ตรวจเจอโควิดไปงาน‘สรพงศ์’ทำพระเสี่ยงอื้อ
เจ้าอาวาสพระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอเมืองนครราช สีมา ติดโควิด เดินทางไปร่วมงานศพ ‘สรพงศ์ ชาตรี’ ที่กทม. ผลตรวจ ATK เป็นบวกจึงไม่ได้เข้าไปในงาน รีบกลับวัด เข้าร.พ.รักษาอาการ สอบไทม์ไลน์ ร่วม กิจสงฆ์-ฉันเพลกับพระสมณศักดิ์ และ เจ้าอาวาสหลายรูปในเมืองนครราชสีมา ลูกศิษย์ห่วงอายุ 69 ปีแล้วแม้ป่วยไม่มีอาการ ส่วนพระกลุ่มเสี่ยงก็น่าห่วง มีเจ้าอาวาสหลายแห่ง ส่วนใหญ่อายุเกิน 60 ปี ด้านศบค.แถลง โควิดเกินหมื่น 44 วันติด พบ ATK ผลบวก 25,859 ราย มากกว่าผู้ป่วยยืนยัน 24,996 ราย ตายยังพุ่ง 84 ราย เศร้าเด็ก 1 ขวบดับ นายกฯ ห่วงปอดอักเสบพุ่งพรวด 1.4 พัน สธ.แนะใช้มหาสารคามโมเดล เร่งฉีดเข็มบูสต์สูงวัย-กลุ่มเสี่ยง 608 ให้ ลูกหลานกลับสงกรานต์ด้วยความอุ่นใจ
โควิดยังพุ่งทะลุ 2 หมื่น
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ โควิด-19 ประจำวันว่า ประเทศไทยยังพบ ผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 44 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยวันนี้พบติดเชื้อรายใหม่ 24,996 ราย สะสม 3,353,969 ราย ผลตรวจ ATK เป็นบวกอีก 25,859 ราย หายป่วย 22,292 ราย สะสม 3,089,584 ราย เสียชีวิต 84 ราย สะสม 24,246 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 240,139 ราย อยู่ในร.พ. 71,100 ราย อยู่ร.พ.สนาม เอชไอ ซีไอ 169,039 ราย มีอาการหนัก 1,432 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 521 ราย
ผู้เสียชีวิตมาจาก 40 จังหวัด ได้แก่ กทม. 14 ราย, สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช พัทลุง จังหวัดละ 5 ราย, นครราชสีมา อุบลราชธานี ชลบุรี จันทบุรี จังหวัดละ 3 ราย, ปทุมธานี มหาสารคาม สุรินทร์ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร น่าน ภูเก็ต ปัตตานี ระยอง นครสวรรค์ สระบุรี จังหวัดละ 2 ราย และนนทบุรี หนองคาย ยโสธร อำนาจเจริญ แพร่ พะเยา เชียงราย อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน ระนอง สตูล สงขลา ยะลา นราธิวาส ชัยนาท ลพบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ราชบุรี และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 44 ราย หญิง 40 ราย อายุ 1-98 ปี เฉลี่ย 75 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 98%
62 จังหวัดป่วยเกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 2,880 ราย 2.นครศรีธรรมราช 1,637 ราย 3.ชลบุรี 1,191 ราย 4.สมุทรสาคร 969 ราย 5.สมุทรปราการ 907 ราย 6.ฉะเชิงเทรา 629 ราย 7.นครปฐม 587 ราย 8.สงขลา 572 ราย 9.ราชบุรี 571 ราย และ 10.บุรีรัมย์ 557 ราย
ขณะที่จังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 52 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด 537 ราย, นนทบุรี 536 ราย, สุพรรณบุรี 490 ราย, ระยอง 476 ราย, ขอนแก่น 445 ราย, พัทลุง 432 ราย, ปทุมธานี 425 ราย, เพชรบุรี 410 ราย, เชียงใหม่ 384 ราย, อุดรธานี 353 ราย, พระนครศรีอยุธยา 336 ราย, กาญจนบุรี 333 ราย, นครราชสีมา 327 ราย, อุบลราชธานี 327 ราย, สมุทรสงคราม 319 ราย, ภูเก็ต 313 ราย, มหาสารคาม 291 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 289 ราย, สตูล 289 ราย, สระแก้ว 273 ราย, ปราจีนบุรี 270 ราย, สุราษฎร์ธานี 270 ราย, นครสวรรค์ 263 ราย, สกลนคร 255 ราย, ตรัง 245 ราย, สุรินทร์ 233 ราย, จันทบุรี 229 ราย, กาฬสินธุ์ 228 ราย, ระนอง 222 ราย, สระบุรี 216 ราย, ศรีสะเกษ 215 ราย, ปัตตานี 200 ราย
กระบี่ 198 ราย, อ่างทอง 196 ราย, พิษณุโลก 190 ราย, ยะลา 181 ราย, กำแพงเพชร 168 ราย, สุโขทัย 163 ราย, น่าน 162 ราย, ชุมพร 161 ราย, หนองคาย 161 ราย, นราธิวาส 160 ราย, ตาก 158 ราย, ยโสธร 148 ราย, เลย 145 ราย, ลพบุรี 138 ราย, นครนายก 131 ราย, อุตรดิตถ์ 130 ราย, ชัยภูมิ 111 ราย, สิงห์บุรี 111 ราย, ตราด 109 ราย และเพชรบูรณ์ 107 ราย ส่วนจังหวัดติดเชื้อหลักหน่วยมี 2 จังหวัด คือ ชัยนาท 9 ราย และลำพูน 5 ราย
ด้านการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 173 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 31 ราย ใน 14 ประเทศ จากเยอรมนีติดเชื้อมากที่สุด 7 ราย ฝรั่งเศส 5 ราย ที่เหลือติดเชื้อ 1-4 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 23 ราย แซนด์บ็อกซ์ 1 ราย ระบบกักตัว 4 ราย และลักลอบ เข้ามา 3 ราย จากเมียนมาทั้งหมด สำหรับ ผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-19 มี.ค. 2565 จำนวน 163,568 ราย รายงานติดเชื้อ 1,131 ราย คิดเป็น 0.69% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 144,413 ราย ติดเชื้อ 746 ราย คิดเป็น 0.52% แซนด์บ็อกซ์ 16,415 ราย ติดเชื้อ 325 ราย คิดเป็น 1.98% และกักตัว 2,740 ราย ติดเชื้อ 60 ราย คิดเป็น 2.19%
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 19 มี.ค. ฉีดได้ 221,662 โดส สะสมรวม 127,290,646 โดส เป็นเข็มแรก 54,858,078 ราย คิดเป็น 78.9% ของประชากร เข็มสอง 50,104,688 ราย คิดเป็น 72% ของประชากร และเข็มสาม 22,327,880 ราย คิดเป็น 32.1% ของประชากร
‘บิ๊กตู่’ห่วงปอดอักเสบพุ่ง
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นห่วงผู้ป่วยติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ป่วยปอดอักเสบ ที่รักษาตัว อยู่ในโรงพยาบาลมีจำนวนสูงถึง 1,432 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 18 ราย ขณะที่อัตราครองเตียง ร้อยละ 25.9 โดยจากรายงานผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัว สาเหตุส่วนหนึ่ง มาจากการที่ได้รับวัคซีนเพียง 2 เข็ม หรือไม่ได้รับวัคซีน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 หรือได้รับวัคซีนครบ สามารถ ลดการติดเชื้อและเสียชีวิตได้ นายกฯ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดฉีดวัคซีน ให้กับกลุ่มเสี่ยง 608 ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน รวมไปถึงให้เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และฉีดวัคซีนสำหรับเด็กให้ทั่วถึงให้ได้มากที่สุด
จี้จว.ฉีดบูสต์เซฟกลุ่ม 608
นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดวัคซีน โควิด-19 เข็มแรกและเข็มสองได้สูงตาม เป้าหมาย แต่เข็มกระตุ้นยังฉีดได้เพียงราว 30% และเป็นวัยที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุด สธ.จึงให้ทุกจังหวัดเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นในกลุ่มนี้ เพื่อสร้างความปลอดภัย ตามนโยบาย “SAVE 608 by Booster Dose” โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลัง จะมาถึง เนื่องจากลูกหลานมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมบุพการีและครอบครัวจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกันในครัวเรือน จึงต้องสร้างความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุด้วยการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม มากที่สุด ขณะที่ลูกหลานก็ต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นและทำตัวเองให้ปราศจากเชื้อ (Self Clean Up) ก่อนเดินทางกลับไป เยี่ยมบ้าน ทั้งนี้ แต่ละจังหวัดมีการวางแผนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนแล้ว
6 กลยุทธ์เร่งฉีดกลุ่มเสี่ยง
นพ.สุเทพกล่าวว่า จ.มหาสารคาม ได้ใช้ 6 กลยุทธ์สำคัญทำให้ฉีดวัคซีนในกลุ่ม 608 ได้เพิ่มขึ้น คือ 1.มีระบบการจัดการรายชื่อรายบุคคล และการลงนามสามเส้า ระหว่าง ประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ทุกหมู่บ้านจำนวน 1,934 หมู่บ้าน รวม 30 ชุมชน 2.สรุปรายงานถึงนายอำเภอให้สั่งการหมู่บ้าน/ชุมชน ร่วมจัดเตรียมผู้มารับการฉีดในพื้นที่ 3.มีระบบรายงานสรุปผลงานการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แบบรายหน่วย จำนวน 193 หน่วยฉีดในทุกวัน เรียงลำดับผลงานจากมาก-น้อย ทำให้ช่วยเร่งการดำเนินของแต่ละหน่วยเพิ่มขึ้น
4.จัดแคมเปญที่เหมาะสมทุกเดือน และสื่อสารอย่างทั่วถึง เช่น 14 ก.พ. จัดแคมเปญวัคซีนเข็ม 3 ความรักยิ่งใหญ่ จากใจชาวสาธารณสุขมหาสารคาม ในวันนั้น สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ คือ 10,227 โดส ส่วนการฉีดเข็ม 3 อยู่ที่ 7,895 โดส สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ หรือเดือนมี.ค. เดือนแห่งพลัง อสม. ได้จัดแคมเปญ อสม.มหาสารคามหยิบ 10 โดยให้ อสม.ออกเคาะประตูบ้านชวนประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 70% ให้แล้วเสร็จก่อนวัน อสม.แห่งชาติ ส่วนช่วงใกล้สงกรานต์ จะมีแคมเปญ มหาสงกรานต์ มหาสารคาม 2565 รณรงค์ให้ลูกหลานและผู้สูงอายุฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อให้ลูกหลานกลับบ้านและผู้สูงอายุ อยู่บ้านอย่างปลอดภัย 5.มีระบบการเสริมพลัง รายพื้นที่ที่มอบหมาย และ 6.ระบบรางวัลสร้างขวัญกำลังใจ ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และหน่วยฉีด ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าว มีการนำเสนอในศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี สธ.) ซึ่งเห็นว่าเป็นแนวทางที่ได้ผลดี จังหวัดต่างๆ นำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อช่วยเพิ่มความครอบคลุม การได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นของกลุ่ม 608 ให้ได้มากที่สุด
พนง.แบงก์หาดใหญ่ป่วยอื้อ
ส่วนสถานการณ์โรคโควิดในพื้นที่ต่างๆ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่รวม 513 ราย จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 1 ราย จาก test&go 18 ราย และเสียชีวิต 2 ราย
ด้านสสจ.สงขลารายงานว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 572 ราย เสียชีวิต 1 ราย หากรวมตัวเลขจากตรวจหาเชื้อ ATK และ RT-PCR จะมีผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 1,100 ราย ที่กำลังรักษาตัว 41,000 กว่าราย อาการรุนแรง อาการปานกลาง 150 กว่าคน เตียงที่ใช้ไป 4,910 จากทั้งหมด 11,040 เตียง
รายงานข่าวจากพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า พนักงานธนาคารในสาขาประมาณ 10 คน ติดเชื้อ 7-8 คน โดยทุกคนฉีดวัคซีนเข็ม 3 แล้วทั้งหมด และมีอาการค่อนข้างรุนแรง
สตูลวอนงดกิจกรรม
ขณะที่ นพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นพ.สสจ.สตูล เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ จำนวน 289 ราย ผลการสอบสวนโรค เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย และมีกิจกรรมร่วมกัน จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหา ผู้สัมผัสใกล้ชิด และผู้สัมผัสร่วมบ้านของ ผู้ป่วย เบื้องต้นมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 393 คน ได้ไปกักตัวที่บ้าน จำนวน 393 คน ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการมีสุขอนามัยที่ดี ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล ทำงานที่บ้าน งดเว้นการรวมกลุ่มคนมาก หรืองดสังสรรค์ชั่วคราว สถานประกอบการ เข้มงวดมาตรการ COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด และเข้ารับวัคซีนได้ทุกเข็ม ทั้งเข็ม 1-4 โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว โดยเข็ม 1 และ 2 มาวอล์กอินฉีดได้ทุกศูนย์ที่มีการฉีด หรือที่รพ.สต.ใกล้บ้าน

พระเสี่ยง – เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองโควิดพระวัดสะแก (พระอารามหลวง) จ.นครราชสีมาหลังจากพระโสภณปริยัติวิธาน เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอเมือง ตรวจพบโควิดระหว่างไปงานศพพระเอกสรพงศ์ ชาตรี ที่กทม.
เจ้าอาวาสวัดดังโคราชป่วย
ที่วัดสะแก (พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา บุคลากรทางการแพทย์ คลินิกเอกชนได้ตรวจ ATK ให้พระภิกษุ สามเณรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจของสงฆ์จำนวน 50 ราย เบื้องต้นพระภิกษุ 2 รูป มีผลบวก จึงได้ประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก.31 โคราช ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นที่เสี่ยง
นายวรวัฒน์ สุวรรณพงศ์ ไวยาวัจกร ผู้ทำการ แทนวัดสะแก เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากลูกศิษย์ที่ปฏิบัติหน้าที่คอยปรนนิบัติรับใช้ พระโสภณปริยัติวิธาน เจ้าอาวาสวัดสะแกและเจ้าคณะอำเภอเมือง นครราชสีมา ขณะเดินทางไปร่วมประกอบพิธีสวดอภิธรรม นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือ “สรพงศ์ ชาตรี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2551 ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องผ่านการตรวจ ATK ก่อน ปรากฏผลติดเชื้อ จึงต้องเดินทางกลับมาจำวัดรักษาอาการทันที สอบถามไทม์ไลน์ พบพระสมณศักดิ์ และเจ้าอาวาสวัดดังในเขตเมืองหลายรูป มีประวัติใกล้ชิดขณะประกอบกิจสงฆ์ และฉันเพล จึงแจ้งประสานให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องคอยดูแลพระผู้ใหญ่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแต่ละรูปมีอายุมากกว่า 60 ปี บางรูปมีโรคประจำตัว
ทั้งนี้ พระโสภณปริยัติวิธาน อายุ 69 ปี มีโรคประจำตัว ทั้งเบาหวาน โรคไต และไขมัน แม้ได้รับวัคซีนครบโดส แต่ลูกศิษย์เป็นห่วงมาก โดยได้เข้าพักรักษาอาการที่ร.พ.มหาราช นครราชสีมา ขณะนี้อาการเป็นสีเขียว อย่างไรก็ตามขณะนี้ในพื้นที่ตัวเมือง มีผู้ป่วยจำนวนมากและกระจายอยู่หลายแห่ง เพื่อความปลอดภัยของพระภิกษุ สามเณรและญาติโยม ทางวัดได้หยุดเดินบิณฑบาต โดยจัดโรงครัวรับผิดชอบดูแลภัตตาหารชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะปกติ
ทั้งจว.ป่วยพุ่ง 1,865 คน
ด้านสสจ.นครราชสีมา รายงานว่า พบผู้ป่วย รายใหม่ในพื้นที่ 32 อำเภอ จำนวน 1,865 ราย มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นหญิง อายุ 72 ปี อยู่ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย ประวัติรับวัคซีน 2 เข็ม, ชายอายุ 60 ปี อยู่ต.บ้านเก่า อ.ด่านขุนทด ประวัติรับวัคซีน 3 เข็ม มีโรคประจำตัวเบาหวาน, ชายอายุ 87 ปี อยู่ต.บ้านเกาะ อ.เมือง ไม่ได้รับวัคซีน มีโรคประจำตัวโรคไต ความดันโลหิตสูง และชายอายุ 68 ปี อยู่ต.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง มีประวัติรับวัคซีน 2 เข็ม ป่วยโรคไตเรื้อรัง รวมเสียชีวิตสะสม 68 ราย
ทั้งนี้ มี 8 คลัสเตอร์ ที่ต้องเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดดังนี้ 1.สถานสงเคราะห์ คนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา อ.เมือง พบผู้ป่วย รายแรกเป็นบุคลากรประกอบอาหาร จากนั้น ได้ค้นหาพบผู้ป่วยรายใหม่เป็นลูกบ้าน 202 ราย และบุคลากร เจ้าหน้าที่ 23 ราย มีผู้ป่วยแล้วจำนวน 225 ราย 2.เครือญาติและงานบวช หมู่ 1 ต.สระพระ อ.พระทองคำ ป่วย 43 ราย และสัมผัสเสี่ยงสูง 22 ราย 3.งานศพ บ้านฝาผนัง หมู่ 1 ต.เมืองพะไล อ.บัวลาย ป่วย 14 ราย 4.กิจกรรมทัศนศึกษา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ป่วยเป็นครูและนักเรียนโรงเรียนบ้าน นางโทพัฒนา ต.เมืองยาง อ.เมืองยาง ป่วย 16 ราย 5.บ้านหนองมะเขือ หมู่ 5 ต.ช่องแมว ป่วย 11 ราย 6.บ้านตลุกพลวง หมู่ 5 ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม ป่วย 49 ราย 7.โรงเรียน ชุมชนบ้านวัด ต.เทพาลัย อ.คง ป่วย 33 ราย และ 8.โรงเรียนบ้านเมืองคง ต.คูขาด อ.คง ป่วย 27 ราย