เปิดตัวกระหึ่ม-ชูธงศึกเลือกตั้งปลุก14ล้านเสียงไทยรักไทยสู้ชัชชาติ-ดร.เอ้-วิโรจน์หาเสียงคึกจับตา‘อัศวิน’ลงสนามผู้ว่าสัปดาห์นี้

เปิดตัวกระหึ่ม ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นแท่นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ประกาศดึง 14 ล้านเสียงยุคไทยรักไทยกลับคืน วางเป้าเลือกตั้งสมัยหน้าจัดตั้งรัฐบาลแลนด์สไลด์ ยังกั๊กลงส.ส.- แคนดิเดตนายกฯลั่นพา ‘ทักษิณ’ กลับบ้านไม่ใช่เป้าหมายหลัก ‘แรมโบ้’ เตือนอย่า หลงเชื่อพ่อแม้ว-อาปู เดินลงเหว พรรคเศรษฐกิจไทยยันไม่ร่วมวงฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาล สวนดุสิตโพลเผยประชาชนชี้ ไม่เหมาะพรรคการเมืองนัดปาร์ตี้ จี้แก้ปัญหาของแพง ‘ชัชชาติ-ดร.เอ้’ ลุยหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. จับตาสัปดาห์นี้ ‘อัศวิน’ ตั้งโต๊ะแถลงลงชิงเก้าอี้

พท.เปิดตัว‘อุ๊งอิ๊ง’หน.ครอบครัว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” มีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรรมเพื่อไทย เป็นหัวหน้า ครอบครัวเพื่อไทย โดยมีประชาชนในพื้นที่ จ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เมื่อประชาชนที่มาลงทะเบียนเป็นครอบครัวเพื่อไทย ได้รับเสื้อยืดสีแดงสกรีนข้อความ “ครอบครัว เพื่อไทย”

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย มีนโยบายต่างๆ จนชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส. 248 ที่นั่ง ได้ตั้งรัฐบาลโดยมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ จนเกิดวลีประชาธิปไตยกินได้ เพราะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ เป็นรัฐบาลที่อยู่ครบ 4 ปีในประวัติศาสตร์ไทย

เมื่อเลือกตั้งอีกครั้งใน 4 ปีให้หลัง ยังได้ส.ส. 377 ที่นั่ง ตั้งพรรคการเมืองพรรคเดียว ถือว่านายทักษิณเป็นผู้นำที่สง่างามในเวที ได้รับการยอมรับทั้งเอเชียและเวทีนานาชาติ ทำให้ประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย และวันนี้ประเทศกลับเป็นหมาตัวที่ 1 ของเอเชีย ต่อมานายทักษิณต้องถูกรัฐประหาร และยุบพรรคไทยรักไทยในเวลาต่อมา

ครอบครัว – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เปิดตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในกิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม’ ที่ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติมลฑาทิพย์ฮอลล์ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 20 มี.ค.

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การรัฐประหารปี 2549 ทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ถือว่าบ้านแตก แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 2550 เราก็เดินหน้าตั้งพรรคการเมืองใหม่ คือพรรคพลังประชาชน มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค เลือกตั้งได้ ส.ส. 233 คน เป็นพรรคการเมืองได้ไม่นาน ก็ถูกยุบอีกครั้ง ทำให้เกิดพี่น้องเสื้อแดงที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มีการสังหารพี่น้องเสื้อแดงอย่างอำมหิตใจกลางเมือง

‘ชลน่าน’ชูดีเอ็นเอสายเลือดผู้นำ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง 237 เสียง แต่ถูกทำลายด้วยรัฐธรรมนูญ ที่เขียนเอาเปรียบ กำจัดเพื่อไทยโดยเฉพาะ ปล้นอำนาจเราไป ครอบครัวเพื่อไทย จะเป็น นวัตกรรมใหม่ของการสร้างการเมืองภาคพลเมือง ที่จะกลับมาสนับสนุนให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายหรือแลนด์สไลด์

การจะสร้างพลัง สร้างความรัก เพื่อแสวงหา โอกาส สำคัญที่สุดคือ ผู้นำ ต้องสามารถหลอมรวมใจเดิมๆ ของเพื่อไทยให้กลับมาเป็นหนึ่ง สืบเจตนารมณ์ สายเลือดพันธุกรรม ไม่ใช่ผู้นำที่มีความเกรี้ยวกราด ไม่เอื้ออาทรต่อใคร เราจะมาสร้างครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม การเมืองภาคประชาชน จะไม่เดินอย่างโดดเดี่ยว เพราะพรรคเพื่อไทย จะสรรค์สร้างสิ่งที่ดีให้ประเทศชาติบ้านเมือง

ถ้าเราได้โอกาสจากครอบครัวเพื่อไทย มั่นใจว่าเป้าหมายแลนด์สไลด์เพื่อไทย ทั้งแผ่นดินจะเป็นของพวกเรา แต่สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น หากขาดผู้นำที่เราหวังเอาไว้ เราโชคดี ได้สายเลือดพันธุกรรม ผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ที่ต้องการแก้ปัญหาให้ พี่น้อง ต้องการสร้างโอกาสให้ลูกหลาน นำพา ประเทศให้มีที่ยืนในอารยประเทศให้เป็นที่ยอมรับ แต่ก็ถูกกลั่นแกล้ง ทำลาย แม้แผ่นดิน แม่ ก็ไม่ได้อยู่ แต่เราก็มีความภาคภูมิใจ

“ขอประกาศว่า ผู้นำครอบครัวเพื่อไทย เป็นสายเลือด เป็นดีเอ็นเอของคนที่มีเจตนาที่จะสร้างบ้าน สร้างเมืองนี้ในนามของพรรค ไทยรักไทย เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการ มีส่วนร่วมและนวัตกรรรม พรรคเพื่อไทย ภูมิใจที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย คือคุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” นพ.ชลน่านกล่าว

‘แพทองธาร’วาง 2 เป้าหมาย
น.ส.แพทองธารกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รู้สึกน้ำตาจะไหลเพราะตน จำได้หลายเหตุการณ์ แต่ตอนนั้นตนเป็นเพียงผู้เฝ้ามอง ยังไม่ได้มีส่วนร่วม ตนเพิ่งอายุ 12 ขวบตอนที่คุณพ่อก่อตั้งพรรคไทยรักไทย พอมาถึงรัฐบาลของคุณอายิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตนอยู่ในช่วงวัยทำงานแล้วอายุประมาณ 28 ปี พูดเลยว่าขนาดยังไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับพรรคการเมือง ก็สามารถสัมผัสได้อย่างเดียวว่าเส้นทางการเมืองไม่ง่ายเลย อุปสรรคมากมายเต็มไปหมด ไม่ได้เข้าการเมืองมาก็ได้รับผลกระทบเยอะเช่นเดียวกัน

ตลอด 23 ปีบนเส้นทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ประสบการณ์ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่สุดที่เรามี ตนพูดด้วยความภาคภูมิใจว่าเราเป็นรัฐบาลที่คิดนโยบายและทำให้ประสบความสำเร็จได้ ถึงเวลาแล้ว ที่พรรคเพื่อไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญ เราจะไม่มีวันลืมประชาชนรากหญ้าของเรา ที่สนับสนุนเรามาตั้งแต่วันแรก

ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ต้องอยู่ให้แข็งแรง และรอดพ้นเป็นความหวังของประชาชน เป้าหมายแรกคือการสร้างการมีส่วนร่วมของคนแต่ละยุคเจเนอเรชั่น เพราะการทำงานมีความยาก การหาจุดตรงกลาง เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ให้ทุกคนที่มีความคิด ต่างกัน ทำงานร่วมกันได้จนนำไปสู่การ ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน เช่น นโยบายผ้าอนามัยฟรี เป็นการใช้จุดแข็ง และพัฒนาจุดอ่อนของเราไปพร้อมกันภายใต้ นโยบายเดียวกัน เน้นแก้ไขปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เพิ่มมิติใหม่คือการรักษาความเสมอภาคทางเพศและการลดรายจ่ายของพี่น้องประชาชน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เรายังมีนโยบายใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย รอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ

ลั่นตั้งรัฐบาลให้ได้-ไล่เผด็จการ
“ส่วนเป้าหมายที่สองถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจะต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ระบอบเผด็จการต้องหมดไป อาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่ไม่ไกลเกินไป เราต้องเตรียมความพร้อมไว้ พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้และเป็นแกนนำ เพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ได้ ให้ประเทศชาติเปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้น” น.ส.แพทองธารกล่าว

หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นโยบายดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย นโยบายของเรา จะเป็นการเติมเงินให้พี่น้องชาวไทยอย่างภาคภูมิใจ ให้พี่น้องรู้สึกว่าการเกิดเป็นคนไทยเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากที่สุด ดังนั้นเราต้องร่วมมือกัน การจะบรรลุเป้าหมายได้ ต้องอาศัยการสนับสนุนทุกอย่างจากพี่น้องประชาชน ทั้งการสนับสนุนความคิดเห็น การพัฒนาต่างๆ จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายเดียวกัน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยอยากให้พี่น้องทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น จึงเป็นที่มาของโปรเจ็กต์ครอบครัวเพื่อไทยในวันนี้

ทวงคืน 14 ล้านเสียงสู่แลนด์สไลด์
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า พรรคไทยรักไทย เคยมีสมาชิกถึง 14 ล้านคน ซึ่งยังไม่มีใครทำลายสถิตินั้นได้ เมื่อพรรคไทยรักไทย ถูกยุบ และมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้ การมีส่วนร่วมของประชาชนและพรรคห่างกันไปอีก พรรคเพื่อไทยจึงสร้างกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิมขึ้นมา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชน โดยไม่มีการผูกมัดใดๆ ไม่มีเงื่อนไขทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง การสมัครเป็นครอบครัวเพื่อไทยสมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เราอยากให้ทุกคนมาสมัครเยอะๆ เพื่อให้บรรลุแลนด์สไลด์ตั้งรัฐบาล เพื่อขจัดความสิ้นหวัง เรามาร่วมเป็นครอบครัวเพื่อไทยด้วยกัน เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามาก

“เมื่อการเลือกตั้งมาถึงอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา 14 ล้านเสียงของไทยรักไทยสมัยก่อน จะเกิดขึ้นอีกครั้งกับเพื่อไทยในวันนี้ บ้านหลังใหญ่ขอต้อนรับทุกท่านด้วยหัวใจดวงเดิม ไม่ว่าท่านจะอยู่กับเรามานานแล้ว หรือเพิ่งเข้ามาอยู่ก็ตาม เราจะอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว จะสู้ต่อไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง เราจะไม่ทิ้งกัน” น.ส.แพทองธารกล่าว

กั๊กชิงนายกฯ-ไม่พร้อมลงส.ส.
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงการเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะนำไปสู่การเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ว่า ความจริงแล้วนี่คือความตั้งใจที่มาเปิดตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เนื่องจากเราอยากให้สมาชิกพรรคไทยรักไทย เดิมได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง เพื่อร่วม จิตวิญญาณเดิมของเรา ที่เคยอยู่ร่วมกัน และเคยทำให้บ้านหลังเก่าของเราแข็งแรง ประเด็นของตนมีเพียงเท่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมใช่หรือไม่หากจะรับ ตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า อย่างที่บอกว่าเราต้องทำงานกันเป็นทีม การที่ตนเข้ามาทำงานในพรรควันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตนเพียงคนเดียวแล้วว่าจะได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ แต่การทำงานทุกอย่างต้องอาศัยพรรค ความจริงวันนี้ทุกคน ในพรรคพร้อมที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เรามีโอกาส จัดตั้งรัฐบาล เพื่อที่จะได้ผลิตนโยบายดีๆ มาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ขจัดความฝืดเคืองด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน

“พูดได้เลยว่าหากพร้อมเมื่อไร ไม่ใช่แค่ตัวอิ๊งที่พร้อม แต่ทุกคนพร้อมที่จะแก้ปัญหาของประเทศชาติ ที่กำลังเผชิญอยู่ วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมที่สุดแล้ว ส่วนแคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทยนั้นเคยตอบไปแล้ว เมื่อยุบสภาเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน” น.ส.แพทองธาร กล่าว

เมื่อถามว่าตอนนี้พร้อมลงสมัครส.ส. หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยังค่ะๆ

ยันพา‘ทักษิณ’กลับไม่ใช่เป้าหลัก
ต่อข้อถามว่า ที่ประกาศบนเวทีว่าจะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้เพื่อทำให้เผด็จการหมดไป เหมือนเป็นการประกาศศึกหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คิดว่ามันเป็นความจริง เราต้องเอาระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบกลับคืนมา นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะประเทศไทยเควรเป็นประชาธิปไตยแบบ 100% และรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาได้ก็ต้องมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนต้องเป็นคนเลือกเท่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินว่าจะได้เสียง ส.ส.เท่าไรในการ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเลย เป็นเรื่องของอนาคต แต่ขอให้ได้เยอะๆ

เมื่อถามว่านายทักษิณ ชินวัตร พูดหลายครั้งว่าอยากกลับมาเมืองไทย ในฐานะลูกสาว มีเป้าหมายอย่างไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คุณพ่ออยากกลับมาเลี้ยงหลาน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย แต่ทุกเรื่องอยู่ในชีวิตของอิ๊งตั้งแต่เล็กแล้ว เราปรึกษาคุณพ่อตลอด เพราะเราเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิดกันมากๆ

“เรื่องพ่อกลับบ้าน ไม่ใช่เป้าหมายหลัก วันนี้ปัญหาหลักของประเทศคือปากท้อง เศรษฐกิจและปัญหาของประชาชน ไม่ใช่ปัญหาของครอบครัวอิ๊ง เราควรจะโฟกัสตรงนั้น แต่คุณพ่อคุณแม่และครอบครัวทุกคน เป็นกำลังใจที่ดีของอิ๊ง” น.ส.แพทองธารกล่าว

เวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร พร้อมแกนนำพรรค เดินทางมายังบ้านโนนกอก อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ได้รับการผูกข้อมือจากพราหมณ์และผู้สูงอายุในชุมชน จากนั้นเดินชมวิธีการทอผ้าแบบโบราณ ชมผลิตภัณฑ์จากชุมชน ที่มีเด็กนักเรียนและกลุ่มผู้สูงอายุมาออกร้าน โดยน.ส.แพทองธารได้อุดหนุนกิ๊บติดผม ที่ทำมาจากผ้าทอและผ้าฝ้ายมัดหมี่ รวมทั้งชมการสาธิตตำข้าวเหนียวเพื่อนำมาทำ ข้าวเกรียบ ก่อนเดินทางกลับ

‘แรมโบ้’ขออย่าหลงเชื่อพ่อ-อา
ที่จ.นครราชสีมา นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.แพทองธาร ประกาศ เป้าหมายชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ จัดตั้งรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย คงทราบดีว่าไม่สามารถที่จะกอบกู้คะแนนนิยมจากประชาชนได้ จึงอาศัยคนในตระกูลชินวัตร หวังมีคะแนนเสียงเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ประกาศจะชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ยาก เพราะประชาชนรู้พฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างดี ทำตัวเป็นฝ่ายค้าน มุ่งแต่ช่วยเหลือ พ่อและอาของน.ส.แพทองธาร ให้พ้นผิด กลับประเทศไทย ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์ อะไรจากพรรคเพื่อไทยเลย

ที่น้องอุ๊งอิ๊งบอกจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ และระบบเผด็จการต้องหมดไปนั้น อยากจะทำความเข้าใจใหม่ว่า หากหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยืนยันว่า มาถูกต้องตาม กติกาทุกอย่าง อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ คนนี้แหละที่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ที่อาของน้องอุ๊งอิ๊งสร้างไว้

หลายคนสงสัยและไม่เข้าใจจริงๆ ว่า สิ่งที่คุณพ่อและคุณอากำลังทำให้ชีวิต น้องอุ๊งอิ๊งจะต้องเดินไปสู่ไปเจอวิบากกรรมเหมือนคุณพ่อและคุณอาอีกครั้งเป็นความคิดของใคร คิดได้อย่างไร แต่ถ้าอุ๊งอิ๊งเชื่อมั่นตามที่คุณพ่อและคุณอาบงการสั่งการมา ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ถือว่าเป็นวิบากกรรมของน้องอุ๊งอิ๊งเอง แต่สิ่งที่ประชาชนกำลังเห็นอยู่ในขณะนี้ คือคุณพ่อทักษิณ และ คุณอายิ่งลักษณ์ กำลังใช้อุ๊งอิ๊งเป็นเครื่องมือ เพื่อเดินเข้าสู่หลุมพรางวิบากกรรมตามที่ คุณพ่อและคุณอาลิขิตเส้นทางผิดๆ ไว้ให้ การกระทำเช่นนี้ มันช่างโหดเหี้ยมร้ายกาจ มากๆ เค้าเรียกว่า “พ่อแม่รังแกลูก”

‘สมชัย’ชี้ความหมายทางการเมือง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โพสต์ เฟซบุ๊กถึงการที่พรรคเพื่อไทย ประกาศเปิดตัว น.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าครอบครัว เพื่อไทยว่า มีความหมายทางการเมืองอย่างไร โดยระบุว่า 1.ครอบครัว ใหญ่กว่าพรรค 2.การเป็นสมาชิกครอบครัว ทำลายกำแพงข้อจำกัดของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่สมาชิก พรรคต้องเสียค่าสมาชิก 200 บาท/ปี เป็นสมาชิกครอบครัวไม่ต้องเสียเงิน 3.การเป็นสมาชิกครอบครัว จึงไม่มีข้อจำกัดใดๆ แต่กลาย เป็นฐานสนับสนุนของพรรคในการเลือกตั้ง

4.ถือเป็นการเดินเกมทางการเมืองใหม่ของพรรคเพื่อไทย แต่ต้องระวังเรื่องการ ให้สิทธิประโยชน์แก่คนในครอบครัวเพื่อไทย เพราะยังถือว่าเป็นกิจกรรมทางการเมือง ของพรรคอย่างหนึ่ง ที่ยังต้องถูกควบคุมโดย พ.ร.ป.พรรคการเมือง 5.มีคำทำนายว่า หัวหน้า ครอบครัว คือ อีกก้าวที่เข้าใกล้ตำแหน่งผู้ที่พรรคเสนอชื่อเป็นนายกฯ 6.อุ๊งอิ๊ง วันนี้ ดูไม่สดใส ไม่เฉียบเท่า การเปิดตัวครั้งที่แล้ว น่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง หากจะเป็น แบบข้อ 5 ยังต้องเทรนด์ให้มีพลังแบบคุณพ่อ และมีเสน่ห์แบบคุณอาอีกนิด

ฝ่ายค้านยังไม่เคาะวันยื่นซักฟอก
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลา ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันที่ 23 พ.ค. ว่า เราให้แนวทางไปว่าจะยื่นเร็วที่สุด ซึ่งความหมายของคำว่าเร็วที่สุดนั้น มีข้อแม้อยู่เพียงเล็กน้อยว่าต้องไม่รบกวน สิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า เช่น กฎหมายลูก ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านพูดคุยกันยังไม่ได้มีการระบุวันเวลาในการยื่นอภิปราย แต่มีความเป็นไปได้ที่จะยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงวันที่ 23 พ.ค. เพื่อป้องกันการยุบสภาหนี

ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีการเตรียมพร้อม เริ่มรวบรวมข้อมูล เนื้อหาต่างๆ ไว้แล้ว คิดว่าช่วงเดือนพ.ค.น่าจะพร้อมพอดี

‘วราวุธ-อธิรัฐ’ไม่หวั่น
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมั่นใจในความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมรัฐบาล และเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่า ทางรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หรือรัฐมนตรีทุกคน คงทำการบ้านกันพอสมควร และฝ่ายค้านก็จะเตรียมหาข้อมูลอย่างเต็มที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นบทบาทของทางรัฐบาลเองที่จะต้องชี้แจง แต่ละประเด็นที่เป็นข้อสังเกตของฝ่ายค้าน ที่ยื่นมา

ด้านนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ตนทำงานและเตรียมไว้ตลอดอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าหวั่นถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้หรือไม่ เพราะฝ่ายค้านตั้งเป้า ที่จะล้มรัฐบาล นายอธิรัฐกล่าวว่า ไม่หวั่น และคิดว่ารัฐบาลทำงานอย่างตรงไปตรงมาและถูกต้องตรวจสอบได้หมด ตนคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนสามารถชี้แจงได้

ศท.เผยไม่ร่วมศึกขยี้รัฐบาล
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคเศรษฐกิจไทยจะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ด้วยหรือไม่ว่า ไม่เพราะจุดยืนของพรรคนั้นไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่เรามีความชัดเจนว่ารัฐบาลทำอะไรที่เป็นประโยชน์ กับประชาชนจริงๆ เราจะสนับสนุน แต่หากทำอะไรที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่เป็นประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม ซึ่งบางครั้งเป็นกลุ่มที่เขารวยอยู่แล้วไปให้เขารวยต่อเราก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งพรรคจะพิจารณา เป็นเรื่องๆ ไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเศรษฐกิจไทยมีทีมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า มี ซึ่งตอนนี้กำลัง จะเซ็ตเป็นทีมๆ โดยจะมีหลายทีม ตอนนี้ มีกรรมการบริหารที่จะขับเคลื่อนเป็นชุดจริงแล้ว สิ่งที่พรรคจะต้องทำคือเร่งการสร้างเครือข่ายของพรรคให้ครอบคลุมพื้นที่ ทั้งประเทศ ขณะเดียวกันจะให้สมาชิกพรรคซึ่งมีประมาณ 10,000 กว่าคน และคาดว่าภายในเดือนมี.ค.นี้อาจจะถึง 20,000 คน สะท้อนปัญหาของพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ส.ส.ของพรรคทั้ง 18 คน ลงพื้นที่กันทุกวัน

เมื่อถามว่าแสดงว่าวางยุทธศาสตร์ เตรียมเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่วันที่ได้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 18 มี.ค. พรรคได้เตรียมการเรื่องการเลือกตั้งเลย เป้าหมายตอนนี้คือส่งผู้สมัครส.ส.ครบทั้ง 400 เขต แล้วได้ไม่ต่ำกว่า 100

ดุสิตโพลชี้ไม่เหมาะดินเนอร์
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,127 คน ระหว่างวันที่ 14-17 มี.ค. สรุปผลการสำรวจ : การเมืองไทย… วุ่นวายจริงหรือ? พบว่า ประชาชนมองว่า การเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ณ วันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการต่อรองอำนาจและ ผลประโยชน์ทางการเมือง ร้อยละ 68.90

โดยมองว่าการนัดรับประทานอาหารร่วมกัน ของพรรคการเมืองในช่วงนี้ไม่เหมาะสม ร้อยละ 61.67, อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหา บ้านเมืองโดยเฉพาะ น้ำมันแพง สินค้าแพง ร้อยละ 91.44, รายได้ไม่พอกับรายจ่าย หนี้สิน ร้อยละ 71.81, คิดว่านักการเมืองไทย (ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน) ไม่ค่อยดูแลทุกข์สุขของประชาชน ร้อยละ 52.19 ขณะที่ไม่ค่อยเชื่อมั่น ต่อการบริหารงานของรัฐบาล ร้อยละ 45.12, ไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 32.77, มองว่ารัฐบาลไม่ค่อย มีเสถียรภาพ ร้อยละ 50.94 และในภาพรวมมองการเมืองไทย ณ วันนี้ ค่อนข้างวุ่นวาย ร้อยละ 49.69

‘สนธิรัตน์’บุกอีสาน
ที่จ.อุบลราชธานี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย (สอคท.) ลงพื้นที่หารือกับนายสุพล ฟองงาม แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรคในภาคอีสาน เพื่อวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีสานใต้ และเตรียมเปิดตัวในทุกพื้นที่ต่อไป

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดตัวพรรคจนถึงวันนี้ กระแสตอบรับของพรรคเป็นที่น่า พอใจ มีนักการเมือง อดีตส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น ภาคเอกชนเครือข่ายภาคประชาสังคม ให้ความไว้วางใจเข้าร่วมสร้างอนาคตไทย อย่างต่อเนื่อง ขอย้ำว่าพรรคสร้างอนาคตไทย เสนอตัวมาทำงานรับใช้ประชาชน มาแก้ปัญหา ปากท้องและพัฒนาเศรษฐกิจ พาประเทศชาติ ก้าวข้ามผ่านทุกปมปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ขอเพียงความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน พรรคมั่นใจในบุคลากรที่สรรหาว่าจะทำงานตอบโจทย์ประเทศชาติพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

‘ชัชชาติ’วิ่งมาราธอนสู่ผู้ว่าฯกทม.
เวลา 12.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของนายชัชชาติ ลงพื้นที่ เขตสายไหม รับฟังความคิดเห็นของผู้นำชุมนุมเขตสายไหม และเปิดสำนักงาน เพื่อนชัชชาติ กรุงเทพเหนือ โดยมีนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต้อนรับ

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า สัปดาห์ที่แล้ว เราเปิด 200 นโยบายไป ซึ่งเป็นตัวหลักของเรา เพราะสัญญาว่าจะทำ ตอนนี้ยุทธศาสตร์หลักคือการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับรู้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะทำได้จริง ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ต่อข้อถามว่าจะมีโปรเจ็กต์อะไรเพิ่มเติมหลังจากที่เปิดนโยบาย ไปแล้ว นายชัชชาติกล่าวว่า คงเน้นเรื่องการสื่อสารเป็นหลัก มองว่าเราเดินมานานมากในระยะเวลา 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ไม่ใช่เพิ่งมาวิ่งสปีดร้อยเมตร เพราะเราคือการวิ่งมาราธอน ซึ่งตอนจบต้องรักษาสภาพให้ดี มีความสม่ำเสมอ และคงไม่ได้มีอะไรเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ แต่จะมีในส่วนของทีมงาน ที่ค่อยๆทยอยเปิดตัว

“เราไม่ต้องการเป็นพลุ เพราะนโยบาย ที่ลงในเว็บไซต์มีคนเข้ามาอ่านเรื่อยๆ อยู่แล้ว เราค่อยเป็นค่อยไป มีนโยบายให้ประชาชนได้เห็น และตลอด 60 วันที่เหลือประชาชนสามารถเข้ามาให้ความเห็นได้ เราไม่ได้หวังจะมีกระแสเฉพาะวันเดียวที่เปิดตัว แต่หวังว่า เรามีข้อมูลที่ต่อเนื่อง” นายชัชชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลใจหรือไม่ที่มีผู้สมัคร เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นการดี ทำให้เกิดการตื่นตัวมากขึ้น ประชาชนสามารถเปรียบเทียบนโยบายได้ สุดท้ายแล้วจะเป็นระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ด้านนางปวีณากล่าวว่า ในการทำงานของรัฐบาลต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน จะแยกจากกันไม่ได้ ฉะนั้นบอกเลยผู้ชายคนนี้ที่ชื่อชัชชาติ คือตัวจริง รู้จักเขาดี และรู้ว่าทำงานเก่ง บอกเลยว่าชาวกรุงเทพฯโชคดีที่มีผู้ที่มาอาสารับใช้ประชาชนที่ชื่อชัชชาติ สิทธิพันธุ์

‘ดร.เอ้’จ่อลุยครบ 50 เขต
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนางนฤมล รัตนาภิบาล ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกะปิ ลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาที่เขตบางกะปิ พบเป็นพื้นที่ต่ำน้ำท่วมซ้ำซาก ต้องรักษาแก้มลิงธรรมชาติ และมีประตูระบายอัตโนมัติ และใช้คลองช่วยระบายน้ำ

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตนรู้ว่าเปลี่ยนกทม. ทำได้จริงๆ แล้วประหยัดด้วย คนที่อยู่ริมคลอง ไม่เดือดร้อน น้ำมีการหมุนเวียน ป้องกัน น้ำท่วมได้ เจ้าหน้าที่ กทม. ก็ไม่ต้องมาเป็นจำเลย ไม่ต้องให้คนชนคน ในสัปดาห์นี้ ตนจะลงพื้นที่ครบ 50 เขตแล้ว โดยมีแผนจะลงพื้นที่เขตลาดกระบังเป็นเขตปิดท้าย ได้เห็นสภาพปัญหา กทม. แล้วพบว่าหนักกว่า ที่คิด แต่นโยบายที่วางเอาไว้ก็พิสูจน์แล้วเช่นกันว่าสามารถทำได้จริง และต้องทำทันที ซึ่งการแก้ปัญหา กทม.นั้นไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ตนมีทีมงาน ส.ก. ทั้ง 50 เขต ที่มีความมุ่งมั่นแก้ปัญหา ทำงานเกาะติดใกล้ชิด ในพื้นที่มานาน สามารถเป็นกระบอกเสียงได้ ทำให้ผู้รับผิดชอบสามารถเข้าแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

จับตา‘อัศวิน’เปิดตัวลงสนาม
ที่สนามเป้า กทม. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคก้าวไกล และคณะ ร่วมกิจกรรม “ล้อมวงคุย ลุยแก้ปัญหา การศึกษา เด็กกรุงเทพ กับวิโรจน์” มีครู นักเรียน-นักศึกษา บุคลากรด้านการศึกษา บุคคลทั่วไป ร่วมพูดคุย

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ในฐานะผู้ติดตามประเด็น การศึกษามาอย่างยาวนาน เห็นว่าต้องแก้ไขปัญหาการศึกษาของกทม. ขอชูประเด็นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ตอบโจทย์ พ่อแม่ 2.ตอบโจทย์เด็ก 3.ตอบโจทย์ครู โดยนโยบายการศึกษาจะเป็น 1 ใน 12 นโยบายหลักของทีมที่จะเปิดตัวในวันที่ 27 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสัปดาห์นี้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. จะแถลงความชัดเจนเรื่องการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยมี 2 ทางเลือกคือ หากจะลาออกจะแถลงความชัดเจน ในสัปดาห์นี้ แต่ถ้าไม่ลงสมัคร จะลาออกก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ซึ่งมีรายงานว่าพล.ต.อ.อัศวิน ได้ตัดสินใจลงสมัคร เลือกตั้ง สังกัดอิสระ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน