาบสงขลา เพื่อนำรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว

นาทีชีวิต – พลเมืองช่วยกันดึงน.ส.ธัญญารัตน์ แก้วทอง อายุ 21 ปี ที่ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดทั้งคนและ รถจักรยานยนต์ตกจากไหล่ทางสปิลเวย์ ฝายท่าแนะ ม.2 ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
น้ำพัดสาวพัทลุงตกฝายหวิดดับ
เมื่อเวลา 12.45 น. สภ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง พร้อมพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือน.ส.ธัญญารัตน์ แก้วทอง อายุ 21 ปี หลังขับรถจักรยานยนต์ผ่านกระแสน้ำเชี่ยวบนไหล่ทางสปีลเวย์ ฝายท่าแนะ ท้องที่ ม.2 ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต ระยะทาง 100 เมตร เพื่อข้ามไปอีกฝั่งกลับบ้าน แต่ถูกกระแสน้ำไหลแรงซัดทั้งคนทั้งรถล้มไปตามกระแสน้ำ โชคดีที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เล่นน้ำอยู่ใกล้ๆ ลงไปช่วยขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถยกเข้าช่วยนำรถจักรยานยนต์ขึ้นจากน้ำก่อนกระแสน้ำซัดไปไกล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.พัทลุงว่า หลังจากเกิดฝนตกติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมบนเทือกเขาบรรทัดไหลหลากลงมาในพื้นที่ อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต อ.ตะโหมด และอ.ป่าบอน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับเทือกเขาบรรทัด นอกจากนั้นนำยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ อ.ควนขนุน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ริมคลอง นอกจากนั้นยังไหลผ่านผิวจราจรบนถนนทั้งสายหลักและสายรองแต่ยังใช้สัญจรไปมาได้ ส่วนพื้นที่ อ.ควนขนุน ที่รองรับน้ำจากเขตอุทยานแห่งชาติ เขาปู่ เขาย่า ใน อ.ศรีบรรพต ที่ไหลหลากลงมายังฝายท่าแนะ ระดับน้ำล้นสปีลเวย์ และทางชลประทานต้องเปิดประตูระบายน้ำ 1 บานเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากฝายที่รองรับน้ำได้เพียง 9 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ลงมายังพื้นที่ด้านล่าง ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและย่านเศรษฐกิจของ อ.ควน ขนุน และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในหมู่ที่ 7 และหมู่ 8 ต.หนองพ้อ อ.ควนขนุน ชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 70-80 ครัวเรือน ระดับน้ำบนถนนในหมู่บ้านสูงประมาณ 30-50 ซ.ม. ส่วนถนนสายเอเชียสี่แยกโพธิ์-อ.ควนขนุน มีน้ำท่วมผิวทางการจราจรหลายจุด ระดับน้ำสูงประมาณ 20-30 ซ.ม.

น้ำตกตรังหลากแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่บ้านโคกยา ม.1 และ9 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน มวลน้ำป่าจากเขตรักษาพันธุ์ป่าเขาบรรทัดที่ไหลหลากบลงมาทาง อ.ตะโหมด ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน ขณะมวลน้ำยังเอ่อเพิ่มระดับจ่อล้นข้ามถนนสายเพชรเกษมหาดใหญ่พัทลุง เนื่องจากฝนและมวลน้ำป่ามาเติมเต็มระบายลงยังพื้นที่ด้านล่างได้อย่างช้าๆ ส่วนพื้นที่ ต.โคกชะงาย ต.เขาเจียก อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากคลองนาท่อม ที่ไหลลงมาจากเขตเทือกเขา อ.ศรีนครินทร์ ระดับยังเพิ่มเช่นกันทำให้มวลน้ำล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังสุกรอการเก็บเกี่ยวต้องจมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ตรังว่า หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้น้ำตกหลายแห่งตลอดแนวเทือกเขาบรรทัด มีปริมาณมาก ไหลแรง และสีแดงขุ่น โดยเฉพาะที่น้ำตกโตนตก และน้ำตกโตนเต๊ะ แจ้งเตือนห้ามเข้าใกล้ในระยะนี้ โดยสภาพน้ำตกตลอดแนวเขตเทือกเขาบรรทัด มีปริมาณมาก ไหลแรง และสีแดงขุ่น โดยเฉพาะที่น้ำตกโตนตก และน้ำตกโตนเต๊ะ ในพื้นที่อำเภอปะเหลียน มีน้ำป่าจำนวนมากไหลหลากลงพื้นที่ด่านล่างอย่างรวดเร็ว ทำให้บางพื้นที่เริ่มได้รับกระทบต่อถนนหนทาง เช่น น้ำไหลตัดถนน ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ และบ้านเรือนของประชาชนบางส่วนก็เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว ทางจังหวัดจึงแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งแจ้งเตือนห้ามเข้าใกล้บริเวณน้ำตกในช่วงระยะนี้ เพราะหวั่นเกิดอันตราย
