ไม่ร่วมโต๊ะดินเนอร์บิ๊กตู่นายกฯปัดดีลพรรคเล็กพท.ชู‘อุ๊งอิ๊ง’นำลุยอุดรฯ
‘บิ๊กตู่’ แฮปปี้ดินเนอร์พรรครัฐบาล ปัดทำสัญญาใจพรรคเล็ก พรรคเศรษฐกิจไทยประชุมใหญ่ เลือกกรรมการ.บริหารพรรคไม่พลิกโผ ‘บิ๊กน้อย’ นั่งหัวหน้า ‘ธรรมนัส’ เลขาฯ ‘จุ๊บจิ๊บ’ เหรัญญิก ประกาศทันที เลือกตั้งกวาดส.ส.เกิน 100 ที่นั่ง ตั้งเป้าเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคยืนยันรัก ‘พี่ป้อม’ เหมือนเดิม แต่แทงกั๊กจุดยืนหนุนรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ‘ผู้กองธรรมนัส’ ลั่นไม่ขอร่วมโต๊ะกินข้าวกับนายกฯ ‘จุรินทร์’ ปลุกใจทีมภาคเหนือสู้ศึกเลือกตั้ง ‘อุ๊งอิ๊ง- ชลน่าน’ นำทีมครอบครัวเพื่อไทย เปลี่ยน ภาพโปรไฟล์ ชวนร่วมงานใหญ่อุดรฯ 20 มี.ค.นี้
‘บิ๊กตู่’ปัดมีสัญญาใจพรรคเล็ก
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการร่วมรับประทานอาหารค่ำกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเล็กเมื่อค่ำวันที่ 17 มี.ค.ที่สโมสรราชพฤกษ์ ว่า ไม่เห็นว่าจะมีอะไร เป็นการพบปะพูดคุยกันธรรมดาและไม่ได้เป็นการไปพูดเรื่องการเมืองกัน ไปพูดกันว่าเขามีข้อเสนออะไรบ้าง เกี่ยวกับโครงการที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชนในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และในฐานะรัฐบาลก็รับฟังมา หลายเรื่องก็อยู่ในแนวทางที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ ถือโอกาสได้เล่าให้พวกเขาฟังว่าตรงนี้ทำแล้ว หรืออะไรที่ติดขัดอยู่ ซึ่งตัวแทนพรรคเล็กก็มีข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันก็แค่นั้น ไม่ใช่ประเด็นอะไรทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสัญญาใจในอนาคตกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องมีสัญญาอะไร มากินข้าวก็คือมากินข้าว การมาครั้งนี้เรามาเจอกันแบบสุภาพบุรุษ นักการเมืองทุกคนคาดหวังให้ปฏิรูปทางการเมือง การปฏิรูปทางการเมืองก็ต้องปฏิรูปที่ตัวเราก่อน การทำงานเพื่อประชาชนเมื่อเข้ามาอยู่ในระบบ เข้ามาเป็นรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ บางครั้งอาจไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ทำสิ่งนี้สิ่งนั้น เมื่ออธิบายไปทุกคนก็เข้าใจไม่มีอะไร เป็นบรรยากาศที่ดีไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น
‘บิ๊กป้อม’บอกอาหารอร่อยดี
ต่อข้อถามว่าไม่ต้องห่วงเรื่องการหักหลังกันอีกใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ร้องโอ๊ะ ก่อนจะเดินออกจากโพเดียมให้สัมภาษณ์ทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) หัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการแล้ว การนัดรับประทานอาหารครั้งต่อไปจะเชิญมาร่วมวงด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม แต่เดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมสตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการรับประทานอาหารร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอบอุ่นดีหรือไม่ว่า “อาหารอร่อยดีๆ” เมื่อถามว่ายังรักกันดีกับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ว่าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถาม
ก.ก.เชื่อยังไม่มีอุบัติเหตุการเมือง
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเล็กร่วมรัฐบาลขอ พล.อ.ประยุทธ์ ในวงกินเลี้ยงพรรคเล็กว่าอย่ารีบยุบสภา ว่า เป็นความประสงค์ของพรรคเล็กที่อยากจะอยู่ให้ครบ และเป็นอีกสัญญาณที่อยากจะบอกว่าพรรคเล็กจะสนับสนุนรัฐบาล เพราะรัฐบาลจะอยู่ได้พรรคเล็กจะต้องรวมกัน และพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องไม่แตกกัน ต้องเป็นภาวะที่สามารถควบคุมเสียงได้ ส่วนจุดเปลี่ยนจะมีทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 และนายกฯ 8 ปี ที่รัฐบาลจำเป็นต้องอาศัยเสียงในสภา ถ้าเสียงหนุนรัฐบาลมากพอรัฐบาลก็อยู่ได้
เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ เริ่มมีความเป็นนักการเมืองมากขึ้นหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า ตนคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นนักการเมืองสูงขึ้นมากถ้าเทียบกับเมื่อก่อน คือเริ่มมีความยืดหยุ่น แม้ว่าจะมีท่าทีแข็งบ้างกับ พรรคเศรษฐกิจไทย แต่ก็มีพล.อ.ประวิตรเป็นผู้เจรจา ขณะนี้จึงยังไม่มีอะไรที่จะเป็นอุบัติ เหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่การเมืองเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน อาจจะมีอะไรแทรกแซงขึ้นมาหรือไม่ก็ได้
‘พีระพันธุ์’โต้จ่อนั่งหน.‘รทสช.’
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่มี เอาข่าวมาจากไหน ตนยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวจะไปเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นาย พีระพันธุ์ ปฏิเสธว่า “ไม่มี ถ้าถึงเวลามีอะไรสื่อก็รู้เอง แต่ตอนนี้ไม่มี” เมื่อถามว่าวางทิศทางการเมืองอย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ได้วางทิศทางของตัวเอง แต่วางทิศทางของบ้านเมืองอย่างเดียวเลยตอนนี้ แก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง ตอนนี้ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ ก่อน
‘จุรินทร์’ปลุกใจทีมเหนือสู้เลือกตั้ง
ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แกนนำ ส.ส. และกลุ่มพลังคนรุ่นใหม่ NorthDem ร่วมพบปะตัวแทนพรรค ภาคเหนือ ทั้ง 71 เขต
นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคอุดมการณ์ ทันสมัย มีคนที่มีศักยภาพ คนรุ่นใหม่เดินทางเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคเป็นจำนวนมาก ใครมีศักยภาพ มีความสามารถที่จะพาพรรคเดินไปข้างหน้าได้ ประชาธิปัตย์ก็ให้โอกาสทุกคนทุกวัย วันนี้จึงกล้าบอกว่าเลือดใหม่ไหลเข้าเยอะเลย หลายพรรคการเมืองไม่มีอดีต มีแต่ปัจจุบัน กับอาจจะมีอนาคต หรืออาจจะไม่มีอนาคต แต่ประชาธิปัตย์พิสูจน์ชัดแล้ว และไม่ใช่พรรคการเมืองของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่มีจุดแข็ง เพราะเป็นพรรคการเมืองของคนทุกรุ่น และจะเดินต่อไปอีกตราบชั่วฟ้าดินสลาย
วันนี้ทีมภาคเหนือประชาธิปัตย์ยังแข็งแรง เข้มแข็งแน่นเหนียวอย่างยิ่ง แม้อดีต ส.ส. ทั้ง 11-12 คน ที่พลาดการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่จุดแข็งคือทุกคนที่เป็นอดีต ส.ส. ของเราในปี 2554 ยังอยู่กับพรรคครบทุกคน และยืนหยัดต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคได้เตรียมการอย่างน้อย 2 เรื่อง ทั้งตัวบุคคล และนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนภาคเหนือซึ่งมีความชัดเจนแล้ว โดยให้ความสำคัญ 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การเกษตรหรือเกษตรกร 2.การค้า ซึ่งรวมถึงการค้าชายแดนและการส่งออก และ 3.การท่องเที่ยว ที้สำคัญยังมีนโยบายขับเคลื่อนเฉพาะเพื่อพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ด้วย เพื่อให้สามารถเข้าถึงการบริการภาครัฐ สวัสดิการต่างๆ
อดีตส.ส.เหนือยันไม่ย้ายไปไหน
ด้านนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ กล่าวว่า อดีต ส.ส. ภาคเหนือ อาทิ นายธนิตพล ไชยนันทน์ อดีตส.ส.ตาก นพ.เทียนชัย สุวรรณเพ็ญ อดีตส.ส.ตาก นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีตส.ส. แม่ฮ่องสอน นายวิรัตน์ วิริยะพงศ์ อดีตส.ส.สุโขทัย นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีตส.ส.สุโขทัย นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร อดีตส.ส.นครสวรรค์ นายยุพราช บัวอินทร์ อดีตส.ส.เพชรบูรณ์ นายขยัน วิพรหมชัย อดีตส.ส.ลำพูน พร้อมว่าที่ผู้สมัครพรรคทุกเขต เชื่อว่าวันนี้พรรคมีความพร้อมในการเตรียม ผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งคืออดีต ส.ส. ของพรรคที่ยังอยู่กับพรรคทุกคน ยังเชื่อมั่นในจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค และยังมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าร่วมทำงานกับพรรค
วันนี้มีโครงการเปิดตัว North Dem เพื่อรับสมัครแนวร่วมทางความคิด เป็นช่องทางให้เสนอแนวทางแก้ปัญหาของคนแต่ละกลุ่ม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ส่วนเรื่องว่าที่ผู้สมัครขณะนี้ได้จัดเตรียม และกำชับให้เร่งลงพื้นที่แล้วเกือบทุกเขต
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์จัดสัมมนา ส.ส. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และข้าราชการการเมืองเพื่อรองรับการยุบสภา ว่า การจัดสัมมนาวันที่ 18-20 มี.ค. ที่จ.เชียงใหม่ เป็นกิจกรรมปกติที่ทำมาต่อเนื่อง ไม่ได้จัดสัมมนาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการยุบสภา เพราะขณะนี้ไม่มีใครบอกได้ว่าจะยุบเมื่อไร เป็นเรื่องของการปั่นกระแสยุบสภาเพื่อหวังผลทางการเมืองของบางฝ่าย หรือเป็นการคาดการณ์มากกว่า เพราะคนที่จะ ยุบสภาได้มีคนเดียวคือนายกฯ ซึ่งนายกฯ ยืนยันแล้วว่ายังไม่มีความคิดเรื่องยุบสภา
อัด‘ไพร พัฒโน’ให้ร้ายบ้านเก่า
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายไพร พัฒโน ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทยว่า เข้าใจถึงความจำเป็นทางเลือกการเมืองที่มีไม่มากนัก ตามที่นายไพรกล่าวอ้าง แต่ควรบอกเหตุผลและข้อเท็จจริงให้ประชาชนและคนในพื้นที่รับทราบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่พูดจาในลักษณะให้ร้ายบ้านเก่าเพื่อเอาใจบ้านใหม่ เพราะที่ผ่านมา คนในพื้นที่ทราบดีว่า นายไพรได้ทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างเปิดเผยกับพรรคการเมืองอื่นๆ จนกระทั่งมาร่วมประชุมกับพรรคเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้ ดังนั้น ทางพรรคจึงจะต้องหาคนดีและมีคุณภาพ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านในพื้นที่พิจารณาและสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า สามารถทำงานทดแทนนายไพร ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ส่วนกรณีที่นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.คณะกรรมการประสานงานองค์กรเครือข่ายภายนอกพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ระบุให้คนที่มีทีท่าว่าจะลาออก รีบตัดสินใจว่าจะอยู่กับพรรคต่อหรือไม่ เพื่อจะได้คัดเลือกผู้สมัครโดยเร็วนั้น ตนเห็นว่า นายภูมิสรรค์ ไม่ควรออกมาพูดจาในลักษณะนี้ เพราะดูเหมือนเป็นการบีบบังคับและไม่ให้เกียรติผู้อื่น เนื่องจากสมาชิกพรรคแต่ละคนย่อมมีวิจารณญาณในการตัดสินใจโดยไม่มีใครมาคาดคั้น และเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา แต่ถ้าใครตัดสินใจแล้วทิ้งท้ายในทำนองให้ร้ายบ้านเก่าเพื่อเอาใจบ้านใหม่นั้น ทางพรรคก็จำเป็นต้องชี้แจงต่อประชาชน
‘เศรษฐกิจไทย’เปิดตัวคึกคัก
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่อาคารประชุม ยูทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์ กทม. พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 นำโดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเวลา 09.58 น. ทำพิธีบวงสรวงเจ้าที่เนื่องในโอกาสเปิดที่ทำการพรรคเป็นครั้งแรกเพื่อเป็นสิริมงคล
ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ส.ส.พรรค สมาชิกพรรคจากทุกภาคทั่วประเทศเข้าร่วม อาทิ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 นายไพร พัฒโน อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายปีเตอร์ ไมอ๊อกชิ นักแสดง รวมถึง นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม (ท.ธ.) มาแสดงความยินดีในนามส่วนตัวด้วย
สมาชิกของพรรคที่มาประชุมได้รับการแจกเสื้อยืดสกรีนชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน” มีโลโก้เป็นลูกศร 3 เส้นสีธงชาติชี้ทะยานขึ้น ซึ่งหมายถึง ความพร้อมจะนำพาพัฒนาประเทศไทย พุ่งทะยานสู่ความเจริญรุ่งเรือง แถบเงาสีเทาหมายถึงปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ที่บอบช้ำมานานต้องได้รับการแก้ปัญหา และนำพาประชาชนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน
‘บิ๊กน้อย’หน.-‘นัส’เลขา-‘จุ๊บจิ๊บ’ก็มา
เวลา 13.45 น. เริ่มการประชุมวิสามัญพรรคเศรษฐกิจไทย วาระประชุมที่สำคัญคือ เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหญ่ 22 คนและคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. โดยใช้เวลา 3 ช.ม. และช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ จะมีการประชุมใหญ่พรรคอีกครั้ง เพื่อเปิดตัวบุคลากรที่จะมาร่วมงานอย่างเป็นทางการ
สำหรับกก.บห. เป็นไปตามคาดคือ พล.อ.วิชญ์ เป็นหัวหน้าพรรค คะแนน 333 คะแนน, ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค ได้ 323 คะแนน, นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค คะแนน 328, น.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือจุ๊บจิ๊บ ภรรยา ร.อ.ธรรมนัส เป็นเหรัญญิกพรรค คะแนน 324 คะแนน
กก.บห. 18 คน ได้แก่ 1.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร 2.นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น 3.นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส. พะเยา 4.นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร 5.น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทร สาคร 6.นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 7.พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 8.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก 9.นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน
10.นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นคร ราชสีมา 11.นายอัครแสนคีรี โล่วีระ 12.นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล 13.นายไพร พัฒโน 14.นายสุชาติ อุทัยวัฒน์, 15.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ 16.นายธนสาร ธรรมสอน 17.นายปัญญา พุกราชวงศ์ และ 18.นายนพดล สงวนพันธ์
ลั่นรั้งที่ 1-2 กวาดส.ส.เกิน 100
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวงประชุมวิสามัญ ช่วงหนึ่ง พล.อ.วิชญ์กล่าวกับสมาชิกว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป เราคงจะเป็นที่ 1-2 ขึ้นอยู่กับประชาชนจะศรัทธา และฟังดูแล้วจะมี ส.ส.เกิน 100 คนขึ้นไป
ก่อนปิดการประชุม พล.อ.วิชญ์ได้สวมเสื้อแจ๊กเกตของพรรคให้กับสมาชิกใหม่ที่วางตัวไว้ให้เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในครั้งต่อไป อาทิ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ, นายไพร พัฒโน ลงสมัคร ส.ส.สงขลา, นายเมธี อมรวุฒิกุล ลงสมัคร ส.ส.สมุทรปราการ, นายปีเตอร์ ไมอ๊อกซิ ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี, นายปัญญา ศรีปัญญา ลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่น, นายสฤษณ์ อึ้ง อภินันทน์ ลงสมัครส.ส.เชียงราย เป็นต้น พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
‘วิชญ์’เปิดใจรับเก้าอี้คิดไม่นาน
พล.อ.วิชญ์กล่าวเปิดใจหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ว่า “ขอขอบคุณ ที่ให้ผมเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และผมขอสัญญาว่าจะนำพาพรรคเศรษฐกิจไทยไปทิศทางที่ถูกต้อง ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นธรรม เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายสูงสุดที่พรรคต้องการ ขอให้ทุกคนรวมใจ รวมพลังไปสู่ความสำเร็จ เป็นพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยตลอดไป”
“การมาร่วมงานกับพรรคนี้ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน เมื่อมาแล้วก็ต้องทำหน้าที่ให้ดี เพราะผมเป็นคนง่ายๆ เวลาตัดสินใจอะไรแล้วก็ต้องทำอย่างจริงใจ ต้องทำให้ได้ และ พล.อ.ประวิตรไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคนี้ และไม่ได้มีการพูดคุยอะไร” พล.อ.วิชญ์กล่าว
กั๊กร่วมรัฐบาล-รัก‘พี่ป้อม’ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะเป็นพรรครัฐบาลหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า “อย่าเพิ่งพูดถึง ส่วนที่บอกว่ามีคนให้มาตรงนี้คนนั้นก็คือตัวผม” ต่อข้อถามว่าก่อนหน้านี้เคยระบุว่ารัก พล.อ.ประวิตร แล้วเหตุใดจึงแยกจากกัน พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า รักกันอยู่ ไม่ได้มีอะไร ไม่ว่าจะอยู่ตรงนี้หรือตรงไหนก็อยู่กับ พล.อ.ประวิตรมาไม่รู้กี่ 10 ปีแล้ว ขอย้ำว่า พล.อ.ประวิตรเป็นพี่ชายตนแท้ๆ ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำงานกับ พล.อ.ประวิตรตลอดไป พล.อ.วิชญ์กล่าวว่าแน่นอนอยู่แล้ว และมั่นใจว่าจะดูแลลูกพรรคอย่าง ร.อ.ธรรมนัสได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่า 18 เสียงส.ส.ของพรรค จะสนับสนุนรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น เรายึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ถ้ารัฐบาลทำก็สนับสนุนอยู่แล้ว
“ขอให้ทุกคนมั่นใจในพรรคของเรา ในเรื่องเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน และทำให้คนไทยยิ้มได้ ถือว่าเป็นจุดยืนของเรา ขอย้ำว่าอย่ามามองเราเป็นศัตรู ขอให้มองเราเป็นมิตร ผมรู้ว่าสื่อจะถามอะไร ถามว่าเรา อยู่ฝ่ายไหนผมขอตอบว่า พรรคมีความชัดเจน อยู่ข้างประชาชน ถ้าประชาชนได้ประโยชน์เราสนับสนุน ถ้าทำอะไรไม่ได้ประโยชน์ ดึงไปเป็นพรรคพวก เราไม่เอาและถ้าวันหน้าเรามีจุดยืนที่ดีกว่านี้ เราเข้าไปบริหารหรือจัดการอะไรก็ขอบอกว่าเราทำจริงทุกอย่าง” พล.อ.วิชญ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยู่ข้างประชาชนหมายถึงอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลทำดี เราก็อยู่ ถ้าไม่ดี เราจะอยู่ทำไม ซึ่งหมายถึงทุกรัฐบาลนะ
อุบชื่อแคนดิเดตนายกฯ
ต่อข้อถามถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเศรษฐกิจไทย พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลา ใจเย็นๆ มีแน่นอน มีดีด้วย เปิดเผยมาแล้วไม่ร้องยี้ก็แล้วกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีชื่อของ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งถามตอนนี้ และถึงเวลาจะบอกเอง
ส่วนเรื่องจำนวน ส.ส.ที่จะได้ 100 เสียง เพราะความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวของพรรค และคิดว่าการประชุมในวันนี้ได้เห็นทิศทางของพรรคแล้ว น่าจะได้ส.ส.เกิน 100 คน ซึ่งไม่ใช่การทะเยอะทะยาน เพราะคนที่ยืนอยู่กับตนตรงนี้เชื่อว่าสามารถทำได้ และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราจะเดินเข้าหาประชาชนทั่วประเทศ และในการประชุมสามัญประจำปี 2565 ในเดือนเม.ย.นี้ พรรคจะเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ ที่ถือว่ามีดีแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการร่วมงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลในครั้งหน้า พรรคจะเข้าร่วมหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า “ผมกินข้าวไม่ค่อยได้ตอนเย็น ตอนเย็นผมไม่ได้ทานข้าว ตอนนี้พุงยื่นแล้ว ชัดมั้ย ส่วนจะไปหรือไม่ได้ไป ผมไม่ได้พูด ผมแค่บอกว่าทานข้าวเย็นไม่ได้”
‘ผู้กองนัส’ลั่นไม่กินข้าวกับนายกฯ
ด้านร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจไทย จะยืนข้างประชาชน อะไรที่เป็นประโยชน์ของประชาชนเราจะทำ เราไม่สนใจว่าจะต้องไปทานข้าว ตนยืนยันเหมือนหัวหน้าพรรค เอาเวลาไปช่วยชาวบ้านดีกว่า แต่ผม ไม่ไป ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเชิญไปร่วมกินข้าวในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ต้องถามหัวหน้าพรรคก่อน แต่ ผมไม่ไป” ต่อข้อถามว่ามีคนจับตา ความสัมพันธ์ระหว่างร.อ.ธรรมนัส และนายกฯ ยังดีอยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เพราะเป็นแบบนี้ บ้านเมืองเลยยังอยู่อย่างนี้ ขณะที่ประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน จะมาจับตาว่าใครรักใคร ไม่ใช่ เรื่องประชาชนเดือดร้อนสำคัญกว่า และจากการลงพื้นที่มีเสียงสะท้อนจากประชาชนทำให้เราอยู่นิ่งไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พรรคระบุ จะอยู่ข้างประชาชนเหมือนเป็นการแทงกั๊กหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้เป็นการแทงกั๊ก ตนมีความชัดเจนว่า รัฐมนตรีคนใดที่ทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง เราไม่โหวตให้แน่นอน ต่อข้อถามว่าเสียงของพรรคมีเยอะ จะทำให้รัฐมนตรีหวั่นหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า คุณทำดีหรือยัง หลายคนมองพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นอากาศ แต่ถ้าวันหนึ่งขาดอากาศ จะตายทันที มีใครอยู่ได้บ้างหากขาดอากาศ ผู้สื่อข่าวว่าใครที่เห็นว่าพรรคเป็นอากาศ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ขอให้ระวังจะไม่รอด ใครที่ปรามาสแบบนี้
โวสมัยหน้าเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
ส่วนที่หัวหน้าพรรคกล้าพูดว่า เราจะได้ส.ส. เกิน 100 คนนั้น เพราะเราทำการบ้านมาตลอด ไม่ได้มีเวลามาใส่ใจเรื่องรัฐบาล อย่าลืมว่าพล.อ.วิชญ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐมาเกือบ 2 ปี ทำการบ้านมาพอสมควร จะรู้ดี และเราส่งส.ส.ทุกเขต ส่วน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพ มหานคร (ส.ก.) มันทับกันเยอะ จึงไม่ส่งดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีบอกว่าจะไม่รับสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพิ่มแล้ว ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เวลานี้ทั้ง 18 คนอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย 100% ส่วนว่าที่ผู้สมัครที่เราคาดว่าจะมาลงสมัครครบ 400 เขต แทบจะไม่มีคนของพลังประชารัฐ
เมื่อถามว่ามีคนระบุว่าพรรคเศรษฐกิจไทย เหมือนเป็นพรรคพลังประชารัฐสาขา 2 ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ ตนไม่ได้รับสมาชิกพรรคพลังประชารัฐมาเลย ต่อข้อถามว่าหากสุดท้ายผลการเลือกตั้งออกมา จะสามารถรวมกับพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การตัดสินใจต้องปรึกษาหัวหน้า และคณะกรรมการบริหารพรรค
ต่อข้อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งเป้าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราต้องเป็นรัฐบาล ทำไมต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำไมเราไม่เป็นพรรคหลัก ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าต้องการเป็นพรรคใหญ่ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคพูด
เมื่อถามว่าตามหลักการเมื่อพล.อ.วิชญ์ เป็นหัวหน้าพรรค จะเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามของพรรคใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พล.อ.วิชญ์พูดเสมอว่า ตอนนี้เราคุยกันไปไกลแล้ว แต่ยังไม่อยากเปิดเผย แต่ยืนยันว่า มีมากกว่า 1 รายชื่อแน่นอน
‘อุ๊งอิ๊ง’ร่วมครอบครัวเพื่อไทย
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ ถึงกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ที่จะจัดที่ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติมณฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมือง จ.อุดรธานี วันที่ 20 มี.ค.ว่า ขณะนี้ กก.บห. แกนนำพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรค รวมทั้งแฟนคลับพรรค พร้อมใจกันเปลี่ยนกรอบรูปโปรไฟล์งานครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิมในโซเชี่ยลมีเดียกันอย่างคึกคัก นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงขอเชิญชวนประชาชนเปลี่ยนกรอบรูปโปรไฟล์ “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” ได้ที่ twb.nz/pheuthaifamily
นอกจากนี้ที่ทำการพรรคเพื่อไทย สำนัก งานใหญ่ ยังติดป้ายประชาสัมพันธ์เชิญชวน พี่น้องประชาชนเข้าร่วมงาน “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” วันที่ 20 มี.ค. โดยจะถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย https://www.facebook.com/pheuthaiparty ตั้งแต่เวลา 09.30 น.
กมธ.ผวา-‘นิกร’แจ้งติดโควิด
วันเดียวกัน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ฉบับที่… พ.ศ…. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ระวังตัวกันนะครับ โควิดรอบนี้โอบล้อมอยู่รอบตัวจริง ผมดูแลตัวเองค่อนข้างเคร่งครัดมาตลอด ส่วนใหญ่ใส่หน้ากาก 2 ชั้น ฉีด Vaccine AZ 2 เข็ม+Pfizer เข็ม 3 ตามคำแนะนำ เวลาต้องไปประชุมหรือไปงานที่มีคนมากมายกลับมาก็ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ Ckeck Atk บ่อยมาก
วันที่ 16 มี.ค. ก่อนเข้าประชุม กมธ.กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ผลยังเป็นลบ แต่เมื่อวันที่ 17 มี.ค.หลังเลิกประชุมมาครึ่งวัน รู้สึกคัดจมูกเลยเช็ก ATK ดู ขึ้น 2 ขีด เช็กซ้ำกับอีกชนิดหนึ่งก็ 2 ขีด ขออนุญาต Home Isolation เพราะคิดว่าไม่หนักมาก ก็บอกให้ตนกักตัวรักษาอยู่บ้าน 10 วัน ที่เป็นห่วงมากคือเพื่อนกมธ. 49 คน
‘ชินวรณ์’ติดอีกคน
สำหรับไทม์ไลน์ของนายนิกร พบว่า วันที่ 16-17 มี.ค. เข้าร่วมประชุมกมธ.กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ช่วงบ่าย 17 มี.ค. เข้าร่วมกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด นพ.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา รองเลขาธิการพรรค นายปรเมศวร์ กุมารบุญ กก.บห. น.ส.อรุณี ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมประชาสัมพันธ์ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ คณะกรรมการและสมาชิกพรรค ที่มารวมตัวกันที่พรรคเพื่อประชุมออนไลน์พูดคุยกับนักวิชาการสถาบันทีดีอาร์ไอ
ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานกมธ.กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โพสต์ เฟซบุ๊กแจ้งว่าติดโควิด-19 เช่นกัน ระบุไปตรวจเอทีเคช่วงเช้า 16 มี.ค.ที่สภา ผลเป็นลบ จึงขอมาตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ผลออกมายืนยันติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ หมอแนะนำให้มาพักที่บ้าน จนถึงวันที่ 26 มี.ค. โดยได้แจ้งให้ผู้ใกล้ชิดได้รับทราบแล้ว และขอแจ้งทางเฟซบุ๊กให้กัลยาณมิตรได้ทราบและดำเนินการตามภาวะเสี่ยงต่อไป ส่วนตนไม่ได้เข้าร่วม ประชุมกมธ. รีบออกมากักตัวเองเลย
‘สาธิต’สั่งงดประชุม1สัปดาห์
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. รองประธานกมธ.กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.ในสัดส่วนของ ส.ว. 14 คน ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นและยังไม่พบผลว่าติดเชื้อ และไม่พบมีเจ้าหน้าที่คนใดที่มี ผลตรวจเป็นบวก แต่ขอเสนอให้งดประชุม 1 สัปดาห์ ซึ่งตามปฏิทินของกมธ.ที่กำหนดเบื้องต้นว่าจะพิจารณาเนื้อหาให้แล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย.นั้น หากงดประชุม 1 สัปดาห์ จะไม่มีผลกระทบใดๆ เพราะจะยืดเวลาที่กำหนดไว้ออกไปต้นเดือนพ.ค. ซึ่งตามเวลาเปิดประชุมสภา คือ 22 พ.ค. ดังนั้นจึงมีเวลาพิจารณา
ต่อมา นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. ได้แจ้งผ่านทางไลน์ของกมธ. เพื่อแจ้งให้งดการประชุมกมธ.ในวันที่ 23-24 มี.ค.และให้นัดประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 30-31 มี.ค. โดยระบุว่า มีกมธ.กังวลถึงความปลอดภัยจากการแพร่เชื้อโควิด-19 และเจ้าหน้าที่ของกมธ.วิตกกังวลต่อการกักตัว ตนจึงตัดสินใจสั่งงดประชุม ขออภัย กมธ.ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงและอยากมาประชุมเพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่
“ส่วนตัวผมไม่อยากให้หยุด หรือเลื่อนประชุม แต่เพื่อการได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและความสบายใจของส่วนรวมของกมธ. ตอนแรกจะนัดประชุมออนไลน์หรือทางอิเล็ก ทรอนิกส์ แต่ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ไม่เชิดช่องให้ทำได้ จึงจำเป็นต้องเลื่อนประชุมไป 1 สัปดาห์” นายสาธิตระบุ

พบชาวบ้าน – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมทำอาหารกับชาวบ้านในพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวที่บ้านประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ระหว่างนำว่าที่ผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่พบปะประชาชน เมื่อวันที่ 18 มี.ค.