ส่งกลับคืนสำนวน‘ให้การเท็จ’อัยการแนะฟ้องกับคดีหลัก พ่อป้อง‘กระติก’-แต่ถ้าผิดพร้อมพาไปเข้าเรือนจำเอง! ‘เอ็ม’มอบตัว-กุนซือแต่งบท
แม่แตงโมจี้ ‘ปอ-โรเบิร์ต’ ถึงเวลาแล้วที่จะรับสารภาพบ้าง เผยเตรียมโทรศัพท์ทวงถามสัญญาเร็วๆ นี้ ด้านพ่อของกระติกรับเสียใจลูกถูกโซเชี่ยลถล่ม เผยหากผิดจริงพร้อมพาเข้าเรือนจำเอง ขณะที่อัยการจังหวัดนนทบุรีตีกลับสำนวนคดีกระติกสารภาพให้การเท็จ แนะพนักงานสอบสวนส่งฟ้องคราวเดียวกันกับคดีแตงโมตกน้ำ ระบุอัยการสูงสุดยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด เกรงว่าหากดำเนินการฟ้องร้องไปแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายได้

มากับพ่อ – ‘กระติก’ อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล บิดา และทนายความเดินทางไปศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี เพื่อยื่นขอแยกคดีให้การเท็จ ออกจากคดีหลักแตงโมเสียชีวิต เมื่อ 5 เม.ย.
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 5 เม.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ยื่นคำร้องขอ ผัดฟ้อง ครั้งที่ 1 น.ส.อิจศรินทร์ หรือ กระติก จุฑาสุขสวัสดิ์ ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.พ. เวลาประมาณ 19.00 น. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี โดยผู้ต้องหาไม่ค้าน ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องผู้ต้องหามีกำหนด 6 วัน นับจากวันที่ 5-10 เม.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่พนักงานสอบสวน นำตัวน.ส.อิจศรินทร์มาศาลเเขวงนนทบุรี เป็นเพียงการผัดฟ้องเท่านั้น ซึ่งตัวผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้เเล้ว ตัวผู้ต้องหาจึงไม่ได้อยู่ในการควบคุมตัวของศาลเเละไม่ต้องยื่นประกันตัว ต่อศาลใหม่ สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนสามารถผัดฟ้องผู้ต้องหาตามกฎหมายได้ไม่เกิน 5 ครั้ง ครั้งละ 6 วัน เท่ากับว่าถ้าภายใน 30 วันยังไม่สามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาได้ ตามกฎหมายจะต้องขออนุญาตอัยการสูงสุดยื่นฟ้องผู้ต้องหา
ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี น.ส. อิจศรินทร์ พร้อมด้วยนายสิระ เจนจาคะ ในฐานะที่ปรึกษาทนายความ และทนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าส่งตัวต่อพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี หลังให้การรับสารภาพ
ด้านกระติก-น.ส.อิจศรินทร์ กล่าวว่า เมื่อรับสารภาพแล้วตนก็รู้สึกโล่งใจ ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลอะไรอีกแล้ว จากนี้จะได้ทำงานตามปกติ ส่วนรับสารภาพเรื่องใดยังไม่ขอเปิดเผย เพราะได้ให้การในสำนวนไปหมดแล้ว ที่รับสารภาพไปก็ได้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนอีก 4 คน มีการสอบถามกันตามปกติ ทุกคนไม่มีการตำหนิถึงการรับสารภาพเรื่องนี้เพราะทุกคนรู้ความจริงอยู่แล้ว ส่วนที่เพิ่งจะมารับสารภาพนั้น อะไรนึกได้ก็แจ้งกับพนักงานสอบสวนเรื่อยมาอยู่แล้ว นึกช้าไปหรือไม่นั้นอยากให้ทุกคนลองเป็นตนดูแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกคนจะเข้าใจเอง ยืนยันเรื่องแตงโมฉี่ท้ายเรือไม่เคยพูดเลย รวมถึงอีก 3 คนบนเรือก็ไม่เคยพูดเรื่องแตงโมฉี่ท้ายเรือ นอกจากแซน-นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ เพียงคนเดียวเท่านั้น
สำหรับความสัมพันธ์คนบนเรือทั้ง 4 คนนั้น กระติกกล่าวว่ายังเหมือนเดิม จะไปกินข้าวหรือสังสรรค์กันอีกหรือไม่ให้เป็นเรื่องในอนาคต หลังจากนี้จะทำงานในวงการบันเทิงหรือไม่นั้น ตนไม่เคยทำงานในวงการบันเทิง ตนอยู่เบื้องหลังเหมือนนักข่าวทุกคน หลังจากนี้ก็จะใช้ชีวิตตามปกติ
ด้านทนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ทนายความกระติกเปิดเผยถึงขั้นตอนการพาตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องอัยการตามคำรับสารภาพ โดยกระบวนการหลังจากส่งพนักงานอัยการแล้วก็จะส่งฟ้องศาล กระติกจะเปลี่ยนสถานะเป็นจำเลย และศาลจะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน วันนี้ ซึ่งทนายคาดว่าการที่กระติกรับสารภาพนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลจะพิจารณา โดยมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวกรณีพนักงานสอบสวนส่งสำนวนกรณีที่กระติกให้การรับสารภาพข้อหาให้การเท็จในคดีอาญา เพื่อให้สำนักงานอัยการส่งฟ้องด้วยวาจาต่อศาลแขวงนนทบุรี
นายประยุทธกล่าวว่า คดีนี้พนักงานอัยการเห็นว่าแม้คดีนี้พนักงานสอบสวนจะสามารถส่งฟ้องด้วยวาจาได้ เพราะผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโม ซึ่งสังคมให้ความสนใจและเกี่ยวข้องกับบุคคลบนเรืออีกหลายคน ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนและเข้าข่ายคดีเอกภาพโดยที่สำนักงานอัยการยังไม่ทราบรายละเอียด ดังนั้น เพื่อการพิจารณาคดีเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมและสิ้นสงสัย จึงขอให้คืนตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการสอบสวนให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วจึงส่งตัวฟ้องศาลพร้อมกับคดีหลักคือการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโมอีกครั้ง เพราะหากส่งฟ้องศาลแล้วสอบสวนพบข้อเท็จจริงใหม่จะไม่สามารถส่งฟ้องซ้ำได้อีก
นายประยุทธกล่าวต่อว่า เมื่อคดีมีความซับซ้อน มีผู้เกี่ยวพันจำนวนมากและอาจมี ผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม จึงควรสอบสวนในภาพรวมทั้งหมดให้สิ้นกระแสความก่อนเข้าสู่กระบวนการของพนักงานอัยการ เพราะการแยกส่วนใดส่วนหนึ่งออกมาจะส่งผลต่อการพิจารณาคดีในภาพรวมอาจไม่เป็นธรรม
ที่สำนักอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี น.ส.สาวิตรี สัมฤทธิ์สุขโชค อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี นายชัยวัฒน์ โล่วณิชเกียรติกุล อัยการอาวุโส, นายวีรพล โมระกรานต์ อัยการอาวุโส, นายบัณฑิต กองทิพย์, น.ส. ชนิสรา ถนอมทุน, นายถิรวัฒน์ โชติกมาศ, นายฮิติพันธ์ ศุภภาสวัฒน์, น.ส.ฐนนันท์ มาบุญมี และน.ส.ชิสา ฉัตรงามอภิชาติ พนักงานอัยการ ประชุมพิจารณาคดีในเบื้องต้นแล้วแถลงข่าวว่า ตามที่รับคดีน.ส.อิจศรินทร์พร้อมบันทึกคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี คดี ระหว่างพ.ต.ท.สมุทร์ เกตุยา ผู้กล่าวหากับน.ส. อิจศรินทร์ ผู้ต้องหา ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ในชั้นสอบสวน น.ส.อิจศรินทร์ หรือ กระติก ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
พนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมบันทึกคำให้การรับสารภาพส่งให้พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรีพิจารณา
เมื่อได้รับบันทึกฟ้องวาจาพร้อมตัว ผู้ต้องหาแล้ว พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี พนักงานอัยการ ได้ประชุมพิจารณาคดีในเบื้องต้นแล้วมีความเห็นว่า แม้คดีนี้พนักงานสอบสวนมีอำนาจนำผู้ต้องหามายังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลโดยมิต้องสอบสวนและให้ฟ้องด้วยวาจาก็ตาม เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่สังคม สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนให้ความสนใจ เพราะเป็นการกล่าวหาผู้ต้องหาที่ให้การกับพนักงานสอบสวน สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของน.ส.นิดา หรือแตงโม พัชรวีระพงษ์ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงที่สังคมและประชาชนรับทราบจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตคนอื่นอยู่ในเหตุการณ์ ในชั้นนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรียังไม่ทราบข้อเท็จจริงอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นคดีตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2563 รวมทั้งเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคดีนี้เป็นคดีที่มีข้อเท็จจริงที่ยุ่งยากและซับซ้อน ตามหนังสือเวียนสั่งการของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส(สฝปผ) 0018/ว 169 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2544 ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติว่า หากต้องด้วยกรณีดังกล่าว แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ แต่พนักงานอัยการจะไม่ยื่นฟ้องตามบันทึกคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหา โดยให้คืนตัวผู้ต้องหาพร้อมบันทึกคำให้การรับสารภาพให้พนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนจนเสร็จสิ้นกระบวนการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเสียก่อนและเมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วให้พนักงานสอบสวน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป
ดังนั้น ในวันนี้สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรีจึงมีคำสั่งคืนตัวน.ส.อิจศรินทร์ พร้อมบันทึกคำให้การรับสารภาพแก่พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อ เมื่อพนักงานสอบสวนสอบสวนเสร็จสิ้นและได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนคดีให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดจะได้แถลงให้ทราบ ต่อไป
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี พล.ต.ท. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.1 และ พ.ต.ท.พันธมิตร จ้างประเสริฐ รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางบัวทอง พร้อมทีมพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตของแตงโม-นิดา นำสำนวนคดีเข้าพบอัยการจังหวัดนนทบุรี โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะเดินทางกลับ
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 เดินลงมาจากอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพียงสั้นๆ ว่า เดินทางมาขอคำปรึกษาในเรื่องคดีของแตงโม นิดา กับอัยการจังหวัดนนทบุรี ก่อนขึ้นรถและเดินทางกลับทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาของ ผบช.ภ.1 ครั้งนี้ เป็นเพราะหลังจากเมื่อช่วงเช้า อัยการสูงสุดได้ตีกลับสำนวนในคดีที่ น.ส.อิจศรินทร์หรือกระติก ให้การอันเป็นเท็จกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้นำสำนวนในส่วนนี้ไปรวมกับสำนวนสอบสวนในคดีใหญ่ที่ทางพนักงานสอบสวนจะต้องทำสำนวน ส่งฟ้องพร้อมกันทั้ง 5 คน เนื่องจากทางอัยการสูงสุดยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดและเกรงว่าหากดำเนินการฟ้องร้องไปแล้ว จะทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากถ้าศาลได้ตัดสินคดีย่อยไปก่อนแล้ว และคดีนั้นมีผลกระทบต่อภาพรวมในคดีใหญ่ จะทำให้ไม่สามารถแย้งหรือเปลี่ยนคำตัดสินของศาลได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการความยุติธรรมเกิดความเสียหาย อัยการจึงได้ตีกลับสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กลับไปดำเนินการสอบสวนให้สิ้นกระบวนการสงสัยเสียก่อน จากนั้นจึงให้ทำสำนวนส่งยื่นฟ้องกลับมาที่อัยการจังหวัดใหม่อีกครั้ง
ด้านนางภนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของเเตงโม เปิดใจหลังจากทราบข่าวว่ากระติกรับสารภาพว่าทราบข่าวเรื่องนี้แล้วและได้พูดคุยกับทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ สำหรับเรื่องของกฎหมายตนไม่รู้ข้อมูลอะไรมาก แต่ทนายบอกว่าเมื่อกระติกมาสารภาพก็ดีแล้ว ส่วนตัวตั้งแต่งานไว้อาลัยแตงโม กระติกก็ได้เดินมาขอโทษแล้วตนก็ให้อภัย จากนั้นก็ไม่มีการติดต่ออะไรอีกเลย ส่วนตัวไม่มีอะไรติดใจแล้ว แต่มองว่ากระติกคงกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะเรื่องของกฎหมายยังไม่จบ
นางภนิดา กล่าวต่อว่าหลังจากนี้ตนเตรียมที่จะโทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต เพราะว่าทั้งสองคนสึกเรียบร้อยแล้ว น่าจะถึงเวลาที่เขาจะสารภาพกับแม่ตามที่บอกเอาไว้ เขาเป็นสุภาพบุรุษ คำพูดที่เคยรับปากกับแม่ว่าจะสารภาพและแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เขาต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ทั้งนี้จะนัดหมายเวลากับปอและ โรเบิร์ตอีกครั้ง ว่าเขาสะดวกวันไหนอย่างไร อาจจะเป็นวันที่เขาทั้งสองคนต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนครั้งต่อไป
ด้านนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ทนายความของกระติก-อิจศรินทร์ พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล พ่อของกระติก ให้สัมภาษณ์ภายหลังตำรวจนำตัวกระติกมาส่งผัดฟ้องต่อศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี หลังพนักงานอัยการศาลแขวงนนทบุรีตีกลับบันทึกส่งฟ้องด้วยวาจาในข้อหาให้การเท็จว่า ส่วนตัวน้อมรับความเห็นของอัยการที่ให้ไปสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ทั้งตัวกระติกและพนักงานสอบสวนเห็นว่าคดีนี้สอบปากคำไปเสร็จสิ้นแล้วและรับสารภาพทั้งหมดตามที่ถูกกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงมาทำเรื่องผัดฟ้องเนื่องจากกรอบระยะเวลาของคดีนี้ต้องทำให้แล้วเสร็จ 48 ชั่วโมง จึงมาขอผัดฟ้องไปอีก 6 วัน คาดว่าตำรวจจะสรุปสำนวนให้อัยการได้ แต่นอกจากพนักงานสอบสวนยื่นผัดฟ้องต่อศาลแล้ว กระติกก็มีความประสงค์ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีความเห็นว่าคดีให้การเท็จของกระติกควรฟ้องแยกจากคดีหลักก่อนที่จะมีความเห็นในวันที่ 6 เม.ย. ยืนยันว่าไม่ได้ดันทุรังเพื่อให้คดีจบเร็วเพื่อให้รอดตัว แต่เป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่เป็นสิทธิ์สามารถทำได้
นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าลูกสาวผิดก็ว่าไปตามผิด เพราะที่ผ่านมาลูกก็โทรศัพท์ไปบอกว่าถูกดำเนินคดี ตนจึงเดินทางมา ส่วนที่ผ่านมาคนในสังคมออนไลน์จะต่อว่าลูกสาวอย่างไรนั้นตนเองก็ไม่ได้เก็บมาคิด แต่ถ้ามายืนชี้หน้าด่าก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาตนได้ตำหนิลูกสาวแล้วว่าทำไมถึงทิ้งเพื่อนในคืนนั้น แต่ลูกสาวก็อธิบายเหตุผลมาก็พอเข้าใจได้ พร้อมยืนยันว่าเชื่อคำให้การของลูก แต่ถ้าหากลูกสาวผิดจริงตนจะเป็นคนพาเข้าเรือนจำเอง
ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมด้วยนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายมงคลกิตติ์ แถลงว่า ตนได้ผ้าขาวผืนที่สงสัยมาแล้ว แต่ยังไม่รับรอง 100% จะเป็นผืนที่แตงโมใส่ในวันเกิดเหตุจริงหรือไม่ แต่ลักษณะมีความคล้ายคลึงกับผืนที่แตงโมใส่ สภาพที่พบผ้ามีคราบคล้ายรอยเลือด มีรอยฉีกขาด และมีกลิ่นเหม็นอับมาก หลังจากนี้จะส่งไปตรวจสอบหลักฐานทางดีเอ็นเอ 3 หน่วยงานได้แก่ 1.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ประเทศสหรัฐ 2.สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ประเทศไทย 3.มหาวิทยาลัยเอกชน ประเทศไทย ถ้าตรวจสอบแล้วพบดีเอ็นเอของแตงโมจะทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไป เพราะเป็นหลักฐานสำคัญ ถ้าไม่มีหลักฐานชิ้นนี้ ตำรวจก็ฟ้องไปตามพยานหลักฐานที่มี
นายมงคลกิตติ์กล่าวต่อว่าผ้าผืนนี้มั่นใจค่อนข้างมากว่าเป็นของแตงโมจริง เพียงแต่ต้องรอดูผลดีเอ็นเอยืนยันอีกครั้ง เหตุที่ต้องส่งให้สหรัฐร่วมตรวจสอบนั้น เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลกัน แต่หน่วยงานต่างประเทศจะได้รับการยอมรับมากกว่าประเทศไทย โดยจะตัดแต่ละจุดของผ้าส่งไปให้แต่ละหน่วยงานตรวจสอบ รวมถึงส่งให้พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว.และอดีตผอ.สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมตรวจสอบด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่าย นายเอ็ม คนให้คำแนะนำพล็อตเรื่องดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรีแล้ว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมไว้คือ ความผิดตามมาตรา 84 ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด วรรคสอง ถ้าความผิดมิได้กระทำลงไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำ หรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น และความผิดตามมาตรา 172 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามมาตรา 184 ผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอ็มได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้สื่อข่าวที่ติดตามคดีนี้เดินทางไปรอทำข่าว น.ส.อิจศรินทร์ที่ศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่านายเอ็มได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว และไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อจริง และก็ยังไม่ทราบว่าหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ได้ยื่นประกันตัวหรือถูกปล่อยตัวไป