นครศรีฯอ่วมทั้งคลื่น-ท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครศรีธรรมราช ว่า ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอชายฝั่งทะเล ทั้ง อ.หัวไทร, ปากพนัง, สิชล, ท่าศาลา และขนอม ต้องประสบปัญหาคลื่นลมแรง ส่งผล กระทบต่อบ้านเรือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเล โดยที่บริเวณถนนเลียบชายทะเล อ.ปากพนัง-หัวไทร คลื่นแรงซัดขึ้นมาจนถึงบนถนนที่สัญจรไปมา รวมทั้งชายฝั่งบ้านโพธิ์ทะเลงาม หมู่ 6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน จำนวน 100 หลัง และเกิดคลื่นกัดเซาะชายฝั่งเป็นระยะทางยาว
นายสนั่น สนธิเมือง รองผวจ.นครศรี ธรรมราช กล่าวหลังเข้าพื้นที่ตรวจสอบผล กระทบจากคลื่นลมแรงพัดบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ว่า สถานการณ์คลื่นลมแรงในพื้นที่หมู่ 6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 65 เป็นต้นมา ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 100 กว่าครัวเรือน คลื่นกัดเซาะชายฝั่งประมาณ 500 เมตร เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหน้าสตนได้เข้าไปช่วยเหลือ พร้อมทั้งนำเครื่องจักรกลมาทำแนวกั้นคลื่นป้องกันการกัดเซาะตลิ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแล้ว ส่วนในระยะยาวได้แจ้งไปทางอำเภอหัวไทร เพื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และให้ส่วนราชการต่างๆ ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวหลังลงพื้นที่บัญชาการการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ์ และประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ในเขตเทศบาลเมืองปากพนัง มีน้ำทะเลหนุนประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า ระยะกลาง และปัญหาระยะยาว รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อวางแผนแก้ปัญหา ซึ่งจากการประชุมจะสรุปได้ปัญหามี 3 สาเหตุ คือ 1.ปริมาณน้ำฝนที่ตกมา 2.เกิดจากน้ำทะเลหนุน และ 3.เกิดจากการระบายน้ำที่ไม่สอดรับกับข้อเท็จจริงอาจจะทำให้บางพื้นที่น้ำท่วมเร็วขึ้น มากขึ้น และน้ำท่วมนานกว่าปกติ กรณีที่มีน้ำทะเลหนุนอาจจะต้องผ่อนคลายเพื่อมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังล่าง เปิดปิดประตูระบายน้ำให้สอดรับกับปริมาณฝนที่ตกลงมารวมทั้งจังหวะน้ำทะเลหนุน แต่จะมีข้อกังวลที่ว่าการเปิดประตูระบายน้ำจะเป็นช่องทางที่ทำให้น้ำเค็มเข้าพื้นที่ได้ แต่จะดำเนินการให้กระทบน้อยที่สุด ผู้ได้รับผลกระทบจะต้องเยียวยา
คลื่นลมพังบ้านชายฝั่งปัตตานี
จากสถานการณ์เกิดพายุลมพัดกระโชกแรง และมีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เป็นเวลา 2 วัน ติดต่อกัน ทำให้ในหลายพื้นที่ที่อยู่ริมทะเลได้รับความเสียหายจากคลื่นลมกระโชกแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ 2 ตำบล ของอ.ยะหริ่ง ได้แก่ ต.ตะโละกาโปร์ และ ต.แหลมโพธิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดริมทะเล ขณะนี้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายแล้ว 80 หลังคาเรือน
ที่จ.ปัตตานี นายยูกิฟลี กาเร็ง ปลัดอำเภอยะหริ่ง นำเจ้าหน้าที่ อส. ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ที่ ม.1 บ.ตะโละกาโป ต.ตะโละกาโป พบว่า ในพื้นที่ยังมีลมกระโชกแรง บวกกับมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ยังซัดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าบ้านเรือนส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากลมกระโชก ทำให้หลังคาบ้านได้รับความเสียหาย เกิดช่องโหว่ โดยชาวบ้าน บางราย ได้ซ่อมแซมหลังคาด้วยตัวเอง สาเหตุเพราะว่าไม่สามารถพักอาศัยได้ และไม่มีที่ที่จะไปอยู่ที่อื่น จึงจำเป็นต้องซ่อมแซมก่อน เพื่อได้พักอาศัยชั่วคราว นอกจานี้ยังพบว่าเส้นทางสายริมทะเล บริเวณ ม.3 บ.ปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก ระหว่าง บ.ปาตาบูดี-บ.แหลมตาชี ระยะทางกว่า 100 เมตร ถูกคลื่นซัดดินใต้ถนนจนถนนทรุดตัวลงมาเสียหาย 1 เลน
ตกสะพานจมดับ6ที่นราฯ
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุรถตกสะพานทางเข้าหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จากการตรวจสอบพบว่า เป็นรถของครอบครัวครูสอนหนังสือที่โรงเรียนนิคมพัฒนา 10 หมู่ 1 ต.มาโมง อ.สุคิริน ซึ่งนั่งมาทั้งหมด 7 คน พบเสียชีวิตทั้ง 6 ราย สูญหาย 1 ราย ประกอบด้วย 1.นายนพดล มะลิลา อายุ 46 ปี 2.น.ส.ไอนี มะลิลา อายุ 27 ปี 3.น.ส.ไอดา มะ อายุ 25 ปี 4.นายซูฮารี เจ๊ะปอ อายุ 33 ปี 5.ด.ญ.อาเฟียดาเมียร์ เจ๊ะปอ อายุ 2 ขวบ 6.ด.ญ.อารียา เจ๊ะปอ อายุ 7 เดือน และ 7.นายมฮำมัดนอ ยูโซ๊ะ อายุ 49 ปี
นายสุพจน์ มณีรัตนโชติ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 จ.นราธิวาส เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำร่างทั้ง 6 นำส่งร.พ.ได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถนำรถออกมาได้ ส่วนผู้สูญหายน่าจะเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นทางเขตจะได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นต่อไป
ยะลาผักราคาพุ่ง
ที่จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการซื้อขายผักและสินค้าทางการเกษตร ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าค่อนข้างที่จะบางตา เนื่องจากสินค้าทางการเกษตรบางรายการมีการปรับราคาขึ้นกว่าเท่าตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคลดการจับจ่ายซื้อผักสดไปประกอบอาหาร
พ่อค้าขายผักสด เผยว่า ช่วงนี้ราคาผักสดมีการปรับราคาที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผักชี จากเดิมที่ราคา 100 บาท ปรับขึ้นเป็นราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมากที่นำไปเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยว ผักคะน้า เดิมราคา 30 บาท ปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท ผักบุ้งจากเดิมราคา 30 บาท ปรับเป็นราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม คะน้า โหระพาจากเดิมราคา 35 บาทก็ปรับขึ้นเป็นราคา 70 บาท มีราคาปรับขึ้นเป็นเท่าตัว ส่วนผักสลัดก็มีการปรับราคาขึ้นจากเดิมที่ราคา 70 ปรับราคาขึ้นเป็น 140 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของ ผู้ประกอบการขายผักสดก็ต้องแบกรับต้นทุนที่มาเพิ่มขึ้นมากด้วย ส่วนปัจจัยที่ทำให้ราคาผักสดปรับขึ้นกว่าเท่าตัวนั้นเกิดขึ้นจากผล กระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่แปลงเกษตรกรรม รวมไปถึงค่าบริการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาผักสดในพื้นที่ของอำเภอเบตงจังหวัดยะลาปรับสูงขึ้น ปภ.รายงาน 5 จว.ประสบอุทกภัย-3 จว.ประสบวาตภัย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ปภ.สรุปท่วม 5 จว.-ลมถล่ม 3 จว.
วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานเมื่อวันที่ 24-26 ก.พ. ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี รวม 18 อำเภอ 85 ตำบล 277 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,802 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แยกเป็น 1.นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.รือเสาะ อ.แว้ง อ.ศรีสาคร อ.ยี่งอ อ.สุคิริน อ.จะแนะ อ.ระแงะ และอ.สุไหงโก-ลก รวม 32 ตำบล 108 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,264 ครัวเรือน 2.ยะลา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.รามัน อ.เมืองยะลา อ.ยะหา และอ.กรงปีนัง รวม 38 ตำบล 136 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,114 ครัวเรือน 3.นครศรีธรรมราช ฝนที่ตกหนักทำให้ทะลหนุนสูงเข้าท่วมพื้นที่ต.ปากพนังตะวันออก อ.ปากพนัง รวม 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน 4.พัทลุง เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 6 ต.ควนขนุน อ.ควนขนุน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ 5.ปัตตานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปัตตานี อ.แม่ลาน อ.หนองจิก และอ.โคกโพธิ์ รวม 13 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 224 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำลดลง
กอปภ.ก.รายงานอีกว่า นอกจากนี้ยังได้เกิดสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี รวม 13 อำเภอ 54 ตำบล 143 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 740 หลัง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แยกเป็น 1.นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา รวม 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 17 หลัง 2.สงขลา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.สิงหนคร อ.เทพา และอ.เมืองสงขลา รวม 19 ตำบล 56 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 233 หลัง 3.ปัตตานี เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.มายอ อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.ไม้แก่น อ.สายบุรี อ.เมืองปัตตานี อ.หนองจิก และอ.โคกโพธิ์ รวม 34 ตำบล 81 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 490 หลัง
สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง