ชาวสวนทั่วปท.แห่ร่วมงานมหกรรมที่นครศรี
มหกรรมยางพารานครศรีธรรมราชคึกคัก ชาวสวนยางทั่วประเทศหลั่งไหลร่วมงาน ชมนิทรรศการความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมยาง พารา ร่วมเสวนา-เวิร์กช็อปรมว.เกษตรฯ เปิดงานเป็นทางการ เผยไทยแชมป์โลกส่งออก หนุนสร้างจ.นครศรี ธรรมราชเป็นอาณาจักรด้านยางพารา ศูนย์กลางข้อมูลอาเซียน พัฒนานวัตกรรมจากยางพาราให้มีมูลค่าหลายแสนล้าน ด้านเวทีแข่งขัน กรีดยาง-นกกรงหัวจุกคึกคัก คนร่วมเชียร์สนุกสนาน เดินหน้าจัดแข่งกรีดยางโลก ตอกย้ำบทบาทไทยเจ้าแห่งยุทธจักรยาง

มหกรรม – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิด ‘นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา’ โดยมีนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมพิธี ที่สนามการยางแห่งประเทศไทย จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 9 เม.ย.

มหกรรมยางพารานครฯคึกคัก
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่สนามการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานมหกรรมยางพารา 2564 “นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา” ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยการจัดงานในวันที่สองยังคงมีประชาชนหลั่งไหลเข้าร่วมงานจำนวนมากตลอดทั้งวัน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรสวนยางพาราในพื้นที่ จ.นครศรี ธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง เข้าชมนิทรรศการสาระความรู้เกี่ยวกับยางพารา รับฟังเวทีเสวนา ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปรวมทั้งร่วมลุ้นร่วมเชียร์กิจกรรมต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหกรรมยางพาราครั้งนี้นำเสนอนิทรรศการความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมยางพารา การแสดงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น วิถีชาวสวนยาง โดยจัดแบ่งโซนนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โซนนิทรรศการ นครฯ เมืองแห่งยางพารา โซนนิทรรศการพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี โซนนวัตกรรมยางพารา จากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทั้ง 7 เขตทั่วประเทศ

ภายในงานยังนำเสนอเทคโนโลยีดิจิทัลในแวดวงการยาง อาทิ แอพพลิเคชั่น Rubber Way ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำสวนยาง รวมถึงแอพฯ Rubbee ที่ กยท. รวบรวมข้อมูลทุกด้านที่ควรรู้เกี่ยวกับยางพารา พร้อมอัพเดตข้อมูลเรียลไทม์ ทั้งราคาซื้อ-ขาย ข่าวสารกิจกรรม สิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นต่างๆ และยังมีโซนจับคู่ธุรกิจและเจรจาการค้า เพื่อส่งเสริมและผลักดันการค้ายางพาราไทยสู่การค้าระดับสากล ร่วมด้วยโซนเมืองนครฯ มาร์เก็ต ตลาดสินค้าชุมชนต้นแบบ โดย กยท. รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากยางพารามาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมส่งเสริมอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ยางพาราท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักแก่ภูมิภาคอื่นๆ

รมว.เกษตรฯ ร่วมเปิดงาน
เวลา 17.00 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมยางพารา 2564 “นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา” อย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวเปิดงานในหัวข้อ “นวัตกรรมยางพาราไทย กับเศรษฐกิจยุคใหม่” โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช กล่าวต้อนรับ และนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

นายไกรศรกล่าวว่า ยางพารานับเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของ จ.นครศรีธรรมราช ร้อยละ 12 ของประชากรเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง มีพื้นที่ปลูกยางพารา 1.89 ล้านไร่ ให้ผลผลิต 4 แสนตันต่อปี และเป็นสถานที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา โดยเฉพาะโรงงานที่จดทะเบียนด้วยทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 5 โรงงาน จ.นครศรีธรรมราชพร้อมสนับสนุนโครงการจัดตั้งพื้นที่บริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ (Rubber Valley) รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา ซึ่ง กยท. อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่ มีเป้าหมายดำเนินการใน อ.ช้างกลาง

ด้านนายณกรณ์กล่าวว่า กยท. จัดงานนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ มาตรฐาน การวิจัย และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย และเพื่อเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ แสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา

ไทยแชมป์ส่งออก-อันดับ 1 โลก
นายเฉลิมชัยกล่าวว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรซึ่งหมายรวมถึงยางพารามาโดยตลอด ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2564 ว่า แม้ภาพรวมจะชะลอตัวจาก โควิด-19 แต่ภาคการเกษตรกลับฟื้นตัวต่อเนื่อง รายได้เกษตรกรจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และข้าว มีมูลค่ารวมกันที่ 7.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 จากปี 2563 ปีนี้คาดว่ารายได้เกษตรกรจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด จะเพิ่มขึ้นเป็น 8.86 แสนล้านบาท เมื่อลงรายละเอียดที่ยางพารา คาดการณ์ว่ารายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3 แสนล้านบาท

“ปี 2564 ไทยยังครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพาราอันดับ 1 ของโลก และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็นอันดับ 4 ของโลก คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6.65 แสนล้านบาท ขยายตัวถึง 28.3% จากปีก่อนหน้า ตลาดส่งออกสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ประเทศไทยจะรักษาอันดับหนึ่งเรื่องยางพาราบนเวทีโลกได้ สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องและนำเทคโนโลยี 4.0 มาใช้ในขั้นตอนต่างๆ ทั้งนี้ กยท. มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา โดยใช้พื้นที่กว่า 40,000 ไร่ ใน จ.นครศรีธรรมราช สร้างเป็นอาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร เพื่อเป็นศูนย์กลางอาเซียนด้านแหล่งข้อมูล เรียนรู้การผลิต การแปรรูป การส่งออก ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยนวัตกรรม” รมว.เกษตรฯ กล่าว

เสวนา-เวิร์กช็อปยางพารา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการจัดงานในวันที่สองเป็นไปอย่างคึกคัก สำหรับกิจกรรมเสวนา หัวข้อ “นวัตกรรมยางพารา และอนาคตยางพาราไทย” รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และกรรมการ กยท. กล่าวว่าเราต้องเสริมสร้างการสร้างวัฒนธรรมในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อใช้แก้ปัญหาทุกภาคส่วนเกี่ยวกับยาง ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การดูแลรักษา เช่น การคิดค้นปุ๋ยสูตรใหม่ หาวิธีกรีดยางแบบใหม่ การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยมาช่วยดูแลสวนยาง รวมถึงแนวคิดสวนยางยั่งยืน

นายศุภเดช อ่องสกุล รองเลขาธิการสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่าประเทศไทยมีความรู้เรื่องยางพารา มีความรู้งานวิจัยมานาน เรารวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์มาต่อยอด เราบอกไม่ได้ว่าความรู้ของเราเป็นที่ 1 ในเรื่องยาง เพราะหลายประเทศต่างก็บอกว่ามีองค์ความรู้เยอะกว่า เพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันประเทศไทยต้องไม่หยุดทำสิ่งที่ดีขึ้นเพื่อให้คุณภาพยางพาราดีขึ้น

ด้านกิจกรรมเวิร์กช็อป “ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา” มี ดร.จิณณ์ดี ทัฟฟรีย์ และ ดร.เอกวิทย์ เพียรอนุรักษ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ร่วมให้ความรู้ ดร.จิณณ์ดีกล่าวถึงการผลิตถุงมือเคลือบยางว่าเป็นสินค้าใหม่ที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสูงในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจก่อสร้างและภาคเกษตร

แข่งกรีดยาง-นกกรงหัวจุก
ขณะที่กิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินให้เกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนทั่วไปร่วมลุ้นและเชียร์ เริ่มด้วยกิจกรรมแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท โดยตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางทั้ง 7 เขตจากทั่วประเทศ รวม 60 คน ลงแข่งขันรอบคัดเลือกในช่วงเช้า ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในช่วงบ่าย ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัลจาก รมว.เกษตรและสหกรณ์ ผู้ชนะอันดับที่ 1-3 รับมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคาราบาวแดง จาก บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนการจัดแข่งขัน

หลังโชว์ทักษะและฝีไม้ลายมือการกรีดยางท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน ผู้ชนะเลิศ คือ นายสมร ศรีดี สังกัด กยท. จ.บึงกาฬ คว้าเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ รองชนะเลิศ อันดับ 1 นายภิญโญ ฉิมปากแพรก สังกัด กยท. จ.ชุมพร รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ รองชนะเลิศ อันดับ 2 นายราวี ไชยสุข สังกัด กยท. จ.บึงกาฬ รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ และรางวัลชมเชย 2 รางวัล รับเงินรางวัลคนละ 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายวาลี อูเซ็ง สังกัด กยท. จ.เชียงราย และนายสุรเขตต์ สุวัตถี สังกัด กยท. จ.กำแพงเพชร

ภายในงานยังมีการประกวดนกกรงหัวจุก ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวสวนยางภาคใต้ มีผู้สนใจร่วมส่งนกกรงหัวจุกเข้าแข่งขันกว่า 150 ตัว พร้อมส่งเสียงเชียร์และลุ้นกันอย่างสนุกสนาน ในช่วงค่ำมีการประกวด “ธิดาชาวสวนยาง 2564” ชิงมงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล และเงินสดรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท ปิดท้ายความบันเทิงด้วยการแสดงจากศิลปิน “วงพัทลุง” ที่รู้จักกันดีจากเพลงดัง “มหาลัยวัวชน”

เดินหน้าจัดแข่งกรีดยางโลก
นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รอง ผู้ว่าการด้านบริหาร กยท. เผยว่าอาชีพกรีดยางต้องอาศัยทักษะฝีมือ กยท. จึงจัดโครงการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ หลักสูตรการกรีดยางอย่างถูกวิธี และจัดประกวดแข่งขันกรีดยางครั้งแรก ที่ จ.สงขลา เมื่อปี 2535 หลังจากนั้นขยายการแข่งขันระดับประเทศ และจัดการแข่งขันชิงแชมป์กรีดยางระดับโลก โดยเชิญเกษตรกรสวนยางจากอินโดนีเซีย ลาว พม่า บรูไน มาร่วมแข่งขันที่ประเทศไทย ต่อมาเจอปัญหาโควิดจึงต้องหยุดไป ในอนาคตคาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันชิงแชมป์ระดับโลกอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นเจ้าแห่งยุทธจักรยาง

ชาวสวนยางพิษณุโลกร่วมงาน
ร.ต.อ.สมพงษ์ พรหมมณี ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จ.พิษณุโลก วัย 73 ปี กล่าวว่าตนมีสวนยางขนาด 50 ไร่ และทำงานช่วยเหลือขับเคลื่อนชาวสวนยาง ต้องการมาเยี่ยมชมนิทรรศการและองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมต่างๆ เกี่ยวกับยางพารา ภาคใต้เปรียบเสมือนเมืองหลวงของยางพารา แต่ก่อนชาวสวนยางอาจพูดคุยสนิทสนมกันเฉพาะในภูมิภาคเดียวกัน แต่งานนี้ทำให้ได้พบเจอชาวสวนยางจากทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น รู้เขารู้เรา รู้ว่าต้องทำสวนยางอย่างไรจึงจะมีผลผลิตและได้ราคาดี ทำให้เราเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้ อยากให้มาชมงานกันเยอะๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน