ที่สาธารณะต้องยื่นขอตายนิวไฮ80ป่วย2.7หมื่น
ศบค.ปรับพื้นที่สีใหม่ ลดสีส้มเหลือ 20 จว. เพิ่มสีเหลืองเป็น 47 จว.ปรับ‘เชียงใหม่-เพชรบุรี’เป็นจว.สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว ไฟเขียวให้จัดสงกรานต์ได้ เน้นประเพณีทำบุญ รดน้ำดำหัว แต่ห้ามเล่นสาดน้ำริมถนน รวมทั้งปาร์ตี้โฟม ประแป้ง เห็นชอบยกเลิกตรวจพีซีอาร์ก่อนเข้าประเทศ 72 ช.ม.ในระบบเทสต์แอนด์โกทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ แต่ให้ตรวจหลังเดินทางมาถึง จากนั้นตรวจเอทีเคในวันที่ห้า เริ่ม 1 เม.ย. ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน 1 เม.ย.-31 พ.ค.นี้ อ้างยังจำเป็นต้องคุมโควิด โควิดนิวไฮ ติดเชื้อพุ่ง 2.7 หมื่น ตายอีก 80 ราย “ยาโมลนูพิราเวียร์”มาถึงไทย 2 ล้านเม็ด เร่งกระจายสัปดาห์หน้า
‘บิ๊กตู่’ถกศบค.-ห่วงสงกรานต์
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่ตึก สันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 หรือ ศบค.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 5/2565
โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวในช่วงต้นของการประชุม ว่า หลังพบโควิด-19 สายพันธุ์ BA 2.2 ขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์การกลายพันธุ์ และเชื้อชนิดนี้ ทั้งเรื่องการตรวจหาเชื้อ ประสิทธิภาพวัคซีน อาการความรุนแรงของโรค และการตอบสนองต่อยารักษา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาด ต่อไป สำหรับผลงานวิจัยของไทยที่เกี่ยวข้องให้นำไปขึ้นทะเบียน เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนนำไปใช้ได้ในราคาที่ประหยัดลง นอกเหนือจากที่รัฐบาลได้จัดหาอยู่แล้ว ส่วนการปรับให้โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ยังคงไม่ใช่ในระยะเวลานี้ เดี๋ยวจะเกิดการเข้าใจกันผิด เหมือนที่ไปพาดหัวข่าวกันอยู่ทุกวันนี้ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ก็ต้อง เตรียมแผนรองรับไว้ล่วงหน้า
เมื่อเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมศบค.ว่า การประชุมศบค.วันนี้เป็นเรื่องการปรับมาตรการ ปรับสี พื้นที่ รวมถึงมาตรการทำอย่างไรให้เกิดการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ตอนนี้เราเปิดประเทศแล้ว มีการปรับปรุงมาตรการอยู่หลายอันที่มีรายละเอียดปลีกย่อย สิ่งสำคัญที่สุดที่ตน เป็นห่วงช่วงนี้คือสถานการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทุกพื้นที่ที่มีการจัดงานต้องระมัดระวังตัวเอง ต้องรับผิดชอบปฏิบัติตามมาตรการในการจัดงานสงกรานต์ ถ้าตรงไหนไม่ปฏิบัติตามต้องถูกปิด ก็ต้องระมัดระวังกัน เพราะเทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีไทยแต่โบราณ ขอให้ฟังมาตรการของศบค.ด้วย และปฏิบัติให้ได้ตามนั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่มากขึ้น ซึ่งวันนี้สถานการณ์ใน ต่างประเทศก็มีมากกว่าเราเยอะ แต่มาตรการในการดูแลรักษาเราทำได้ดีกว่าเขา ทั้งเตียง ยารักษา ขณะนี้เราเพียงพอ เรื่องสำคัญอีกประการคือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 3 วันนี้มีวัคซีนเพียงพอเตรียมไว้ถึง 3 ล้านกว่าโดส แต่คนก็ยังไม่ค่อยอยากมาฉีดกัน จึงต้องรณรงค์ให้มาฉีดกันมากขึ้น ตนสั่งการให้ลงไปฉีดในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่จะมีการจัดงานต้องฉีดให้ได้มากที่สุด และให้ระมัดระวังกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว วันนี้มีปัญหาอีกอันคือกลุ่มผู้ที่มีโรคไตที่จะต้องฟอกไต เมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 ก็ไปฟอกไม่ได้ตามเวลาที่กำหนดจึงมีความเสี่ยงสูง รัฐบาลพยายามแก้ไขในทุกมิติ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุง
จัดคอนเสิร์ตได้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในเรื่องการจะปรับให้เป็นโรคประจำถิ่นนั้น เป็นเพียงแผนงาน ถ้าเป็นไปได้ สถานการณ์ดีขึ้นก็จะสามารถเดินไปสู่จุดนั้นได้ ยังไม่ได้หมายความว่าจะทำเลย เขามีขั้นตอน ถ้าไม่ผ่านตรงนี้ก็เป็นไปไม่ได้เท่านั้นเอง ก็ต้องใช้วิธีการ มาตรการเดิมๆ ที่เราทำอยู่แล้วให้เข้มงวด
เมื่อถามว่าเรื่องการจัดคอนเสิร์ตสามารถผ่อนคลายได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ให้ไปขออนุญาตให้จัดในที่แจ้ง จำนวนคนเท่าไหร่ก็มีกำหนดไว้อยู่แล้ว แต่การจะไปจัดในสถานที่ปิดมิดชิดที่เขายังไม่ให้เปิดก็จัดได้แค่ในลักษณะที่เป็นเหมือนร้านอาหาร ไม่กลัวกันหรือไง ไม่กลัวโควิดกันหรืออย่างไร สถานที่แบบนี้เมื่อเข้าไป เราไม่ได้ไปห้ามการแสดงดนตรี ก็ขอแสดงกันในที่ไม่ใช่พื้นที่ปิด ส่วนพื้นที่เสี่ยงวันนี้ก็ตรวจเจอกันหลายพื้นที่ ก็สั่งการกำชับไปแล้วถ้าไม่ปฏิบัติตามมาตรการสั่งปิดทันที ต้องมีความผิดและ รับผิดชอบตามกฎหมาย เพราะทำให้คน เดือดร้อน ขอเตือนแล้วกันถ้าเราไม่อยากจะติดเชื้อ ไม่อยากให้คนในครอบครัวติดเชื้อก็ต้องระมัดระวังตัวเองในการใช้ชีวิต ยังคงต้องระวังอยู่ หน้ากากยังคงต้องใส่อยู่ อย่าเพิ่งไปพาดหัวข่าวว่าจะเลิกถอดหน้ากาก เลิกนั่น เลิกนี่ มันยังไม่เลิก เพราะมติศบค.ยังไม่ออกตรงนี้ ก็พูดกันไปล่วงหน้ากันเอง มันเป็นประเด็นเข้าใจหรือไม่
นิวไฮติดเชื้อ 2.7 หมื่น-ตาย 80
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงภายหลังการประชุมศบค.ชุดใหญ่ว่า มีหารือกัน 8 ประเด็นสำคัญ คือ 1.สถานการณ์ติดเชื้อ ทั่วโลกติดเชื้อ 466 ล้านราย เสียชีวิต 6.08 ล้านราย อัตราเสียชีวิต 1.31% ส่วนแถบเอเชียเกาหลีใต้ติด 4 แสนกว่ารายต่อวัน ส่วนยุโรปและตะวันตกลดลงแต่ยังมีแนวโน้ม สูง ส่วนการจะก้าวสู่โรคประจำถิ่น อัตราการเสียชีวิตสำคัญ ซึ่งอัตราเสียชีวิตของประเทศ ไทยยังถือว่าต่ำกว่าหลายประเทศในโลก โดยวันนี้ไทยติดเชื้อรายใหม่ 27,071 ราย เสียชีวิต 80 ราย อัตราเสียชีวิต 0.22% กำลังรักษาในร.พ. 68,776 ราย รักษาที่บ้านและอื่นๆ 161,827 ราย อาการหนัก 1,391 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 511 ราย การครองเตียง 27% โดยเฉพาะระดับสีเหลืองและสีแดงยังมีเตียงว่างอยู่ ถือว่าระบบยังอยู่ได้ สอดคล้องกับบริการ เจอ แจก จบ ส่วนใหญ่ก็จ่ายยาตามอาการ จ่ายยาฟ้าทะลายโจร และฟาวิพิราเวียร์เพียงอย่างละ 1 ใน 4 เท่านั้น จึงขอให้ดูแลสุขภาพเพื่อลดการใช้เตียง สถานการณ์ติดเชื้อและปอดอักเสบยังอยู่ในเส้นคาดการณ์สีเขียว แต่ใส่เครื่องช่วยหายใจและเสียชีวิตมาอยู่ในเส้นสีแดงของการคาดการณ์ ต้องลดลงมาให้ได้
2.UCEP Plus ที่เริ่มวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้กลุ่มสีเหลืองสีแดงเข้าถึงบริการ โดยเข้ารักษาร.พ.ใดก็ได้ รัฐและเอกชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พบว่าดำเนินการได้ด้วยดี ผู้ติดเชื้อรับการดูแลไม่ต่างจากเดิม แต่มีระบบจัดการหลายระบบให้สอดคล้องความต้องการ และสถานพยาบาลรองรับผู้ป่วยโรคอื่นๆ ได้
ศบค.ปรับสี-ส้มเหลือ 20 จว.
3.การพิจารณาปรับระดับพื้นที่สถานการณ์หรือพื้นที่สี เป็นข่าวดีบางจังหวัด จากเดิมเรามีพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 44 จังหวัด เหลือ 20 จังหวัด ได้แก่ ตาก นครนายก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก ระนอง ระยอง ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และอุตรดิตถ์
พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 25 จังหวัด เพิ่มเป็น 47 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตราด นครพนม นครสวรรค์ นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปราจีนบุรี ปัตตานี พะเยา เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ยะลา ร้อยเอ็ด ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุทัยธานี และอุบลราชธานี
และพื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยวทั้งจังหวัดจาก 8 จังหวัด เพิ่มเป็น 10 จังหวัด ได้แก่ กทม. กาญจนบุรี กระบี่ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พังงา ภูเก็ต ที่เพิ่มมา 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ และเพชรบุรี ส่วนสีฟ้าบางพื้นที่ในจังหวัดยังมี 18 จังหวัดตามเดิม
ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. เป็นต้นไป โดยพื้นที่สีส้มอนุญาตให้ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่อื่นใดที่มีร้านอาหารสามารถรับประทานในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ แต่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ส่วนพื้นที่ สีเหลืองสามารถรับประทานอาหารในร้าน ได้ เปิดได้ตามปกติ ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านจำกัดเวลาไม่เกิน 23.00 น.
ยังห้ามเปิด‘ผับ-บาร์-โอเกะ’
โดยทุกพื้นที่ยังปิดบริการสถานบันเทิง และสถานบริการอื่นที่คล้ายกัน แม้จะมีข่าวว่าผู้ประกอบการจะขอเปิด แต่ศปก.ศบค. ยังหารือกับสธ.ร่วมกันว่ายังไม่เห็นชอบให้เปิดได้ ขอให้ใช้ช่องทางปรับเป็นร้านอาหารในการบริการโดยใช้ COVID Free Setting แต่ขอร้องว่าอย่าบริโภคหรือดื่มสุราในพื้นที่ สีส้ม ยกเว้นเป็นพื้นที่สีฟ้า
ไฟเขียว‘โควิด’โรคประจำถิ่น 1กค.
4.การนำแผนบริหารจัดการสถานการณ์โควิดเข้าสู่โรคประจำถิ่น สธ.ได้นำเสนอแผนอย่างเป็นทางการต่อศบค.ชุดใหญ่ เพื่อให้เห็นภาพไปด้วยกัน มองแล้วสถานการณ์ตอนนี้อยู่ในระยะแรกคือระยะที่ต้องต่อสู้ (Combatting) โดยช่วงต้นเม.ย.หากควบคุมป้องกันได้อย่างดีเข้าระยะที่ 2 คือระยะทรงตัว และลดลงตามคาดการณ์คือปลายพ.ค.-มิ.ย. และวันที่ 1 ก.ค.น่าจะเห็นตัวเลขที่กดลดลงไปได้ ทั้งประเทศต้องช่วยกันกดกราฟลงให้ได้ ซึ่งผอ.ศบค.ก็เห็นชอบด้วย คือสิ่งที่ต้องทำแผนด้วยกัน ส่วนสถานการณ์จริงวันที่ 1 ก.ค. จะเป็นอย่างไร ก็ต้องดูกันไป แต่หากมีการปรับเปลี่ยนจากนี้ก็ต้องเปลี่ยนแผนด้วย คนกำหนดตัวชี้วัดได้ขึ้นกับประชาชนทั้งประเทศ
ทั้งนี้ จะมีมาตรการขึ้นมา 4 ด้านรองรับ คือด้านสาธารณสุข ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมายและสังคม และด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมีเป้าหมาย 3 ด้านที่จะเข้าสู่โรคประจำถิ่น คือ 1.อัตราการเสียชีวิตไม่เกิน 0.1% 2.ความครอบคลุมของเข็มกระตุ้นมากกว่า 60% เพราะเข็มแรกเข็มสองเกินแล้ว แต่เข็มกระตุ้นยังต่ำอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง อย่างผู้สูงอายุ อยู่ที่ 20-30% เท่านั้น บางจังหวัดยังต่ำเป็นหลักหน่วย ต้องขอความร่วมมือกัน และ 3.สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง หลายคนพอเห็นประกาศว่าจะเป็นโรคประจำถิ่น ก็ผ่อนคลายทันทีทันใด เราจะไปไม่ถึงจุดหมายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าย้ำว่ายังไม่เกิดเดี๋ยวนี้ ตัวเลขยังสูงอยู่ การสื่อสารประชา สัมพันธ์ยังต้องเข้มอยู่ และเข้มในการป้องกันส่วนบุคคล จะช่วยกดตัวเลขลงได้
เร่งฉีดเข็มกระตุ้นผู้สูงอายุ
5.เรื่องวัคซีนโควิด-19 กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป 12.7 ล้านกว่าคน ได้เข็มแรกและเข็มสองอย่างละประมาณ 10 ล้านคน แต่เข็มสามอยู่ที่ 4.1 ล้านคน เราเข้าเป้าในเข็มแรกเข็มสอง พอเข็มสามอยู่ที่ 32.5% เท่านั้น ฉะนั้น จึงมี ผู้สูงอายุหลักหลายล้านรายยังขาดเข็มกระตุ้นอยู่ คือกลุ่มเสี่ยงทำให้ป่วยหนักและเสียชีวิตได้ คณะกรรมการจึงห่วงใย ส่วนกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ขวบ ยังได้เข็มสองเพียง 0.5% อยู่ก็ต้องช่วยกัน หากป่วยต้องนอนร.พ.เพราะไม่สมัครใจฉีดวัคซีน ก็จะไปใช้ทรัพยากรเตียง เครื่องช่วยหายใจ มีเท่าไรก็จะไม่พอ การลดป่วยลดตายต้องมารับวัคซีน
“ผู้ที่ยังไม่สมัครใจรับวัคซีนขอให้เปลี่ยนใจเดี๋ยวนี้เลย หลายประเทศที่รับวัคซีนสูงๆ เขาเปิดประเทศได้ ก็เพราะรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ทำให้สิ่งที่เราผ่อนคลายขึ้นกับปริมาณการฉีดวัคซีนเช่นกัน หากเข้าถึงได้เร็วก็ปรับเปลี่ยนได้เร็ว จากข้อมูลพบว่า ผู้สูงอายุยังไม่ได้รับวัคซีน 2.17 ล้านคน ซึ่งกลุ่มสูงอายุที่เสียชีวิตสูงเป็นกลุ่มไม่ได้รับวัคซีน ถ้าลูกหลานจะกลับสงกรานต์ หากพ่อแม่ปู่ย่าตายายยังไม่รับวัคซีน ต้องนำไปพูดคุยทำความเข้าใจ แต่หากรับวัคซีนเข็มกระตุ้นพบว่าช่วยลดเสียชีวิตลง 41 เท่า ฉีดวันนี้ก็อาจจะภูมิขึ้นทันในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเรามีวัคซีนเหลือเพียงพอ เราตั้งเป้าเข็มกระตุ้นให้ได้ 70% ก่อนสงกรานต์ มีวัคซีนที่ต้องเพิ่มไว้ 3 ล้านโดสเราเตรียมไว้แล้ว” นพ.ทวีศิลป์กล่าวและว่า ส่วนแผนการรับบริจาคและส่งคืนวัคซีนไปต่างประเทศที่ประชุมก็รับทราบ
เลิกตรวจ PCR ก่อนเข้าปท.
6.มาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนไป เมื่อมีการฉีดวัคซีนกันเยอะ เพราะฉะนั้นหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เป็นต้น ลดการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทาง มาถึงประเทศก็ไม่ตรวจ ส่วนลาว อินดีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ยังใช้การตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง โดยของเราเสนอปรับไม่ต้องตรวจก่อนเดินทางมา แต่มาถึงให้ตรวจ RT-PCR ในวันแรก (Day 0) กรณีระบบ Test&Go ที่รับวัคซีนครบ เมื่อตรวจเป็นลบก็เดินทางต่อได้เลย แต่ให้ตรวจ ATK ด้วยตนเองในวันที่ 5 ที่เดินทางมาถึง หากพบก็เข้าสู่การรักษา หากไม่พบก็เดินทางต่อหรือกลับประเทศ ส่วนวงเงินประกันสุขภาพเป็น 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ หลายประเทศสูงกว่าเรา เช่น ฟิลิปปินส์ 3.5 หมื่นเหรียญ มาเลเซีย แสนเหรียญมาเลเซีย เวียดนาม เหลือ 1 หมื่นเหรียญ ของเราจะดูอีกสักพักหนึ่ง อย่างน้อยจะมีการปรับตรงนี้ เพราะเคสไม่หนักการลดเงินประกันอาจดึงดูดได้ด้วย
“จะเริ่มวันที่ 1 เม.ย.นี้ โดยยกเลิกการตรวจ RT-PCR ทั้งทางบก อากาศและน้ำ หากระบบ Test&Go จะตรวจ RT-PCR วันแรก และตรวจ ATK ตนเองวันที่ 5 ส่วนแซนด์บ็อกซ์ อยู่ในพื้นที่ลดเหลือ 5 วัน ส่วนกรณีต้องกักตัวก็กำหนด 5 วัน และตรวจ RT-PCR วันที่ 4-5 หลังเข้ามา กรณีควบคุมยานพาหนะ ให้ตรวจ ATK ในวันที่ 5 และมีการขอให้เปิดด่านทางบก 1 เม.ย.ที่สตูล ท่าเรือในจ.สุราษฎร์ธานี และสนามบินหาดใหญ่ แต่หากสถานการณ์ดีขึ้นการเปิดด่านทางบกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประชาชนในเขตประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ก็จะใช้เดือนพ.ค.เป็นหมุดหมายให้ทุกจังหวัดที่มีความพร้อมเตรียมการไว้ ประเมินกันก็อาจเปิดได้ทุกที่” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
ให้จัดสงกรานต์-ห้ามประแป้ง
7.มาตรการป้องกันโควิด-19 ในการจัดงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ สรุปคือสามารถจัดได้ แต่ขอให้จัดแบบประเพณีดั้งเดิมของเราคือรดน้ำดำหัว ส่วนที่จะมีการจัดสันทนาการต้องขออนุญาต เพราะต้องมีจำนวนคนมารวมกันมาก ข้อแนะนำ คือ 1.การเตรียมตัวก่อนร่วมงาน คือประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ที่อาจต้องรวมกลุ่มนั่งรถกลับไป เน้นย้ำว่าอาจจะมีการติดเชื้อได้ ต้องดูแลกันเองอย่างดีก่อนกลับไป กล่ม 608 ที่อยู่ที่บ้าน ให้เช็กว่ารับวัคซีนหรือยัง ต้นทางปลายทางต้องปลอดภัย ย้ำห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างที่เคยได้ยินฉิ่งฉับทัวร์ ดื่มเสพสูบกันบนรถ ทำให้ติดเชื้อตั้งแต่ยังไม่ถึงบ้านก็ขอให้เลี่ยง และตรวจ ATK ก่อนเดินทางกลับบ้าน ผู้จัดงานเกี่ยวกับสงกรานต์ให้ประเมินกิจการกิจกรรมที่จะจัดตามมาตรการ COVID Free Setting และขออนุญาตจัดงานตามเขตพื้นที่สถานการณ์หรือที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.กำหนด
2.ระหว่างช่วงงานสงกรานต์ พื้นที่จัดงานสงกรานต์ อนุญาตให้เล่นน้ำตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่นการแสดงวัฒนธรรม ซึ่งการรดน้ำที่มือทั่วไปน้ำสะอาดอยู่แล้ว ไม่มีการสัมผัสโดยตรง นี่คือสิ่งที่พึงประสงค์ รมว.วัฒนธรรม เน้นย้ำว่าผู้สูงอายุขอให้ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เพราะเมื่อรับน้ำและใกล้ชิดคนที่จะมาต้องรับวัคซีน 3 เข็ม และใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน โดยกำหนดช่องทางเข้าออกงาน จัดจุดคัดกรอง ควบคุมความหนาแน่นในพื้นที่จัดงาน 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่สาธารณะที่ไม่มีการควบคุม เช่น ท้องถนน ฯลฯ ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟมเด็ดขาด กิจกรรมรวมกลุ่มในครอบครัวต้องดูแลอย่างดี เลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันเวลานาน ให้สงสัย ลูกหลานกลับมาอาจมีเชื้อไว้ก่อน สูงอายุรับวัคซีนครบตามเกณฑ์
3.หลังสงกรานต์ ร้องขอให้กลับมาแล้วสังเกตตัวเอง 7 วัน อาจไม่ได้ติดจากคนในพื้นที่ แต่ติดจากที่เดินทางร่วมกัน หรือการอยู่รวมกันจำนวนมากก็มีความเสี่ยง หากสงสัยให้ตรวจ ATK หรือบางสถานที่พิจารณาทำงานที่บ้าน โดยขอให้ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับสาธารณสุขอย่างเข้มงวดช่วงสงกรานต์เพื่อให้ผ่านเทศกาลนี้ไปด้วยความเรียบร้อย ใครกระทำผิดฝ่าฝืนให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด
ต่อ‘ฉุกเฉิน’อีก 2 เดือน
เรื่องที่ 8.ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 17) ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. -31 พ.ค. 2565 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคอย่างเต็มที่
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังการประชุมศบค. ว่า สาเหตุที่จะต้องมีการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก 2 เดือนนั้นเพราะว่าร่างพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อที่กำลังปรับปรุงแก้ไขยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องมีการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ จนถึง สิ้นเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งก็จะสอดรับกับการที่สถานการณ์โรคโควิด-19 จะปรับเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น อย่างไรก็ตาม สามารถพิจารณาที่จะยกเลิกก่อน 2 เดือนได้
เมื่อถามว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องของการอนุญาตเปิดผับบาร์หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกันเลย เข้าใจว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการตกผลึก ศบค.ชุดเล็กก็ยังไม่ได้ตกผลึกเช่นเดียวกัน จึงคงมาตรการเดิมเอาไว้ก่อนแล้วค่อยพิจารณากันใหม่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงที่ ประชุมศบค.ไม่ได้หารือการผ่อนคลายมาตรการสถานบันเทิงว่า ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมศบค.ชุดใหญ่ เนื่องจากติดภารกิจงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2565 ของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ไปถามรายละเอียดจากนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเบื้องต้นให้จัดงานประเพณีสงกรานต์ได้ แต่ให้งดการดื่มสุรา ปาร์ตี้โฟม สาดน้ำ ประแป้ง ส่วนกิจกรรมรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การร่วมกิจกรรมที่วัดและกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สามารถทำได้ แต่ทุกสถานที่ต้องจัดโดยระมัดระวังภายใต้มาตรการ Covid free setting รวมทั้งใช้กลไกท้องถิ่นช่วยกำกับดูแลลงไปถึงระดับหมู่บ้าน โดยจัดโซนนิ่งให้ทำกิจกรรมตามประเพณีภายใต้มาตรการควบคุมโรค แต่การจัดงานสงกรานต์ให้งดจัดในพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนน หากใครจะจัดต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน
‘หมออุดม’ชี้ทางแยกโควิด
นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ให้สัมภาษณ์ถึงการผ่อนคลายมาตรการช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า คงต้องผ่อนคลายมาตรการ และเราจะไม่ไปล็อกอะไรทั้งสิ้น เพราะสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมไทยที่สำคัญ แต่ประชาชนต้องเข้าใจว่ายังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จึงต้องระมัดระวังตัวเอง สำหรับเทศกาลสงกรานต์อยากย้ำว่า วันนี้ผู้ติดเชื้อใหม่นิวไฮ 2.7 หมื่นคน และเสียชีวิต 80 ราย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือเทศกาลสงกรานต์ แม้ขณะนี้จะติดเชื้อและไม่เจ็บป่วยรุนแรง แต่เราก็ไม่อยากให้กลับไปเหมือนสงกรานต์ปี 2564 ที่ไม่ล็อกดาวน์ทำให้ตัวเลขสูงขึ้นมาก จนลากยาวถึงสิ้นปี ทั้งนี้ เราต้องการจะกดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น เพราะตามการคาดการณ์กลางปีนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลงมาหลักพันต้นๆ แต่ตัวเลขจะไม่มีทางเป็นศูนย์ ซึ่งประชาชนต้องช่วยกัน
“ขณะนี้เรามาถึงทางแยกว่าจะให้การแพร่ระบาดโควิด-19 สิ้นสุดกลางปี 2565 ตามที่เราทำนายไว้หรือไม่ แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือเทศกาลสงกรานต์ หากเรากดตัวเลขไว้ไม่อยู่จนขึ้นไปสูง ก็จะลากยาวถึงสิ้นปี ทำให้การใช้ชีวิตลำบากและเศรษฐกิจไม่เดินหน้า ดังนั้นประชาชนต้องให้ความร่วมมือ” นพ.อุดมกล่าว
จับตาลูกผสม‘BA.1+BA.2’
ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี ม.มหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงการพบสายพันธุ์ลูกผสม “เดลตาครอน” ระหว่างเดลตาและโอมิครอน กับลูกผสมโอมิครอนด้วยกันระหว่าง BA.1 และ BA.2 ว่า ขณะนี้ส่วนใหญ่พบเดลตาครอนในฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ส่วนอังกฤษมีบ้าง จากข้อมูลยังไม่พบการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว คนที่ติดไม่มีอาการรุนแรง ไม่ต่างจากโอมิครอนทั่วไป ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่ได้จัดให้อยู่ในสายพันธุ์ที่น่ากังวล (VOC) เพียงแต่ออกมาเตือนล่วงหน้าว่ามีสายพันธุ์ลูกผสมเกิดขึ้น เพื่อให้ระมัดระวัง
สำหรับประเทศไทยส่วนใหญ่เป็น “โอมิครอน” อาจจะเกิดเดลตาครอนได้ยาก หากจะมีเกิดขึ้นน่าจะเป็นการนำเข้าจากประเทศอื่นมากกว่า
ส่วนลูกผสมโอมิครอนระหว่าง BA.1 +BA.2 น่าจับตามากกว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่มีการคำนวณผ่านระบบคอมพิวเตอร์คร่าวๆ จากรหัสพันธุกรรมที่ถอดได้กับระยะเวลาที่พบเชื้อ พบอัตราการติดเชื้อที่แพร่ได้มากขึ้นจาก BA.2 ในสัดส่วน 126% แต่การคาดการณ์ดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ ในธรรมชาติหรือหน้างานต้องใช้เวลาศึกษาอีกสักพัก อย่างไรก็ตามยังต้องจับตามองว่าท้ายที่สุดจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ส่งผลให้เกิดการระบาดระลอกที่ 6 หรือไม่ โดยพิจารณาหากผสมกันแล้วมีอัตราการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นเหนือกว่าตัวอื่นอย่างมากจนชนะ ขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถระบุเป็นฆาตกรหรือคนดี จนกว่าจะเห็นพฤติกรรมความรุนแรงลูกผสม BA.1+BA.2 เป็นแคนดิเดตหนึ่งที่ต้องจับตา สำหรับประเทศไทยที่ศูนย์จีโนมฯ ยังไม่พบลูกผสม BA.1+BA.2 แต่หากพบก็ ไม่น่าประหลาด เพราะไวรัสสามารถแพร่มาได้ทุกทางหากการ์ดตก จึงต้องพยายามฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทั่วโลก”

ยาสู้โควิด – นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจรับยาโมลนูพิราเวียร์ 2 ล้านเม็ด ล็อตแรกที่มาถึงไทย เตรียมกระจายรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อาการสีเหลือง และกลุ่ม 607 ในสัปดาห์หน้า ที่คลังสินค้า จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 มี.ค.
ยาโมลนูฯถึงไทย 2 ล้านเม็ด
วันเดียวกัน ที่คลังสินค้าสหัสวัต บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด จ.สมุทรปราการ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจรับยาโมลนูพิราเวียร์ 2 ล้านเม็ด หรือ 50,000 คอร์สการรักษา หลังประเทศไทยจัดซื้อจากบริษัท เอ็มเอสดี ประเทศไทย ซึ่งบริษัทในเครือของ บริษัท เมอร์ค แอนด์ คัมปานี อินคอร์ปอเรท ผู้ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นยาโมลนูพิราเวียร์จะใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการระดับน้อยหรือปานกลาง โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงทำให้โรครุนแรงขึ้น เช่นผู้สูงอายุและผู้ป่วยในกลุ่มโรคเรื้อรัง ยกเว้นหญิงตั้งครรภ์และคนที่มีปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำ อย่างไรก็ตาม อาจมีการพิจารณาใช้ยาตัวนี้กับผู้ป่วยกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปเพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต หากมีจำนวนยาที่มากขึ้น ทั้งนี้จะกำหนดแนวทางการกระจายยาและแนวทางการใช้ยาอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะส่งมอบยาให้บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เป็น ผู้กระจายยาในสัปดาห์หน้า ปริมาณยาที่กระจายเบื้องต้น คือ 1 ใน 3 ของยาทั้งหมด ให้ร.พ.ศูนย์เป็นผู้ดำเนินการ รับผิดชอบและจ่ายยาในผู้ป่วย
“ส่วนจะมีการสั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ยังต้องรออีกระยะหนึ่งก่อน เนื่องจากอำนาจการสั่งซื้อยาต้องรอมติ ครม. ขณะเดียวกันการลงนามจัดซื้อยาแพกซ์โลวิด 50,000 คอร์ส นั้นจะมีในสัปดาห์หน้า ส่วนเรื่องปัญหาการครองเตียง มีความหนาแน่บางพื้นที่ เช่นภูเก็ต แต่หลายพื้นที่ยังคล่องตัว”