ข้อหาใหม่คดีแตงโมแม่ส่งผล-ผ่ารอบ2‘เดชา’ฝากถึง‘กระติก’ คิดถึงรอยสักอีสเตอร์กลับใจพูดความจริง

เผยข่าวดีคดีแตงโมใกล้จบเกม ‘ทนายเดชา’ คาดไม่เกินสงกรานต์มีคนโดนออกหมายจับแน่ รวมถึงอีก 2 คนที่คอยกำกับข้างนอกจนรูปคดีเสียหาย รอเพียงพนักงานสอบสวนเคาะสรุปตามพยานหลักฐานเท่านั้น พร้อมฝากถึง ‘กระติก’ ขอให้พูดความจริงร่วมมือกันดีกว่า ระบุมือซ้ายของแตงโมมีรอยสักว่าอีสเตอร์ชื่อลูกสาวไว้เลย ย้ำคนที่อยู่บนเรือเสี่ยงถูกดำเนินคดีทุกคน ด้านพนักงานสอบสวนเล็งไว้ 2 คนเป็นคนนอกที่เป็นทนายความและคนธรรมดาที่ให้คำแนะนำหลังเกิดเหตุ ด้านอัจฉริยะรุดกองปราบฯ ยื่นคลิปให้ดำเนินคดีฐานให้การเท็จ

วันที่ 1 เม.ย. พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยถึงกรณีทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย อดีตทนายความ ในคดีแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ เปิดเผยว่าได้รับหลักฐานใหม่เป็นคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกเสียงบทสนทนาระหว่างกระติก-น.ส อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ ผู้จัดการส่วนตัว ของแตงโม กับ โบ ทีเค-น.ส. สุรัตนาวี ภัทรานุกุล ระหว่างขับรถกันกลับที่พักจากอู่จอดเรือ หลังเกิดเหตุแตงโม นิดา พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตจนจมแม่น้ำหายไป ซึ่งทนายกฤษณะเชื่อว่าหลักฐานใหม่ที่ได้มาจากบังแจ๊คจำนวน 11 คลิป จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้รู้สาเหตุการ ตกเรือของแตงโมได้นั้น

ผกก.สภ.เมืองนนทบุรีเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางเดือนมีนาคม ตนได้รับการติดต่อมาจากบังแจ๊ค อ้างว่ามีหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา จะส่งมาให้ดู จึงได้ติดต่อทางไลน์กับบังแจ๊คเพื่อขอดูหลักฐานตามที่กล่าวอ้าง แต่ปรากฏว่าเมื่อได้ตรวจสอบหลักฐานที่ส่งมาให้ ดูทั้งหมดแล้วพบว่าเป็นคลิปจากกล้องหน้ารถที่รถกำลังวิ่งไปบนถนนและมีเสียงสนทนาระหว่างผู้หญิงภายในรถด้วยกัน แต่เสียงนั้นอู้อี้ไม่สามารถจับใจความที่สำคัญได้ บางช่วงเสียงก็ขาดหายไปทำให้บทสนทนาไม่เป็นเรื่องราว จากนั้นตนก็ได้โทร.คุยกับบังแจ๊คเพื่อสอบถามที่มาที่ไปของหลักฐานดังกล่าว ซึ่งบังแจ๊คก็อ้างว่าได้หลักฐานชิ้นนี้มาจากนายตำรวจซึ่งเป็นบิ๊กสีกากีคนหนึ่ง แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าเป็นใคร นอกจากนี้บังแจ๊คยังอัดเสียงบทสนทนาระหว่างตนเอาไว้ด้วย แล้วส่งไฟล์เสียงกลับมาให้ตนดู ทำให้สงสัยว่ารายนี้อยู่ฝ่ายไหนในคดีกันแน่

ผกก.เมืองนนทบุรีกล่าวอีกว่า จากนั้นตนก็เพิ่งมารู้ว่าบังแจ๊คไปติดต่อกับทนายกฤษณะเพื่อนำจะส่งหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องหน้ารถไปให้อีก จนกลายเป็นประเด็นขึ้นมาว่าทนายกฤษณะมีหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีนี้ใหม่ ซึ่งทั้งๆ ที่ตนได้ตรวจสอบหลักฐานที่ว่าจากบังแจ๊คไปนานแล้ว แต่พบว่าไม่มีความน่าเชื่อถือจึงได้ตัดทิ้งออกไป ก็ไม่คิดว่าบังแจ๊คจะเอาบทเสียงที่สนทนากับตนที่อ้างว่าจะส่งหลักฐานมาเปิดเผยกับสื่อในลักษณะนี้ซึ่งผิดวิสัยของบุคคลที่หวังดีทั่วไป แต่กลับสร้างกระแสพยายามแบล็กเมล์คนอื่นไปทั่ว แล้วก็อ้างว่ามีหลักฐานใหม่ๆ ไปเรื่อย เหมือนกับเคสที่อ้างว่าได้โอนเงินช่วยเหลือกระติก ผู้จัดการส่วนตัวไป 3 แสน สุดท้ายตรวจสอบไปก็พบว่าเป็นหลักฐานปลอมเช่นกัน

ที่กองปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ เลขา ธิการพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายวัชรไกรศร เกตุจรัส ผู้เชี่ยวชาญด้านแสงและเงา เดินทางมา ยื่นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน ผู้ที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ต ที่อ้างว่าแตงโมจับขาและพลัดตกเรือเสียชีวิต

นายอัจฉริยะกล่าวว่า หลักฐานชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าแซนไม่ได้อยู่ท้ายเรือในช่วงเวลาที่แตงโมตกเรือ ซึ่งเข้าข่ายการให้การเท็จ และอาจนำไปสู่การออกหมายจับเพิ่มเติม ก่อนนี้แซนให้การว่าแตงโมนั่งปัสสาวะท้ายเรือโดยจับขาตนก่อนพลัดตกน้ำเสียชีวิต สาเหตุที่ไม่นำหลักฐานดังกล่าวไปยื่นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ที่รับผิดชอบคดีแตงโมเนื่องจากถูกปฏิเสธเพราะทางตำรวจมีคลิปดังกล่าวอยู่แล้ว วันนี้ตนจึงได้มาที่กองปราบปรามเพื่อให้เป็นตัวกลางในการนำหลักฐานนี้นำเข้าสู่สำนวน โดยเชื่อว่าหลักฐานชิ้นนี้จะสามารถแจ้งดำเนินคดีกับแซนได้ในข้อหาให้การเท็จหรือความผิดอื่นๆ ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้อาจทำให้คดีเริ่มนับหนึ่งใหม่ คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินซึ่งใครสามารถแจ้งความก็ได้ ยืนยันว่าต้องการให้คดีเกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

ด้านนายวัชรไกรศรกล่าวว่า ตนได้นำคลิปดังกล่าวบริเวณบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตรงข้าม กฟผ.มาปรับแสงเงา พบว่าเวลา 22.32 น. ในช่วงเวลาที่เรือสปีดโบ๊ตขับผ่านหน้าบริษัทเอกชน ดูจากแสงเงาไม่เห็นคนนั่งอยู่ท้ายเรือ จากนั้นเวลา 22.36 น. เรือวนกลับมาหาอะไรบางอย่าง เมื่อดูจากแสงเงาก็ไม่เห็นคนนั่งอยู่ท้ายเรือ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “เป็นไปได้ไหมในช่วง 4 นาที อาจจะเป็นช่วงเกิดเหตุ แซนไปนั่งท้ายเรือ และย้ายที่นั่ง ก่อนเรือวนกลับมาเวลา 22.36 น.” นายวัชรไกรศรตอบว่าเป็นหน้าที่การสืบสวนของตำรวจ ซึ่งตนคิดว่าตำรวจมีหลักฐานหมดแล้ว

มอบผลชันสูตร – นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของ ‘เเตงโม-นิดา’ มอบผลผ่าชันสูตรศพรอบ 2 ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เป็นหลักฐานเพิ่มเติมประกอบคดีการเสียชีวิตของลูกสาว ที่สภ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

เมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ที่สภ.เมืองนนทบุรี นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของเเตงโม พร้อมด้วยทนายเดชา กิตติ วิทยานันท์ ประธานเครือข่ายศูนย์ทนายคลายทุกข์ ได้นำหลักฐานการชันสูตรศพรอบสองของเเตงโม มายื่นให้ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี

ทนายเดชากล่าวว่า ผลการชันสูตรรอบสองมีความคล้ายคลึงกับรอบเเรก ไม่มีความเเตกต่างที่มีนัยยะที่จะทำให้รูปคดีเปลี่ยนไป นั่นหมายความว่าการชันสูตรรอบเเรกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ มีความเเม่นยำสูง ดังนั้น ในทางคดีอาจใช้ผลชันสูตรรอบเเรกเป็นหลัก ส่วนรอบที่สองอาจนำมาประกอบกัน ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน สำหรับบาดเเผล 22 จุด เป็นเพียงร่องรอยการขีดข่วนตามร่างกายเท่านั้น ส่วนเล็บของ เเตงโมนั้นตัดเล็บทั้งสองข้างไปพิสูจน์เเล้วไม่พบว่ามีดีเอ็นเอใครบนเรือ ตำรวจมีการตรวจสอบทุกอย่างรอบด้าน ทั้งคำให้การของทั้ง 5 คนบนเรือ พยานเเวดล้อม จีพีเอสบนเรือ เเละกล้องวงจรปิด ส่วนจะแจ้งข้อหาใครเพิ่มหรือไม่จะทราบภายในวันเดียวกันนี้ ซึ่งการที่ตำรวจเรียกคนบนเรือมาสอบปากคำหลายครั้งจึงเชื่อว่าอาจมีการดำเนินคดีกับคนบนเรือ สำหรับกรณีมีคนบงการที่มีกระเเสข่าวอยู่ในขณะนี้ ทนายเดชากล่าวว่าให้ตำรวจไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าใครเป็นคนเขียนสคริปต์ หรือบอกบทให้การบนเรือก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย

ส่วนกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่นำหลักฐานไปยื่นกองปราบปรามเพื่อเอาผิด กับเเซนในข้อหาให้การเท็จนั้น ทนายเดชากล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขาในฐานะพลเมืองดี เป็นในลักษณะร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่วนจะดำเนินคดีได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เเต่ในส่วนของตนเเละคุณเเม่มองว่าสิ่งที่นายอัจฉริยะนำไปยื่นให้กองปราบฯ ในสำนวนของตำรวจมีครบเเล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษ

ด้านนางภนิดา เเม่ของเเตงโมกล่าวถึงผลชันสูตรทั้ง 11 จุด ที่ก่อนหน้านั้นมีความคาใจ ในตอนนี้ไม่มีอะไรค้างคาเเล้ว ส่วนเรื่องเเผลที่ต้นขาเกิดจากอะไรอยู่ในสำนวน โดยส่วนตัวรู้สึกพึงพอใจที่ผลการชันสูตรเหมือนกันทั้งสองรอบ ส่วนนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือ โรเบิร์ต กับนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์หรือ ปอ ได้โทรศัพท์มาหาตนแล้ว โดยโรเบิร์ตพูดถึงสาเหตุที่ตัดสินใจไปบวชเเล้วทำให้ตนใจเย็นลง ได้ข้อคิดอะไรหลายอย่างที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ความโกรธความโมโหร้ายก็ดีขึ้น ซึ่งน้ำเสียงที่เขาใช้คุยกับคุณเเม่ ก็เย็นลง ส่วนปอก็พูดจาดีอยู่เเล้ว เเละถาม สารทุกข์สุกดิบของคุณเเม่

“ทั้งคู่ยังไม่ได้สารภาพเรื่องบนเรือตามที่บอกก่อนหน้านี้ว่าหลังสึกจะมีอะไรมาสารภาพ เเต่ยืนยันว่ายังไม่มี เเล้วแม่ก็ไม่ได้เค้นถามเพราะมองว่ายังไม่ถึงเวลาเนื่องจากเขาเพิ่งสึกมา ส่วนกำหนดการที่จะมาพูดคุย หรือเจอหน้ากันยังไม่มี ขณะเดียวกันระหว่างพูดคุยกับโรเบิร์ตและปอก็ขออนุโมทนาบุญกับแม่ ซึ่งแม่ก็อนุโมทนาบุญด้วย พร้อมบอกกลับไปว่าดีเเล้วที่ไปบวช” นางภนิดากล่าว

นางภนิดากล่าวถึงกรณีทนายกฤษณะที่ออกมาพูดว่าจะเเฉตนนั้น ก็ได้โทร.ไปพูด คุยเเล้ว โดยได้ถามทนายกฤษณะว่ามีอะไรกับคุณเเม่หรือเปล่า มีอะไรจะเเฉก็พูดมาตรงๆ เเต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธ อ้างว่ายังรักเเม่เหมือนเดิม เเม่จึงบอกไปว่าให้หยุด หากไม่หยุดเเม่จะเอาเรื่อง ยืนยันว่าไม่ได้ปกป้องตำรวจ เเละตำรวจก็ไม่เคยมาสั่งให้ตนทำอะไร ทุกอย่างตนดำเนินการเอง คิดเองเพียงคนเดียว

