สตท.โร่มอบตัว จ่อหมายจับอีก2อดีตตร.มีเอี่ยว
สั่งออกราชการแล้ว ผบช.สอท.สั่งสารวัตรคม หมู่อภิสิทธิ์ 2 ตร.ไซเบอร์ อุ้มรีดเงินสามีภรรยาที่ชนะเว็บพนัน ขณะที่รองผบช.น.เผยส.ต.ท.อีกคนที่ถูกหมายจับมอบตัวแล้ว เตรียมส่งฝากขังศาลวันนี้ ยันทำคดีโปร่งใสตรงไปตรงมา ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของตำรวจ ส่วนอีก 3 รายที่ถูกออกหมายจับเร่งล่าตัวอยู่ ยันสอบขยายผลถึงใครเตรียมเอาผิดคนนั้น เผยผลสอบญาติผู้เสียหายโยงถึง 2 อดีตตำรวจ เตรียมขออนุมัติหมายจับเพิ่ม ขณะที่เร่งติดตามปิดเว็บไซต์พนันด้วย
จากกรณีกลุ่มคนร้ายประมาณ 15 คน อ้างตัวเป็นตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ อุ้ม 2 สามีภรรยารีดเงินที่ชนะจากเว็บพนันออนไลน์ จนผู้เสียหายยอมจ่ายเงินสดและพระอีก 1 องค์ โดยนัดหมายเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่สภ.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กระทั่งกลายเป็นข่าวดัง และช่วงเช้าวันที่ 2 เม.ย. พ.ต.ต.คม รอดเภา สารวัตรสังกัดบช.สอท. 1 ในผู้ต้องหา เดินทางเข้ามอบตัวที่สน.บางนาแล้วภายหลังนำตัวฝากขัง ศาลไม่ให้ประกันตัวนั้น
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่สน.บางนา พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบช.น. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ส.ต.ท.อภิสิทธิ์ ฉาสันเทียะ ผบ.หมู่กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในผู้ต้องหา เข้ามามอบตัวกับทางพนักงานสอบสวน สน.บางนา เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เบื้องต้นส.ต.ท.อภิสิทธิ์ให้การปฏิเสธ ส่วน ส.ต.ท.อภิสิทธิ์ จะรู้หรือไม่ว่าต้องไปทำงานในลักษณะแบบนี้ เจ้าตัวเองขอปฏิเสธการตอบคำถามถึงเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามย้ำว่าถูกพ.ต.ต.คมบังคับหรือไม่นั้น เจ้าตัวให้การภาคเสธ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นการบังคับหรือไม่ จากนี้ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะนำฝากขังเช้าวันจันทร์ที่ 4 เม.ย. เวลา 09.00 น. โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้เสียหายและพยาน มีความเกรงกลัวว่าจะถูกข่มขู่
พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ด้านการสืบสวนคืบหน้าไปมาก สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย โดยทั้ง 2 รายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.สอท. ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 รายที่โดนออกหมายจับไปแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุม ซึ่งทั้ง 4 ยังไม่ได้มีการประสานติดต่อเข้ามามอบตัวหรือติดต่อมา ส่วนการนัดหมายผู้เสียหายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า วันนี้พี่สาวของผู้เสียหายจะเข้าให้ปากคำ
พล.ต.ต.ไตรรงค์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่พ.ต.ต.คม มีประวัติเคยก่อเหตุเกี่ยวกับการข่มขู่วินจยย. ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี 2556 นั้น หากสอบสวนมีข้อมูลของคดีอื่น ก็จะดำเนินการต่อไป หากเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกเหนือพื้นที่นครบาล ก็จะประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่
ส่วนเงินที่ได้มาจากการเล่นพนันของ ผู้เสียหายนั้น ไม่มีผลทางกฎหมายในคดีนี้ เพราะที่มาของเงินไม่ได้ทำให้การกระทำของคนร้ายไม่ผิดกฎหมาย ส่วนที่มาของเงิน ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน ก็ต้องดำเนินคดีแยกไป แต่ขณะนี้ที่สน.บางนา รับเรื่องคดีการกรรโชกทรัพย์ และการกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งพบว่ามีความผิดจริง นอกจากนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดเว็บพนันดังกล่าว และสืบสวนสอบสวนแล้ว
“ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นตำรวจ ผมมาดูแลคดีนี้ตั้งแต่ต้นและตำรวจก็ทำงานอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่วนความปลอดภัยของผู้เสียหายนั้น ตำรวจมีมาตรการในการคุ้มครองพยานและผู้เสียหายอยู่แล้ว ขอให้มั่นใจและเข้ามาให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้สามารถขยายผลไปยัง ผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้”
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ ผู้ต้องหาแล้ว 5 ราย ประกอบด้วย 1.ส.ต.ท.อภิสิทธิ์ ฉาสันเทียะ อายุ 33 ปี หมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 199/65 ซึ่งเข้ามอบตัวเมื่อคืนวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา, 2.นายชัยวัฒน์ แสนโภคทรัพย์ อายุ 36 ปี หมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 198/65, 3.นายศราวุธ นานุต อายุ 36 ปี หมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 197/65, 4.นายเทพ พรัดมะลิ อายุ 42 ปี หมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 200/65 และ 5.นายบุญทิ้ง สุขก้อน อายุ 48 ปี หมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 201/65 ข้อหาร่วมกันทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ หน่วงเหนี่ยวกักขัง กรรโชก
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ลงนามในคำสั่ง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ 50/2565 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยให้พ.ต.ต.คม รอดเภา สว.(สอบสวน) กก.3 บก.สอท.5 ส.ต.ท.อภิสิทธิ์ ฉาสันเทียะ ผู้บังคับหมู่กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอย่างร้ายแรง เป็น ผู้ต้องหาในคดีความผิดฐานร่วมกันทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพโดยกระทำความผิดกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ น.ส.กาญจนาภรณ์ ช่วงกรุด และนายธวัชชัย สร้อยทอง เป็นเงิน 400,000 บาท พร้อมพระเครื่อง 1 องค์ ราคา 250,000 บาท รวมเป็นเงิน 650,000 บาท
ต่อมาปรากฏพยานหลักฐานว่าเป็นสองนายตำรวจสังกัด บช.สอท.มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว จึงมีเหตุให้พักราชการได้ตาม กฎก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ ก่อนพ.ศ. 2557 ข้อ 3 (1 ) โดยมีกรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ ราชการ หรือเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และพนักงานอัยการมิได้รับเป็นทนายแก้ต่างให้ อีกทั้งพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดการเสียหายต่อทางราชการ และการสอบสวนพิจารณาจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2557 ประกอบกับกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2557 ข้อ 8 จึงให้ ว่าที่ พ.ต.ต.คม รอดเภา และส.ต.ท.อภิสิทธิ์ ฉาสันเทียะ ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ไตรรงค์ เปิดเผยหลังสอบปากคำแม่และพี่สาวผู้เสียหายว่า จากการสอบปากคำทั้งคู่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ ขณะนี้ทั้งแม่และพี่สาวยังติดต่อผู้เสียหายไม่ได้ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการสอบปากคำนั้นค่อนข้างเป็นประโยชน์ เพราะแม่ของผู้เสียหายอยู่ในเหตุการณ์ที่ถูก ผู้ก่อเหตุบุกค้นบ้าน และพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเพิ่มอีก 2 ราย เป็นอดีตข้าราชการตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการ เนื่องจากกระทำผิดวินัยร้ายแรง ส่วนจะเป็นการก่อเหตุลักษณะเดียวกับคดีนี้หรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน จากนี้จะออกหมายเพิ่มเติมทั้ง 2 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.น.3 ที่ปรากฏรายชื่อนั้น พิสูจน์แล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่มีชื่อเพราะเคยรับราชการร่วมกับ พ.ต.ต.คม