‘เฮ้ง’ปัดเชิญ‘ธรรมนัส’ อ้าง‘ศท.’ยังไม่มีหัวหน้า
‘บิ๊กตู่’ ส่ง ‘รมว.เฮ้ง’ ประสานพรรคเล็กดินเนอร์ 17 มี.ค.ที่สโมสรราชพฤกษ์ พรรคไทรักธรรมเตรียมเคลียร์ปัญหาคาใจ ขู่อยากอยู่ครบเทอมต้องเห็นหัวกันกลุ่ม 16 ฉุนไม่เชิญประชาธิปไตยใหม่ ‘หมอระวี’ เผยเหตุเลือกข้างชัดเจน ‘สุชาติ’ อ้างติดหลักการไม่ส่งเทียบ ‘ธรรมนัส’ เพื่อไทยเชื่อวงกินข้าวเที่ยง ‘ธรรมนัส-พรรคเล็ก’ โชว์พลังเย้ยรัฐบาลมี 260 เสียงแน่หรือ ระวังโหวตกฎหมายสำคัญมีเสียวแน่ โฆษกกมธ.แก้กฎหมายลูกจับตาแปรญัตติสูตรคำนวณส.ส. ฟันธง ‘พปชร.-ส.ว.’ เสียงชี้ขาด ‘จุรินทร์’ ควง ‘ดร.เอ้’ โชว์วิสัยทัศน์แก้ปัญหาประเทศวันนี้ เตรียมพร้อมศึกเลือกตั้งทุกสนาม
‘บิ๊กตู่’นัดพรรคเล็กมีตติ้ง 17 มี.ค.
หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลและเลขาธิการพรรค โดยไม่มีพรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก รับประทานอาหารค่ำ ที่สโมสรราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. แต่ล่าสุดได้มอบหมายนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เป็น ผู้ประสานพรรคร่วมรัฐบาลขนาดกลางและขนาดเล็ก รับประทานอาหารที่สโมสรราชพฤกษ์ ในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 18.00 น.
ขณะที่พรรคเล็กร่วมรัฐบาลและร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ได้รับประทานอาหารเที่ยงเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรม โกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 กทม. แต่ไม่มี 5 พรรคเข้าร่วม ได้แก่ พรรคประชา ภิวัฒน์(ปชภ.) พรรคประชานิยม(ปย.) พรรคครูไทยเพื่อประชาชน(ค.พ.ช.) พรรคพลเมืองไทย(พลท.) และพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.)
ชาติพัฒนาเล็งชงแก้เศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ตนได้รับการติดต่อประสานงานจากทีมงานของพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนัดหมายไปรับประทานอาหารค่ำในวันที่ 17 มี.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ ซึ่งกำลังดูวันดังกล่าวว่าติดภารกิจอื่นใดที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าหรือไม่ หากไม่ติดก็จะไปร่วมงานด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์จะพูดคุยประเด็นอะไรบ้าง ถ้าในส่วนของตนคงนำเสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคชาติพัฒนา ไปร่วมรับประทานอาหารกับร.อ.ธรรมนัส เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นายเทวัญกล่าวว่า ไม่มีอะไร นายสมัครได้แจ้งกับตนแล้ว เนื่องจากเขาเป็นคน จ.อุบลราชธานี และมีความสนิทสนมกับ ส.ส.อุบลราชธานีที่สังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย เขาเป็นเพื่อนกันมานาน จึงชวนกันไป รับประทานอาหาร ไม่มีอะไร และไม่คิดว่าเขาจะมาดูดอะไรเรา
‘พีระวิทย์’ขู่ต้องเห็นหัวกันบ้าง
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม(ท.ธ.) กล่าวว่า พรรคไทยรักธรรม เดินทางไปร่วมด้วย โดยกลุ่มพรรคเล็กจะเดินทางไปทั้งหมด เพราะได้รับเทียบเชิญให้ไปด้วยเช่นกัน ซึ่งนายกฯ ได้ให้รัฐมนตรีท่านหนึ่งโทร.ประสานมาที่ตนและตนได้บอกไปว่าถ้าจะเชิญพรรคเล็กมาร่วมรับประทานอาหารก็ต้องเชิญทั้งหมด
ส่วนตัวเตรียมเรื่องที่จะไปพูดคุยกับนายกฯ และทุกพรรคก็จะเตรียมไปพูดคุยกับนายกฯ ด้วยเช่นกัน แต่เราได้มีการตกลงกันไว้ว่าเนื่องจากเรื่องที่จะพูดคุยมีเยอะอาจจะขอเวลาให้แต่ละพรรคพูดคนละ 3 หรือ 5 นาที อย่างพรรคตนจะไปเสนอเรื่องบำนาญผู้สูงอายุที่จะเข้าสภาแล้วไม่ได้เข้า เพราะอำนาจอยู่ที่นายกฯ ถ้านายกฯ เห็นชอบสภาก็เดินต่อได้
“นอกจากนี้ ผมได้เป็นตัวแทนของ กลุ่มพรรคเล็กที่จะพูดถึงปัญหาที่พรรคเล็กไม่ได้รับการสนใจจากนายกฯ ผมจะพูดกับนายกฯ ตรงๆ ว่าไม่มองเห็นหัวพวกเราเลย ปีสุดท้ายแล้ว ถ้านายกฯ จะอยู่ให้ครบเทอมท่านก็จะต้องเห็นหัวพวกเราบ้าง” นาย พีระวิทย์กล่าว
พทท.หนุน‘ประยุทธ์’ไม่เปลี่ยน
นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท(พทท.) ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ ได้ให้ทีมงานประสานมาทางโทรศัพท์ เชิญร่วมรับประทานอาหารค่ำ โดยพรรคพลังท้องถิ่นไทตอบตกลงไปร่วมด้วย แต่ยังไม่ทราบว่าจะไปทั้งพรรคหรือไปเฉพาะตนเอง
ด้านนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงการไปร่วมรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัสว่า ตนต้องการไปพูดคุยเกี่ยวกับการแก้กฎหมายเลือกตั้งเรื่องเลขบัตรลงคะแนนผู้สมัคร ส.ส.ว่าควรจะใช้แบบไหน และแค่ไปรับประทานอาหารในฐานะเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน ไม่ได้มีประสงค์ใดแอบแฝง และจุดยืนคือสนับสนุนการทำหน้าที่บริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรค พลังท้องถิ่นไทยมาตั้งแต่ต้น และจะไม่เปลี่ยนแปลง
น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรค พลังท้องถิ่นไท โพสต์เฟซบุ๊กว่า การไปร่วมรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัสไปตาม คำเชิญชวนของนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เพื่อพูดคุยในระหว่างปิดสมัยประชุมสภาเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งเรื่องเลขบัตรลงคะแนน ผู้สมัคร ส.ส.ว่าควรใช้แบบไหน โดยที่นาย พีระวิทย์ จะแปรญัตติและจำเป็นที่จะต้องใช้ลายมือชื่อของ ส.ส.หลายคนในการยื่นแปรญัตติด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคพลัง ท้องถิ่นไท มีส.ส.ไปร่วมกินข้าวกับร.อ. ธรรมนัส 2 คนคือ นายนพดล และน.ส. กวินนาถ
‘หมอระวี’ ดี๊ด๊าตอบรับ
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ตนได้รับการประสานงานมาให้เข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำในวันที่ 17 มี.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ เพื่อพูดคุยเรื่องการทำงานของพรรคเล็กในการทำงานเป็นพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงเสนอความเห็นต่อนายกฯ ถึงนโยบายการทำงานต่างๆ ของรัฐบาล และเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของพรรคเล็ก เพื่อนำเรียนให้นายกฯ ได้รับทราบโดยตรง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้พูดคุยนอกรอบ หลังจากที่เราไม่ได้รับประทานอาหารร่วมกันมานาน คาดว่าจะมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายคนมาร่วมงานด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้เชิญหัวหน้าพรรคเล็กที่ไปร่วมประทานอาหารกับ กลุ่มของร.อ.ธรรมนัส ด้วยหรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า ทราบว่านายกฯ เชิญหัวหน้าพรรคเล็กทุกพรรค แต่คาดว่าจะไม่เชิญนาย สุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่(ปธม.) เพราะที่ผ่านมาเลือกข้างชัดเจนว่าสนับสนุนร.อ.ธรรมนัส
กลุ่ม 16 ฉุนไม่เชิญ‘ปธม.’
รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับการ รับประทานอาหารค่ำระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่สโมสรราชพฤกษ์ วันที่ 17 มี.ค. ที่มอบหมายนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นผู้ประสาน ทุกพรรคที่ประสานไปตอบรับเข้าร่วม ขาดเพียงนายสุรทิน ที่อ้างว่ายังติดต่อไม่ได้และจะดำเนินการติดต่อต่อไป
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แกนนำกลุ่ม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลพรรคเล็ก หรือกลุ่ม 16 เปิดเผยว่า นายกฯ ได้นัดพรรคร่วมรัฐบาลพรรคเล็ก ร่วมรับประทานอาหารในวันที่ 17 มี.ค.ที่สโมสรราชพฤกษ์ และรับทราบจากสมาชิกกลุ่ม 16 ว่านายสุรทิน ไม่ได้รับเชิญ
“ทางกลุ่ม 16 ติดใจ เพราะนายสุรทินยังเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จึงทักท้วงถึงวิสัยทัศน์แกนนำรัฐบาล ดังนั้น ตนจะนัดส.ส.กลุ่ม 16 รับประทานอาหารในช่วงบ่ายวันที่ 17 มี.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และนัดนายสุรทินด้วย เพื่อหารือถึงท่าทีว่าเมื่อนาย สุรทินไม่ได้รับเชิญแล้วยังจะไปหรือไม่ เพื่อย้ำว่ากลุ่ม 16 ไม่ทิ้งกัน” นายพิเชษฐกล่าว
‘สุรทิน’อ้างชาวบ้านโวยไม่มีกิน
ด้านนายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังไม่ได้รับโทรศัพท์เทียบเชิญ แต่หากได้รับเชิญ ก็ขอคิดดูก่อน เพราะตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พรรคเล็กไปกินข้าวร่วมกับร.อ.ธรรมนัส มีประชาชนวิพากษ์วิจารณ์และส่งเสียงสะท้อนมายังตนว่า ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อน ข้าวยังไม่มีจะกิน เดือดร้อนทั้งโควิด-19 มีสารพัดปัญหา แต่ทางส.ส. และรัฐบาลกลับเชิญกันกินข้าวอยู่ทุกวัน ภาพออกมาเป็นลบมากกว่า และมองว่าครั้งแรกที่เชิญพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีพรรคเล็กเข้าไปร่วม ยอมรับว่ากลายเป็นชนชั้นที่สอง ซึ่งไม่ได้เรียกร้องอะไร
ตนรู้สึกไม่สบายใจหากจะมีการเชิญไป กินข้าวกันอีก เพราะชาวบ้านก็ด่า จึงขอเสนอแนะนายกฯ ว่า เปลี่ยนจากเชิญพรรคร่วม พรรคเล็กกินข้าว ควรเป็นเชิญทั้งสภา มารับฟังปัญหาประชาชน หรือนำข้าวสารไปช่วยกันแจกให้ชาวบ้านแล้วพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหาจะดีกว่า โดยเฉพาะชาวอีสาน
“พรรคประชาธิปไตยใหม่จะไม่ยุบพรรคตัวเองไปรวมกับพรรคเศรษฐกิจไทยของร.อ.ธรรมนัส แต่พรรคเล็กบางพรรคมีข่าวว่าจะไปร่วมในสมัยหน้า แต่ก็สามารถประสานการทำงานกันได้ เพราะประเทศไทยจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้มีพรรคเดียวแน่นอน เพราะการเป็นรัฐบาลจะสามารถนำงบประมาณไปช่วยเหลือชาวบ้านได้โดยตรงส่วนฝ่ายค้านทำได้ยาก” นายสุรทินกล่าว
‘รมว.เฮ้ง’เมิน‘ธรรมนัส’
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนเป็น ผู้ประสานงานเชิญพรรคเล็กมาร่วมรับประทานอาหารค่ำ ในวันที่ 17 มี.ค.ที่สโมสรราชพฤกษ์ นับเป็นรอบที่สอง โดยก่อนหน้านี้ได้นัดหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว การเชิญครั้งนี้ เป็นการทานข้าวตามปกติ เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเชิญ แต่ถ้าเชิญมาพร้อมกันในครั้งที่แล้วจะเยอะเกินและจะนั่งไม่สะดวก
ผู้สื่อข่าวถามว่าเชิญร.อ.ธรรมนัส ด้วยหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจไทย ยังไม่มีหัวหน้าพรรค ไม่รู้จะเชิญใคร ต่อข้อถามว่าจะเชิญส่วนตัวหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ เพราะหลักการคือจะเชิญหัวหน้าพรรคอย่างเดียว ต่อข้อถามกรณีที่นายสุรทิน อาจน้อยใจที่ไม่รับเชิญย นายสุชาติกล่าวว่า ยังติดต่อนายสุรทิน ไม่ได้คนเดียว หากติดต่อได้และเขาอยากร่วมรัฐบาลอยู่ก็เชิญอยู่แล้ว ตนพยายามติดต่อแล้ว แต่ยังติดต่อไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร คนเดียว
ต่อข้อถามกรณีที่นายพิเชษฐจะนัดกลุ่ม 16 กินข้าวเที่ยงในวันที่ 17 มี.ค.ตัดหน้ารัฐบาลที่นัดกินมื้อค่ำ นายสุชาติกล่าวว่า ปล่อยเขาไปไม่เป็นไร นายพิเชษฐ เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค และหลักการคือเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นคนที่ไม่ใช่หัวหน้าพรรค จะคุยอย่างไร และครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกลุ่ม 16 เขามีกี่คนยังไม่รู้ ยังไม่เห็นหน้า
มั่นใจทุกพรรคหนุนนายกฯ
ต่อข้อถามว่าผู้ใหญ่ที่จะไปร่วมงานและพูดคุยกับพรรคเล็ก ยังเป็น 3 ป.เหมือนเดิม คือพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เบื้องต้นมีนายกฯ และพล.อ.ประวิตร อยู่แล้ว เพราะพล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคแกนหลักในรัฐบาล ส่วนตนทำหน้าที่เป็นนกพิราบเท่านั้น และอาจจะไปดูความเรียบร้อย การที่ผู้ใหญ่ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไว้วางใจให้ตนมาทำหน้าที่ในการประสานกับพรรคการเมืองเหล่านี้ เพราะเป็นเด็กที่สุดในกลุ่ม การเป็นเด็กคุยกับผู้ใหญ่ไม่ยากหรอกและตนคุยได้หมดทุกคน ในพรรคเล็กก็รู้จักกันดี เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น
“ยืนยันทุกคนไม่มีอะไร และสนับสนุน นายกฯ ที่ทำงานให้ชาติบ้านเมือง ส่วนพรรคเล็กเหล่านี้ ที่ผ่านมาอดีตใครดูเราไม่รู้ แต่อาจจะขาดตกบกพร่องในการที่จะเจรจาหรือคุยกันว่าเขามีแนวคิดอย่างไร จะเสนอรัฐบาลอย่างไร การเจอกันกินข้าวมื้อหนึ่งผมว่าไม่เสียหายอะไร และถ้าเป็นไปได้จะมีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพไปเรื่อยๆ” นาย สุชาติกล่าว
เมื่อถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่า พรรคเล็กเหล่านี้สนับสนุนรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส มั่นใจว่าพรรคเล็กเหล่านี้อยู่กับเขา นายสุชาติกล่าวว่า พรรคเล็กแต่ละพรรคมีแฟนคลับที่เลือกมาหลายหมื่นคน ถ้ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด หรือทุจริตผิดกฎหมาย แล้วเขาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่โหวตให้รัฐบาล จะไปตอบสมาชิกได้อย่างไร คนระดับนี้มีจุดยืนทุกคน เราคบกันไม่ใช่ที่กล้วย แต่อยู่ที่ใจ ถ้าเขาคิดว่าพรรคเล็กเหล่านี้อยู่กับเขา ก็ดีใจด้วยที่คิดแบบนั้น เมื่อพยายามบลัฟรัฐบาลและนายกฯ ตนก็ต้องบลัฟกลับ
‘นิโรธ’เชื่อ‘ตู่-นัส’แค่งอนกัน
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ร.อ.ธรรมนัสกินข้าวกับหัวหน้าพรรคเล็กว่า ตนไม่ทราบ ตนอยู่พื้นที่จึงไม่ได้ฟังข่าว แต่คงไม่มีอะไรเพราะเขาก็สนิทกันมาก่อนแล้ว
ส่วนที่มีคนมองว่าอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมหน้าในวันที่ 22 พ.ค.โดยจะมีเรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ เรื่องกฎหมายลูก และการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เข้ามานั้น ตนก็ไม่ทราบ และร.อ.ธรรมนัสไม่ได้พูดว่าจะไม่สนับสนุนอะไร ซึ่งเชื่อว่าเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องดี ร.อ.ธรรมนัสจะสนับสนุนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามองว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถคุยกับร.อ.ธรรมนัสได้หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า “เขาเป็นพี่น้องกัน เขาอาจจะงอนกันบ้างเป็นธรรมดา”

ครอบครัว – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินทางมาตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมเปิดรับสมัครสมาชิกครอบครัว พท.โคราช ที่ตลาด ซีอีโอโคราช ถนนสุรนารี 2 จ.นครราชสีมา เมื่อ วันที่ 12 มี.ค.
‘ชลน่าน’มั่นใจเย้ยปม 260 เสียง
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่ ร.อ.ธรรมนัส กินข้าวกับกลุ่มพรรคเล็กร่วมรัฐบาลว่า ในภาวะวิกฤตหัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐบาล การที่ ร.อ.ธรรมนัสยังสามารถเกาะเกี่ยวพรรคเล็กเอาไว้ได้ มองประโยชน์ที่ได้ของทั้งสองฝ่ายมีมหาศาล พรรคเล็กก็มีอำนาจ ต่อรองสูงมาก หากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส และพรรคเล็กเหล่านี้ สะวิงมาอยู่กับฝ่ายค้านในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแค่ 30 เสียง ก็ทำให้เกิดผลคว่ำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้เลย
มองว่าการนัดรวมตัวครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าถ้าพวกคุณนัดรวมตัวเช็กเสียงกันได้ พวกเขาก็ทำได้เหมือนกัน ประมาณว่าเห็นหัวกันบ้าง ยิ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่ามี 260 เสียง งานนี้ ร.อ.ธรรมนัสจึงอยากแสดงให้เห็นบ้างว่ามีเสียงในมือ 260 เสียงจริงหรือ ถือเป็นกลเกมชิงอำนาจกันเองภายในรัฐบาล
“ขอให้จับตาดูร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ที่จะเข้าสู่สภา ชั้นรับหลักการในวันที่ 1-2 มิ.ย.นี้ หากในระหว่างนี้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อไม่ได้ อาจส่งผลให้เกิดการโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องลาออกไป แต่หากผ่านด่านร่างงบประมาณไปได้ ก็ต้องมาเจอกับด่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ” นพ.ชลน่านกล่าว
โหวตกฎหมายสำคัญมีเสียวแน่
ส่วนนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสมีคอนเน็กชั่นกับพรรคเล็ก มานานมากแล้ว ต่างฝ่ายต่างแนบแน่นกัน อย่าลืมว่าเมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนหน้านี้ มีพรรคเล็ก 4 เสียงที่โหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น หากมีกรณีที่ต้องโหวตนับคะแนนเสียงในกฎหมายสำคัญๆ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์มีเสียวแน่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัสไม่ใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน จึงพร้อมจุดติดตลอดเวลา ขณะที่ความแตกแยกภายในพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังคงมีอยู่
ตนเป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์กลัวว่าจะฝันไปเองว่ามี 260 เสียงในมือ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสเดินเกมแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์คงต้องกลับไปนอนฝันใหม่ ว่าท่านมี 260 หรือ 240 เสียงกันแน่ พล.อ.ประยุทธ์อย่าวางใจนักเลย
‘สมชัย’จับตาสูตรส.ส.พึงมี
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่จะประชุม กมธ.ในสัปดาห์หน้า ว่า สิ่งที่ต้องจับตาดูคือคำแปรญัตติที่มีการแปรเข้ามาทั้งส.ส.และส.ว.ที่หมดเขตวันที่ 12 มี.ค. มีอะไรน่าสนใจบ้าง ซึ่งตนคาดว่าสิ่งที่น่าสนใจจะอยู่ที่พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ที่จะแปรญัตติเกี่ยวกับการคำนวณหาส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แบบจัดสรรปันส่วนผสมหรือ MMP เหมือนการเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทย แต่ต้องดูก่อนว่าจะมีการแปรญัตติในลักษณะนี้เข้ามาหรือไม่
เท่าที่ทราบน่าจะมีอย่างน้อย 2 ญัตติคือญัตติของนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่จะเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบรวมกันแล้วหารด้วย 500 และญัตติของพรรคเสรีรวมไทย โดยเอาบัตรใบที่ 2 หารด้วย 500 เป็นการคำนวณแบบปี 2562 ซึ่งเมื่อมีคำแปรญัตติเข้ามาแล้วต้องรอดูคำอภิปรายในชั้นกมธ.ว่า แนวโน้มเสียงออกมาจะเป็นเช่นไร
ฟันธง‘พปชร.-ส.ว.’เสียงชี้ขาด
นายสมชัยกล่าวว่า ตนคาดการณ์ว่าหากพรรคพลังประชารัฐ หรือฝ่ายรัฐบาลกลับตัวมาอยู่ฝ่ายนี้และส.ว.ที่ขณะนี้มีท่าทีกลางๆ ไม่ยอมฟันธงว่าไปทางไหน ซึ่งอาจจะรอสัญญาณเช่นกันว่าจะให้ออกมาทิศทางใด สมมติว่าหากพรรคพลังประชารัฐ หรือส.ว.ออกมาในเชิงหนุนส.ส.พึงมีด้วยวิธีการจัดสรรปันส่วน ผลที่เกิดขึ้นคือฝ่ายที่หนุนวิธีการนับแบบคู่ขนาน เชื่อว่าจะเหลือเพียงพรรคเดียวคือ พรรคเพื่อไทย หากเป็นเช่นนั้น พรรคพลังประชารัฐ และส.ว.จะเป็นเสียงข้างมากในวาระ 2-3 จะสามารถดูแนวโน้มออกในการอภิปรายในชั้น กมธ.
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สูตรหารด้วย 100 หรือ 500 สุดท้ายแล้วต้องรอดูเสียงในกมธ.และการโหวตในที่ประชุมร่วมรัฐสภาก่อน แต่เสียงในกมธ.น่าจะบ่งบอกพอสมควร หากรัฐบาลและส.ว.หนุนจะเป็นเสียงข้างมากในกมธ.อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังพิจารณาไม่ถึงมาตราเกี่ยวกับการใช้วิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ และในสัปดาห์หน้าคาดว่าน่าจะยังไม่ถึง เนื่องจากจะต้องผ่านมาตราเรื่องบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวทั้งประเทศทั้งส.ส.บัญชีรายชื่อและส.ส.เขตให้ได้ก่อน และมีความเป็นไปได้ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า แต่ไม่แน่ใจว่าจะถึงหรือไม่ เพราะรู้สึกว่าโดยสปีตแล้วไม่น่าจะไปถึง
‘จุรินทร์’ควง‘ดร.เอ้’โชว์วิสัยทัศน์
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กทม. เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 มี.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ พรรคจะจัดงานภายใต้แนวคิด The 2 Leaders’ Visions เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของบุคคลสำคัญของพรรค 2 คน คือ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค เพื่อให้สาธารณชนได้มีโอกาสรับทราบถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติทั้งในมิติของประเทศ และการบริหารเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ที่ต้องมีความเชื่อมโยงกัน
วันเดียวกัน นายสุชัชวีร์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแล กทม. ลงพื้นที่เขตคลองสามวา และสายไหม เพื่อสำรวจปัญหาคลองพระยาสุเรนทร์
นายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเปิดนโยบายแก้ไขปัญหากรุงเทพฯ ทั้งหมดนั้น เมื่อตนและทีมผู้สมัคร ส.ก.ได้ลงพื้นที่กรุงเทพฯครบทั้ง 50 เขตแล้ว จะมีการเปิดนโยบาย ตอกย้ำนโยบายอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมั่นใจว่า แนวคิดการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ที่ได้เปิดเผยพร้อมกับการเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธ.ค.2564 ถือว่าตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ในกรุงเทพฯ อย่างรอบด้าน
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กเปิดตัว นายวิรุจน์ เอกสิทธิผล สถาปนิกหนุ่ม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.วังทองหลาง โดยนายวิรุจน์ เป็นคนกรุงเทพฯ แต่กำเนิด เรียนจบม.5 กรุงเทพคริสเตียน สอบเทียบเข้าคณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เรียนจบทำงานบริษัทพักหนึ่ง ก็ออกมาตั้งกิจการของตัวเอง ตั้งแต่อายุ 24 ปี

รับฟังชาวบ้าน – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมพิธีสมโภชพุ่มผ้าป่า พร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อนำไปผลักดันแก้ไข ที่วัดตันติการาม หรือวัดน้ำตอหลัง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 12 มี.ค.
พ.ต.อ.ทวีรับฟังปัญหาชาวนราฯ
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ เดินทางไปร่วมพิธีสมโภชพุ่มผ้าป่า ที่วัดตันติการาม หรือ วัดน้ำตอหลัง ม.3 ต.หยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยมี พระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์ พ.ต.อ.ทวี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมีพี่น้องพุทธศาสนชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
โอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้เยี่ยมให้กำลังใจ ตลอดจนรับฟังปัญหาจากพี่น้องชาวศาสนิกชนที่มาร่วมพิธีอย่างใกล้ชิด พร้อมรับปากจะช่วยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ดันเป็นกฎหมาย เพื่อเป็นการแก้ปัญหา ให้เกิดความยั่งยืน
โดยพระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 กล่าวถึง พ.ต.อ.ทวี ตอนหนึ่งว่า เป็นบุคคลที่ทำงานการเมืองช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งยังได้ฝากให้เลขาธิการพรรคประชาชาติช่วยแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องทุกคนให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและยั่งยืน