‘อนุทิน’เบรกเล่นสาดน้ำสงกรานต์บนถนน ขอให้อดทนอีกปีเล่นสาดน้ำ ระบุ ปีนี้ยังเสี่ยงเกินไป ขณะเดียวกันนำฉีดเข็ม 4 แบบครึ่งโดส ชมรมแพทย์ชนบทแฉยาฟาวิพิราเวียร์ขาดแคลนหนัก จี้สธ.แจงให้ชัดเจน อัดสธ.สร้างความอึมครึมให้ชาวบ้าน ศบค.เผยติดเชื้ออีก 2.4 หมื่น ตายเพิ่ม 81 ‘พิธา’ หัวหน้าพรรคก้าวไกลติดโควิดรอบ 2 ภายใน 1 เดือน พร้อมโชว์ผลตรวจ ยันไม่ใช่ซากเชื้อ กรมควบคุมโรคแจงติดเชื้อซ้ำได้ หากต่างสายพันธุ์ ย้ำหายแล้วก็ยังต้องป้องกันเข้ม ‘ดีเจแมน-ใบเตย-ลูก’ ติดเชื้อยกครัว ส่วน ‘บี้-สุกฤษฎิ์’ ก็ป่วย
ป่วยเกินหมื่น 52 วัน-ตายอีก 81
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า ประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อใหม่เกินหมื่นรายเป็นวันที่ 52 ในการระบาดระลอกโอมิครอน โดยวันนี้พบติดเชื้อรายใหม่ 24,635 ราย ติดเชื้อสะสม 3,553,720 ราย หายป่วยเพิ่ม 25,753 ราย หายป่วยสะสม 3,278,103 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 81 ราย เสียชีวิตสะสม 24,890 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 250,737 ราย อยู่ใน ร.พ. 62,274 ราย อยู่ร.พ.สนาม HI CI 188,463 ราย มีอาการหนักปอดอักเสบ 1,718 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 675 ราย อัตราครองเตียงสีเหลืองสีแดงอยู่ที่ 27.8% ขณะที่ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากผลแอนติเจน เทสต์ คิต (เอทีเค) อีก 14,200 ราย
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิต 81 ราย มาจาก 40 จังหวัด ได้แก่ กทม. 11 ราย, สมุทรสาคร 6 ราย, สุโขทัย นครศรีธรรมราช ราชบุรี จังหวัดละ 4 ราย, สกลนคร พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สระแก้ว จังหวัดละ 3 ราย, สมุทรปราการ นครปฐม สุรินทร์ ศรีสะเกษ เชียงราย สุราษฎร์ธานี สตูล ปัตตานี นครสวรรค์ จังหวัดละ 2 ราย และร้อยเอ็ด นครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย อำนาจเจริญ ลำปาง กำแพงเพชร ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง พัทลุง ยะลา อุทัยธานี สมุทรสงคราม สระบุรี ชลบุรี ตราด กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และเพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 46 ราย หญิง 35 ราย อายุ 9 เดือน-94 ปี โดยเป็นผู้สูงอายุและโรคประจำตัวรวม 94%
56 จว.ติดเชื้อเกินร้อย
ส่วน 10 จังหวัดที่มีรายงานติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ 1.กทม. 3,248 ราย 2.ชลบุรี 1,328 ราย 3.นครศรีธรรมราช 1,328 ราย 4.สงขลา 973 ราย 5.สมุทรสาคร 872 ราย 6.สมุทรปราการ 865 ราย 7.นครปฐม 676 ราย 8.นนทบุรี 539 ราย 9.ฉะเชิงเทรา 526 ราย และ 10.ระยอง และอุบลราชธานี จังหวัดละ 514 ราย
สำหรับจังหวัดติดเชื้อถึง 100 รายขึ้นไปยังมีอีก 46 จังหวัด
ส่วนการติดเชื้อมาจากเรือนจำพบ 31 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 34 ราย ใน 16 ประเทศ โดยมาจากกัมพูชามากที่สุด 7 ราย มาเลเซีย 6 ราย อังกฤษ 4 ราย ที่เหลือติดเชื้อประเทศละ 1-3 ราย โดยเข้าระบบ Test&Go 16 ราย แซนด์บ็อกซ์ 3 ราย กักตัว 13 ราย และลักลอบเข้าประเทศ 2 ราย มาจากเมียนมา
สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1-27 มี.ค. 2565 จำนวน 236,858 ราย รายงานติดเชื้อ 1,397 ราย คิดเป็น 0.59% แบ่งเป็นระบบ Test&Go 212,883 ราย ติดเชื้อ 935 ราย คิดเป็น 0.44% แซนด์บ็อกซ์ 20,856 ราย ติดเชื้อ 357 ราย คิดเป็น 1.76% และกักตัว 3,666 ราย ติดเชื้อ 105 ราย คิดเป็น 2.86%
การฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 27 มี.ค. ฉีดได้ 110,982 โดส สะสมรวม 128,760,443 โดส เป็นเข็มแรก 55,321,487 ราย คิดเป็น 79.5% ของประชากร เข็มสอง 50,247,181 ราย คิดเป็น 72.2% ของประชากร และเข็มสาม 23,191,775 ราย คิดเป็น 33.3% ของประชากร
‘พิธา’ติดโควิดซ้ำรอบ1เดือน
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า “แจ้งข่าวการติดโควิดครั้งที่ 2 (Reinfection) ภายใน 1 เดือนของผม จากที่ผมได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางส่วนตัวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ผมและลูกสาวของผมตรวจพบเชื้อโควิดผ่านชุดตรวจ ATK ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เข้าสู่ระบบ HI และกักตัวเป็นเวลา 10 วันหลังจากที่มีอาการ จนหายจากอาการ โควิดและตรวจไม่พบเชื้อในสัปดาห์ถัดมา กลับไปทำงานตามปกติและยังตรวจ ATK เป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อวานซืนนี้ผมมีอาการไม่สบายอีกครั้งหนึ่งและตรวจพบเชื้อโควิดผ่านชุดตรวจ ATK ผลเป็นบวกทั้งๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้ ผมจึงไปตรวจยืนยันผลอีกครั้งโดยการตรวจ PCR ก็พบว่าติดเชื้อโควิดอีกครั้งหนึ่ง โดยมีค่า CT อยู่ที่ 19 ซึ่งแพทย์ระบุว่าหมายถึงปริมาณเชื้อมาก วินิจฉัยว่าเป็นการติดโควิด (Reinfection) อีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ซากเชื้อจากการเป็นโควิดครั้งก่อน”
นายพิธาระบุว่า การติดโควิดครั้งที่สองของตนสันนิษฐานว่าติดจากช่างภาพที่ร่วมงานกัน โดยตนติดคนเดียว ส่วนลูกสาวของตนไม่ได้ติดด้วยและตอนนี้ลูกอยู่ในความดูแลของคุณแม่แล้ว ทั้งนี้เมื่อตนคอนเฟิร์มผลด้วยการตรวจ PCR ว่าเป็นการติดซ้ำครั้งที่ 2 แน่นอน ได้สอบถามแพทย์เรื่องการติดซ้ำของสายพันธุ์โอมิครอน B.A.1 และ B.A.2 ได้รับการชี้แจงว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และในอังกฤษมีผู้ติดโควิดซ้ำถึง 650,000 คน โดยโอมิครอนมีโอกาสติดซ้ำมากกว่าเดลตาถึง 5 เท่า ตอนนี้กำลังมีการส่งต่อผลแล็บของตนเพื่อตรวจสายพันธุ์ต่อไป
หมอชี้เกิดขึ้นได้ติดโอมิครอนซ้ำ
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำ 2 ครั้ง ในระยะเวลา 1 เดือนว่า การติดเชื้อโควิด-19 ที่ต่างสายพันธุ์กันสามารถติดเชื้อซ้ำได้ เช่น คนที่หายจากโควิดสายพันธุ์เดลตา ก็สามารถติดสายพันธุ์โอมิครอนซ้ำได้ ส่วนกรณีสายพันธุ์โอมิครอนเหมือนกัน แต่เป็นสายพันธุ์ย่อย เช่น BA.1 กับ BA.2 ยังเป็นความรู้ใหม่ ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดข้อเท็จจริงอีกครั้ง
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ตามหลักแล้วก็มีโอกาส แต่จะ 1 ในแสนราย หรือ 1 ในล้านราย ต้องดูข้อมูลประกอบ รวมถึงดูระยะเวลาด้วย เนื่องจากเมื่อติดเชื้อแล้ว จะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่ติดซ้ำในระยะเวลาสั้นๆ ยกเว้นคนที่มีปัญหาเรื่องการสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ขณะนี้ข้อมูลผู้ติดเชื้อซ้ำในสายพันธุ์ย่อย BA.1 และ BA.2 ระยะสั้นๆ ยังมีน้อยมาก ดังนั้น ข้อมูลไม่มากพอที่จะบอกได้ว่ามีอาการรุนแรงมากขึ้นหรือไม่อย่างไร ต้องดูจากประวัติของผู้ติดเชื้อ เพื่อเก็บข้อมูลต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าตัวเองหายติดเชื้อแล้ว จะไม่ติดเชื้อซ้ำอีก ทำให้ประมาท นพ.โอภาสกล่าวว่า คนที่มีประวัติติดเชื้อ โควิด-19 แล้ว ขอให้ยังระมัดระวังตนเองเสมอ สวมหน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention ความเสี่ยงคือการพบปะกับคนไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ทั้งนี้ นโยบาย Self-clean up ด้วยการงดไปสถานที่เสี่ยงก่อนเดินทางกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ รวมถึงการฉีดวัคซีนกระตุ้น โดยเฉพาะคนสูงอายุ
“ขณะนี้ข้อมูลการรักษา พบว่าผู้ติดเชื้อ 50% ไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษา อีก 25% มีอาการบ้าง ใช้ยารักษาตามอาการ เช่น ลดน้ำมูก แก้ไอ และอีก 25% ใช้ยาต้านไวรัส เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ ยืนยันว่ายามีเพียงพอ แต่ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อก็จำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัสที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะคนที่รับวัคซีนแล้ว คนหนุ่มสาวที่อาการน้อย ทั้งนี้ร.พ.ทั่วประเทศมีกว่าพันแห่ง บางแห่งอาจสำรองยาไว้น้อย ดังนั้น ถ้าขาดก็สามารถแจ้งที่สสจ. เพื่อนำยาจากคลังสำรองในจังหวัดไปให้ได้ ตรงนี้ไม่มีปัญหา และภาพรวมประเทศไม่ขาดแน่นอน ปลัด สธ.ในฐานะประธานบอร์ดอภ.ก็แจ้งว่าเพียงพอและจัดหาเพิ่มเติม”

ฉีดฝาส้ม – ผู้ปกครองชาวโคราชต่างพากันนำเด็กนักเรียนอนุบาลและเยาวชนอายุระหว่าง 5-11 ขวบ ทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฝาส้มสูตรสำหรับเด็กอย่างคึกคัก และต่อเนื่อง ที่จุดบริการฉีดวัคซีนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครราชสีมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.
อนุทินฉีดเข็ม 4 แบบครึ่งโดส
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ยังเน้นย้ำมาตรการส่วนบุคคล โดยผู้ที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ให้ทำ Self Clean up ให้ตัวเองห่างจากความเสี่ยง แนะนำให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เพื่อที่การเดินทางกลับบ้านจะได้ไม่นำของฝากกลับไปด้วย ทั้งนี้ ตนก็ต้องทำเช่นนี้ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเดินทางพบผู้สูงอายุ ที่สำคัญคือวัคซีนเข็มกระตุ้น หากใครรับเข็ม 3 นานมากกว่า 3 เดือนให้ไปรับเข็ม 4 ได้เลย อย่างวันนี้ตนจะรับเข็ม 4 แบบครึ่งโดส เป็นชนิด mRNA เพราะเราต้องดูแลตัวเอง เนื่องจากรับเข็ม 3 มาตั้งแต่พ.ย.2564 ก็นานเกิน 3 เดือนแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันตัวเอง ก็ป้องกันคนอื่นด้วย
เมื่อถามถึงคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อหลังสงกรานต์ อาจติดเชื้อหลักแสนรายหากไม่มีมาตรการอะไร จะกระทบต่อแผนปรับเป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การจะทำโควิดเป็นโรคประจำถิ่น มีหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงการติดเชื้ออย่างเดียว ต้องมีความพร้อมด้านสาธารณสุข จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนการครองเตียง และผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ถ้าติดเชื้อหลักแสนราย แน่นอนว่าควบคุมได้ยาก แต่ต้องควบคุมไม่ให้เกิดอาการหนัก รักษาหายในเวลาอันสั้น มีระบบสาธารณสุขรองรับ
“ขณะนี้ความเป็นปกติเพิ่มมากขึ้น สำหรับมาตรการที่ผ่อนคลายได้ กรมควบคุมโรคก็ผ่อนอยู่แล้ว และต้องจัดหาบุคลากรเพื่อควบคุมสถานการณ์หลังผ่อนคลาย ดังนั้นหากตรงไหนที่พอทำได้ เราก็คลายนอต แต่ถ้ามีความเสี่ยงสูง เราก็ต้องขันนอต” นายอนุทินกล่าว
ขอให้รออีกปีสาดน้ำสงกรานต์
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสนอให้มีการเล่นสาดน้ำในถนนข้าวสาร นายอนุทินกล่าวว่า ตนคิดว่าเรายังมีความจำเป็นในการลดความเสี่ยงหลายด้าน โควิดไปกับคน ติดได้จากการสัมผัส ใช้ภาระร่วมกัน ดังนั้นการสาดน้ำที่ต้องมีการสนุกสนาน ก็เป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม มาตรการสงกรานต์ปีนี้เราไม่ได้ปิด ยังสามารถพบปะกันได้ ขอให้อดทนสักปี เรากำลังเดินเข้าสู่โรคประจำถิ่น ที่ไม่ใช่การประกาศไปอย่างเดียว แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย เราตั้งใจจะเข้าสู่โรคประจำถิ่นก็พยายามอย่าไปเพิ่มความเสี่ยงในปัจจัยอื่นๆ แล้วเมื่อเป็นโรคประจำถิ่นแล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้เยอะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่นายอนุทินฉีดวัคซีนเข็ม 4 ครึ่งโดสนั้น เนื่องจากแนวทางการรับวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นเข็ม 4 ซึ่งคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด19 (EOC สธ.) มีคำแนะนำ ดังนี้
การฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้น สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 โดยมีระยะห่างจากเข็มที่ 2 ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 โดยมีระยะห่างจากเข็มที่ 3 ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
กรณีกระตุ้นด้วยวัคซีนไฟเซอร์ สามารถฉีดขนาดครึ่งโดสได้ ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์และความสมัครใจของผู้รับวัคซีน
ทั้งนี้ มีข้อมูลการศึกษาในผู้ใหญ่ที่แข็งแรงดีว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ไม่มีการศึกษาในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเด็ก
ยันยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ขาด
นายอนุทินกล่าวถึงกรณีชมรมแพทย์ชนบทออกมาระบุยาฟาวิพิราเวียร์ขาดแคลนในต่างจังหวัด ทำไมสธ.ไม่พูดความจริงว่า องค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีสารตั้งต้นในการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้เองในประเทศ พร้อมกับนำเข้ามาจากต่างประเทศด้วย ซึ่ง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. รายงานว่าสามารถบริหารจัดการเรื่องยาได้อย่างดี ขณะนี้อาจมีข่าวในเชิงด้อยค่ายาฟาวิพิราเวียร์ โดยข้อมูลการใช้จริงในประเทศก็ใช้รักษาผู้ติดเชื้อมาโดยตลอด นอกจากนี้กรมการแพทย์ก็จัดหายาอื่นๆ ทั้งยาเรมเดซิเวียร์ ยาโมลนูพิราเวียร์ และยาแพกซ์โลวิด ขณะที่อภ.ก็จัดหายาโมลนูพิราเวียร์จากแหล่งผลิตอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้ยาต่างๆ จะมีแนวทางใช้ตามอาการของผู้ติดเชื้อ
เมื่อถามย้ำว่า ยาฟาวิพิราเวียร์กระจายไปทั่วประเทศและไม่ขาดแคลน นายอนุทินกล่าวว่า ยืนยันว่ากระจายทั่วถึง เราไม่มีทางเก็บยาไว้ในสต๊อกโดยที่ยังมีความต้องการใช้ โดยตรรกะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ทางส่วนกลางจะส่งยาไปที่จังหวัด ทั้งนี้การบริหารจัดการจะอยู่ในระดับจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เป็นเรื่องของการประสานงานระดับพื้นที่
แพทย์ชนบทแฉยาฟาวิฯขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ถึงสถานการณ์การขาดแคลนยาฟาวิพิราเวียร์ และข้อมูลข่าวสารที่ไม่ชัดเจน จนสร้างความวิตกให้ประชาชนในขณะนี้ว่าฟาวิพิราเวียร์ที่ขาดหนัก ยังไม่เท่าความ อึมครึมของข่าวสาร “ทำไมหมอไม่ให้ยาฟาวิ ยายผม 60 ปีแล้ว มีเบาหวานด้วย”, “ช่วงนี้ยาฟาวิมีน้อยมาก หมอขอสงวนไว้สำหรับคนที่หนักจริงๆนะ”, “โรงพยาบาลห่วยๆ ยา ฟาวิก็ยังไม่มี”, “มันไม่มียาจริงๆ กินฟ้าทะลายโจรไปก่อน ได้ผลเหมือนกัน หากไม่ดีขึ้นมาโรงพยาบาลได้ตลอด”, “ถ้ายายผมพี่ผมเป็นอะไรไป หมอต้องรับผิดชอบ”
สถานการณ์ฟาวิพิราเวียร์ที่ขาดหนักทั้งประเทศ ยังไม่ดีขึ้นนับตั้งแต่ที่ชมรมแพทย์ชนบทออกมาบ่นดังๆ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2565 และผู้ใหญ่ผู้โตพูดออกสื่อว่า “ไม่จริง ยามีเพียงพอ” แต่ความจริงถ้าลองถามโรงพยาบาลต่างๆ ดู จะพบมาช่วงเดือนสองเดือนนี้ ฟาวิฯ มีใช้อย่างจำกัดจำเขี่ย แม้จ่ายยาตามแนวปฏิบัติของกรมการแพทย์ที่ใช้จ่ายเฉพาะคนอายุ 60 ปีขึ้นไปก็ยังไม่พออย่างยิ่ง ขาดหนักจนบางพื้นที่ให้เฉพาะคนที่มีภาวะปอดบวมเท่านั้น
ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัส ลดการแบ่งตัวของไวรัส งานวิจัยของศิริราชชัดเจนว่า การทานฟาวิฯ เร็วภายใน 2 วันแรกของการเจ็บป่วย จะช่วยให้โอกาสที่อาการจะหนักลดลง ดังนั้น ยาฟาวิฯ หากจะให้ได้ผลดี ต้องทานให้เร็ว การมียาเพียงพอจึงจำเป็น
จี้สธ.บอกความจริงกับสังคม
ชมรมแพทย์ชนบทขอให้กระทรวงสาธารณสุขแถลงแบบลงรายละเอียดว่ายาฟาวิพิราเวียร์พอหรือไม่พอ
พร้อมระบุด้วยว่า การขาดแคลนฟาวิ พิราเวียร์เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือทำไมกระทรวงสาธารณสุขไม่ออกมาบอกความจริงกับสังคมและโรงพยาบาลต่างๆ และร่วมวางแผนกันให้เปิดเผย สิ่งที่ทุกโรงพยาบาลอยากรู้คือจะได้รับจัดสรรครั้งละประมาณกี่เม็ดและหลังรับจัดสรรแล้วอีกกี่วันจึงจะได้มาอีก จะได้บริหารยาให้เหมาะสมกับจำนวนยาที่มี
การยอมรับความจริงและร่วมวางแผนรับสถานการณ์ที่ขาดแคลนอย่างเปิดอกของสธ. น่าจะดีกว่าการปล่อยให้อึมครึมปล่อยให้พื้นที่ไถๆ เอาตามมีตามเกิดแบบนี้ ไถมาร่วมเดือน ชักจะไถไม่ไหวแล้ว คนไข้ไม่เข้าใจ ก็ทะเลาะกับแพทย์พยาบาลทุกวัน
รอบนี้อย่าบอกนะว่า “ยาฟาวิมีเพียงพอ” ปัญหามีไว้แก้ ขอแค่บอกความจริงกับสังคม แล้วแก้ปัญหาไปด้วยกัน
‘ดีเจแมน’ติดโควิดยกครัว
วันเดียวกัน ดีเจแมน-พัฒนพล กุญชร แจ้งข่าวว่าตนติดโควิด รวมทั้งน้องเวทมนต์ ลูกสาววัย 1 ขวบที่พบเชื้อโควิดเป็นคนแรกของบ้าน ต่อมาคุณแม่ใบเตยที่ดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิดก็ติดโควิดเช่นกัน
ดีเจแมนโพสต์ภาพขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เผยว่าตนได้รับเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา “เดลตา มันไม่เคเลย พึ่งแอดมิตวันนี้นะครับ ปวดหัว หนาวมาก ขอโทษทุกคนด้วยนะครับผม”
ด้านใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม ภรรยาเข้ามาคอมเมนต์ว่า “ยกครัว” งานนี้กลายเป็นติดโควิดกันทั้งบ้านแล้ว ซึ่งมีเพื่อนๆ ในวงการเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจครอบครัว ดีเจแมนและใบเตย พร้อมลูกสาวที่กำลังรักษาตัว ขอให้หายป่วยไวไว
‘บี้-สุกฤษฎิ์’ก็ติดเชื้อ
ด้านบี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว พระเอกหนุ่ม โพสต์ภาพข้อความผ่านทางไอจีส่วนตัวว่า ผลตรวจเอทีเคขึ้น 2 ขีด ระบุ “สวัสดีครับ ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า วันนี้ผมมีอาการปวดตัวเล็กน้อย มีน้ำมูก และมีอาการไอ จึงตรวจ ATK ปรากฏผลขึ้น 2 ขีด คือผมติด โควิดครับ
ตอนนี้ได้เข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติเรียบร้อยแล้วครับ ขออภัยทุกท่านที่ได้พบเจอใกล้ชิดผมในช่วงนี้ด้วยนะครับ และขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงครับขอบคุณครับ”
พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า ดูแลตัวเองกันดีๆ นะครับ สู้! ซึ่งแฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจว่า สู้ๆ นะคะ ขอให้หายไวๆ นะคะ เป็นห่วงค่ะ กำลังจะเช็กอีกรอบ ฯลฯ
หนุ่มไปรษณีย์ดับ-ตรวจพบโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชัย พิมพา โพสต์คลิป ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะที่พนักงานส่งไปรษณีย์ขี่รถจักรยานยนต์กำลังเอาพัสดุเข้าไปส่งที่บ้านของนายชัชชัย หมู่ที่ 3 ต.ทองหลาง อ.บ้านนา จ.นครนายก จากคลิปจะเห็นว่าพนักงานส่งไปรษณีย์ขี่รถมาและจอดนิ่ง จู่ๆ ก็ล้มลงทั้งรถทั้งคนนอนนิ่งไป เหตุเกิดขึ้นช่วงเวลา12.30 น. วันที่ 28 มี.ค.
นายชัชชัย เปิดเผยว่า ตนนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งออกมาดู เห็นว่ามีคนล้มอยู่เลยวิ่งไปเรียกแม่ แล้วเข้ามาดูเห็นว่าพนักงานคนดังกล่าวแน่นิ่งไปแล้ว จึงรีบโทร.ตามกู้ภัยสว่างอริยะบ้านนามาช่วยปั๊มหัวใจ ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านนา แต่สุดท้ายยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ พนักงานส่งไปรษณีย์เสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อนายธวัช อายุ 44 ปี บ้านอยู่ ต.บ้านพร้าว อ.บ้านนา เป็นพนักงานส่งไปรษณีย์อำเภอบ้านนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากญาติและเพื่อนร่วมงานทราบเรื่อง รีบมาที่ร.พ.บ้านนา ทุกคนรู้สึกเสียใจกับการเสียชีวิตของนายธวัช เพราะเป็นคนนิสัยดี ขยันทำงาน จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานบอกว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งหายป่วย และกลับมาทำงานได้เพียง 3 วัน ก่อนจะเกิดเหตุจนเสียชีวิต จากการตรวจหาเชื้อโควิดพบผลเป็นบวก ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพอากาศร้อนจัด บวกกับผู้เสียชีวิตป่วยด้วย
กทม.เคาะวันนี้เล่นสงกรานต์
นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19 และหน่วยฉีดวัคซีนเพื่อกลุ่ม 608 ในกทม.ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 พื้นที่กทม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค. รายงานผู้ติดเชื้อ 2,792 ราย กระจายทุกกลุ่มอายุและเกือบทุกเขตของกทม. ส่วนผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก ผู้เสียชีวิตรายงาน 8 ราย สำหรับข้อมูลผู้เสียชีวิตในพื้นที่กทม.ระลอกโอมิครอน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-27 มี.ค.2565 รวม 445 ราย กระจายในทุกเขต ส่วนใหญ่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับวัคซีน โดยเกือบ 3 ใน 4 เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนและรับวัคซีนยังไม่ครบถ้วน
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่กทม.พบว่า การฉีดเข็มแรกและเข็มสองครอบคลุมเกิน 100% คือ เข็มแรก 116.15% และเข็มสอง 105.7% แต่เข็มกระตุ้นหรือเข็มสามยังอยู่ที่ 61.98% โดยเฉพาะกลุ่มติดบ้านติดเตียงและกลุ่มเสี่ยง 608 จึงอยากเน้นย้ำกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวและสูงอายุควรรับวัคซีนเข็มกระตุ้นหากรับวัคซีนครบตามเวลา
“สรุปสถานการณ์การติดเชื้อของกทม.ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังพบการระบาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเสี่ยงยังเป็นลักษณะเดิม จะเกิดการระบาดมากในการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน การเดินทางหรือปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง แหล่งชุมชน ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะการรับประทานอาหารร่วมกันหรือสังสรรค์ แต่ผู้เสียชีวิตจำนวนมากขึ้น แต่ไม่เหมือนระลอกก่อนๆ ซึ่งขณะนี้ต่อวันอยู่ที่ 8-12 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว สำคัญคือไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น หากมีความเสี่ยงให้รับบริการฉีดวัคซีน เน้นย้ำมาตรการป้องกันตนเอง เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดโรค” นพ.สุทัศน์กล่าว
เมื่อถามถึงมาตรการสงกรานต์ในพื้นที่กทม. นพ.สุทัศน์กล่าวว่าวันนี้มีการประชุมศปก.ศบค. ซึ่งมีการวางแนวทางภาพใหญ่ออกมา โดยวันที่ 29 มี.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกทม. เพื่อนำแนวทางนั้นมาปรับใช้ออกมาเป็นมาตรการ เบื้องต้นการจัดกิจกรรมสงกรานต์สามารถทำได้ แต่การสาดน้ำ ประแป้งจะงดอยู่
“มาตรการยังไม่สะเด็ดน้ำ แต่แนวโน้มก็จะผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังห้ามเล่นน้ำอยู่ ขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์ยังไม่ได้หารือกัน แต่แนวโน้มน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ การอยู่รวมกลุ่ม ดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นความเสี่ยง ขณะนี้มีหลายความคิดเห็น ทั้งที่อยากให้ดื่ม ไม่อยากให้ดื่ม แต่คาดว่าสุดท้ายออกมาจะให้บริโภคได้ในสถานบริการที่ได้รับรองจาก SHA+ รวมถึงมีการกำหนดเวลา แต่การรวมกลุ่มตั้งวง อาจจะไม่แนะนำ” นพ.สุทัศน์กล่าว และสำหรับผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในกทม.ไม่มีอาการจัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว ส่วนกลุ่มสีเหลืองและแดงมีน้อยมากๆ อัตราการครองเตียงปัจจุบัน 30-40% เป็นสีเขียว ซึ่งต้องเน้นย้ำว่าผู้ติดเชื้ออาการน้อยรักษาตามอาการได้ พักอยู่ที่บ้านหรือชุมชนได้ บางรายไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ ก็หายได้เอง ซึ่งต้องย้ำในเรื่องข้อระวังการใช้ยาในผู้ที่อาการน้อย อาจจะเกิดภาวะดื้อยาได้
‘บิ๊กตู่’ย้ำเข้มสงกรานต์
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เน้นแนวทางการควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19 โดยเฉพาะสถานการณ์ช่วงก่อน-ระหว่าง-หลังเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ โดยกำชับทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามมาตรการ VUCA อย่างเข้มงวด V-วัคซีน ขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนและวัคซีนเข็มกระตุ้น U-ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา C-COVID Safe Living ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยง และ A-ตรวจ ATK กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ รวมทั้งสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ยังคงใช้มาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง และการตรวจ ATK อย่างสม่ำเสมอ
นายธนกรกล่าวต่อว่า นายกฯ ยังเน้นทิศทางการทำงานของรัฐบาล โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมตรวจหาเชื้อ การฉีดวัคซีน ระบบการดูแลรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ ลดการระบาด ลดจำนวนผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ หากทุกฝ่ายเข้มแข็งในการปฏิบัติตามมาตรการ ลดความเสี่ยงทุกกิจกรรม อาจควบคุมการติดเชื้อโควิด-19 หลังเทศกาลสงกรานต์ ให้ต่ำกว่าที่กระทรวงสาธารณสุขประมาณการได้