ต่อมาเวลา 17.30 น. ทนายเดชากล่าวหลังพบตำรวจว่า แม่ให้การกับตำรวจแล้ว โดยจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ไม่เกิน 7-15 วัน สิ่งที่สังคมคาดหวัง โดยคนบนเรือบางคนหรือทุกคนจะถูกดำเนินคดี รวมถึงคนอยู่เบื้องหลังหรือกุนซือก็จะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ทั้งข้อหาทำลายหลักฐาน แจ้งความเท็จ และประมาททำผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่ผ่านมาตำรวจ สับขาหลอก ตนจึงรายงานความคืบหน้าให้สื่อทราบจนโดนด่า สุดท้ายรับรองไม่ผิดหวัง ที่ผ่านมาตำรวจต้นทุนต่ำ ในฐานะเราเป็นทนายจึงแจ้งให้สื่อทราบ

ทนายเดชากล่าวว่า คดีนี้ไม่เหมือนคดีอื่น คนบนเรือมีหลายคนโกหก ทำให้เป็นเรื่องยาก และยังมีคนอยู่เบื้องหลังคอยกำกับอีก คิดว่าไม่เกินสงกรานต์จบแน่ แฟนคลับแตงโม ไม่ผิดหวัง โดยตนเห็นพยานหลักฐานแล้ว เชื่อไม่ใช่เรื่องหลอกที่จะดำเนินคดีเพิ่ม ส่วนที่ต้องรอ 7-15 วัน เพราะต้องรอตำรวจประชุมพิจารณา แต่ทุกอย่างครบถ้วนแล้ว

“ฝากถึงกระติก รอยสักที่มือซ้ายแตงโมมีคำว่าอีสเตอร์ เพราะฉะนั้นอะไรที่ยังไม่บอกความจริง ช่วยให้ความร่วมมือดีกว่า เพราะขนาดชื่อลูก แตงโมยังสักไว้มือซ้ายเลย โดยเชื่อว่ากระติกยังมีประโยชน์ต่อคดี ซึ่งอาจไม่ต้องรับผิดก็ได้ ถ้าพูดความจริง คดีนี้คนบนเรือมีความเสี่ยงทุกคน ใครก่อกรรมรอรับกรรมได้เลย” ทนายเดชากล่าว

 

ทนายเดชากล่าวว่า คดีนี้มีทั้งกระทำโดยเจตนาและประมาท เพราะมีหลายฐานความผิด การกระทำโดยเจตนาก็หลายอย่าง ทั้งทำลายหลักฐานและแจ้งความเท็จ ที่ไม่เจตนาก็อาจกระทำการโดยประมาทให้ถึงแก่ความตาย

ด้านนางภนิดาเปิดใจทั้งน้ำตาว่า คนเสียลูกพูดไม่ออก แม่ร้องไห้กับรูปลูกทุกวัน และบอกว่าเวลาที่แม่ออกมาทำงานกับตำรวจและทนาย ก็ขอให้ช่วยด้วย ในการออกมาหาความยุติธรรมให้กับแตงโม ตอนนี้แม่เหมือนหมดพลังและคิดถึงลูกมาก บางวันดูรูปและคุยกัน ลูกกำลังมีทุกอย่างพร้อมและทำไมต้องทิ้งแม่ไป

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะพนักงานสืบสวนบช.ภ.1 อยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นที่มีการอ้างถึงบุคคลที่ให้คำแนะนำกับบุคคลทั้ง 5 คนที่อยู่บนเรือกรณีที่มีการ เข้าให้การเกี่ยวกับคดีและเหตุการณ์ที่เกิด โดยอาจทำให้รูปคดีเสียหาย มีคนที่ช่วยเหลืออยู่จำนวน 2 ราย คนหนึ่งเป็นทนายและอีกคนหนึ่งเป็นคนธรรมดา อยู่ระหว่างการพิจารณา เกี่ยวกับข้อกฎหมายว่ามีความผิดหรือไม่

ส่วนกรณีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เกี่ยวกับข้อหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับคนที่กระทำความผิดคดีดังกล่าวแล้ว คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ น่าจะสามารถสรุปผลได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน