อุ้มดีเซล-มีเงินแค่มีค.ครม.โอเคขยายกู้เพิ่ม

ครม.เห็นชอบขยายเพดานเงินกู้ของกองทุน น้ำมันฯ หลังเงินชดเชยดีเซลมีถึงแค่สิ้นมี.ค. ‘บิ๊กตู่’ เรียกฝ่ายเศรษฐกิจถกรับมือของแพง คน.ขยับไข่ไก่เข้าในบัญชีสินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษจับตาราคาวันต่อวัน พร้อมเพิ่มอีก 10 สินค้าเฝ้าจับตาใกล้ชิด รวมเป็น 218 รายการ ส.ชาวนาวอนรัฐเร่งช่วยราคาปุ๋ยแพงเท่าตัว ร้องขออุดหนุนราคาปุ๋ย-น้ำมัน 25 บาทต่อลิตร น้ำตาล-เหล็กก็สุดอั้นจ่อขยับราคาตามตลาดโลก

เงินชดเชยดีเซลถึงสิ้นมี.ค.
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ประชุมกับฝ่ายเศรษฐกิจว่าจะเดินหน้าอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะเรื่องพลังงานยังมีการผันผวนอยู่มาก เนื่องจากสถานการณ์สู้รบยังมีและยังไม่จบในเวลาอันใกล้นี้ วันนี้สิ่งที่เราเป็นกังวลคือเรื่องราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ราคาพลังงาน ปุ๋ย วัสดุต้นทุนต่างๆ ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญว่าจะทำอย่างไร วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังมีปัญหามากพอสมควร

ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รอง นายกฯ และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ครม. มีมติรับทราบการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยขยายเพดานเงินกู้ของกองทุนน้ำมันฯ จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 40,000 ล้านบาท โดยวงเงินกู้เงินที่ ครม.ขยายเพิ่มให้จะทำให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ระดับ 30 บาทต่อลิตรได้นานขึ้น สำหรับราคาน้ำมันลดลงแล้วบริหารจัดการได้มากขึ้น แต่ขอดูสถานการณ์เป็นรายวัน เพราะขณะนี้การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลยังใช้เงินสูงอยู่คือประมาณลิตรละ 7 บาท ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมครม.ใช้เวลาการประชุมค่อนข้างรวดเร็ว เสร็จสิ้นการประชุมตั้งแต่ยังไม่ถึง 13.00 น. แต่เรื่องที่นำมาหารือนานที่สุดคือเรื่องพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซียกับยูเครน โดยเชิญผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน ช่วงหนึ่งผู้อำนวยสำนักงานกองทุนน้ำมันฯ ระบุว่าราคาน้ำมันขณะนี้ผันผวนหนักมากในรอบ 13-14 ปี มีเหตุมาจากสงครามดังกล่าว

ส่วนการชดเชยน้ำมันดีเซลในปัจจุบันชดเชยอยู่ที่ลิตรละ 7 บาท แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงไปถึง 135 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะต้องชดเชยลิตรละ 8 บาท ถ้าสถานการณ์น้ำมันยังเป็นอยู่อย่างนี้ ราคานี้จะตรึงได้ถึงสิ้นเดือนมี.ค. แต่ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงจะตรึงต่อได้ถึงต้นเดือนเม.ย. อย่างไรก็ตาม เงินที่อุดหนุนดีเซลตรงนี้ส่วนหนึ่งมาจากเบนซิน

พิษน้ำมันแพง – สภาพถนนพหลโยธินช่วงหน้าสวนจตุจักร-ตลาดหมอชิตใจกลางกรุงเทพฯ ตอนเช้าวันที่ 15 มี.ค. การจราจรโล่งปลอดโปร่งต่างจากปกติที่เป็นย่านรถติดอย่างหนักยานพาหนะหนาแน่น ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพงผู้คนใช้รถลดน้อยลงอย่างมาก

ครม.ขยายเงินกู้กองทุนน้ำมัน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบทบทวนมติครม. เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2565 ที่เห็นชอบมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 3/64 เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2564 ในส่วนของแผนรองรับวิกฤตการณ์ ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉ. ปรับปรุง ครั้งที่ 1) และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติเห็นชอบ ร่างแผนรับรองวิกฤตด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ทบทวนหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันฯ ยกเลิกการกำหนดวงเงินบริหารกองทุนน้ำมันฯ รวมวงเงินกู้ยืมต้องไม่เกิน 40,000 ล้านบาท จากเดิมที่แผนรองรับวิกฤตฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ระบุการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ต้องมีจำนวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัด การกองทุนน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกู้แล้วต้องไม่เกิน 40,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะมีการออกร่าง พ.ร.ฎ.เพื่อแก้ไขกรอบวงเงินดังกล่าวต่อไป รวมทั้งปรับกลยุทธ์การถอนกองทุนน้ำมันฯ โดยให้ยกเลิกการปรับสัดส่วนการช่วยเหลือลงครึ่งหนึ่ง เมื่อฐานะกองทุนน้ำมันใกล้ติดลบตาม พ.ร.ฎ.ขยายกรอบวงเงินฯ กู้ เป็น 30,000 ล้านบาท แต่ยังคงดำเนินการหารือการปรับลดภาษีสรรพสามิต เพื่อให้ระดับราคาไม่ปรับตัวสูงขึ้นมากนักและเริ่มดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กองทุนน้ำมันไม่ขาดสภาพคล่อง

ทีมศก.รูดซิป-ผลหารือ
ต่อมาเวลา 14.30 น. ทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เข้าหารือร่วม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล ประเด็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน รวมไปถึงส่งผล กระทบต่อราคาสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้า ใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง หลังการหารือแล้วเสร็จ คณะที่เข้าหารือปฏิเสธการให้สัมภาษณ์และเดินทางกลับในทันที

ด้าน นายธนกรกล่าวถึงการประชุมว่า นายกฯ สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ร่วมพิจารณาแนวทาง การแก้ไขปัญหา เพื่อหาช่องทาง และรูปแบบในการช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจากราคาพลังงานรูปแบบต่างๆ ช่วยเหลือแรงงาน ลูกจ้าง และดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบมาก โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางสำคัญในการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้มากที่สุด ในรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม จากงบประมาณที่มีจำกัด ซึ่งต้องการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด รวมทั้งแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้นช่วยเหลือทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และระยะยาวช่วยเหลือให้การเติบโตอย่างยั่งยืน

คน.จับตาสินค้า 218 รายการ
วันเดียวกัน ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการดูแลราคาสินค้า ประจำเดือน มี.ค.2565 ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก.พ.2565 คน.มีการทบทวนรายการสินค้า โดยปรับเพิ่มรายการสินค้าที่ติดตามดูแลเข้ามาอีก 10 รายการ รวมเป็นทั้งสิ้น 218 รายการ

สำหรับ 10 รายการที่ปรับเพิ่มเป็นคือ หมวดสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์, ข้าวโพด ผลปาล์มน้ำมัน, มะพร้าวผลแก่ และผลิตภัณฑ์, กระเทียม ทุเรียน มังคุด ลำไย และหอมหัวใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาตามฤดูกาล โดยเพิ่มทั้ง 10 รายการเข้าไปอยู่ในบัญชีติดตามใกล้ชิดเป็นประจำทุก 15 วัน นอกจากนี้ ยังมีการปรับให้ไข่ไก่ขึ้นไปอยู่ในบัญชีสินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ติดตามราคาและภาวะเป็นประจำทุกวัน จากเดิมที่เดือนก.พ.2565 ที่อยู่ในบัญชีสีเขียว เนื่องจากเป็นสินค้าอาหารสด รวมทั้งไข่ไก่ ยังจำเป็นสำหรับการครองชีพของประชาชนจึงต้องติดตามสถานการณ์ทั้งด้านต้นทุนและราคาอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้

ร.ต.จักรากล่าวถึงภาพรวมการดูแลราคาสินค้า 218 รายการ ประจำเดือนมี.ค.2565 ว่า จัดแบ่งระดับความสำคัญในการดูแลออกเป็น 3 บัญชีคือ 1.บัญชีอ่อนไหวเป็นพิเศษต้องติดตามราคาและภาวะเป็นประจำทุกวัน 28 รายการ อาทิ 1) สุกรชำแหละ 2) ไก่สด 3) ไข่ไก่ อาหารสัตว์ น้ำมันพืช ข้าวสาร เป็นต้น 2.บัญชีติดตามใกล้ชิด สัปดาห์ละ 2 ครั้ง 3 รายการคือ 1) สบู่ 2) ผลิตภัณฑ์ล้างจาน 3) อาหารปรุงสำเร็จ และ 3.บัญชีติดตามใกล้ชิดเป็นประจำทุก 15 วัน 191 รายการ อาทิ ไข่เป็ด มะนาว แป้งสาลี นมข้นหวาน กระดาษชำระ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ผลปาล์มน้ำมัน แม่ไก่ ลูกไก่ เป็นต้น

เกษตรกรอ่วมปุ๋ยพรวดเท่าตัว
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ปุ๋ยเคมีทุกสูตรปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 100% นับจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา เช่น ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46 ปรับจาก 500-700 บาท ต่อกระสอบ (50 ก.ก.) เป็น 1,600 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 900-1,100 บาทต่อกระสอบ ปุ๋ยสูตร 16-20 ปรับจาก 500-600 บาทต่อกระสอบ เป็น 1,200 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 600-700 บาทต่อกระสอบ ทำให้ต้นทุนปลูกข้าวเพิ่มขึ้นมาก โดยช่วงเดือนเม.ย.นี้ ชาวนาทั่วประเทศจำเป็นต้องซื้อปุ๋ยนำไปใช้ในการเพราะปลูกข้าวฤดูใหม่ จึงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบปุ๋ยแพงให้กับชาวนา

เบื้องต้นสมาคมชาวนาฯ เสนอมาตรการขอความช่วยเหลือไปยังนายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์แล้ว โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาสนับสนุนเงินซื้อปุ๋ยกระสอบละ 200 บาท หรือตันละ 2,000 บาท แก่เกษตรกรายย่อยที่เพาะปลูก ไม่เกิน 30 ไร่ และขอให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงราคาพิเศษไม่เกิน 25 บาทต่อลิตร ให้ครอบครัวละไม่เกิน 200 ลิตร แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากกระทรวงพาณิชย์

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลพวงจากสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มีผลให้บราซิลที่เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับ 1 ของโลก นำน้ำตาลไปผลิตเอทานอลมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกราคาส่งมอบเดือนมี.ค.2565 ขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 19.45 เซ็นต์ต่อปอนด์ จากเฉลี่ย 18 เซ็นต์ต่อปอนด์ ราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกผันผวนสูง ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะมีทิศทางอย่างไร

เหล็กก็สุดอั้นจ่อปรับราคา
ขณะที่นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเมินสถานการณ์ราคาเหล็กในประเทศจะปรับขึ้นร้อยละ 10-20 ช่วงไตรมาส 2/2565 ตามกลไกตลาดโลกอย่างราคาเหล็กของยุโรปที่ปรับขึ้นก่อนหน้านี้ จากผลกระทบทางอ้อมของสงครามระหว่างรัสเซีย -ยูเครน ทั้งยังส่งผลกระทบด้านราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กทั่วโลกสูงขึ้น โดยรัสเซียมีปริมาณส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กไปทั่วโลก ร้อยละ 8 ยูเครน ร้อยละ 4 รวมกันประมาณ 58 ล้านตัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะส่งผลให้กำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์เหล็กส่วนนี้หายไป ทำให้อุปทานเหล็กตึงตัวผลักดันราคาผลิตภัณฑ์เหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคอุตสาหกรรมอื่นที่มีการใช้เหล็กด้วย

ทั้งนี้ ประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กโลกปี 2565 มีความต้องการ 1,896.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 จากปีก่อนอยู่ที่ 1,855.4 ล้านตัน โดยจีนยังเป็นประเทศที่มีการบริโภคเหล็กสูงสุด 985.1 ล้านตัน ส่วนความต้องการเหล็กในไทยปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 19.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อนอยู่ที่ร้อยละ 18.64 เนื่องจากอุตสาหกรรมมีการขยายตัว ต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้างโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก การลดกำลังการผลิตของประเทศจีน ต้นทุนพลังงาน และการขนส่งที่มีผลต่อราคาเหล็ก

เร่งหมักปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน
วันเดียวกัน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนและเกษตรกร ในเรื่องของแนวทางดำเนินงานเรื่องปุ๋ย อาหารสัตว์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ราคาปุ๋ยและอาหารสัตว์มีแนวโน้มสูงขึ้น จนอาจทำให้ผู้นำเข้าชะลอการนำเข้าและภายในประเทศประสบปัญหาการขาดแคลน การประชุมกินเวลานานมากกว่า 5 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปต้องนำข้อมูลที่ได้ไปประชุมกลุ่มย่อยของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ อีกครั้ง

นายทองเปลวกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาต้นทุนแม่ปุ๋ย กระทบต่อต้นทุนที่เกษตรกรจะต้องซื้อปุ๋ยเพื่อทำการเกษตร ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จะเพิ่มกำลังผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนปุ๋ยเคมี ในสภาวะที่ไม่ปกติ โดยปกติ ปี 2565 กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และชีวภาพประมาณ 3.2 ล้านตัน แต่จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5 ล้านตัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น

เปิดเสรีนำเข้าข้าวสาลี
นอกจากนี้ ได้หารือถึงวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ (ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง) ที่มีราคาสูงขึ้นทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และสมาคมต่างๆ กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ เพื่อเสนอความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว ให้ชะลอมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ อัตรา ส่วน 1 ต่อ 3 ของกระทรวงพาณิชย์ ไว้ชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ รวมถึงต้องกำหนดปริมาณที่จะนำเข้าไม่ให้เกิดผลกระทบด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์จะตั้งคณะทำงานวงเล็กหารือประเด็นดังกล่าว ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายกรมปศุสัตว์และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเข้าร่วมด้วย เพื่อให้ข้อมูลตัวเลขสำหรับใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรต่อไป

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน กระทบต้นทุนราคาแม่ปุ๋ยมากกว่า 100% จากสถานการณ์ปกติ เลี่ยง ไม่ได้ที่ราคาขายในประเทศจะต้องเพิ่มขึ้น ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการนำเข้าแล้ว เสี่ยงว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยในประเทศ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูการเพาะปลูกพืชเกษตร ที่ประชุมหารือว่าจะหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่ทดแทนตลาดรัสเซีย คือ ตลาดอินเดีย จีน แต่ต้องเจรจาก่อนว่า ประเทศผู้ขายแม่ปุ๋ยจะมีแม่ปุ๋ยให้ไทยหรือไม่ ส่วนต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะเปิดให้นำเข้าข้าวสาลีแบบเสรีระยะประมาณ 4 เดือนไปจนถึง 31 ก.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน