‘อัศวิน’ออกแล้วลงชิงกทม.สมัย2
‘อัศวิน’ แถลงลาออกผู้ว่าฯ กทม. ประกาศลงชิงเก้าอี้สมัยสอง ในนามอิสระ ‘เฉลิมชัย’ ปลุกปชป.รวมใจช่วย ‘ดร.เอ้’ เพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร 50 ส.ก. มุ่งทำกรุงเทพ มั่งคั่ง ‘อุ๊ง อิ๊ง’ แย้มพร้อมลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ‘บิ๊กตู่’ เหน็บนักวิจารณ์รัฐบาล อย่ามัวตำหนิ ให้กำลังใจกันดีกว่า ‘ชัยวุฒิ’ ยันพปชร.ยังชู ‘ประยุทธ์’ นายกฯ เหมือนเดิม เศรษฐกิจไทยตั้งเพิ่มกรรมการบริหารพรรค ‘ไผ่-ภาคภูมิ’ นั่งรองเลขาฯ ‘สะถิระ’ ส.ส.ชลบุรี เป็นโฆษกพรรค กมธ.กฎหมายลูกซีกฝ่ายค้านพรึบ หนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเบอร์เดียวกัน ด้านปชป.เสียงแตกเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย พลังประชารัฐก็ยังแทงกั๊ก
‘บิ๊กตู่’ปธ.เซ็นเอ็มโอยู 7 กระทรวง
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในการเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการ บูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง:การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ว่า ที่ผ่านมาเราทำมาหลายปี ทุกอย่างสามารถแก้ไขและมีความพร้อม เช่น การแก้ไขโควิด-19 หรือสถานการณ์การ สู้รบที่เกิดขึ้น แม้หลายคนมองว่ายังไม่ดีพอหรือไม่พอใจ แต่ถ้าหลายปีที่ผ่านมาเราไม่เตรียมความพร้อมจะเจอสถานการณ์ที่หนักกว่านี้
ทุกคนอยากได้อะไรที่รวดเร็วจนบางครั้งลืมไปว่าเรามีความร่วมมือกับใคร อย่างไรบ้าง ซึ่งจะโทษใครไม่ได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างความรับรู้ รัฐบาลมีหน้าที่จัดระเบียบหาวิธีการทำงาน ขณะเดียวกันต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการ ไม่ว่าเราจะคิดอะไรถ้าไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนรับรู้ได้ การเข้าถึงของประชาชนก็ไม่สำเร็จ
ขอร้องว่าทุกคนอย่าท้อแท้ สิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจ ตนพยายามเติมใจให้ตัวเองตลอดเวลาทุกวันว่าต้องทำงานให้สำเร็จตราบใดที่เรายังมีหน้าที่อยู่ หลายอย่างตนอาจเข้าไปก้าวล่วงสักนิด อาจเตือนเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรือสอบถามว่าทำหรือยัง ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำและต้องขอโทษ เพราะคือหน้าที่ของคนเป็นนายกฯ
สิ่งสำคัญคือการพุ่งเป้าหาเป้าหมายให้เจอและเริ่มให้เร็วที่สุด พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชน จะได้เห็นปัญหาว่าคืออะไร และต้องอดทนกับการแก้ไขปัญหา ไม่มีปัญหาอะไรที่จะแก้ได้ด้วยการพูดไม่กี่คำ หรือทำไม่กี่ปี หลายอย่างต้องทำอย่างต่อเนื่อง
“ผมไม่ต้องการคำเยินยอ หรืออะไรต่างๆ จากใครทั้งสิ้น ขอให้ภูมิใจจากสิ่งที่เราทำ ทำดีก็รู้ตัวว่าเราทำดี ทำไม่ดีก็รู้ตัวว่าเราทำไม่ดี ทำไม่ดีก็แก้ไขเท่านั้นเอง ทำดีอยู่แล้วก็ทำให้ดีมากขึ้นทุกวัน นั่นคือสิ่งที่ผมคิดมาโดยตลอดและคิดว่าทุกคนร่วมมือกับผมมาด้วยดีเสมอมา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เหน็บกูรู-ลั่นนายกฯไม่เก่งที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินการทุกอย่างต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่พูดวันเดียวแล้วเลิก ขอให้ไปดูที่การกระทำ ขอให้ไปดูผลงานว่าทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง ที่พูดนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่เป็นการสานต่องานต่างๆ ให้เกิดความต่อเนื่อง หลายอย่างก้าวหน้าไปมากอย่างเห็นได้ชัด ยืนยันนายกฯ ไม่ได้เก่งที่สุด แต่มีรัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชนเป็นทีมงานที่จะต้องร่วมมือกันในทุกมิติ ทุกระดับ ทุกพื้นที่
พูดไปก็แค่นั้น ดูที่การกระทำดีกว่าว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ทุกคนที่อยู่กับตนก็ร่วมกันทำมาหลายปีแล้ว เราคาดหวังถ้าทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ถ้าได้ก็ทำต่อเนื่องไป สานต่อสิ่งที่สำเร็จและสิ่งที่กำลังใกล้สำเร็จ หรือที่ยังไม่สำเร็จ ไม่ว่าใครจะออกมาพูดอะไร รู้ปัญหาประเทศไทยหมดทุกคน แต่มันอยู่ที่จะทำอย่างไร How to do คือสิ่งสำคัญ จะทำได้หรือไม่
“เราต้องช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน หากมัวแต่ตำหนิต่อว่าคนทำก็หมดกำลังใจ ตนบอกได้แต่เพียงว่าอย่าท้อแท้ เหล่านี้คือความท้าทายของประเทศไทย ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้น ทุกคนร่วมรับชะตาเดียวกันทั้งหมด ถ้าเราไม่รักกัน ไม่ร่วมมือกัน ย้ำว่าตนรักทุกคน พยายามทำให้ทุกคน ขอให้ทุกคนช่วยกันรวมทั้งสื่อมวลชน ที่เห็นอยู่แล้วว่าขัดแย้งกันมีตัวอย่างอยู่แล้ว ไม่ว่าขัดแย้งมากขัดแย้งน้อย ตนไม่ต้องการให้อะไรเกิดขึ้น ทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘ชัยวุฒิ’ชี้ประชุมพปชร.ไม่หวือหวา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมา นุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยว่า การประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 3 เม.ย. ที่ จ.นครราชสีมา เป็นวาระทั่วไป ทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แทน ที่ว่าง รวมถึงงบการเงิน แต่ไม่มีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เหมือนพรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะพรรคเรามีนายกฯอยู่แล้วคือ พล.อ. ประยุทธ์ เราทำงานอยู่แล้ว นโยบายมีอยู่แล้วก็ขับเคลื่อนได้ คงไม่ต้องเปิดอะไรให้หวือหวา เพราะเราเปิดตัวทุกวัน
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย เปิดตัว น.ส. แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าหวั่นไหว ไม่ตื่นเต้นอะไร พรรคเพื่อไทยเป็นของนายทักษิณ ชินวัตร ก็ส่งลูกสาวมาคุมพรรคปกติ เพียงแต่ทางการเมืองอยากให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้ทุกคนมีโอกาสหาเสียง ลงพื้นที่ เราไม่ปิดกั้นอยู่แล้วก็ทำให้เต็มที่ อย่าใช้การเมืองที่โจมตีกันใส่ร้ายกัน ทำเฟกนิวส์ มันไม่ถูก
‘สุเทพ’ไร้กังวล-โทนี่ส่งอิ๊งแข่งผู้นำ
วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ได้เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP 22 ทางเฟซบุ๊ก “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ระบุถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร ส่งน.ส.แพทองธาร ลูกสาว มาเดินเกมการเมือง หวังจะเป็นนายกฯหญิงอีกคนของตระกูลชินวัตรว่า ตนไม่คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนการ หรือตามความฝันของคุณทักษิณ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปมากความคิดเห็นของคนก็เปลี่ยนไป วันนี้คนอื่นๆ รู้เท่าทัน หลอกไม่ง่ายเหมือนเมื่อ 20 ปีก่อนที่คุณทักษิณเคยทำ ตนจึงไม่รู้สึกกังวลใจ
สำหรับตนจนยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ นำประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อย เพราะเห็นว่ามีความปรารถนาดี มีความตั้งใจดี ที่จะทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชน อีกทั้งเป็นคนสุจริตและมุ่งมั่น ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่เป็นข้อบกพร่องหรือ ก่อให้เกิดความเสียหายจากการกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะช่วงที่เรากำลังมีปัญหา หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ เหมาะสมเป็นผู้นำในยุคนี้
ศท.ตั้งกก.บห.-‘สะถิระ’โฆษก
ที่พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) อาคารยูทาวเวอร์ ถ.ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ครั้งที่ 3/2565 มีกก.บห.เข้าร่วม อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค น.ส.ธนพร ศรีวิราช เหรัญญิกพรรค นาย บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรค รวมถึง นายเติมตระกูล กมลวิศิษฎ์ บุตรชายนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มาร่วมสังเกตการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมมีมติ แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในพรรค ได้แก่ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล และนายไพร พัฒโน เป็นรองหัวหน้าพรรค, นายอัมรินทร์ คอมันตร์ และนายอร่าม โล่ห์วีระ เป็นที่ปรึกษาพรรค, นายธนสาร ธรรมสอน และนายสุธี พงษ์เพียรชอบ เป็น ผู้ช่วยนายทะเบียน, นางนุชนารถ วงศ์ปาลิต และพ.ต.ท.ปฐม นาคะเสงี่ยม เป็นผู้ช่วย เหรัญญญิก ส่วนนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เป็นรองเลขาธิการพรรค, นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เป็นโฆษกพรรค พร้อมเลือกผู้แทนภาคต่างๆ เพื่อรับผิดชอบงานของพรรคในภาคทั้งหมด
ปชป.เสียงแตกบัตรเบอร์เดียว
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดลงมติร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เกี่ยวกับหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่มีผู้เสนอให้ใช้พรรคเดียวเบอร์เดียวทั้งประเทศกับแยกเบอร์แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในวันที่ 30 มี.ค.ว่า แนวโน้มการลงมติขณะนี้ยังมองไม่ออกว่าใครจะแพ้หรือชนะ ซึ่งข้อเสนอทั้งสองแบบมีทั้งข้อดีและ ข้อเสียที่แตกต่างกัน
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และกมธ.ในส่วนของพรรค ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยในการประชุม กมธ.ครั้งหน้าตนจะสงวนความเห็นไว้ในชั้น กมธ.เพื่อจะได้ไปอภิปรายและลงมติในวาระ 2 เพราะต้องการให้ส.ส.บัญชีรายชื่อเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ ส่วนส.ส.เขตจะเป็นต่างคนต่างจับเบอร์ ส่วนสมาชิกพรรคคนอื่นที่ตนทราบจะมีความเห็นไปในทิศทางของบัตรเบอร์เดียวกันทั้งประเทศทั้งแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งตนก็เคารพในความเห็นนั้น
ตนได้มีโอกาสคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมยังไม่ได้มีความเห็นเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดว่าจะให้ลงมติไปในทิศทางใด คาดว่าพรรคจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในวันที่ 29 มี.ค.
ฝ่ายค้านหนุนชัด-พปชร.ยังกั๊ก
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า ขณะนี้ฝั่งที่สนับสนุนใช้พรรคเดียวเบอร์เดียวทั้งประเทศ คือ กมธ.กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน รวม 12 เสียง รวมถึงกมธ.ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสนับสนุน โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานกมธ. ให้สัมภาษณ์โดยให้เหตุผลในทิศทางเดียวกับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิง่ายและลดจำนวนบัตรเสีย ส่วนกมธ.พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่พบการแสดงความเห็นไปในทิศทางใด
เท่าที่ฟังเสียงผู้ที่ไม่เห็นด้วย เพราะห่วงว่าการใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศโดยใช้หมายเลขพรรคหาเสียง จะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 90 ที่กำหนดให้สมัครแบบเขตก่อน ถึงจะมีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ แต่ตามกฎหมายหรือวิธีการที่เกี่ยวข้องสามารถเขียนรายละเอียดได้ เช่น ให้วันแรกสมัครแบบเขต โดยเว้นการให้เบอร์ พอวันที่สอง เมื่อส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อก็ให้จับหมายเลข ซึ่งการได้เบอร์ที่ล่าช้าไป 1 วัน ไม่มีผลเสียหายอะไรกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะผู้สมัคร ส.ส.เขต มีเวลาหาเสียงถึง 45 วัน ดังนั้น ขาดไปวันหรือสองวันไม่มีผลในแง่แพ้หรือชนะ
‘เฉลิมชัย’ปลุกปชป.ยึดกทม.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแล กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ภายใต้แนวคิด ประชาธิปัตย์ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว “All for Democrat” โดยมีว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต อดีตส.ส.กทม. ร่วมงานอย่างคึกคัก
นายเฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่รอคอยและเป็นวันที่ประชาธิปัตย์จะกลับมารวมใจกันอีกครั้ง เพื่อช่วยดร.เอ้เป็นผู้ว่าฯ กทม.ให้ได้ ขอร้องและวิงวอนสมาชิกพรรคที่อยู่ ทั่วกรุงเทพฯ และอยู่ทั่วประเทศไทย ต้องมารวมใจให้เป็นหนึ่ง และทำให้ผู้สมัครของพรรคเป็นผู้ว่าฯ กทม. เป็นส.ก.ให้ได้
ด้านนายปริญญ์กล่าวว่า ความตั้งใจของ ทุกคนที่ทำงานไม่ใช่ว่าจะมีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ทุกคนทำงานด้วยใจรับใช้พี่น้องแต่ละเขต โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่ลงไปช่วยด้วยใจ ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่ากรุงเทพฯ เปลี่ยนได้
นายสุชัชวีร์กล่าวว่า วันนี้เป็นวันประกาศความพร้อมว่าไม่ใช่เฉพาะผู้ว่าฯ เท่านั้น แต่นี่คือหัวใจ 50 ดวงบวก 1 เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้ “ผมเดินมาแล้ว 50 เขต จากนี้ไปอีก 2 เดือน ผมจะบอกว่าพี่ๆ จะมีผมอยู่ทุกที่ ผมจะเป็นพี่น้องของพี่ จะเป็นตัวแทนของพี่ที่ขยันที่สุด ที่ต่อสู้ที่สุดและจะมุ่งมั่นที่สุด เราเดินทางแล้วล้านก้าว เราจะไปเดินอีกกี่ล้านก้าวก็บ่ยั่นแล้ว วันนี้ทุกก้าวจะไปบอกกับ พี่น้องประชาชนให้มั่นใจพรรคประชาธิปัตย์”
‘อัศวิน’ไขก๊อก-ลงชิงเก้าอี้
ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง แถลงภายหลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ถึงวันนี้เข้ามาเป็น ผู้ว่าฯ กทม. 5 ปี 5 เดือน กับอีก 5 วัน และวันนี้ได้ลงนามหนังสือลาออกไปแล้วถึง รมว.มหาดไทย สิ่งที่ทำมาแล้วจะสานต่อ ขณะนี้กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปเยอะแล้ว นโยบายสวยหรูไม่เคยนำไปสู่ปฏิบัติเลย ผ่านมา 10-20 ปี จึงนำนโยบายสู่การปฏิบัติใน 5 ปีที่ผ่านมา
ที่ลาออกวันนี้เพื่อจะไปสมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ถามว่ายึดติดอำนาจก็ไม่ใช่ แต่จะมาทำงานที่ทำอยู่ให้เสร็จ หรือทำสิ่งดีๆ ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ยืนยันว่าจะไม่ลงสมัครในนามพรรคการเมือง แต่จะมีกลุ่มรักษ์กรุงเทพเป็นกลุ่มที่ห่วงใยบ้านเมืองที่ให้การสนับสนุน ส่วนทีมงาน ส.ก.จะเปิดตัววันที่ 28 มี.ค.นี้
“5 ปีที่ผ่านมาถือว่ายากทุกเรื่องแต่ผมได้ทำทันที หากประเมินคะแนนตัวเองอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง และจะสมัครใหม่เพื่อทำคะแนนให้ได้อีกครึ่งหนึ่ง เพราะถือว่ายังทำให้ไม่สุด แต่ภูมิใจทุกเรื่องที่ประชาชนได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัย แต่ยังเสียใจที่ยังทำไม่ได้สมบูรณ์ และไม่ได้กังวลอะไรเพราะนโยบายใครๆ ก็เขียนได้ แต่ผมคัดคนเก่งๆ เข้ามาช่วยผม ผมเลือกใช้คนเก่ง ตอนเป็นตำรวจทำคดีอะไรจะจบได้ผมไม่แถลงข่าว ผมไม่ชอบพูด ผมเป็นนักปฏิบัติไม่ใช่นักพูด มั่นใจว่าจะ กลับมาแน่นอน” พล.ต.อ. อัศวินกล่าว
‘วิโรจน์’อาสาทวงคืนสนามหลวง
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สนามหลวง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่สำรวจปัญหาการใช้งานสนามหลวง ซึ่งถูกปิดกั้นด้วยรั้ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก โดยระบุว่า คำว่าหลวง หมายถึงเป็นของประชาชน ใช้เงินภาษีประชาชน สนามหลวงจึงเป็นสนามของประชาชน ต้องให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวกไม่ปิดกั้น หากตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. สนามหลวงจะเปิดใช้งานอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนที่เคยเป็น เอารั้วกั้นออกให้หมด เปิดให้ประชาชนทำได้ทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เล่นว่าว ดูดวง ออกกำลัง ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมือง
การดูแลความสะอาดและความปลอดภัยของสนามหลวงสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้รั้วกั้น สนามหลวงเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีใครซ่องสุมก่ออาชญากรรมได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีรั้วเพื่อความปลอดภัย ใช้เพียงตำรวจหรือ เจ้าหน้าที่ดูแลลาดตระเวนตามความเหมาะสม และกทม.ก็มีกล้องวงจรปิดรอบบริเวณอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เช่น ม้านั่ง ก๊อกน้ำดื่ม รวมถึงสร้างห้องน้ำถาวร ไม่ใช่แค่รถสุขาเคลื่อนที่อย่างที่มีในปัจจุบัน

เปิดตัวส.ก. – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเปิดแคมเปญนโยบายกรุงเทพฯ และผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ก.ของพรรคทั้ง 50 เขต ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 24 มี.ค.
‘อุ๊งอิ๊ง’เล็งช่วยผู้สมัครส.ก.หาเสียง
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการเปิดตัวนโยบายกรุงเทพฯ และเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคทั้ง 50 เขตภายใต้แคมเปญ “BANGKOK BLING กรุงเทพฯ มั่งคั่ง” มีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค แกนนำพรรค รวมถึงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เข้าร่วมงาน
น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนขอเคลียร์ตารางงานก่อน เนื่องจากมีงานประจำที่ทำอยู่ แต่ยืนยันว่าหากมีเวลาจะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครทุกคนแน่นอน รวมถึงการลงพื้นที่ รับสมัครสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยในต่างจังหวัดด้วย
ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวสมัยหน้ากลับไปซบพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)ว่า ยังไม่ตัดสินใจ เป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่ถึงเวลา และยังไม่สายเกินไป แต่ยังอยากจะพุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งเมืองพัทยาก่อน พร้อมไม่ขอตอบว่าได้พูดคุยกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลงประชารัฐหรือไม่ หลังเกิดการตอบโต้และมีความขัดแย้งกัน
ยกฟ้อง‘แหวน’คดีบึ้มป่วนกรุง
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาคดีปาระเบิด ซึ่งได้รับโอนมาจาก ศาลทหาร หลังยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้คดีความมั่นคงขึ้น ศาลทหาร ตามที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสุภาพร มิตรอารักษ์, นางวาสนา บุษดี, น.ส.ณัฏฐิดา หรือแหวน มีวังปลา พยานคดี 6 ศพวัดปทุมฯ, นายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ, นายวสุ เอี่ยมละออ และนายสมชัย อภินันท์ถาวร เป็นจำเลยที่ 1-6 ในข้อหาเป็นอั้งยี่, ร่วมกันสมคบก่อการร้ายฯ, มียุทธภัณฑ์เครื่องกระสุนปืนฯ และร่วมกันใช้ให้ทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ
โดยคำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 1-5 ก.พ. 2558 จำเลยที่ 1-6 สมคบกันเพื่อก่อการร้าย ตระเตรียมลูกระเบิดขว้างชนิดสังหาร เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุขว้างใส่สถานที่สำคัญ ในวันและเวลาที่อยู่ระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร โดยจำเลยที่ 1-6 ใช้จ้างวานนายวิเชียร ชะลอยรัมย์ ให้นำลูกระเบิดไปขว้างใส่บริเวณสวนลุมพินี สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีจตุจักร หรือศาลอาญา แห่งใดแห่งหนึ่ง แต่นายวิเชียรมิได้กระทำการตามที่ถูกใช้ ต่อมาวันที่ 12 มี.ค.2558 เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมระเบิดของกลาง โดยในวันนี้จำเลย 4 คน เดินทางมาศาล ส่วนจำเลยอีก 2 คน ถูกคุมขังในคดีนี้และคดีอื่นที่เกี่ยวพันกัน
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเปิดเผยว่า ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 3, 5 และ 6 เนื่องจากไม่มีประจักษ์พยานมายืนยันตามคำกล่าวอ้างของพล.ต.วิจารณ์ จดแตง และพล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ตำเเหน่งขณะนั้น พยานที่ซักถามในค่ายทหาร มีเพียงบันทึกซักถามเท่านั้น นอกจากนี้การโอนเงินก็ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันได้ว่าโอนเงินไปด้วยวัตถุประสงค์ใด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลยทั้งหมด ส่วนจำเลยที่ 4 ติดคุกมานาน จึงรับสารภาพข้อหาอั้งยี่ ศาลลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 ตามที่รับสารภาพ 4 ปี ลดกึ่งหนึ่ง 2 ปี แต่ถูกคุมขังมา 7 ปี ส่วนข้อหาตระเตรียม หรือสมคบกันร่วมกันก่อการร้าย และข้อหาอื่นยกฟ้องเช่นกัน จึงต้องปล่อยตัวต่อไป