ติดเชื้ออีก 2.7 หมื่น ยอดตรวจเอทีเคก็ยังสูง 1.6 หมื่น ตายเพิ่ม 85เผยในรอบสัปดาห์นี้ป่วยโควิดกว่า 1.7 แสน ชี้ช่วงนี้ขาขึ้น ทั้งยอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ สลดปู่วัย 78 ดิ่งตึกร.พ. ดับที่สระแก้ว หลังเข้ารักษาโควิด ญาติติดใจสาเหตุ ด้านผอ.ร.พ.ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง พร้อมจ่ายเยียวยา 4 แสน ค่าทำศพเบื้องต้น 2 หมื่น
ติดเชื้อเพิ่ม 2.7 หมื่น-ตาย 85
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้ช่วยรองโฆษกศบค. แถลงว่า การติดเชื้อ รายสัปดาห์ของประเทศไทยสะสม 176,606 ราย สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว และเมียนมา ส่วนการติดเชื้อรายใหม่จาก RT-PCR วันนี้ 27,560 ราย จาก ATK 16,079 ราย รวมแล้ว 43,639 ราย มาจากต่างประเทศ 61 ราย
ซึ่งเดือนนี้มียอดติดเชื้อจากต่างประเทศ ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ 0.59% เทียบกับ ก.พ. 2.2% และต้นปี 3.73% ถือว่าน้อยลงเรื่อยๆ เฉลี่ยติดเชื้อวันละ 40-50 ราย แต่วันนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าระบบกักกัน สำหรับ รักษาหาย 25,077 ราย กำลังรักษา 246,770 ราย อยู่ในร.พ.สนาม บ้าน และชุมชน 184,023 ราย ในร.พ. 62,747 ราย โดยมีปอดอักเสบ 1,808 ราย เพิ่มขึ้น 81 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 713 ราย เพิ่มขึ้น 34 ราย ทิศทางแนวโน้มติดเชื้อรายวัน ปอดอักเสบ และใส่ท่อช่วยหายใจมีทิศทางเพิ่มขึ้น
“ขณะนี้ประเทศไทยยังเป็นช่วงขาขึ้น ดังนั้นมาตรการต่างๆ ยังสำคัญและเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สำคัญที่สุดคือการฉีดวัคซีน จะช่วยลดอาการหนัก ทำให้ไม่ต้องแอดมิตใช้ห้องรักษาในร.พ. ซึ่ง 10 จังหวัดที่พบผู้ป่วยปอดอักเสบสูงสุด โดยที่พบจำนวนเพิ่มขึ้นคือกทม. นครราชสีมา สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง แต่ที่ลดลง คือสงขลา นนทบุรี และสุราษฎร์ธานี ยังทรงๆ คือ กาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช โดยอัตราครองเตียงเกิน 50% คือ สุราษฎร์ธานี อยู่ที่ 50.9% และสงขลา 65.7% สถานพยาบาลของจังหวัดได้เตรียมการรองรับผู้ป่วยหนักให้มีความพร้อมมากขึ้น เพราะช่วงนี้ยังเป็นขาขึ้น และเดือนหน้ามีการรวมกลุ่มช่วงสงกรานต์” พญ.สุมนีกล่าว
พญ.สุมนีกล่าวต่อว่า ส่วนอัตราการครองเตียงทั่วประเทศ เดิมประมาณ 24-45% หรือ 1 ใน 4 ของเตียงทั่วประเทศ วันนี้อัตราครองเตียงรวมของผู้ป่วยโควิดอาการปานกลางถึงหนัก 29.5% หรือขึ้นจาก 1 ใน 4 มาเป็น 1 ใน 3 คือมีผู้ใช้เตียงดูแลรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ต้องย้ำมาตรการส่วนบุคคลตลอดเวลา อยู่ห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอาศัยกับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว
สำหรับผู้เสียชีวิตวันนี้ 85 ราย การจะเข้าโรคประจำถิ่น อัตราการเสียชีวิตควรต่ำกว่า 80 ราย ผู้เสียชีวิตวันนี้เป็นชาย 51 ราย หญิง 34 ราย ค่ากลางอายุ 75 ปี อายุ 22-92 ปี กว่า 99% เป็นกลุ่มเสี่ยงอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไปและมีโรคประจำตัว ซึ่งที่เจอบ่อยคือมะเร็ง ไตระยะสุดท้าย โรคอ้วน หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยติดเตียง ประวัติ การรับวัคซีนผู้เสียชีวิตวันนี้ 54% ไม่ได้รับแม้แต่เข็มเดียว 7% ได้เข็มแรก 38% ได้ 2 เข็ม และ 1% รับ 3 เข็ม

ฉีดถึงบ้าน – จนท.สาธารณสุขสมุทรสาคร เคาะประตูบ้านฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มป่วยเรื้อรัง 7 โรค เพื่อป้องกันติดเชื้อโควิด และลดอาการรุนแรงของโรค เมื่อวันที่ 31 มี.ค.
7 จว.ฉีดกระตุ้นเกิน 70%
“ใกล้เทศกาลปีใหม่ไทยและมีวันหยุดยาว สธ.มีนโยบายจัดสัปดาห์รณรงค์ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ การติดตามผลการฉีดวัคซีนข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มี.ค. พบว่าขณะนี้ฉีดสะสม 129 ล้านกว่าโดส ฉีดเพิ่มขึ้น 247,391 โดส เป็นเข็มแรก 70,532 โดส สะสม 55.5 ล้านโดส คิดเป็น 79.8% เข็มสอง 21,432 โดส สะสม 50.3 ล้านโดส คิดเป็น 72.32% เข็มที่ 3 และเข็ม 4 จำนวน 154,832 โดส สะสม 23.7 ล้านโดส คิดเป็น 34.09%” พญ.สุมนีกล่าว
พญ.สุมนีกล่าวด้วยว่า สำหรับรายจังหวัดที่ผู้สูงอายุโรคเรื้อรังรับวัคซีนเข็มกระตุ้น เกิน 70% ตามเป้าหมายมีแล้ว 7 จังหวัด คือนนทบุรี, น่าน, สมุทรปราการ, ลำพูน, มหาสารคาม, ชัยนาท และภูเก็ต มีอีก 10 จังหวัดได้เข็มกระตุ้นใกล้เป้าหมายเกิน 60% ได้แก่เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี สมุทรสงคราม ระยอง ลพบุรี และ กทม.
ขอให้กำลังใจหน่วยฉีดทุกจังหวัดที่ช่วยดำเนินการฉีดเข็มกระตุ้นเชิงรุกกลุ่มเสี่ยง และผู้สูงอายุ ทำให้วันหยุดยาวจะได้ปลอดภัยจากโควิด พบปะลูกหลานอย่างสบายใจ สำหรับจังหวัดที่ฉีดเข็มกระตุ้นภาพรวม ไม่เฉพาะสูงอายุได้เกิน 70% ตามเป้าหมาย 6 จังหวัดได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ น่าน พระนครศรีอยุธยา ลำพูน และภูเก็ต เกิน 60% อีก 6 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง ระยอง ชัยนาท มหาสารคาม สระบุรี และ กทม.
ชี้แนวโน้มโควิดยังขาขึ้น
“สรุปสถานการณ์โควิดประเทศไทยวันนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ปอดอักเสบ และใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตยังมีแนวโน้มเป็นไปตามคาดการณ์ อัตราการครองเตียงระดับปานกลางถึงหนักเพิ่มขึ้น ขอให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ อปท. รณรงค์ให้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่มารับวัคซีนเพิ่มขึ้น ให้ช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงพบปะสังสรรค์อย่างปลอดภัย ไม่มีการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์โควิดเพิ่มขึ้นมา” พญ.สุมนีกล่าว
เริ่มแล้ว 1 เมย.ปรับพื้นที่สี
พญ.สุมนี แถลงต่อว่า วันที่ 1 เม.ย. 2565 จะเป็นวันแรกที่มาตรการต่างๆ ตามพ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับที่ 43 จะมีผลบังคับใช้ ได้แก่ 1.การปรับระดับพื้นที่สี จากพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 44 จังหวัด ลดเหลือ 20 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จาก 25 จังหวัด เพิ่มเป็น 47 จังหวัด และพื้นที่สีฟ้านำร่อง ท่องเที่ยว จาก 8 จังหวัด เพิ่มเป็น 10 จังหวัด โดยจังหวัดที่เพิ่มเข้ามาคือเชียงใหม่และเพชรบุรี มาตรการสำคัญ 2 เรื่องในพื้นที่สีส้มและสีเหลือง คือการรวมกลุ่ม โดยพื้นที่สีส้มรวมกลุ่มทำกิจกรรมไม่เกิน 500 คน พื้นที่ สีเหลืองไม่เกิน 1,000 คน และเรื่องบริโภคสุรา โดยพื้นที่สีส้มยังไม่อนุญาตให้บริโภคสุราในร้านอาหาร แต่จำหน่ายแล้วนำกลับไปดื่มที่บ้านได้ ส่วนพื้นที่สีเหลืองนั่งดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ แต่ไม่เกินเวลา 23.00 น.
2.มาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักร คือยกเลิกการตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยของนักเดินทางทั้ง 3 กลุ่ม คือ Test&Go, SandBox และกักตัว แต่ระบบ Test&Go ยังให้ตรวจ RT-PCR วันแรกที่เดินทางมาถึงไทย และติดตามการคัดกรองด้วยตัวเองด้วยชุดตรวจ ATK ในวันที่ 5 ส่วนระบบกักตัว ควอรันทีน จะต้องตรวจ RT-PCR วันแรกและวันที่ 4 หรือ 5 ก่อนออกจากสถานที่กักตัว นอกจากนี้ การเข้าระบบ Sandbox หรือ กักตัว ได้ลดจำนวนวันที่ให้อยู่ในพื้นที่จาก 7 วันเหลือ 5 วัน
3.การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ คือ ห้ามจัดงานในพื้นที่สาธารณะ เช่นถนนหรือ หน้าบ้าน ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม ส่วนพื้นที่ที่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามวัฒนธรรมประเพณี ให้ทำตามมาตรการที่กำหนดตามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาอนุญาต แต่ยังคงห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม ห้ามเล่นน้ำ งดดื่มหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงาน สำหรับพื้นที่หมู่บ้านต้องขออนุญาตจากกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้อนุญาตก่อนจึงจะจัดงานได้
กลับตจว.ติดเชื้อเข้ารพ.ใกล้บ้านได้
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงบริการสายด่วน 1330 ในการรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าระบบบริการว่า ขณะนี้สายด่วน 1330 ปรับบทบาทใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน คือการ SAVE 608 ได้แก่อายุมากกว่า 60 ปี มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก ยิ่งเป็นผู้ที่รับวัคซีนโควิดไม่ครบยิ่งอันตรายมากขึ้น กลุ่มนี้จะต้องเข้าระบบบริการโดยเร็ว เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต จึงเปิดสายด่วน 1330 ต่อ 18 เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ว่าจะอยู่ระดับอาการสีเขียว เหลือง และแดง โทร.เข้ามาแล้วได้จับคู่กับร.พ.โดยเร็วที่สุด อย่างน้อยที่สุดต้องได้เข้าระบบแยกกักที่บ้าน (HI) ภายใน 24 ชั่วโมงจะมีการติดตามว่าได้เข้าระบบหรือไม่ หากยังไม่ได้รับการจับคู่ กับร.พ. ก็จะมีระบบส่งยาให้ก่อน
ส่วนผู้ติดเชื้ออาการสีเขียวในสิทธิสุขภาพต่างๆ ยังติดต่อมาที่สายด่วน 1330 ได้ ตอนนี้เรามี 500 สายรอรับ ซึ่งช่วงนี้มีอัตราการโทร.เข้ามาวันละ 28,000 สาย หน่วยบริการก็รับจับคู่ผู้ที่โทร.มาลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่อง ประชาชนส่วนหนึ่งก็ได้รับยาจาก “แจก เจอ จบ” ไปแล้ว ทำให้ตอนนี้สายด่วน 1330 ไม่ค่อยมีสายค้าง แต่คาดว่าหลังสงกรานต์จะมีผู้ติดต่อเข้ามาถึงวันละ 100,000 สาย จึงเตรียมเปิดสายไว้ที่ 2,000 สาย โดยหน้าเว็บไซต์ สปสช. ได้ขึ้นช่องทางติดต่อ สำหรับผู้ที่จะเข้ามาช่วยรับสาย เราพร้อมอบรมให้และจะมีค่าตอบแทน ให้จำนวนหนึ่ง
“สายด่วน 1330 ไม่ได้เป็นผู้ที่ตัดสินใจว่าประชาชนที่โทร.เข้ามาจะต้องรับบริการแบบไหน แต่เราให้ประชาชนเลือก หากจะเข้า HI ก็จับคู่หน่วยบริการให้ แต่หน่วยบริการจับคู่ไปดำเนินการต่อว่าจะเข้า HI หรือเจอแจกจบ” นพ.จะเด็จกล่าวและว่า ประชาชนที่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อโควิดแล้วต้องการเข้าเจอแจกเจอ หรือบริการในระบบตามสิทธิสุขภาพของ ตัวเอง สามารถติดต่อหน่วยบริการโดยตรง ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องโทร. 1330 สำหรับสงกรานต์ที่มีการเดินทางอาจพบว่าตัวเอง ติดเชื้ออยู่ต่างจังหวัด สามารถเข้ารับบริการเจอแจกจบ ผ่านหน่วยบริการในระบบใกล้บ้านได้ ไม่ต้องเดินทางกลับมารับบริการใน ร.พ.ตามสิทธิ์
ประกันสังคมขู่เลิกสัญญาร.พ.
ด้านนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีผู้ติดเชื้อโควิด 19 สิทธิประกันสังคม เข้ารักษาแบบ เจอ แจก จบ ร.พ.ในเครือข่ายประกันสังคม แต่ได้รับแจ้งให้กลับมาติดต่อใหม่ วันถัดไป เพราะรับบริการวันละ 30-40 คิว จนต้องเดินทางหลายรอบนั้นว่า ตนได้รับทราบข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มี.ค.จากข่าว จึงตรวจสอบพบมีปัญหาจริง แต่เกิดในร.พ.คู่สัญญาประกันสังคมเพียง 4-5 แห่ง เนื่องจากร.พ.รับผู้ติดเชื้อโควิดจากหลายสิทธิ ทั้งประกันสังคม บัตรทอง สิทธิสวัสดิการอื่นๆ ขณะที่ ร.พ.ที่รับเฉพาะสิทธิประกันสังคมไม่พบปัญหา ตนจึงทำหนังสือด่วนถึงผอ.ร.พ.ที่เป็นคู่สัญญากับประกันสังคมทุกแห่งกว่า 200 โรง โดยขอให้ผอ.ร.พ.เน้นย้ำบุคลากร เจ้าหน้าที่คัดกรอง ผู้ป่วยว่า กรณีที่ร.พ.มีศักยภาพรับผู้ติดเชื้อได้ไม่ทั่วถึง ขอให้รีบส่งต่อผู้ป่วยไปยังร.พ. ในเครือข่ายประกันสังคมอื่นโดยเร็วที่สุด หากพบว่ามีการปฏิเสธการรักษาหรือไม่ส่งต่อผู้ป่วย สปส.จะพิจารณาทบทวนการต่อสัญญา
“สำหรับผู้ประกันตนที่ติดเชื้อสามารถ เข้ารับบริการเจอแจกจบได้ในร.พ.คู่สัญญาประกันสังคมทุกแห่งใกล้บ้าน เพราะหาก ร.พ.แห่งหนึ่งรับผู้ป่วยตามสิทธิจำนวนมาก ผู้ป่วยก็สามารถไปเข้ารับบริการเจอแจกจบในร.พ.อื่นใกล้บ้านได้ และสามารถเข้าระบบรักษาที่บ้าน (HI) ได้ ซึ่งสปส.ก็มีระบบบริการส่วนนี้ด้วย” นายบุญสงค์กล่าว
เมื่อถามว่า ร.พ.คู่สัญญาประกันสังคม พบปัญหาขาดแคลนยา เวชภัณฑ์หรือไม่ นายบุญสงค์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้แจกจ่ายให้ร.พ. เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย ขณะนี้ ไม่เกิดปัญหา และยายังมีเพียงพอ
“ส่วนเทศกาลสงกรานต์ขอให้ระวังตัวเองมากขึ้น สวมหน้ากากอนามัย ป้องกันตัวเองสูงสุด เลี่ยงการเข้าสถานที่และกิจกรรมเสี่ยง เพราะหลายคนติดเชื้อโดยไม่มีอาการ ทำให้เรา ไม่รู้ว่าใครบ้างที่ติดเชื้อ ทุกคนต้องไม่ประมาท”
เคสเจ้าคณะโคราชติดเชื้อเพิ่ม
ตามที่พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบึง พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ติดเชื้อโควิด-19 หลังตรวจ RT-PCR เมื่อวันที่ 28 มี.ค. และกักตัวอยู่ภายในกุฏิสงฆ์ ภายในวัดบึง พระอารามหลวงนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบึงมีการติดป้ายแจ้งว่าเป็นสถานที่กักตัว 7 วัน ระหว่างวันที่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.65 พร้อมปิดประตูกุฏิไว้อย่างมิดชิด ด้านหน้ากุฏิมีการนำหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ มาใส่ถาดไว้ โดยมีสามเณร อีก 3 รูป ซึ่งคอยดูแลพระเดชพระคุณเจ้าคณะจังหวัดที่ตรวจพบติดเชื้อในคราวเดียวกัน กักตัวอยู่ในกุฏิสงฆ์แห่งนี้ด้วย
ขณะเดียวกัน ทางวัดบึง พระอารามหลวงปูพรหมตรวจ ATK พระภิกษุ และสามเณรทุกรูปในวัด รวม 25 รูป พบสามเณรที่อยู่ปรนนิบัติเจ้าคณะจังหวัดติดเชื้อเพิ่ม 3 รูป อาการสีเขียวเช่นกัน จึงให้กักตัวอยู่ในกุฏิสงฆ์ข้างๆ กัน ล่าสุดอาการของพระเทพสีมาภรณ์ปกติดีทุกอย่าง ขอให้ศิษยานุศิษย์สบายใจได้
ส่วนพระโสภณปริยัติวิธาน หรือเจ้าคุณสนั่น เจ้าอาวาสวัดสะแก อ.เมือง จ.นครราชสีมา และเจ้าคณะอำเภอเมืองนครราชสีมา ที่ติดเชื้อโควิดด้วย เปิดเผยว่า อาการดีขึ้นมาก และตรวจไม่พบเชื้อแล้ว จึงออกจากโรงพยาบาลมากักตัวอยู่ที่วัด วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการกักตัว ส่วนพระสงฆ์อีก 5 รูปตรวจไม่พบเชื้อแล้ว
โคราชป่วยใหม่เกือบ 2 พัน
ส่วนจ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่ 1,981 ราย ป่วยสะสม 63,249 ราย กำลังรักษา 28,291 ราย รักษาหาย 34,883 ราย เสียชีวิตสะสม 75 ราย
ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ทั้งก่อนและหลังเทศกาล สงกรานต์ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเข้มข้นมาตรการสูงสุด ช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมจำนวนมาก เกรงอาจมีการนำเชื้อนอกพื้นที่เข้ามาแพร่กระจายในท้องถิ่นและการตรวจ ATK ฟรี ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-15.30 น. ที่ลานต้นโพธิ์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ได้ขยายเวลาจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. ทั้งนี้ข้อห้ามช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือการสาดน้ำตามที่สาธารณะ การนั่งรถท้ายกระบะแล้วตระเวนสาดน้ำ แต่การสืบสานประเพณีวัฒนธรรมโดยจัดงานภายในวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กิจกรรมสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุซึ่งไม่ใช่เป็นการสาดน้ำสามารถดำเนินการได้ตามมาตรการสาธารณสุข
สงขลาห่วงเกือบ 7 แสนเมินบูสต์
สำนักงานสาธารณสุข (สสจ.) สงขลารายงานว่าเครือข่ายสาธารณสุขจ.สงขลา เร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิดแบบ ATK และ RT-PCR รวมติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 5,626 ราย จาก ATK 4,839 ราย กำลังรักษา 33,642 รายและที่รักษาหาย 970 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่จาก RT-PCR จำนวน 787 ราย ติดเชื้อสะสม 20609 ราย เสียชีวิตสะสม 53 ราย กำลังรักษา 1,562 ราย
จากสถิติพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังอยู่ในระดับ สูง ร้อยละ 60 มาจากครอบครัวและชุมชน รองลงมาจากร่วมกิจกรรมสังคมและสัมผัสกลุ่มติดเชื้อในร้านค้าและบริษัท ที่ยังน่าป็นห่วงคือยังไม่ได้ฉีดเข็ม 3 หรือเข็มกระตุ้น 690,000 คน และฉีดเข็มที่ 1 แต่ยังไม่ได้ฉีดเข็มที่ 2 อีก 108,847 ราย เสี่ยงกับการติดเชื้อ แล้วมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นแล้ว หากโควิดกลายพันธุ์ใหม่ไม่สามารถยับยั้งได
‘แพร่-ภูเก็ต-สตูล’ติดเชื้อยังสูง
ส่วนที่จ.แพร่ พบติดเชื้อจากการตรวจพีซีอาร์ รายใหม่ 67 ราย และเอทีเคเป็นบวกอีก 987 ราย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ขอเชิญประชาชนทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิต
ด้านจ.ภูเก็ต มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในจังหวัดและต่างประเทศรวม 248 ราย ส่วนผลตรวจเอทีเค อ.เมือง พบติดเชื้อ 176 ราย อ.กะทู้ ติดเชื้อ 18 ราย และอ.ถลาง ติดเชื้อ 124 ราย ติดเชื้อสะสม 46,329 ราย เสียชีวิตสะสม 92 ราย
ขณะที่ จ.สตูล มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ โควิด-19 รายใหม่ 212 ราย มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 303 คน ทั้งหมดกักตัวเพื่อสังเกตอาการที่บ้าน ด้านสาธารณสุขจ.สตูล ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเข้ารับวัคซีนโควิด-19 แบบวอล์กอิน ที่จุดบริการ หรือ รพ.สต.ใกล้บ้านทุกอำเภอ
ด้านนพ.ประภาศ ผูกดวง นายแพทย์สาธารณสุขสระแก้ว เปิดเผยว่า จ.สระแก้ว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 305 ราย รักษาหาย 1,023 ราย กำลังรักษา 10,668 ราย อาการหนัก 7 ราย เสียชีวิต 3 ราย
ส่วนที่รพ.สต.ไทรทอง ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว จับสลากแจกทอง 1 สลึง 2 เส้น ให้กับผู้มาฉีดวัคซีนป้องกันโควิดทุกเข็ม ระหว่างวันที่ 25-30 มี.ค.65 โดยผู้โชคดีได้รับรางวัล เป็นหญิงอายุ 69 ปี มาฉีดกระตุ้นเข็ม 3 และชาย 38 ปี ฉีดเข็มแรก หลังผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ

ตกตึกร.พ. – นายแสวง คอมเหลา อายุ 78 ปี ป่วยโควิด ตกตึก 5 ชั้น ร.พ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เสียชีวิต ระหว่างการรักษาตัว ญาติไม่เชื่อฆ่าตัวตาย ขณะที่ร.พ.ตั้งกรรมการตรวจสอบหาสาเหตุ เมื่อ วันที่ 31 มี.ค.
สลดปู่78ติดโควิดโดดตึกดับ
เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.อ.อมร อินทวิเศษ ร้อยเวรสภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งเหตุจาก ร.พ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้วว่า มีเหตุผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดดตึกตกลงมาเสียชีวิต จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ที่บริเวณตึก อายุรกรรม พบศพนายแสวง คอมเหลา อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 15 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว
สอบสวนทราบว่า เป็นผู้ป่วยโควิด-19 มาได้ 3 วันและถูกนำส่งร.พ.สระแก้ว เข้ารักษาตัวพร้อมกับภรรยาวัย 74 ปี ทาง โรงพยาบาลได้แยกรักษา โดยส่งภรรยาไปรักษา ที่ร.พ.สนาม อบจ.สระแก้ว และกลับบ้านไปรักษาตัวที่บ้านเวลา 22.00 น. วันที่ 30 มี.ค.
น.ส.กันยา โชติชื่น หลานของผู้ตายเล่าว่า นายแสวงมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ถนัด แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงตกจากชั้น 5 ของโรงพยาบาล จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้อง ผู้ป่วย เชื่อว่าผู้ตายกระโดดตึกลงมาเอง
ด้านนายแพทย์สัณห์ กฤติการักษ์ แพทย์เวร โรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชสระแก้ว ร่วมชันสูตรพลิกศพ และจะหาสาเหตุการตายที่ แท้จริงต่อไป
ญาติติดใจการเสียชีวิต
วันเดียวกัน ชาวบ้านซำบอน หมู่ 15 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว ร่วมพิธีฌาปนกิจนายแสวง ที่วัดโคกขุนทอง ต.โคกปี่ฆ้อง ตามกระบวนการฌาปนกิจศพติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ญาติติดใจการเสียชีวิตของนายแสวง เพราะเป็นการเสียชีวิตที่ไม่ปกติจากการติดเชื้อ แต่เป็นการเสียชีวิตจากการกระโดดตึก 5 ชั้นลงมาเสียชีวิต
นายมานพ โชติชื่น ลูกเขยผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายแสวงติดเชื้อโควิด 19 จากลูกสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ก่อนที่ทีมแพทย์จากอนามัย ใกล้บ้านจะตรวจซ้ำและยืนยันผลตรวจว่า นายแสวงและภรรยาติดเชื้อโควิด จากนั้น นายแสวงพร้อมภรรยา เข้าสู่กระบวนการรักษาตัว เมื่อวันพุธที่ 30 มี.ค. โดยนายแสวงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ส่วนภรรยาของนายแสวงถูกส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม อบจ.สระแก้ว กระทั่งเมื่อช่วงตี 4 ทางโรงพยาบาลโทรศัพท์แจ้งครอบครัวไปว่านายแสวงกระโดดตึกลงมา เสียชีวิต ทำให้ญาติพี่น้องยังรู้สึกสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต เพราะแม้นายแสวงจะมีอายุมาก และช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่น่าจะคิดสั้นกระโดดตึก 5 ชั้นตกลงมาเสียชีวิต
ด้านนางน้อย คล้องอ่าง หลานสาวผู้ตาย กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องความผิดพลาด ของโรงพยาบาลที่ไม่ดูแลคนไข้ เมื่อสอบถามทีมเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่าทำไมไม่ปิดประตูห้องด้านหลัง โรงพยาบาลชี้แจงว่า เป็นการ ระบายอากาศสำหรับคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด ทำให้รู้สึกว่าเป็นการทำงานที่ผิดพลาดหรือไม่ เบื้องต้นโรงพยาบาลจะมีเงินชดเชย 400,000 บาท และช่วยเงินค่าปลงศพเบื้องต้น 20,000 บาท โดยเงิน 400,000 บาท คณะกรรมการของโรงพยาบาลที่ตรวจสอบหาสาเหตุ เรื่องนี้จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนหน้า
นพ.สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ ผอ.ร.พ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง โรงพยาบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหาสาเหตุเร่งด่วนแล้ว ยังไม่มีการระบุถึงสาเหตุ ที่แน่ชัด จะต้องตรวจสอบทุกมิติ ทั้งดูจากภาพกล้องวงจรปิด พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่เข้าเวรในห้วงเวลานั้น รวมทั้งประเมินและวิเคราะห์อาการของผู้ตายในขณะที่ได้รับเชื้อ เนื่องจากฐานข้อมูลระบุว่าผู้ตายมีประวัติยังไม่ได้รับได้วัคซีนแม้แต่เข็มเดียว