กมธ.นัด-หลังหยุดยาว ถกสูตรสส.บัญชีรายชื่อ โพล‘ชัชชาติ’ยังเต็งผู้ว่า
‘เอ๋-ปารีณา’ กร้าวพร้อมชนเด็กปชป. ‘ขี้แพ้สอบตก’ ยัวะสั่งจุดประทัดฉลองที่ถูกประหาร ชีวิตทางการเมือง ‘บิ๊กตู่’ แจ้งรัฐบาลโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชี 3 กลุ่มเปราะบางรอบเดือนเม.ย.แล้ว พปชร.ขึ้นป้ายพรึบริมถนนมิตรภาพ โปรโมต ‘บิ๊กป้อม’ อวยพรคนกลับอีสานช่วงสงกรานต์ ยันไม่มีการเมืองแอบแฝง ‘จุรินทร์’ ยันยังไม่เคาะชื่อส่งชิงเก้าอี้ เพื่อไทยปัดฮั้วยืดซักฟอกรัฐบาล กมธ.กฎหมายลูกจ่อถกสูตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์-ไพรมารีโหวตหลังสงกรานต์ ซูเปอร์โพลเผยคนกรุงส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินเลือกใครเป็นผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ ‘ชัชชาติ’ ยังเป็นตัวเต็ง ตามมาด้วย ‘ดร.เอ้’
‘บิ๊กตู่’แจ้งข่าวดีกลุ่มเปราะบาง
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่เป็นผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี และถูกซ้ำเติมด้วยความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้นอย่างมากทั่วโลก ตนและรัฐบาลห่วงความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ ผู้มีปัญหาหนี้สิน และธุรกิจขนาดเล็ก จึงสั่งการนโยบายเร่งด่วนเพื่อบรรเทาภาระเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นให้มีผลโดยเร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตาม 10 มาตรการด่วนเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือน ครอบคลุมประชากรกลุ่มเป้าหมาย 40 ล้านคน และในวันนี้ ขอแจ้งข่าวดีว่า จะมีการจ่ายเงินเข้าบัญชีโดยตรง เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.เบี้ยผู้สูงอายุ 600-1,000 บาท ตามเกณฑ์อายุ 2.เงินอุดหนุนเด็ก 600 บาท 3.เบี้ยผู้พิการ 800-1,000 บาท ตามเกณฑ์อายุ นับว่าเป็นมาตรการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับประชาชน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ทั้งนี้ การเยียวยากลุ่มเปราะบาง ปี 2565 มีการโอนเงินตั้งแต่ม.ค.-ก.ย. โดยรอบเดือนเม.ย.โอนตั้งแต่ 8 เม.ย. ถัดไป 10 พ.ค.
ตีปี๊บมาตรการเยียวยาทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่หน่วยงานภาครัฐดำเนินการไปแล้ว ดังนี้ 1.กองทุนประกันสังคม ลดอัตราเงินสมทบ 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.2565) แบ่งออกเป็น กรณี มาตรา 33 นายจ้างและลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เหลือฝ่ายละ 1% จากเดิม 5% กรณี มาตรา 39 จากเดิม 9% ของฐานค่าจ้าง 4,800 บาท (เดือนละ 432 บาท) ให้เหลือ 1.9% (เดือนละ 91 บาท) ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกันตนได้ 1,000-1,800 บาทต่อคน ขณะเดียวกันนายจ้างก็มีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้นด้วย
2.กระทรวงแรงงาน เพิ่มการจ่ายเงินสมทบให้ผู้ประกันตนขึ้น อีก 2.95% ของค่าจ้าง (ช่วง 3 เดือน พ.ค.-ก.ค.2565 ที่ลดอัตราส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม) เพื่อไม่ให้กระทบการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ แก่ผู้ประกันตน 4.8 ล้านรายในอนาคต 3.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดโครงการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่เกษตรกร หรือลูกจ้างภาคการเกษตร วงเงินรายละไม่เกิน 10,000 บาท โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำ 0.35% ต่อเดือน (flat rate) และปลอดการชำระต้นเงินและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก
4.กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งสถานีแก้หนี้ครู 558 แห่งทั่วประเทศ มีครูได้รับประโยชน์ทันทีกว่า 460,000 คน
5.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมกับ 16 สถาบันการเงินจัดทำโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ระยะพิเศษ วงเงิน 90,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มลูกหนี้เดิม ที่มี สินเชื่อคงค้าง สร้างสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและช่วยพยุงการจ้างงาน
6.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตรึงดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านถึงสิ้นปี 2565 เพื่อช่วยบรรเทาภาระผู้กู้ และกระตุ้นการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะมีผู้ขอสินเชื่อกับ ธอส.ทั้งปี มูลค่ากว่า 240,000 ล้านบาท
ยันดูแลทุกคนอยู่ดี-ประเทศสงบ
ล่าสุดยังมีเรื่องน่ายินดี ที่จะแจ้งให้ทราบว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “มูดี้ส์” (Moody’s Investors Service) ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ Baa1 หรือเทียบเท่า BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งเป็นบวกต่อสถานะของไทย ไม่ว่าประสิทธิผลของนโยบายเศรษฐกิจ มาตรการเยียวยาดูแลประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด และความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจที่รองรับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง
นอกจากนี้ มูดี้ส์ยังมองว่าใน 2-3 ปี เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจีดีพีของไทยปี 2565-2566 จะเติบโต 3.4% และ 4.8% ตามลำดับ ซึ่งการประกาศนี้ย่อมมีผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจไทยท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนรุนแรง
“ผมขอยืนยันกับประชาชนว่า ผมมีหน้าที่ดูแลทุกคนในประเทศ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความปลอดภัย ประเทศชาติสงบร่มเย็น ไม่มีวันใดที่ผมจะไม่คิดถึงหน้าที่นี้ และคิดตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่ผ่านมาเราเผชิญกับวิกฤตหลายประการ ทั้งในและนอกประเทศ แต่ก็แก้ปัญหาสำเร็จลุล่วงไปได้หลายอย่างด้วยความร่วมมือกันของทุกคน และผมเชื่อมั่นว่ารากฐานที่ได้วางไว้ จะทำให้ประเทศไทยที่รักของเราก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแข็งแรง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ป้ายบิ๊กป้อม – ป้ายอวยพรสงกรานต์ขนาดใหญ่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ริมถนนมิตรภาพ โดยพรรคชี้แจงเป็นการแสดงความเป็นห่วงประชาชนเดินทางกลับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่ได้แอบแฝงหาเสียง เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
ป้าย‘บิ๊กป้อม’พรึ่บอวยพรสงกรานต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ขึ้นป้ายภาพของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บริเวณข้างทางถนนมิตรภาพเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้ เดินทางเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย ที่มีวันหยุดยาวประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยป้ายระบุข้อความอวยพรว่า “สวัสดีปีใหม่ไทย 2565 ขอให้คนไทย มีสุขภาพดี มีความสุข อยู่ดีกินดีตลอดไป”
น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า การขึ้นป้ายอวยพรเทศกาลสงกรานต์ ของพล.อ.ประวิตร จุดประสงค์ต้องการแสดงความห่วงใยประชาชน ที่จะเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา ไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองขณะที่พรรคพลังประชารัฐขอส่งความห่วงใยไปถึงประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านจำนวนมากกว่าปกติ เพราะเป็นวันหยุดยาวและเป็นช่วง 7 วันอันตราย ที่มักเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าเทศกาลอื่น ดังนั้นควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจบนท้องถนน ไม่ขับรถด้วยความประมาท และเตรียมร่างกายให้พร้อม จะช่วยลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ให้มีจำนวนน้อยลงได้
‘ปารีณา’พร้อมชนคนขี้แพ้
จากกรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลฎีกามีคำสั่งให้พ้นจากส.ส. นับจากวันที่ 25 มี.ค.2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลา ไม่เกิน 10 ปี จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจ.ราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
น.ส.ปารีณา หรือ เอ๋ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีประโยคใดระบุว่าปารีณาผิดจริยธรรมในพื้นที่ป่า แต่เป็นการผิดจริยธรรมในพื้นที่ ส.ป.ก.และพื้นที่สีส้ม (พื้นที่สีส้มหมายถึงพื้นที่ว่างเปล่าที่สามารถออกโฉนดได้) จึงขอร้องสื่อให้ช่วยนำเสนอข่าวให้ถูกต้องต่อไป
ต่อมาน.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊กอีกว่า อยากให้พรรคร่วมให้เกียรติเจ้าของพื้นที่เดิมคือพรรคพลังประชารัฐ ลดความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว เป็นอิสระในการแสดงความคิดเห็น ร้องเรียน ดำเนินการสิ่งต่างๆ ในทางกฎหมายอย่างเป็นอิสระ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ เดิมทีกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่บ้านเพื่อน ไม่คิดจะสนับสนุนใคร ไม่อยากคิดอะไร แค่อยากทำใจให้ก้าวข้ามพยายามยอมรับชีวิตใหม่
แต่ปรากฏว่าไอ้ขี้แพ้สอบตกคราวที่แล้ว ส่งคนมาจุดประทัดแก้บน และเรียกนักข่าวมาทำข่าวว่าเป็นการจุดประทัดฉลองปารีณาจบอนาคต ส่งผลให้ปารีณา #เปลี่ยน แล้วเจอกันนะไอ้ขี้แพ้ ขอบคุณที่มาเยาะเย้ย และฝากไปถึงทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ที่จะให้การสนับสนุนด้วยว่า แล้วเจอกัน แล้วอย่าไปลากพรรคพลังประชารัฐมาเกี่ยว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลฎีกาพิพากษาคดี น.ส.ปารีณา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. มีชาวบ้านในพื้นที่อ.โพธาราม ได้จุดประทัดนับแสนนัด โดยระบุว่า จะได้เลือกตั้งใหม่เพื่อค้นหา ส.ส. ที่จะมาพัฒนาบ้านเรา
สำหรับการเลือกตั้งปี 2562 ผู้สมัครที่ได้คะแนนเป็นอันดับสอง ในเขต 3 ราชบุรี คือ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ พรรคประชาธิปัตย์
เตรียมบุกป.ป.ช.จี้คดี‘ประเสริฐ’
ช่วงค่ำ น.ส.ปารีณา โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงนายประเสริฐ จันทรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า #ลอยนวลพอเห็นคำว่า มั่นใจ รัฐบาลไปไม่รอด ก็อดไม่ได้ที่จะถามนายประเสริฐ ไปว่ามีสติไหมตอนพูด ในเมื่อเห็นๆอยู่ว่า หลังการอภิปรายก็รอดตลอด แต่ที่ไม่รอดคือปารีณา และท่านด้วย เพราะท่านก็แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่าครอบครองที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์เหมือนกัน แล้วทำไมยังลอยหน้าลอยตาลอยนวลอยู่
ดังนั้นวันจันทร์ที่ 11 เม.ย.นี้ ปารีณา จะไปป.ป.ช เพื่อนำคำพิพากษาศาลฏีกา ไปประกอบเรื่องนายประเสริฐ ครอบครองที่ดินรัฐ จะได้ชี้มูลไม่ยากและจะร้องให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการไต่สวนคดีของนายประเสริฐครอบครองที่ดินรัฐ ว่ามีการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เหตุใดคดี ปารีณา เร็ว คดีของนายประเสริฐล่าช้ามาก ปล.ขอบคุณเสียงประทัดที่คู่แข่งส่งคนมาจุดแล้วเรียกนักข่าวมาทำข่าว ฉลองปารีณาหลุดส.ส.ทำให้ปารีณาขึ้น และหยุดร้องไห้ ต่อไปปารีณาจะแรงกว่าเก่า 1 ล้านเท่า
‘จุรินทร์’คุยผู้สมัคร 4 จว.ใต้ล้น
ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี จ.ปัตตานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้คุยกัน ตนกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคกลาง จะต้องหารือร่วมกันในเบื้องต้นก่อน และถ้าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) แต่ ตอนนี้ยังไม่ได้นับหนึ่งในการหารือกัน
ส่วนการพิจารณาวางตัวผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคมีตัวผู้ประสงค์ลงสมัครเกินจำนวนแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย จะต้องช่วยกันพิจารณาเบื้องต้นก่อนนำเข้าสู่กระบวนการของพรรคต่อไป
สำหรับการวางตัวผู้สมัครส.ส.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนี้มีจำนวน ผู้ประสงค์ลงสมัครส.ส.เกินจำนวน เช่น จ.ปัตตานี ส่วนจ.ยะลา นายณรงค์ ดูดิง อดีตส.ส.ยะลา เคยเป็นผู้สมัครเดิม และยังประสงค์จะลงสมัครอีกครั้ง ขณะที่จ.นราธิวาส ครั้งนี้มี 5 เขตเลือกตั้ง จึงต้องหาผู้สมัครเพิ่ม 1 คน แต่บางเขต มีคนเกินจำนวน ถ้าเขตไหนคนเกิน ต้องพิจารณาเลือกบุคคลที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลประชาชนในเขตนั้นๆ และดีที่สุดสำหรับพรรคในการส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง
‘ผ่องศรี’ส่อชิ่งพท.มาภูมิใจไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ในงานวิชาการเรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานเปิดงาน มี ส.ส.และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย มาต้อนรับ รวมทั้งยังพบนางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยมาพร้อมสามี นายปวีณ แซ่จึง อดีตส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย มาร่วมงานด้วย
ก่อนหน้านี้ นายปวีณได้มาร่วมงานพรรคภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 14 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. และเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ที่จ.ศรีสะเกษ ยังเคยมาหารือร่วมกับนายอนุทิน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และนักการเมืองในพื้นที่ถึงแนวทางทำงานการเมืองเพื่อพัฒนา จ.ศรีสะเกษ อีกด้วย
พทท.เดินหน้าดันกาสิโนถูกกม.
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. พรรคพลังท้องถิ่นไท(พทท.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมีกรรมการบริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกทยอยเข้ามาร่วมประชุมอย่างคึกคัก
นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค กล่าวเปิดการประชุมว่า พรรคมีหลายโครงการที่จะทำให้คนรายได้น้อยและมีหนี้สิ้นสามารถปลดหนี้ได้ โดยการทำกาสิโนให้ถูกกฎหมายและเก็บภาษีส่วนนี้มาให้นักศึกษาที่เป็นหนี้กยศ. หนี้ครู เกษตรกร กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ปลดเกษียณไปแล้วจะได้มีบำนาญ มีการเพิ่มงบประมาณท้องถิ่น รวมถึงการส่งเสริมกีฬาพื้นบ้านอย่างไก่ชน
นายชัชวาลล์ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี พรรคพลัง ท้องถิ่นไทคงไม่ได้ส่งผู้สมัคร คิดว่าเอาไว้สู้ทีเดียวในสนามเลือกตั้งใหญ่ดีกว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า เราจะมีการประชุมว่าจะส่งครบ 400 เขตหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าไม่ต้องส่งทุกเขตก็ได้ จะเน้นไปที่การส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พท.ปัดฮั้วยืดซักฟอกรัฐบาล
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งข้อสังเกตจะเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปในเดือนส.ค. มีการประสานกันภายในกับรัฐบาลหรือไม่ว่า ยืนยันไม่มี พรรคเพื่อไทยมีเนื้อหาการอภิปรายที่พร้อมมาก กรณีล่าสุดที่มีคลิปเสียงคนใกล้ชิด นายกฯ พูดเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องฉาวของรัฐบาลนี้ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายในสภา นอกจากนี้ยังมีการซื้อเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ และเรื่องส่อทุจริตอื่นๆ อีก เชื่อว่าประเด็นเหล่านี้จะทำให้ประชาชนเห็นธาตุแท้ของรัฐบาล
เชื่อว่าส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ลำบากใจหากจะยกมือสนับสนุน เพราะถ้ายังขืนสนับสนุนอีก ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส.ส.เหล่านั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เชื่อว่าการอภิปรายรอบนี้รัฐบาลคงจะถูลู่ถูกังให้ผ่านไปไม่ได้เหมือนครั้งก่อนๆ ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่าซักฟอกรอบนี้ไม่มีฮั้วอย่างแน่นอน ส่วนห้วงเวลาที่เหมาะสมในการยื่นอภิปรายนั้น หลังเทศกาลสงกรานต์พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือ เพื่อกำหนดวันยื่นอภิปรายที่ชัดเจนออกมา
กมธ.จ่อถกสูตรปาร์ตี้ลิสต์
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่….) พ.ศ…ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมกมธ.ในวันที่ 20-21 เม.ย.ว่า เป็นประเด็นปลีกย่อยที่เกี่ยวเนื่องกับการสมัครรับเลือกตั้ง สถานที่ กรรมการประจำหน่วย แต่คงไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้ขัดแย้งกันมากมาย โดยจะเป็นวิธีปฏิบัติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มากกว่า รวมถึงอาจมีการพิจารณาเรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชี รายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่จะให้หารด้วย 100 หรือ 500 ส่วนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จะพูดคุยประเด็นไพรมารีโหวต ซึ่งจะพิจารณาทั่วไป ยังไม่ลงมติประเด็นใดในสัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่(พธม.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะมีผลต่อการทำงานของกมธ.หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่กระทบ กมธ.ก็ทำหน้าที่ไป นพ.ระวีก็ต่อสู้ในนามพรรคเล็กไป แต่ปกติเรื่องแบบนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับ เพราะยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วไม่รับ พอมายื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงจะมีรายละเอียดเยอะ เนื่องจากเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องของรัฐสภาที่เป็นผู้ออก หากอำนาจนิติบัญญัติถูกขัดแย้งโดยองค์กรอิสระ ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่อย่างนั้นฝ่ายนิติบัญญัติออกอะไรไปแล้วขัดหรือแย้งหมดก็จะเป็นปัญหา และกลายเป็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติทำอะไรได้ยาก แต่ยังไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่
เผยส.ส.-ส.ว.เริ่มสนใจเอ็มเอ็มพี
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า ขณะนี้ส.ส.หลายพรรคเริ่มหันมาให้ความสนใจกับระบบจัดสรรปันส่วนผสม หรือ MMP มากขึ้น ซึ่งกมธ.จะโหวตในมาตรานี้ช่วงหลังสงกรานต์ โดยทุกพรรคจะได้ประโยชน์จากระบบ MMP ทั้งพรรคใหญ่ พรรคกลาง และพรรคเล็ก เพราะจะทำให้พรรคเข้มแข็ง
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ หากต้องกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว นายธีรัจชัยกล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่กังวลว่าจะใช้บัตรใบเดียวหรือสองใบ ไม่ว่าจะเป็นระบบ MMP หรือระบบคู่ขนาน เพราะพร้อมสู้ทุกกติกา เมื่อถามว่าหากต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่อีกรอบจะทำให้จัดการเลือกตั้งช้า นายธีรัจชัยกล่าวว่า หากทำแบบนั้นจะเป็นผลเสียต่อรัฐบาลมากกว่า เพราะถือเป็นวิธีการที่ไม่นำไปสู่สันติ และเป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อ ขัดขวางการคืนอำนาจสู่ประชาชน
‘ดร.เอ้’ชูตั้งเสาไฟ 4 มิติทั่วกรุง
วันเดียวกัน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายธีรกร ไหวดี ผู้สมัครส.ก. เขตพระนคร หมายเลข1 ลง พื้นที่แนะนำตัวกับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่สวนรมณีนาถ ตลาดบางลำภู ตลาดท่าเตียน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดชนะสงคราม เดินพบปะประชาชนที่ตลาดคลองถม ไปชม แก้มลิงใต้ดินแห่งแรกที่วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
นายสุชัชวีร์ให้สัมภาษณ์ว่า จากแนวคิดป้ายหาเสียง 3 มิติ วันนี้มาแนวล้ำยุค เสนอติดตั้ง “เสาไฟ 4 มิติทั่วกทม.” และชุมชน กทม. 2,000 แห่ง ดูแลคนกรุงเทพฯ ครบ ทุกมิติ หลังจากได้ลงพื้นที่เขตบางรัก เปลี่ยนชุมชนพิพัฒน์ 2 ให้มีแสงสว่าง ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี พร้อมดันเป็นชุมชนโมเดลต้นแบบเปลี่ยนกรุงเทพฯ รองรับ Smart City สร้างความสุข ความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ เพราะความปลอดภัยของคนกรุงเทพฯ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะดูแลคนกรุงเทพฯ ให้ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น 1.มิติของแสงสว่าง 2.มิติของความปลอดภัย ระบบกล้องอัจฉริยะใช้ตรวจจับความผิดปกติ ระบบ AI วัดและประมวลผลเพื่อแก้ปัญหาการจราจร 3.มิติของสิ่งแวดล้อม มีเซ็นเซอร์วัดฝุ่น PM2.5 และสภาพมลพิษทางอากาศ รวมทั้งใช้ระบบโซลาร์เซลล์ และ 4.มิติของการให้บริการอินเตอร์เน็ต
นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีระบบเตรียมพร้อมไว้ใช้งานเพิ่มอีก เช่น เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำท่วม ฟังก์ชันตรวจสอบความหนาแน่นของจราจร รวมถึงสามารถติดตั้งปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เสากรณีเกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรมหรือความต้องการการช่วยเหลือที่เร่งด่วน เป็นต้น วันนี้เราสามารถเปลี่ยนชุมชนพิพัฒน์ 2 ให้มีแสงสว่าง ตนพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนรับรู้ได้ถึงความสุขของเขา และมั่นใจว่าคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นแน่นอน ในอนาคต ทุกชุมชนจะต้องมีลักษณะแบบนี้ เป็น Smart Community เพื่อรองรับ Smart City
ทั้งนี้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.นี้
‘ชัชชาติ’ย้ำทำอากาศบริสุทธิ์
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 และ น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจ “เพื่อนชัชชาติ“ จับมือนางปวีณา หงสกุล ขึ้นขบวนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ก่อ PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจก ลุย “หาเสียงแบบรักเมือง” พื้นที่เขตดอนเมือง-บางเขน-สายไหม
นายชัชชาติย้ำว่าอากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน กทม.ต้องเร่งกำจัดมลภาวะทางอากาศที่ต้นตอ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ของทุกคน ตนมีนโยบาย “สิ่งแวดล้อมดี” และ “สุขภาพดี” แก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศจาก PM 2.5 หลายนโยบาย อาทิ ขยายระบบการติดตามและ แจ้งเตือนฝุ่นสู่ระดับแขวง 1,000 จุด พร้อมแสดงผลแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งได้ทันที ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ก่อมลพิษทางอากาศ การตรวจจับรถควันดำ การตรวจสอบคุณภาพอากาศ เชิงรุกในโรงงาน
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายจัดทีม “นักสืบฝุ่น” เพื่อศึกษาที่มาและต้นกำเนิดของฝุ่นในกรุงเทพฯ เพื่อการจัดการอย่างตรงจุด และดำเนินโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่น PM 2.5 ทั่วกรุงเทพฯ อีกด้วย
‘อัศวิน-สกลธี-ศิธา-วิโรจน์’ลุยตลาด
เวลา 07.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ลงพื้นที่ตลาดเช้าวัดรวกบางบำหรุ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 57 เขตบางพลัด มีผู้นำชุมชนในพื้นที่มารอพบและแจ้งปัญหาว่าชาวบ้านในชุมชนมีที่อยู่อาศัย ไม่เพียงพอ ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวินได้รับฟังปัญหาและรับเรื่องไว้ เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป ขณะที่ตลอดเส้นทางมีประชาชนมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
เวลา 6.00 น. นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร มีนบุรี และตลาดมีนบุรี โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่ตลาด พบว่าเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าต้องการให้ปรับปรุงเรื่องค้าขายบนทางเท้า หาบเร่ แผงลอย เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีทุกคนต้องการค้าขาย อาจจะต้องไปดูว่าเอาที่ว่างที่มีศักยภาพมาพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ค้าสามารถค้าขายได้อย่างมีระเบียบและไม่กระทบส่วนอื่นๆ เช่น ไม่ให้ลำบากต่อคน เดินเท้า
ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 11 พรรคไทยสร้างไทย พบปะ ชาวบ้านตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ พร้อมทั้งไปท่าเรือภาณุรังษี และบ้านโบราณ“โซเฮงไถ่” ที่อายุมากกว่า 200 ปี และร่วมพูดคุยกับตัวแทนผู้ประกอบการในตลาดน้อย 3 ราย ที่สะท้อนปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
เวลา 07.00 น. ที่ตลาดริมโขง เขตดอนเมือง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล เดินตลาดเช้าเพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย และพ่อค้าแม่ค้าในตลาด จากนั้นขึ้นรถปราศรัยเพื่อแนะนำนโยบาย
นายวิโรจน์กล่าวว่า หากตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะจัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อให้อำนาจในการตัดสินใจและการใช้งบประมาณอยู่ที่ประชาชนแทน ยึดนโยบาย “หยุดระบบอุปถัมภ์ด้วยงบที่คนกรุงเทพฯ เลือกเองได้”
ส่วนสนามเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ที่จะกาบัตรวันที่ 22 พ.ค.เช่นกัน ผู้สมัครทั้ง 4 คนคือ หมายเลข 1 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ทีมเรารักพัทยา หมายเลข 2 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ กลุ่มอิสระ หมายเลข 3 นายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย คณะก้าวหน้าพัทยา หมายเลข 4 นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มพัทยาร่วมใจ ต่างลงพื้นที่หาเสียงกันคึกคัก
โพลยังไม่เลือกใครนั่งผู้ว่าฯกทม.
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่องผู้ว่าฯ ในความฝันของคนกทม. จากประชาชนทุกอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,081 ตัวอย่าง สำรวจ วันที่ 6-8 เม.ย. พบว่า ร้อยละ 82.0 ระบุ เห็นด้วยว่าผู้ชนะในโพล อาจพ่ายแพ้ในวัน เลือกตั้ง ร้อยละ 18.0 ไม่เห็นด้วย
ส่วนผู้ว่าฯ กทม.ที่อยากได้ ร้อยละ 55.6 ระบุเป็นนักบริหารแก้ปัญหาเก่ง วัยหนุ่ม มีประสบการณ์ กล้าสู้ กล้าชน ร้อยละ 25.4 เป็นนักบริหาร สูงวัย เคยมีตำแหน่งทางการเมือง เช่น รัฐมนตรี ร้อยละ 21.7 เป็น นักเคลื่อนไหวทางสังคม ต่อต้านรัฐบาลคอร์รัปชั่น ร้อยละ 16.3 เป็นอดีตมีตำแหน่งบริหาร กทม. ร้อยละ 16.3 เป็นอดีตนักวิชาการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร้อยละ 14.9 เป็น อดีต ส.ส. และ ร้อยละ 16.4 ระบุอื่นๆ
ร้อยละ 48.7 ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 20.3 ระบุ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 9.8 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 7.1 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 5.7 นายสกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 2.5 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และร้อยละ 5.9 ระบุอื่นๆ น.ส.รสนา โตสิตระกูล น.ต.ศิธา ทิวารี