ขอหมายจับอีก 4 พลเรือนร่วมแก๊งอ้างตร.ไซเบอร์รีดทรัพย์ มีภาพวงจรปิดเป็น หลักฐานชัด ส.ต.ท.ชวดประกัน หลังสน.บางนาส่งฝากขัง ‘พล.ต.ท.สำราญ นวลมา’สั่งสอบด่วน แก๊งอุ้มรีดโผล่อีก แถมอ้างรู้จักผบช.น.-ผบช.ก.ไม่มีใครเอาผิดได้ ลั่นไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ เชื่อแก๊งคนร้ายกล่าวอ้างลอยๆ

จากกรณีที่ผู้เสียหายซึ่งได้รับเงินรางวัลจากการลงทุนในเว็บพนันออนไลน์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และถูกกลุ่มคนที่อ้างเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ อุ้มไปรีดไถทรัพย์ที่ได้จากเว็บพนันนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผบช.น. กล่าวว่า สน.บางนาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไปแล้วในชุดแรก 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือน ล่าสุดนำพยานหลักฐานไปขอให้ศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเพิ่มอีก 4 คน ส่วนพฤติการณ์ของทั้ง 4 คนนี้ได้ร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ มีพยานหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลจากการสอบปากคำพยานรวมถึงผู้เสียหายว่า เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการอุ้มรีดไถดังกล่าว ส่วนพฤติการณ์การก่อเหตุและการร่วมกระทำความผิดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องสงสัยอีก 4 คน ที่กำลังไปขอหมายจับพบว่าเป็นพลเรือนธรรมดาและไม่เคยรับราชการตำรวจมาก่อนแต่อย่างใด ส่วนหลังจากนี้จะมีการออกหมายจับบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ต้องรอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ได้ชัดเจนอีกครั้ง

พล.ต.ท.สำราญกล่าวต่อว่า กรณีที่พ.ต.ต.คม รอดเภา อดีตตำรวจไซเบอร์ หนึ่งในผู้ต้องหาอ้างถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 ที่เกี่ยวข้องกับการนำตัวผู้ต้องหาไปส่งศาลว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น เบื้องต้นสอบถามไปยังพนักงานสอบสวน สน.บางนาแล้ว และได้ตรวจสอบข้อกฎหมายพบว่าเป็นสิทธิที่พนักงานสอบสวนสามารถกระทำได้

พล.ต.ท.สำราญกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเพจเขตสายไหมต้องรอดนำผู้เสียหายไปแจ้งความที่สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอุ้มตัวไปรีดไถเงินที่ได้จากเว็บพนันออนไลน์ลักษณะใกล้เคียงกับพฤติกรรมของผู้ต้องหาในพื้นที่สน.บางนา และยังข่มขู่ผู้เสียหายว่าหากไปแจ้งความก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับกลุ่มของตนเองได้ เนื่องจากรู้จักกับผบช.น.และผบช.ก.นั้น เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายกล่าวอ้างเพียงลอยๆ เท่านั้น ขอยืนยันว่าตนเองไม่เคยมีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์หรือสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปทำสิ่งผิดกฎหมาย และเตรียมให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วว่าเป็นการกล่าวอ้างมาถึงตนเองจริงหรือไม่ ทั้งนี้หลังจากเกิดคดีอุ้มรีดไถในพื้นที่สน.บางนา ได้สั่งการกำชับไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนห้ามไม่ให้กระทำการในลักษณะเดียวกันหากพบก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่มีละเว้น ส่วนเรื่องทางคดีของสน.บางนา ยืนยันจะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอนคุก – ตำรวจสน.บางนาคุมตัวส.ต.ท.อภิสิทธิ์ ฉาสันเทียะ ตำรวจไซเบอร์ ผู้ต้องหาคดีร่วมอุ้มสามีภรรยารีดทรัพย์ ไปยื่นฝากขังต่อศาลอาญาพระโขนง ซึ่งศาลไม่ให้ประกันตัวต้องถูกส่งเข้าเรือนจำ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.

ที่ศาลอาญาพระโขนง สน.บางนา นำตัวส.ต.ท.อภิสิทธิ์ ฉาสันเทียะ ผู้บังคับหมู่กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในผู้ต้องหาคดีกลุ่มคนร้าย อ้างตัวเป็นตำรวจไซเบอร์ อุ้มสองสามีภรรยาให้จ่ายเงินค่าโกงเว็บพนันออนไลน์ ร้องฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วันต่อศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาเเล้วคดีนี้พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวหากปล่อยตัวผู้ต้องหาไปเกรงไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานในชั้นนี้ยกคำร้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน