อาลัยวัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา – สิ้นใจอย่างสงบที่ฝรั่งเศส ‘วัฒน์ วรรลยางกูร’ ศิลปิน กวี นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ลาลับสิริอายุ 67 ปี ครอบครัวและผู้ร่วมอุดมการณ์ จัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ แวดวงนักเขียน นักวิชาการ นักประชาธิปไตย นักต่อสู้ทางการเมืองต่างไว้อาลัยต่อการสูญเสีย เปิดปูมชีวิตหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ต้องหลบหนีลี้ภัยอำนาจมืดเผด็จการ เดินทางออกนอกประเทศ ได้สถานะผู้ลี้ภัย ในฝรั่งเศส เมื่อต้นปีล้มป่วยหนักเข้าร.พ. จวบจนกระทั่งจากไป

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. วัฒน์ วรรลยางกูร ศิลปิน กวี นักเขียนชื่อดัง เจ้าของรางวัลศรีบูรพา ปี 2550 และนักต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยทางการเมืองอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เสียชีวิตอย่างสงบแล้ว โดยลูกสาวโพสต์ ระบุว่าคุณพ่อจากไปเวลา 21.30 น. วันที่ 21 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศฝรั่งเศส หลังล้มป่วยหนัก

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หนึ่งในผู้ลี้ภัยทางการเมือง ผู้ร่วมดูแลวัฒน์ขณะลี้ภัย และล้มป่วยกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต โพสต์ไว้อาลัยและระบุว่า จะจัดการพิธีศพอย่างสมเกียรติ ขณะเดียวกัน บุคคลในแวดวงวิชาการ นักต่อสู้ทางการเมือง นักประชาธิปไตย กวี และนักเขียนโพสต์ไว้อาลัยด้วยความเศร้าสลด

สำหรับวัฒน์ วรรลยางกูร ต้องหลบหนีลี้ภัย หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมพวกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำรัฐประหารเมื่อเดือนพ.ค.2557 ถูกคสช.ออกคำสั่งคณะรัฐประหารให้ไปรายงานตัว และถูกออกหมายจับ โดยเดินทางออกจากประเทศไทยไปกัมพูชา ลาว และฝรั่งเศส

วัฒน์เกิดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2498 ที่ ต.ตะลุง อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นบุตรนายวิรัตน์ วรรลยางกูร และนางบุญส่ง วรรลยางกูร สมรสกับนางอัศนา วรรลยางกูร มีบุตร 3 คน เข้าเรียนชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เรียนอยู่เพียง 2 เดือนก็เลิกแล้วหันไปทำงานด้านหนังสือพิมพ์อย่างจริงจัง

สำหรับเส้นทางนักกวี วัฒน์อ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เพราะใกล้ชิดกับตาและพ่อที่เป็นนักอ่านหนังสือ เมื่อเรียนชั้นป.7 เริ่มแต่งกลอนรักให้เพื่อนนักเรียนหญิง ต่อมาได้ออกหนังสือให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนอ่าน อีกทั้งยังเขียนเรื่องสั้นลงหนังสือโรเนียวของโรงเรียนโดยใช้นามปากกา “วัฒนู บ้านทุ่ง” พร้อมกันนั้นยังได้ส่งผลงานกลอนและเรื่องสั้นไปยังนิตยสารต่างๆ ผลงานแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ ได้แก่ เรื่องสั้นชื่อ “คนหากิน”

ต่อมาผลงานกลอนที่ส่งประกวดก็ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารชัยพฤกษ์ ก่อนที่เรื่องสั้นชื่อ “มุมหนึ่งของเมืองไทย” จะได้ลงพิมพ์ในนิตยสารฟ้าเมืองไทย หลังจากนั้นมีผลงานกลอนและเรื่องสั้นเผยแพร่ตามนิตยสารต่างๆ มากขึ้นในนาม “วัฒน์ วรรลยางกูร” ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รู้จักนักเขียนนักกิจกรรมหลายคน

กระทั่งปี 2517 ฝึกฝนเขียนข่าว บทความ สารคดี เรื่องสั้นและนวนิยาย มีคอลัมน์ประจำชื่อ “ช่อมะกอก” ใช้นามปากกา “ชื่นชอบ ชายบ่าด้าน” ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นนวนิยายเรื่อง “ตำบลช่อมะกอก” ในที่สุด นอกจากนี้ยังมีผลงานเรื่องสั้นและบทกวีพิมพ์ต่อเนื่องอีก 2 เล่มคือ “นกพิราบสีขาว” ปี 2518 และ “กลั่นจากสายเลือด” ปี 2519 ที่สำคัญเขา ยังเป็นที่รู้จักของคนหนุ่มสาวเดือนตุลาอย่างกว้างขวาง

หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 วัฒน์ร่วมชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องลี้ภัยเข้าป่า ช่วงนั้นมีโอกาสเขียนเรื่องสั้น บทกวี และนวนิยายมากมาย ต่อมาปี 2524 หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย วัฒน์กลับมาใช้ชีวิตนักเขียนทำงานหนังสือพิมพ์มาตุภูมิ ไฮคลาส และถนนหนังสือ ก่อนลาออกมาเป็นนักเขียนอิสระเต็มตัว เขียนนวนิยายเรื่อง “คือรักและหวัง” และ “จิ้งหรีดกับดวงดาว” ตีพิมพ์ในนิตยสารลลนา รายปักษ์ รวมถึงอีกหลายๆ เรื่อง เช่น บนเส้นลวด มนต์รักทรานซิสเตอร์ เทวีกองขยะ นอกจากนี้ ยังมีผลงานเรื่องสั้น บทกวี บทนิยาย สารคดี และบทสัมภาษณ์ตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ อีกมาก

ปี 2525 เรื่องสั้นชื่อ “ความฝันวันประหาร” ได้รับการเลือกสรรจากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ให้เป็นเรื่องสั้นดีเด่น ประจำปีหลังจากนั้นไปทำธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง กับภรรยาที่ จ.กาญจนบุรี ก่อนกลับไปทำงานนิตยสาร งานเขียนอีกครั้ง และยังเป็นคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์ข่าวสด มีผลงานเขียนอย่างต่อเนื่อง และปี 2550 กองทุนศรีบูรพามอบรางวัลนักเขียน รางวัลศรีบูรพาให้กับวัฒน์

ขณะเดียวกัน วัฒน์ยังร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงต่อต้านเผด็จการ ขึ้นเวทีปราศรัย แสดงดนตรี ร่วมขับร้องขับขานให้กำลังใจ ผู้ร่วมชุมนุม ผู้ร่วมอุดมการณ์ แสดงข้อคิดต่างๆ เกี่ยวกับการต่อสู้ทางการเมือง การเรียกร้องประชาธิปไตย การต่อสู้ทางชนชั้น และอำนาจเผด็จการ อีกทั้งยังเป็นผู้ประพันธ์เพลง “จากลานโพธิ์ถึงภูพาน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน