คนไทยยูเครน เริ่มอพยพแล้ว
ปูตินกร้าว! สั่งกองกำลังนิวเคลียร์เตรียมพร้อม หลังส่อเค้าสงครามยูเครนยืดเยื้อ ยอดตายยังพุ่งไม่หยุด สหรัฐจวกผู้นำรัสเซียยกระดับการรบ เพนตากอนเผยรัสเซียมีกองกำลังอีก 1 ใน 3 เตรียมบุกโจมตีจากชายแดนเข้าใจกลางเมือง เบลารุสจ่อส่งทัพร่วมตียูเครน แคนาดาร่วมส่งยุทโธปกรณ์-เดนมาร์กหนุนพลเรือนร่วมสู้ช่วยยูเครน ผู้นำยูเครนเล็งปล่อยนักโทษร่วมรบ ฟ้องศาลโลกรัสเซียฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั่วโลกจับตารัสเซีย-ยูเครนหารือ กระทรวงการต่างประเทศอพยพ 99 คนไทยพ้นยูเครน คาดชุดแรกถึงไทย 2 มี.ค.นี้ จับตาราคาน้ำมันพุ่ง เกิดภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลค่าเงินบาทและผลกระทบด้านการท่องเที่ยว นายกฯ ตู่เรียกประชุมทุกฝ่ายถกรับมือ

ต้านสงคราม – นักท่องเที่ยวชาวยูเครนและรัสเซียนับร้อยคน ออกมาประท้วงเรียกร้องให้ยุติสงครามในประเทศยูเครนและหยุดความรุนแรงเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ที่หน้าสำนักงานสถานกงสุลรัสเซีย (ชั่วคราว) ประจำจ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ปูตินสั่งกองกำลังนิวเคลียร์พร้อม!
วันที่ 28 ก.พ. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศยูเครนหลังกองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางการทหารตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียสั่งการให้กองกำลังป้องปรามทางนิวเคลียร์ของประเทศเตรียมความพร้อมในระดับสูง และกล่าวหาชาติตะวันตกว่ากำลังดำเนินมาตรการที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย สร้างความตึงเครียดให้นานาประเทศเนื่องจากรัสเซียมีคลังอาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีขีปนาวุธจำนวนมาก
“ผมสั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและเสนาธิการกองทัพรัสเซียยกระดับกองกำลังป้องปรามของกองทัพรัสเซียเข้าสู่ปฏิบัติการต่อสู้พิเศษ พวกคุณเห็นแล้วว่าประเทศตะวันตกไม่เพียงแต่ไม่เป็นมิตรกับประเทศของเราในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ผมหมายถึงการคว่ำบาตรที่ผิดหลักการ และเจ้าหน้าที่อาวุโสของประเทศชั้นนำขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยอมให้มีการแถลงการณ์เชิงรุกต่อประเทศของเราด้วย” นายปูตินกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ ขณะที่นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวยืนยันตามแถลงการณ์ของนายปูติน
สหรัฐจวกปูตินยกระดับการรบ
นางเจน ซากี โฆษกประจำทำเนียบขาวแห่งสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ทางการสหรัฐประณามประธานาธิบดีปูตินต่อคำสั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์รัสเซียเตรียมพร้อมต่อสู้ แถลงการณ์ของนายปูตินในวันที่สี่หลังจากกองทัพรัสเซียเริ่มปฏิบัติการโจมตียูเครนถือเป็นการยกระดับที่อันตรายและเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการหาข้อแก้ตัวที่สร้างขึ้นเพื่อพิสูจน์ความก้าวร้าว
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ความเคลื่อนไหว ของนายปูตินเกิดขึ้นในขณะที่กองกำลังยูเครนซึ่งได้รับความช่วยเหลือทางอาวุธจากชาติตะวันตก และยังคงขัดขวางการรุกของกองทัพรัสเซีย “เราเชื่อว่านี่ไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนที่ไม่จำเป็นสำหรับนายปูตินเท่านั้นแต่ยังเป็นการยกระดับขึ้นอีกด้วย ที่ว่าไม่จำเป็นเพราะรัสเซียไม่เคยตกอยู่ภายใต้การคุกคามของชาติตะวันตก นาโต และแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ภายใต้การคุกคามใดๆ จากยูเครน ส่วนการยกระดับนั้นเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าเป็นไปได้ที่จะเกิดการเพิ่มกองกำลัง หากมีการคาดการณ์ ที่ผิดพลาดอาจทำให้สิ่งต่างๆ อันตรายมากขึ้น”
เพนตากอนเผยแผนรัสเซีย
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ระบุถึงสถานการณ์การสู้รบในยูเครนว่าขณะนี้รัสเซียส่งกำลังพลเข้าประจำการในยูเครนแล้วประมาณ 2 ใน 3 ของ เจ้าหน้าที่ 150,000 นาย ที่รัสเซียตรึงกำลังบริเวณชายแดน แต่จากข้อมูลเบื้องลึกของ เพนตากอนพบว่ากองกำลังรัสเซียยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้าจะข้ามพรมแดนยูเครน แผนการที่เห็นชัดที่สุดของรัสเซียคือการยึดเมืองใหญ่ที่สุดสองเมืองอย่างรวดเร็วทั้งกรุงเคียฟและเมืองคาร์คีฟ แต่แผนดังกล่าวหยุดชะงักลงเนื่องจากกองกำลังยูเครนเดินหน้าต่อต้านรัสเซียได้อย่างสร้างสรรค์ รัสเซียยังไม่บรรลุสิ่งที่ตั้งใจไว้ สหรัฐไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นความล้มเหลวในการวางแผนหรือการดำเนินการ แต่รัสเซียจะปรับตัวและยังมีกำลังพลอีก 1 ใน 3 ส่วนที่จะบุกโจมตีจากชายแดนเข้ามายังส่วนกลาง
ชี้เบลารุสจ่อส่งทัพตียูเครน
วันเดียวกันมีรายงานว่า เบลารุส ประเทศพันธมิตรของรัสเซียกำลังเตรียมส่งทหารเข้าไปในยูเครนเพื่อช่วยกองกำลังรัสเซียรุกรานยูเครน วอชิงตันโพสต์ สื่อแถวหน้าของสหรัฐระบุจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐว่า ทางการเบลารุสจะส่งกำลังพลเข้าไปในยูเครนและอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันนี้ ขณะที่เคียฟอินดีเพนเดนต์ สื่อท้องถิ่นของยูเครนอ้างแหล่งข่าวหลายแหล่งว่าอาจมีการประจำพลร่มของกองทัพเบลารุสในยูเครนซึ่งมีพรมแดนทางเหนือติดกับเบลารุส
อียูเปิดปท.ดูแลผู้ลี้ภัย 3 ปี
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะเปิดประเทศดูแลผู้ลี้ภัยชาวยูเครนเป็นเวลาสูงสุด 3 ปีโดยไม่ต้องยื่นขอลี้ภัย นางจาเนซ เลนาร์ซิก กรรมาธิการฝ่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการวิกฤตระบุคาดว่าจะมีชาวยูเครนประมาณ 18 ล้านคนได้รับผลกระทบทางมนุษยธรรมจากการรุกรานของกองกำลังรัสเซีย มากกว่า 4 ล้านคนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ
แคนาดาพร้อมส่งยุทโธปกรณ์
ขณะที่รัฐบาลแคนาดาแถลงว่าจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ทางการทหารประเภทไม่ทำลายล้างให้แก่กองทัพยูเครน แต่ยังยืนกรานไม่ส่งกำลังทหารเข้าช่วยต่อสู้กับกองกำลังรัสเซีย
นางเมลานี โจลี รมว.ต่างประเทศแคนาดาเปิดเผยว่า กองทัพยูเครนจำเป็นต้องมีเสื้อกันกระสุน หมวกกันน็อก หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ และอุปกรณ์สำหรับการมองตอนกลางคืน
เดนมาร์กหนุนพลเรือนร่วมสู้
นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ผู้นำเดนมาร์ก แถลงอนุญาตให้พลเมืองชาวเดนมาร์กเข้าร่วมกองพลน้อยนานาชาติ อาสาสมัครจากประเทศต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือยูเครนในการรับมือกับกองกำลังรัสเซีย “เป็นทางเลือกที่ใครๆ ก็ทำได้ สิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนยูเครนทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ แต่สำหรับคนอื่นๆ ที่คิดว่าสามารถมีส่วนร่วมได้โดยตรง ไม่มีอะไรขัดขวางไม่ให้ใครก็ตามเดินทางไปยูเครนเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ความขัดแย้ง” นายกฯ เฟรเดอริกเซนกล่าว
ฟ้องศาลโลกรัสเซียฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
วันเดียวกัน ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลยูเครนยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.พ. โดยกล่าวหารัสเซียว่าวางแผนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมทั้งจงใจสังหารและทำร้ายร่างกายชาวยูเครน ซึ่งประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเร่งพิจารณาและดำเนินคดีกับรัสเซีย
‘เซเลนสกี’ร้องอียูรับรองยูเครน
ประธานาธิบดีเซเลนสกีแถลงการณ์เรียกร้องให้สหภาพยุโรปมีมติรับรองยูเครนเป็นประเทศสมาชิกทันที “เราขอเรียกร้องต่อสหภาพยุโรปเพื่อให้ยูเครนเข้าเป็นภาคีโดยทันทีผ่านทางขั้นตอนพิเศษ เป้าหมายของเราคืออยู่ร่วมกับชาวยุโรปทั้งหมด ที่สำคัญที่สุดคือต้องอยู่อย่างเท่าเทียมกัน ผมแน่ใจว่าสิ่งนี้ยุติธรรม ผมแน่ใจว่ามีความเป็นไปได้ ชาวยูเครนแสดงให้โลกเห็นแล้วว่าพวกเราเป็นใคร และรัสเซียก็แสดงให้เห็นแล้วเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น” นายเซเลนสกีกล่าวก่อนเรียกร้องให้กองกำลังรัสเซียปลดอาวุธและออกจากยูเครน
ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวอีกว่าทางการยูเครนจะปล่อยตัวนักโทษที่มีประสบการณ์ด้านการต่อสู้เพื่อให้มีส่วนร่วมในการปกป้องประเทศชาติ “เราได้ตัดสินใจซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายหากมองในแง่ศีลธรรม แต่จะมีผลดีที่เป็นประโยชน์จากมุมมองในการป้องกันประเทศ” ผู้นำยูเครนย้ำ
จับตารัสเซีย-ยูเครนหารือ
กระทรวงต่างประเทศเบลารุสโพสต์รูปภาพโต๊ะประชุมยาวที่มีธงชาติรัสเซียและยูเครนตั้งอยู่ พร้อมข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า “สถานที่จัดการหารือระหว่างรัสเซียและยูเครนถูกเตรียมเรียบร้อยแล้ว คาดว่าคณะผู้แทนจะเดินทางมาถึง” ด้านนายอนาโตลี แกรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเบลารุสกล่าวว่า การเจรจาจะเริ่มต้นทันทีที่คณะผู้แทนทั้งหมดมาถึงจุดนัดพบ ซึ่งรัฐบาลยูเครนตกลงส่งนักการทูตไปยังพื้นที่ใกล้พรมแดนยูเครน-เบลารุส แม้ก่อนหน้านี้ทางการยูเครนยืนกรานว่าจะไม่หารือในดินแดนของเบลารุสซึ่งเปิดประเทศให้กองกำลังรัสเซียใช้เป็นช่องทางบุกโจมตียูเครนจากตอนเหนือ ส่วนประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวว่า ไม่คาดหวังว่าการเจรจาจะได้ผลใดๆ “เช่นเคย ผมไม่ค่อยเชื่อในผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ แต่ให้พวกเขาลองดูเถอะ” ผู้นำยูเครนกล่าว
ยังปะทะทั่วยูเครน-ยอดตายพุ่ง
สำหรับสถานการณ์การต่อสู้ยังเกิดขึ้นหลายเมืองในประเทศยูเครน ที่กรุงเคียฟ เมืองหลวง กองทัพยูเครนเปิดเผยว่า ทหารต่อสู้อย่างหนักหน่วงกับกองกำลังรัสเซียที่พยายามบุกโจมตีบริเวณรอบนอกของกรุงเคียฟหลายครั้งในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา และมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างน้อย 3 ลูก อย่างไรก็ตาม ทางการประกาศผ่อนคลายเคอร์ฟิวนาน 2 วัน เมื่อเวลา 08.00 น. เพื่อให้ประชาชนออกมาซื้ออาหารและของใช้จำเป็น
ในเมืองคาร์คีฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องและกองทัพยูเครนสามารถโจมตีกองกำลังรถหุ้มเกราะของรัสเซียให้ถอยร่นออกไปได้ ภายหลังบุกเข้าเมืองเมื่อเช้าวันที่ 27 ก.พ. แต่ยังมีเสียงไซเรนเตือนการโจมตีในช่วงเช้า เช่นเดียวกับในเมืองเชอร์กาซี ทางตอนกลาง เมืองดนีปรอ ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออก และเมืองวินนิตเซีย ส่วนเมืองเชียร์นีฮิฟ ทางตอนเหนือ มีการระดมยิงอย่างหนักและพบผู้บาดเจ็บ 1 คน ยอดพลเรือนที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 352 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กมากถึง 14 ราย ขณะที่กองทัพยูเครนแถลงว่าสังหารกำลังพลรัสเซียได้มากกว่า 4,300 ราย

อพยพ – สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูคาเรสต์ ให้ความช่วยเหลือคนไทยจากเมืองโอเดชา ประเทศยูเครน จำนวน 39 คน ผ่านด่านตรวจชายแดนยูเครน-โรมาเนีย เดินทางมายังกรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อ 28 ก.พ.
อพยพ 99 คนไทยพ้นยูเครน
เพจเฟซบุ๊ก “Royal Thai Embassy, Warsaw, Poland” ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งมีอาณาเขตดูแลประเทศยูเครนด้วย รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ. สถานทูตช่วยเหลือคนไทยจำนวน 99 คนอพยพออกจากยูเครน โดยคนไทย 60 คนเดินทางจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน เมืองลวิฟและถึงกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์โดยสวัสดิภาพ และคนไทยอีก 39 คนเดินทางจากเมืองโอเดซา ถึงกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนียโดยสวัสดิภาพเช่นกัน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยจะจัดให้คนไทยทั้ง 99 คน รวมทั้งคนไทยที่จะเดินทางออกมาจากยูเครนเพิ่มเติมเดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์กลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดต่อไป
ชุดแรกอาจถึงไทย 2 มี.ค.นี้
นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ ทูตไทยประจำกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ที่มีเขตอาณาดูแลยูเครนด้วย กล่าวในรายการ Spokemans Lives ของกระทรวงการต่างประเทศว่า ตามแผนสถานทูตจะนำคนไทย 99 คนออกจากประเทศยูเครนโดยเครื่องบินพาณิชย์ของสายการบินไทยซึ่งไม่ได้เช่าเหมาลำ โดยอาจเดินทางถึงในวันที่ 2 มี.ค.นี้ ทันทีที่ถึงไทยจะต้องกักตัวตามมาตรการควบคุมการระบาดโรคโควิด-19 ที่กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 1 วัน เพื่อรอผลตรวจ RT-PCR ทั้งหมดจะขึ้นเครื่องบินกลับไทยที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี สำหรับกลุ่มคนไทยที่เหลือจากทั้งหมด 255 คนที่ยังไม่มีกำหนดเดินทางกลับไทย ได้แก่คนไทย 42 คนในศูนย์ช่วยเหลือคนไทยที่เมืองลวิฟ ซึ่งจะออกจากศูนย์ช่วยเหลือภายในวันเดียวกันนี้ เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอน อีก 33 คนอยู่ในกรุงเคียฟ และอีก 7 คนอยู่ในเมืองคาร์เคียฟ ซึ่งในสองเมือง ดังกล่าวพลเมืองยังไม่สามารถเดินทางออกจากเมืองได้ มีนายจ้างดูแลอยู่ เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยสถานทูตพร้อมไปรับทันที และอีก 40 คน เป็นคนไทยที่มีครอบครัวหรือคู่สมรสเป็นชาวยูเครน ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับ เพราะสามีต้องอยู่ช่วยสู้รบในประเทศก่อน แต่หากภรรยาและลูกต้องการกลับไทยทางสถานทูตพร้อมอำนวยความสะดวก
จับตาราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อ
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบกับภาคการส่งออกของประเทศไทยจากสถานการณ์กองทัพรัสเซียเข้าโจมตียูเครนขึ้นอยู่กับการขยายวงความรุนแรง และมาตรการตอบโต้โดยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากนานาประเทศ ผลกระทบต่อประเทศไทยในขณะนี้คือราคาน้ำมัน ยิ่งสถานการณ์ตึงเครียดยิ่งส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนธุรกิจ ราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นด้านที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด ขณะที่ตลาดเงินตลาดทุนของไทยมีความผันผวนสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนอาจย้ายไปสู่สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง โดยธนาคารติดตามสถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำแนะนำลูกค้าให้ระมัดระวังเรื่องการทำธุรกรรมการค้าต่างประเทศกับทั้ง 2 ประเทศในช่วงนี้ เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน กรณีมีการนำเข้า-ส่งออก หรือธุรกรรมโอนเงินกับทั้ง 2 ประเทศ อาจมีความเสี่ยงได้รับเงินล่าช้า ทั้งกรณีคู่ค้าที่อยู่ในประเทศไทย รัสเซีย ยูเครน
นายพัชรกล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องติดตามคือสถานการณ์ดังกล่าวจะยกระดับความรุนแรงมากยิ่งขึ้นหรือไม่ รวมถึงประเด็นสำคัญคือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากประเทศต่างๆ ที่จะนำมาใช้กับรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและตลาดเงินของรัสเซีย และ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในยุโรป รวมถึงสถาบันการเงินและภาคธุรกิจของยุโรป และหากสถานการณ์พลิกผันไปสู่สงครามที่ขยายวงกว้าง เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะหดตัว และเกิดภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงจากราคาพลังงานที่พุ่ง
ราคาน้ำมันพุ่งส่งผลท่องเที่ยว
ด้าน น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า กรณีที่สหรัฐและชาติพันธมิตรตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการตัดบรรดาธนาคารรัสเซียหลายแห่งออกจากระบบสมาคมธุรกิจโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก หรือสวิฟต์ ผลกระทบในระยะสั้นจะเกิดผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.ความผันผวนในตลาดการเงิน คงเริ่มเห็นผลกระทบบ้างจากเงินบาทที่เริ่มผันผวนขึ้น 2.อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงขึ้น และ 3.เศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวลง ผลกระทบที่คาดว่าจะเห็นหลักๆ คืออัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นทั่วโลก ค่าน้ำมันเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง
นายกฯตู่เรียกถกรับมือ
เวลา 10.30 น. ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เรียกประชุมด่วนรองนายกรัฐมนตรีทุกด้าน นำโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์เร่งด่วน และสั่งการให้เตรียมความพร้อมในการกำหนดมาตรการรับมืออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด