ใช้มีดขู่บังคับพนักงาน กระโดดขึ้นเคาน์เตอร์ กวาดสร้อยไป7แสนบ.
โจรบุกเดี่ยวควงมีดทำครัว บุกจี้ร้านทองกลางห้างโลตัส สาขามหาชัย กวาดสร้อยทองคำ หนัก 22 บาท มูลค่า 7 แสนไปได้ ก่อนแว้นจยย.ฮอนด้าหลบหนีอย่างลอยนวล ตร.ตรวจสอบหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดของร้านและบริเวณใกล้เคียง พบภาพคนร้ายสวมหมวกไหมพรมไว้บนศีรษะ ใส่แมสก์เดินเข้าห้างมาคนเดียว หลังจากผ่านจุดคัดกรอง ก็รีบดึงหมวกไหมพรมมาคลุมใบหน้า เดินตรงเข้าไปที่ร้านทองก่อนกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ ชักมีดขึ้นมาขู่พนักงานขาย พร้อมกับกวาดสร้อยทองคำไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาลงมือไม่ถึง 1 นาที เจ้าหน้าที่กำลังระดมกำลังออกติดตามกระชั้น

จี้ชิงทอง – ตร. สมุทรสาครตรวจสอบเหตุคนร้ายสวมหมวกไหมพรมคลุมใบหน้า บุกเดี่ยวใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ห้างทองบางกอกโกลด์ สาขาโลตัส มหาชัย กวาดทองคำ 22 บาท มูลค่าเกือบ 7 แสน ซิ่งมอเตอร์ไซค์หนีลอยนาล เมื่อวันที่ 19 มี.ค.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง ผิวขาว อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อเเขนยาวสีน้ำเงิน สวมหมวกไหมพรมคลุมใบหน้า ใช้อาวุธมีดทำครัวบุกเดี่ยวเข้าจี้ชิงทรัพย์ในห้างทองบางกอกโกลด์ สาขาโลตัส มหาชัย คลองครุ หมู่ที่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมือง โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ ประกอบด้วย สร้อยข้อมือน้ำหนัก 3 บาท จำนวน 4 เส้น สร้อยข้อมือน้ำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น มูลค่าเกือบ 700,000 บาท หลังก่อเหตุคนร้ายวิ่งมาขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหน้าห้าง ก่อนขับขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมา พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ รองผบก.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.อนุรักษ์ ดีคล้าย สว.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เก็บลายนิ้วมือแฝงบนเคาน์เตอร์ และเก็บรวบรวมหลักฐานอื่นๆ ไว้ด้วย
จากการสอบปากคำ น.ส.จุฑามาศ ก๊กสมบูรณ์ อายุ 33 ปี พนักงานขายประจำหน้าร้าน และพนักงานคนอื่นๆ รวมถึงพยานผู้เห็นเหตุการณ์ต่างให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขณะที่กำลังยืนขายทองอยู่หน้าเคาน์เตอร์นั้นมีคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้ากระโดดข้ามเคาน์เตอร์เข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมชูอาวุธมีดที่พกติดตัวมาด้วยขึ้นมาข่มขู่พนักงานขาย ก่อนที่จะหยิบเอาทองรูปพรรณเป็นสร้อยคอ-ข้อมือ น้ำหนักรวม 22 บาท แล้ววิ่งหลบหนีไป
ส่วนหัวหน้ารปภ.ภายในห้างโลตัส สาขามหาชัย ให้การว่าขณะตนยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในห้างนั้นก็รับแจ้งเหตุมีคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าออกห้าง จึงรีบวิ่งออกมาเพื่อจะติดตามคนร้ายพร้อมกับพลเมืองดีอีกหลายๆ คนที่พยายามช่วยกันตามจับตัว เมื่อมาถึงตรงจุดที่คนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ก็เห็นคนร้ายรีบสตาร์ตรถแล้วขับขี่หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ทราบต่อมาว่าก่อนที่คนร้ายรายนี้จะเข้ามาลงมือก่อเหตุนั้น มีพยานเห็นคนร้ายสวมแมสก์ปิดบังใบหน้าเดินเข้าในห้างตามปกติ แต่ครั้นพอจะลงมือก็รีบดึงหมวกไหมพรมที่เตรียมมาลงมาคลุมใบหน้า แล้วกระโดดข้ามเคาน์เตอร์เข้าไปก่อเหตุอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ด้านนายทองพันธ์ ดวงปากกา อายุ 42 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่หน้าห้างโลตัสให้การว่า ตนเองเห็นพนักงานในห้างวิ่งแตกตื่นกันออกมา ตอนแรกก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องว่า ทองๆ ก็คิดว่าน่าจะมีการปล้นร้านทองเกิดขึ้นแน่ๆ จึงรีบวิ่งไปที่หน้าประตูก็ได้ยินเจ้าหน้าที่ร้องบอกว่า โน่นๆ พร้อมกับชี้ไปทางคนร้าย ตนจึงรีบวิ่งตามไปที่รถแต่คนร้ายก็สตาร์ตเครื่องขับหนีออกไปแล้ว ตนกับเพื่อนที่ขับรถรับจ้างด้วยกันจึงรีบขับติดตามไปจนถึงแยกบางปลาก็คลาดกับคนร้ายเพราะว่ารถไปติดสัญญาณไฟแดงก่อน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทองที่เกิดเหตุมาตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านขายโทรศัพท์มือถือที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็พบว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.15 น. คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อแขนยาว นุ่งกางเกงขายาว ใส่แมสก์มีกระเป๋าสะพาย และมีหมวกไหมพรมสวมอยู่บนศีรษะเดินเข้ามาในห้างที่เกิดเหตุ หลังจากผ่านจุดคัดกรองไปแล้วคนร้ายก็รีบดึงหมวกไหมพรมลงมาปิดคลุมใบหน้า ก่อนเดินตรงเข้าไปที่ร้านทอง เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงพนักงานของร้านร้องขึ้นด้วยความตกใจส่งเสียงดัง จากนั้นก็มีพนักงานวิ่งออกมาร้องขอความช่วยเหลือ
ขณะที่มุมภาพระยะไกลจะมองเห็นคนร้ายกำลังรีบหยิบทองจากแผงในตู้โชว์กระจก โดยใช้เวลาลงมือไม่ถึง 1 นาทีก็รีบวิ่งกลับออกไป หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ทราบหาตัวบุคคล พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องวรจรปิดตามจุดต่างๆ ตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีด้วย พร้อมกับกระจายกำลังกันออกติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด