ท็อป-มนัญญาฉะกันลั่น‘ตู่’ไล่ไปเถียงนอกห้อง นฤมลปัด-ไม่ช่วยพปชร.นำหาเสียงเลือกตั้งสก.
เดือดกลางครม. ‘วราวุธ-มนัญญา’ เปิดศึกปะทะคารม เรื่องนโยบายงดใช้ถุงพลาสติก ‘ตู่’ เชิญทั้งคู่ไปเถียงนอกห้องประชุม ก่อน ‘วราวุธ’ เป็นฝ่ายขอโทษ ยกหูเคลียร์ ‘อนุทิน-ชาดา’ ‘ป้อม’ มั่นใจ เรือดำน้ำจีนเคลียร์ได้ รับตั้งอดีตแม่ทัพภาค ที่ 2 เป็นกก.บห.พรรคพลังประชารัฐ ให้มาทำ พื้นที่ภาคอีสาน ปัดตอบ ‘บิ๊กตู่’ แยกตัวตาม ‘พีระพันธุ์’ บอกให้ไปถามเจ้าตัวเอาเอง ‘สุริยะ’ ยืนกรานไม่ย้ายกลับเพื่อไทย นายกฯ แจงครม.ลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ไม่ได้ไปหาเสียง พปชร. วุ่นไม่เลิก ‘นฤมล’ ปัดนั่งประธานยุทธศาสตร์หาเสียง ส.ก. หลัง ‘อภิชัย’ เซ็นแต่งตั้งแค่ข้ามคืน
ป้อมยันปัญหาเรือดำน้ำเคลียร์ได้
วันที่ 5 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาเรือดำน้ำที่ทำสัญญากับจีน ในฐานะที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงมองว่าจะยกเลิกจัดซื้อได้หรือไม่ว่า “ยกเลิกที่ไหน ไม่รู้” เมื่อถามว่าเพราะไม่มีเครื่องยนต์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “มี” เมื่อถามว่าถ้ามี อาจไม่ได้เครื่องยนต์ MTU ของเยอรมัน ตามที่ระบุในสัญญา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เอ ต้องได้หมดแหละ”
รับตั้งอดีตมทภ. 2 ทำพื้นที่อีสาน
เมื่อถามกรณีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการ พปชร. ประกาศตั้งเป้าส.ส.150 ที่นั่งในเลือกตั้งครั้งหน้า มั่นใจทำได้หรือไม่ว่า เลิกพูดเลย เพราะพูดไปหลายทีแล้ว เมื่อถามว่าใน พปชร.ต้องเสริมการทำงานอะไรอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่เสริมแล้ว แค่นี้ก็แข็งโป๊กแล้ว”
เมื่อถามถึงการแต่งตั้ง 2 อดีตนายทหาร มาเป็น กก.บห.พรรคจะเสริมงานด้านใด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาเป็นประชาชนเกษียณแล้ว ไม่เช่นนั้นตนก็เป็นทหารตลอดชาติด้วย เมื่อถามว่าการตั้ง พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาค 2 ทำให้ถูกจับตาว่าต้องการทำพื้นที่ภาคอีสาน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ภาคอีสาน ส่วนพล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ อนุกรรมการฝ่ายหารายได้ มูลนิธิป่ารอยต่อฯ จะมาช่วยด้านธุรการ ก็ทำให้ถูกต้องไม่เห็นมีอะไร
ให้ถามตู่แยกตัวจากพปชร.หรือไม่
เมื่อถามถึงการลาออกของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ จากสมาชิก พปชร. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้า พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายพีระพันธุ์ ออกไปแล้วโดยไม่ได้บอกเหตุผล และไม่ได้เจอกันเลย เมื่อถามว่าจะมีใครเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า มีคนจะเข้าพรรคเยอะแยะ เมื่อถามว่าในทางกลับกัน ส.ส.ของพรรคจะถูกดูดไปด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีใครออกจากพรรคสักคนหนึ่ง มีแค่นายพีระพันธุ์ ซึ่งไม่ได้เป็นส.ส.ในพรรค
เมื่อถามว่านายพีระพันธุ์ ออกไปเช่นนี้เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ และนายกฯ จะแยกตัวออกไปจากพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่รู้ ต้องไปถามเขา
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร มีเสียงตอบรับเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ดีตลอด ไปที่ไหนก็ดีทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครมาด่าเลยมีแต่สื่อ เมื่อถามว่า พปชร.และรัฐบาล ยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า แล้วสื่อว่าอย่างไร ต้องเอาตัวเองเป็นหลัก ที่ผ่านมาตนอธิบายผลงานมาตลอด เมื่อถามว่างานประชาสัมพันธ์ของพรรคต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สื่อช่วย ก็พอใจแล้ว แล้วจะช่วยไหม ช่วยกันหน่อย
ยกเลิกคำสั่งตั้งนฤมลช่วยส.ก.ตีปี๊บ
เมื่อถามว่าจะเข้าไปช่วยการเลือกตั้งส.ก.อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กฎหมายห้าม เมื่อถามถึงกรณี นายอภิชัย เตชะอุบล ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก. ลงนามแต่งตั้ง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เป็นประธานยุทธศาสตร์หาเสียงร่วมกับ ผู้สมัคร ส.ก. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาไปไม่ได้ เพราะเป็น กก.บห.พรรค จะเป็นได้อย่างไร และได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว
พปชร.ปัด‘อภิชัย-นฤมล’ขัดแย้ง
วันเดียวกัน นายอภิชัย เตชะอุบล ผอ.ศูนย์เลือกตั้ง ส.ก. พปชร. ส่งหนังสือชี้แจงสื่อมวลชน ว่า ตามที่ที่ประชุมศูนย์มีมติเสนอแต่งตั้ง นางนฤมล เป็นประธานยุทธศาสตร์หาเสียงร่วมกับผู้สมัคร ส.ก. และในฐานะผอ.ศูนย์ ได้แต่งตั้งนางนฤมล เนื่องจากเห็นว่าเป็น ผู้มีความรู้ ความสามารถและเป็นบุคคล ที่ประชาชนรู้จักอย่างดี ต่อมา นางนฤมล แจ้งว่าไม่สะดวกปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ดังกล่าว ตนยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพปชร. กล่าวว่า ตนไม่รับตำแหน่งใดๆ ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ และนายอภิชัยไม่เคยมาหารือตน พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ได้มอบหมายใดๆ ทั้งสิ้น ตนเป็น กก.บห.พรรค ต้องระมัดระวังเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการหาเสียงส.ก.อย่างแน่นอน และไม่ประสงค์จะรับตำแหน่งดังกล่าว หน้าที่กำหนดนโยบาย หาเสียง ลงพื้นที่หาเสียงและรายงานผล เป็นหน้าที่ของนายอภิชัย ในฐานะผอ.ศูนย์ อยู่แล้วในคำสั่งที่ลงนามโดยหัวหน้าพรรค
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. กล่าวกรณีนายอภิชัย และนางนฤมล จะกลายเป็นความขัดแย้งหรือไม่ เพราะก่อนหน้ามีข่าวว่านางนฤมลจะได้คุมกทม. แต่มาวันนี้ไม่รับตำแหน่ง นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่เห็นจะขัดแย้งเลย เมื่อก่อนตนก็คุมกทม.ยังไม่เห็นขัดแย้งเลย ก็ช่วยๆ กันทำงาน ไม่มีความขัดแย้ง การที่เรารับผิดชอบดูแลพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำไม่ได้แต่เป็นการช่วยกัน ไม่ได้เป็นปัญหาขัดแย้ง
สุริยะยันไม่ย้ายกลับพท.
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้า พปชร. กล่าวถึงแนวทางการทำงานทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวส.ส .ย้ายเข้าออกพรรคการเมืองในขณะนี้ ว่า “ผมไม่ไปไหนหรอก อยู่พรรคพลังประชารัฐนี่แหละ”
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีข่าว นายสุริยะ และกลุ่มสามมิตรจะย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่มี ข่าวที่ออกมาอาจมองว่าตนมาจากพท. เลยคิดว่าจะกลับไป แต่ยืนยันว่าอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน
‘วราวุธ’ขอโทษ‘มนัญญา’
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. กรณีเกิดวิวาทะในห้องประชุม ครม.กับ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ เกี่ยวกับการงดใช้ถุงพลาสติกในห้างร้าน ว่า เป็นเรื่องนิดหน่อยที่มองต่างมุมกัน ไม่มีอะไร เพราะน.ส.มนัญญามองอีกแบบ แต่ตนทำอีกแบบ ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ยอมรับว่าตนอาวุโสน้อยกว่าก็ไม่ควรอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีนายกฯ ไล่ให้ออกไปทะเลาะ กันนอกห้องประชุม นายวราวุธกล่าวว่า กำลังจะตามไปขอโทษ น.ส.มนัญญาอยู่ เพราะไม่ควรไปต่อปากต่อคำ เป็นสิ่งไม่ดี ตนอาวุโสน้อยกว่าจึงต้องติดต่อไปขอโทษ และต้องขออภัยด้วย หากตอบอะไรไปแล้วทำให้ระคายเคืองใจ ควรต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ ที่ทำไปเป็นสิ่งไม่ดี ยอมรับว่าในขณะที่มีการโต้ตอบกันมีอารมณ์หงุดหงิดกัน อาจวุ่นวายไปเล็กน้อย แต่ไม่มีอะไร
นายวราวุธ เผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ในครม. ตนได้โทร.ไปหา น.ส.มนัญญา ซึ่งปิดเครื่อง จึงโทร.ไปหานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้า ภท. และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ พี่ชายน.ส.มนัญญาแล้ว โดยกล่าวขออภัยที่ล่วงเกินต่อเรื่องที่เกิดขึ้น
ด้าน น.ส.มนัญญาโพสต์เฟซบุ๊กหลังออกจากห้องประชุมครม. ว่า “ไม่ได้ติดใจอะไร หญิงชายเท่าเทียมกันอยู่แล้วค่ะ” พร้อมระบุ มีคำถามที่ถามชายคนหนึ่งตอบกลับมาใช้ คำว่า “เอามัน” ถามกลับไปว่า “เอามัน” หมายถึงอะไร ตอบกลับมาว่า “ก็เอามันคนที่ถาม” ไม่ได้ติดใจคำนี้ แต่งงมาก เกิดมาไม่เคย ได้ยิน ช่วยหาคำตอบให้หน่อยค่ะ
โต้เดือดปมถุงพลาสติก
รายงานข่าวเผย ระหว่างประชุมครม. พิจารณาวาระการขยายเวลามาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลาย ได้ทางชีวภาพ ที่กระทรวงการคลัง เสนอ น.ส.มนัญญา แสดงความเห็นว่า “ขออนุญาตถาม รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นิดหนึ่ง เพราะอยากรู้ว่าในร้านสะดวกซื้อประชาชนต้องเสียเงินซื้อถุงพลาสติก แล้วเงินที่ประชาชน ต้องมานั่งเสียมันไปไหน นโยบายรัฐคือไม่ให้ถุงเลยหรืออย่างไร แต่ก่อนซื้อของไม่ต้องเสียค่าถุงตอนนี้ต้องเสียเพิ่ม”
นายวราวุธ รีบชี้แจงว่า “ร้านจะเก็บไปไหน ไม่ทราบนะครับ จะรู้ได้อย่างไรเป็นเรื่องของเอกชนเขา รัฐไปยุ่งไม่ได้ และมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติกเป็นมาตรการที่ขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับ แต่พอทำไปผลที่ได้คือมีการลดใช้พลาสติกจริงๆ”
น.ส.มนัญญา จึงพูดสวนว่า “รัฐมนตรี พูดได้ดี แต่พูดเหมือนปัดความรับผิดชอบ การทำแบบนี้เหมือนรัฐบาลไปเอื้อนายทุนรายใหญ่ นับหนึ่งไม่ถึงสิบสักที งานที่ทำไม่ถึงเป้าหมายสักที” นายวราวุธจึงเริ่มมีอารมณ์ ตอบโต้ว่า “ตัวเลขการใช้ถุงพลาสติกก็ลดลงต่อเนื่อง นโยบายดี สวยหรู แต่จะมาพูดเอา แต่มัน มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรนะครับ” น.ส.มนัญญา จึงถามกลับว่า “เดี๋ยวนะ เอามันคืออะไร หมายความว่าอย่างไร”
ตู่ว้าก-ไปเถียงกันข้างนอก
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรีบหย่าศึก กล่าวเสียงดังว่า “พอแล้วๆ ไปเถียงกันข้างนอก นโยบายต้องแก้ปัญหาเรื่องพลาสติก ไปเอาผลการดำเนินการมาให้ดูว่ามันลดอย่างไร ผมไม่ชอบ ผมนั่งอยู่ตรงนี้ ทำไมต้องเถียงกัน” ทำให้ทั้งคู่หยุดโต้เถียงกัน น.ส.มนัญญา นั่งประชุมต่ออีกสักพักก่อนลุกออกจากห้องประชุมไป และช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับที่ประชุมว่า ขอโทษด้วยถ้าวันนี้มีอารมณ์เสียไปบ้าง
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้แจ้งที่ประชุมรับทราบถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุม ครม.ใหม่ ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ครั้งนี้เป็นต้นไป โดยให้ ครม.อ่านวาระมาล่วงหน้า จะพูดหรือแสดงความเห็นเฉพาะวาระพิจารณาเท่านั้น ส่วนวาระรับทราบ จะพูดหรือแสดงความเห็นเฉพาะเรื่องที่สำคัญ ขณะที่วาระอื่นๆ มีเรื่องไหนอยากพูดให้หยิบยก ขึ้นมาพูดได้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา และจะได้คุยเรื่องที่สำคัญ สำหรับการประชุม ครม.ครั้งต่อไปในวันอังคารที่ 12 เม.ย. ช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรและรดน้ำดำหัวในช่วงเช้าที่ตึกสันติไมตรี โดยเปิดให้ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่มาร่วมงาน จากนั้นช่วงบ่ายประชุม ครม. โดยย้ายมาประชุมที่ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเคยใช้ประชุม ครม.ในช่วงไม่มีโควิด-19
ยันไปคลองโอ่งอ่างเปล่าหาเสียง
รายงานข่าวเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังปรารภ กับที่ประชุมถึงการลงพื้นที่ใน กทม.ช่วง ที่ผ่านมาว่า การลงพื้นที่ของตนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการหาเสียง และไม่ได้ลงพื้นที่ตรงที่มีการหาเสียง และไม่มีการเตรียมการไว้ก่อนเพราะถ้าเตรียมก่อนคนจะมาห้อมล้อมเยอะ
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงข้อสั่งการและคำปรารภของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า นายกฯ แจ้ง ครม.ให้ทราบถึงการลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง เป็นการติดตามการดำเนินงานความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ แก้ไขปัญหาการระบายน้ำสู่คลองตามที่ชาวบ้านและชุมชนสะท้อนมา และนายกฯ ชื่นชมการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองสวยน้ำใสที่มีความก้าวหน้า ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวให้ประเทศ ดังนั้นการลงพื้นที่คลองโอ่งอ่างจึงไม่ใช่การหาเสียง
พล.อ.ประยุทธ์ยังแจ้งในที่ประชุม ให้ทุกกระทรวงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความตระหนักรู้ ชี้แจงข้อเท็จจริง และตอบโต้ เรื่องข่าวลือและเฟกนิวส์ ที่สร้างความสับสนให้ประชาชน ให้ทันต่อสถานการณ์

โรงจำนำ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แวะเยี่ยมโรงรับจำนำจีนง้วน หัวมุมถนนนครสวรรค์กับถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบฯ ระหว่างเดินออกมาพบปะประชาชนรอบนอกทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 เม.ย.
ลงพื้นที่รอบทำเนียบอีก
จากนั้นเวลา 16.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินสำรวจพื้นที่รอบทำเนียบ จากลานจอดรถข้างตึกบัญชาการ 1 ระบุมาเดินดูจุดที่เตรียมสร้างที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger ที่จะติดตั้ง 2 จุด คือที่ลานจอดรถและบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ รัฐบาลส่งเสริมรถไฟฟ้า ซึ่งจะทยอยใช้ในส่วนของราชการ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไปสำรวจริมคลองผดุงกรุงเกษม เดินข้ามสะพานอรทัยไปเยี่ยมเยียน ร้านค้าฝั่งตรงข้ามทำเนียบ และแวะทักทายประชาชนไปตลอดทาง ช่วงหนึ่งแวะเยี่ยมโรงรับจำนำ ผู้ประกอบการบอกว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่เห็นว่าค่อยๆ เริ่มฟื้น ขอบคุณ นายกฯที่ช่วยดูแล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “สงสารประชาชน” และคว้ามือมาจับเพื่อให้กำลังใจ ก่อนกล่าวว่า “โรงรับจำนำคือธนาคาร ของคนจน”
ปัดหาเสียง-รับฟังประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันการลงพื้นที่ไม่ได้ มาหาเสียง ถือเป็นการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน ตนไม่มาก็ได้ยินอยู่แล้ว คิดแทนเขาอยู่แล้ว และอยากมาให้กำลังใจด้วย ไม่ได้มาหาเสียง ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับใคร เดี๋ยวหาว่า นายกฯมาเดินหาเสียง ไม่ใช่ บางทีอยู่ทำเนียบก็คิดอะไรไม่ออก เพราะเรื่องเยอะเอกสารก็เยอะ
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ด้วยตัวเองทำให้ ได้รับกำลังใจทั้งตัวนายกฯและประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ เอามือตบที่อกข้างซ้าย 2 ครั้ง พร้อมกล่าวว่า “กำลังใจผมมีให้กับตัวเอง และขอกำลังใจจากสื่อ”
จ่อลงพื้นที่ช่วงสงกรานต์
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังครม. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมประชุมกับนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตึกบัญชาการ 2 ต่อ เพื่อหารือการจัดเตรียมงานสงกรานต์ 12 เม.ย. ที่ทำเนียบ โดยมอบหมายให้นายชัยวุฒิ เป็นผู้ประสานและเชิญ ส.ส. มาร่วมงาน
นอกจากนี้ ยังหารือกันถึงการเลือกพื้นที่ให้นายกฯ ลงไปทำกิจกรรมในช่วงเทศสงกรานต์ เบื้องต้นหยิบยกถนนข้าวสารมาพิจารณาแต่ยังไม่ตกผลึก เพราะก่อนหน้าประกาศงดจัดกิจกรรมสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารไปแล้ว จึงต้องประชุมเลือกพื้นที่ที่นายกฯจะลง ในช่วงสงกรานต์อีกครั้ง
ผ่านร่างพรฎ.เปิดสภา 22 พค.
ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ โดยที่มีการตรา พ.ร.ฎ.ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ.2565 ตั้งแต่ 1 มี.ค.2565 จึงสมควรเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง สำหรับปี พ.ศ.2565 ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2565

เช็กแฮนด์ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จับมือทักทายพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ระหว่างร่วมงานกกต.จัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ เพื่อประชุมชี้แจงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.
กกต.จัดเลือกตั้งสมานฉันท์
เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ศูนย์ ราชการฯ แจ้งวัฒนะ สำนักงานกกต.กทม. จัดโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ ผู้สมัคร รับเลือกตั้ง ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. มีผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง หมายเลข 6, นายสกลธี ภัททิยกุล หมายเลข 3, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 8, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หมายเลข 4, น.ส.รสนา โตสิตระกูล หมายเลข 7, นายโฆสิต สุวินิจจิต หมายเลข 24 เป็นต้น รวมถึงผู้สมัคร ส.ก.
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวว่า วิธีหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ กกต.จัดทำแอพพลิเคชั่น Smart Vote หรือ “ฉลาดเลือก” ซึ่งมีข้อมูลที่สำคัญทั้งกฎหมายท้องถิ่น คำถาม-ตอบเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง การตรวจสอบสิทธิต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้งช่องทางการแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งผ่านแอพพลิเคชั่น “ตาสับปะรด” แต่เมื่อการ หาเสียงเพิ่มความเข้มข้นขึ้นแนะนำให้โทร.สายด่วน 1444 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่กกต.ให้คำปรึกษาทันที
จากนั้นนายอิทธิพร พร้อมผู้บริหารสำนักงาน กกต. เป็นสักขีพยานในการประกาศเจตจำนงสุจริตในการเลือกตั้งร่วมกันของผู้สมัคร ส.ก. และผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.
ชัชชาติวอนหยุดดราม่าเรื่องป้าย
นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการ ติดป้ายหาเสียงว่า ตามระเบียบแล้วหากผอ.เลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่ามีการติดป้ายไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนดสั่งผู้สมัครรื้อถอน หากไม่ดำเนินการเจ้าหน้าที่รื้อถอนเองได้โดยผู้สมัครต้องเสียค่าดำเนินการ ผู้สมัครก็จะมีโทษทางอาญาด้วย
ทั้งนี้ ผู้สมัครที่มาร่วมงานต่างให้สัมภาษณ์ประเด็นดราม่าเรื่องป้ายหาเสียง โดย พล.ต.อ.อัศวิน ได้บอกให้ทีมงานเก็บออกรื้อย้ายที่ติดตั้ง และปรับรูปแบบป้ายให้เล็กลงแล้วเพราะเห็นด้วยกับนายชัชชาติ นายสกลธี กล่าวว่า ต้องขออภัย หากป้ายหาเสียงเกะกะหรือกีดขวางการจราจร เบื้องต้นได้สั่งให้ทีมงานแก้ไขแล้ว
ด้านนายชัชชาติกล่าวว่า กรณีเสียงวิจารณ์ไม่ได้ทำป้ายขนาดเล็กเป็นคนแรก ว่า ไม่เคยพูดว่าตนทำเป็นคนแรก ทำตามที่คิดว่าเหมาะสมกับการเลือกตั้งเขตเมือง ขออย่าสนใจว่าใครทำก่อนทำหลังหรือเอาป้ายของตนไปเปรียบเทียบกับใคร อย่านำไปเป็นประเด็นความขัดแย้ง ป้ายไม่สำคัญเท่าเนื้อหาหรือนโยบาย
นายชัชชาติกล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงช่วงบ่ายที่เขตวัฒนา ถึงป้ายหาเสียงขนาดเล็กที่ผู้สมัครคนอื่นๆ เริ่มทำแล้วว่า ก็แล้วแต่เลย ตนเห็นที่ต่างประเทศทำป้ายเล็กๆ ก็เลยขอทำบ้าง ตนไม่ได้คิดเอง ลอกคนอื่นมาเหมือนกัน อย่าไปดราม่ามาก
ดร.เอ้บุกตลาดศรีย่าน
ด้าน น.ส.รสนากล่าวว่า ยังไม่ได้เริ่มติดป้าย หาเสียงและจะไม่ติดป้ายในที่สาธารณะ แต่จะติดในพื้นที่เอกชนที่ยินดีให้ติด ซึ่งจะเริ่มต้น 7 เม.ย. ที่ถนนเจริญนคร หลังจากนั้น จะลงพื้นที่กระจายแผ่นผับต่างๆ ให้ชุมชน และลงเฟซบุ๊กให้ผู้สนใจช่วยกันแชร์ จุดแข็งของตัวเองเคยมีผลงานหยุดยั้งการทุจริตจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุข หยุดยั้งการแปรรูป กฟผ. กทม.จะเปลี่ยนแน่ ถ้าหยุดโกง
ขณะที่ นายสุชัชวีร์กล่าวว่า มีโปรแกรมจะลงพื้นที่ 50 เขต 50 ครั้งอีกครั้งหนึ่ง จุดแข็ง ของตนคือความมุ่งมั่นสุดๆ และประสบการณ์ เชื่อว่าคนกทม.จะให้โอกาส เพราะเท่าที่ได้ลงพื้นที่ 50 เขต งานกทม.เป็นงานหนัก ผู้ว่าฯ กทม.ต้องเป็นคนมีความมุ่งมั่น มีความรู้ และยังมาพร้อมครอบครัว ส.ก.ของปชป. 50 คน
จากนั้น นายสุชัชวีร์ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาด ศรีย่าน เขตดุสิต พ่อค้าแม่ค้าชวนพูดคุยสะท้อนปัญหาตลอดทาง โดยเฉพาะการต้องหยุดขายของวันจันทร์ ซึ่ง นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตนประกาศนโยบายไปแล้วหลายเดือนว่า พ่อค้าแม่ค้าจะต้องขายของได้ทุกวัน โดยที่กทม. ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเรียบร้อย
วิโรจน์ลุยบางขุนเทียน
เวลา 07.30 น. ที่ตลาดใกล้สะพานรักษ์บางขุนเทียน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล นำคณะลงพื้นที่ โดยรับปากผลักดันโครงการป้องกันและแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน
โรมชี้เรือดำน้ำไม่ควรซื้อแต่ต้น
นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ สั่งกองทัพเรือ (ทร.) เดินหน้าซื้อเรือดำน้ำจากจีน ให้สำเร็จ ว่า เรื่องเรือดำน้ำจีนมีปัญหามากกว่าแค่ความเหมาะสม คือปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ ดูเหมือน ทร.ไม่รอบคอบ การที่เยอรมนีไม่ส่ง เครื่องยนต์ให้จีนก็ดูเหมือนเป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ แต่เราในฐานะผู้ซื้อและควรมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ ควรว่าอาจเกิดปัญหาแบบนี้ได้ และไม่ควรเลือกตัวเลือกนี้ตั้งแต่แรก อีกทั้งเมื่อกลับมาดูเศรษฐกิจ ประชาชนตอนนี้ลำบากหมด ทำไมต้องใช้เงินมาก ขนาดนั้นไปกับการซื้ออาวุธ จังหวะนี้ควรใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่เห็นด้วยกับการซื้อ เรือดำน้ำ
“เขาเป็นคนดื้อ วันนี้มันกลายเป็นเรื่องศักดิ์ศรีหรือไม่ โดยที่ไม่สนใจความเป็นจริง มันไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อเรือดำน้ำเหมาะสมที่จะซื้อในเวลานี้หรือไม่เท่านั้น แต่เรือดำน้ำ ดูท่าทางจะไม่มีเครื่องยนต์มาให้ ไม่ใช่แค่ซื้อของผิดเวลา แต่ซื้อของที่ไม่มั่นใจว่าจะมีคุณภาพ และกลายเป็นว่าเขาก็ต้องรักษาศักดิ์ศรี เพราะทุกคนไม่เห็นด้วย จึงบอกว่าเขาคิดถูกด้วยการซื้อให้ได้ อย่าเอาศักดิ์ศรีของตัวเองมาทำให้ประชาชนเดือดร้อนดีกว่าหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าวและว่า ต่อให้มีเครื่องยนต์ก็กลับมาที่คำถามสำคัญว่า วันนี้ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากเรือดำน้ำ แม้มีสงครามยูเครน-รัสเซีย ฝ่ายที่เชียร์ก็บอกว่าต้องมีอาวุธ แต่ยูเครน ต้านรัสเซียด้วยเรือดำน้ำหรือเปล่า วิธีคิดของ กองทัพยังติดอยู่ในช่วงสงครามเย็นอยู่เลย
‘สุพัฒนพงษ์’เลิกอุ้มดีเซลพ.ค.
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ รายงานสถานการณ์ราคาสินค้า 18 หมวดว่า ขณะนี้ราคาสินค้าใน 18 หมวดยังไม่ได้ขึ้นราคา แต่ในห้างสรรพสินค้าอาจจะมีบางอย่างที่ปรับขึ้น แต่ยังไม่เกินราคาที่กำหนดหรือราคาตลาด ส่วนเรื่องปุ๋ยที่จะต้องมีการนำเข้าหัวเชื้อปุ๋ย ขณะนี้มีราคาแพงขึ้นเนื่องจากเกิดภาวะสงคราม จึงให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยคุยกับประเทศที่ผลิตหัวเชื้อปุ๋ย อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านบางคนพูดว่าปุ๋ยแพงดีกว่า ไม่มีเลย แต่ขอให้ดูอย่าให้ขาดตลาด ส่วนเรื่องข้าวโพด คนปลูกข้าวโพดอยากได้ราคาแพง คนเลี้ยงสัตว์อยากได้ราคาถูก จึงต้องไปหาตรงกลางว่าจะเอาอย่างไร
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เสนอว่า ตอนนี้ราคาปุ๋ยแพง และต้นทุนแพง ถ้าประกันราคาเท่าเดิมไม่เพียงพอ จึงอยากให้เพิ่มราคาค่าประกันให้มากขึ้น โดย พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เรื่องนี้ต้องหามาตรการอีกที เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน รายงานสถานการณ์พลังงานในประเทศว่า จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลได้ถึงแค่เม.ย. เมื่อถึงเดือนพ.ค.ก็ต้องปล่อยแล้ว แต่ต่อให้ปล่อยก็ไม่มีราคาสูงเท่าประเทศอื่น เรื่องดีเซลเราควบคุมได้ดีที่สุดในอาเซียน หลายประเทศขึ้นไปลิตรละ 40 กว่าบาทแล้ว จากนั้นจะดูสถานการณ์ออกไปอีก 3 เดือน น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่แอลพีจี แก๊ส ไฟฟ้า ประปา ยังถูกกว่าประเทศอื่นในอาเซียน แอลพีจีถูกสุดในอาเซียน ไฟฟ้าเราดูแลทุกกลุ่ม ใช้น้อยเราไม่เก็บเงิน