เส้นทางเหนือ-อีสานแน่น เตือน14ภัยอาชญากรรม
เส้นทางขึ้นเหนือ-อีสานจราจรหนาแน่น ถนนมิตรภาพช่วงโคราชรถเต็มทุกช่องทาง เกิดอุบัติเหตุเป็นช่วงๆ รถตู้จ้างเหมาคนกลับบ้านพุ่งชนท้ายรถสไลด์บาดเจ็บทั้งคัน ตำรวจออกโรงเตือนภัย 14 รูปแบบอาชญากรรมทางออนไลน์รับเทศกาลปีใหม่ไทย นายกฯ กำชับใช้กฎหมายเข้มจัดการพวกฝ่าฝืนกฎจราจร สธ.ห่วงสงกรานต์ทำ ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง เหตุประชาชนแห่เดินทางกลับบ้าน อีกทั้งเจอช่วงสภาพอากาศนิ่ง เตือนกลุ่มเสี่ยงและคนทำงานกลางแจ้ง ระบุ 45 จังหวัดเกินค่ามาตรฐาน กทม.ฝุ่นพิษพุ่งอันดับ 4 ของโลก
ทั่วไทยฝุ่นเกินมาตรฐาน
เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กทม. กว่า 68 พื้นที่ว่า จากข้อมูลของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานคุณภาพอากาศของวันที่ 10 เม.ย. พบค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานและ อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) ในหลายพื้นที่ โดยภาคเหนือตรวจวัดได้ 44-101 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัด ได้ 48-110 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก ตรวจวัดได้ 57 – 94 มคก./ลบ.ม. กทม.และปริมณฑล ตรวจวัดได้ 58-99 มคก./ลบ.ม.
ศกพ.คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พบว่าในช่วงวันที่ 10-12 เม.ย. ควรมีการ เฝ้าระวังสุขภาพ เนื่องจากสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่ ประกอบกับสภาพอากาศที่นิ่ง การยกตัวของมวล อากาศต่ำ มีจุดความร้อนมีจำนวนมากส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นละอองสูงขึ้น
นพ.สุวรรรณชัยกล่าวว่า สำหรับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ เยื่อบุตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ตำรวจจราจร แม่ค้าริมถนน พนักงานกวาดถนน คนขับรถรับจ้าง ทั้งรถจักรยานยนต์ และรถสามล้อ พนักงานส่งอาหาร และผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรดูแลและป้องกันสุขภาพตัวเองและครอบครัว หากจำเป็นต้องออก จากบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเตรียมยา และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาด ปราศจากฝุ่น
“ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนมีการเดินทางกันมากขึ้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าฝุ่นสูงขึ้นตามไปด้วย”นพ.สุวรรณชัยกล่าว
กทม.ฝุ่นพิษพุ่งอันดับ 4 โลก
วันเดียวกัน ศกพ.รายงานการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพอากาศ สรุปสถานการณ์ PM2.5 พบเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.น่าน จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.แม่ฮ่องสอน จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด จ.ชัยภูมิ จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์
ศกพ. คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ล่วงหน้า ดังนี้ พื้นที่กทม.และปริมณฑล 1 วันข้างหน้า คุณภาพอากาศ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และคาดการณ์ 7 วันข้างหน้ามีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิด และไม่มีสภาพอากาศนิ่งในพื้นที่ ในส่วนพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ 1 วันข้างหน้า คุณภาพอากาศโดยภาพรวมเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ช่วงวันที่ 16-17 เม.ย. ควรเฝ้าระวังเป็นหากจุดความร้อน มีจำนวนมาก เพราะสภาพอากาศนิ่ง และการยกตัวของอากาศที่ไม่ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ IQAir เว็บไซต์ จัดอันดับคุณภาพอากาศทั่วโลก รายงานในช่วง เวลา 09.00 น. ว่า กทม. เมืองหลวงของประเทศไทย มีคุณภาพอากาศแย่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากปากีสถาน อินเดีย และปักกิ่ง
นายกฯสั่งจัดการฝืนกฎจร.
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงออกเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ มีประชาชนบางส่วนออกเดินทางแล้ว ด้วยความห่วงใย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จึงได้กำชับ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน พร้อมเน้นย้ำมาตรการลดอุบัติเหตุ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเกิดความปลอดภัยสูงสุด
นายกรัฐมนตรียังกำชับให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้ กฎหมายอย่างเข้มงวด ในกรณีพบพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎจราจร และพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อ ให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมักจะพบในช่วงเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการขับรถด้วยความเร็วเกินกําหนด เมาสุรา เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจ และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นอกจากนี้ยังขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวัง ขับขี่ยานพาหนะ ด้วยความไม่ประมาท มีสติในการเดินทาง ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ให้ปีนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์แห่งความปลอดภัย
เตือนภัย 14 อาชญากรรม
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญา กรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส. ตร.) เปิดเผยถึง พิษภัยในโลกออนไลน์ที่นับวันจะระบาดมากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงออกมาเตือนภัยประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้ทราบถึงวิธีการต่างๆ ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกเหยื่อบนโลกออนไลน์ รวม 14 ข้อ ดังนี้ 1.หลอกขายของออนไลน์ 2.คอลเซ็นเตอร์ ข่มขู่ให้เกิดความกลัว 3.เงินกู้ออนไลน์ ดอกเบี้ยโหด
4.เงินกู้ออนไลน์ ที่ไม่มีจริง (เงินกู้ทิพย์) 5.หลอกให้ลงทุนต่างๆ 6.หลอกให้เล่นพนันออนไลน์ 7.ใช้ภาพปลอมหลอกให้หลงรักแล้วโอนเงิน (Romance scam) หรือ หลอกให้ลงทุน (Hybrid scam)
8.ส่งลิงก์ปลอมเพื่อหลอกแฮ็กเอาข้อมูลส่วนตัว 9.อ้างเป็นบุคคลอื่นเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว 10.ปลอม Line, Facebook หรือ Account หลอกยืมเงิน 11.ข่าวปลอม (Fake news)-ชัวร์ก่อนแชร์
12.หลอกลวงเอาภาพโป๊เปลือยเพื่อใช้แบล็กเมล์ 13.โฆษณาชวนไปทำงานต่างประเทศ แล้วบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย 14.ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
‘เมาแล้วขับ จับขังจริง’
นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวแสดงความห่วงใยและย้ำเตือนการระมัดระวังอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับช่วงเดินทางเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ว่า ในแต่ละปีมักมีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุการเมาแล้วขับ โดยเมื่อพบการกระทำผิดกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ จะส่งฟ้องเป็นคดีสู่ศาลตามพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งสถิติคดีในอดีต พบว่าการดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับช่วงเทศกาลมีจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ขณะที่ปีนี้ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ปรากฏตามข่าวพี่น้องประชาชนเริ่มทยอยเดินทาง ออกต่างจังหวัดแล้วตั้งแต่ช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ ดังนั้นขอให้ผู้เดินทาง ซึ่งต้องขับขี่รถนั้นเดินทางด้วยความปลอดภัย และระมัดระวังอย่างยิ่งในการที่จะปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เสพยาเสพติด สวมหมวกกันน็อก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่ ผู้ที่ร่วมเดินทาง และประชาชนทั่วไปผู้ใช้เส้นทางสัญจร บนท้องถนน อีกทั้งลดความเสี่ยงการสูญเสียต่างๆ จากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดตามมาได้ และลดอัตราถูกดำเนินคดีส่งฟ้องด้วย
ส่วนที่มีการรณรงค์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประชาสัมพันธ์มาตรการบังคับใช้กฎหมาย “เมาแล้วขับ จับขังจริง” แก่ผู้กระทำผิดกรณีเมาแล้วขับในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงควบคุมเข้ม 7 วันระวังอันตราย โดยนำร่องพื้นที่เขตอำนาจศาลภาค 6 (จังหวัดภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง) เพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้ขับขี่และลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับนั้นหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจะต้องถูกส่งตัวฟ้องศาล ซึ่งศาลจะพิจารณาพิพากษาลงโทษตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยโทษนั้นมีความแตกต่างกันตามพฤติการณ์ ของแต่ละคนที่ได้กระทำจริง ความหนัก-เบาจะขังจริงหรือไม่เป็นดุลพินิจที่ศาลจะพิจารณาจากคำให้การประกอบพยานหลักฐาน
สาย 304 สู่อีสานรถแน่น
ช่วงสายวันเดียวกัน บรรยากาศบนถ.สาย 304 ช่วงเขาหินซ้อน มุ่งหน้าเข้าจ.นครราช สีมา สู่ภาคอีสาน พบว่ามีประชาชนที่ใช้แรงงาน และบริษัทโรงงานต่างๆ จากภาคตะวันออก รวมทั้งกทม.ที่เริ่มหยุดงานวันแรกช่วงเทศกาลสงกานต์ ต่างทยอยเดินทางออกต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา บนถ.สาย 304 มีปริมาณรถยนต์เป็นจำนวนมากบางคันบรรทุก สัมภาระต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์กระบะ ตลอดเส้นทางมีรถวิทยุตำรวจทางหลวงปราจีน บุรีคอยอำนวยความสะดวก คาดว่า ช่วงบ่าย วันนี้จะมีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และจะมีรถชะลอความเร็วตามสัญญาณไฟจราจรต่างๆ แต่ก็ยังเคลื่อนตัว ด้วยได้ดี
ชนหลายคันเจ็บหลายคน
ช่วงสายวันเดียวกัน สภาพการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ ฝั่งขาขึ้น ช่วงผ่านอ.ปากช่อง และอ.สูงเนิน จ.นคร ราชสีมา ประชาชนแห่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในจังหวัดทางภาคอีสานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ถ.มิตรภาพปริมาณรถหนาแน่น มีรถสัญจรเต็มทุกช่องทาง โดยสภาพการจราจรช่วงหลักกิโลเมตร (ก.ม.) 62 ถ.มิตรภาพบายพาส ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง รถค่อนข้างหนาแน่นแต่ยังเคลื่อนตัวได้สะดวก ทำความเร็ว ได้ประมาณ 20-60 ก.ม.ต่อช.ม. ซึ่งรถที่ สัญจรในช่วงเทศกาลนี้ ส่วนใหญ่เป็นรถส่วนบุคคล
นอกจากนี้ยังพบว่ามีประชาชนเลือกใช้เส้นทางเลี่ยงขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์ สาย M6 ช่วงต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ค่อนข้างมาก ส่งผลให้สภาพการจราจรขาเข้าจ.นครราช สีมา ช่วงก่อนขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์ชะลอตัวใช้ความเร็วได้ประมาณ 20-40 ก.ม.ต่อช.ม.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถ.มิตรภาพช่วงผ่านอ.สีดาจ.นครราชสีมา มุ่งหน้า อ.พล จ.ขอนแก่น มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น มีรถกระบะตู้จ้างเหมา พุ่งชนท้ายรถบรรทุก ทำให้เฉี่ยวชนเข้ากับรถกระบะ และรถเก๋งหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งระดมกำลังอาสากู้ภัย ช่วยกันจัดจราจรป้องกันเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และช่วยกันเคลียร์เส้นทางเพื่อเร่งระบายรถไม่ให้ติดสะสมมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่เดินทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มความระมัด ระวังในการขับขี่ หากเหนื่อยล้าขอให้แวะพักตามจุดพักต่างๆ ก่อนเดินทางต่อ เพื่อสวัสดิภาพของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
ขนส่งโคราชคึกคัก
บรรยากาศการเดินทางของประชาชนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจ.นครราชสีมา แห่งที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา มีประชาชนมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะกันจำนวนมาก เพื่อกลับภูมิลำเนาในจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสานและภาคต่างๆ โดยทางสถานีขนส่งฯ ตั้งจุดคัดกรอง ตรวจเข้มประชาชนทุกคนที่เข้ามา ต้องตรวจวัด อุณหภูมิ ลงทะเบียน ฉีดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ตามมาตรการที่สาธารณสุขกำหนด ซึ่งประชาชนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
นครสวรรค์รถติดแล้ว
สำหรับสภาพจราจรเส้นทางสายเหนือ บนถ.สายเอเชีย ช่วงจ.นครสวรรค์ ประตูสู่ภาคเหนือปริมาณรถเริ่มหนาแน่นต่อเนื่อง ประชาชนยังคงเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือก่อนวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรในตัวเมืองนครสวรรค์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ปริมาณรถเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนถ.พหลโยธินหมายเลข 1 ตั้งแต่แยกหน้าค่ายจิระประวัตินครสวรรค์ แยกบึงบอระเพ็ด เรื่อยไปจนถึงบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ ยาวไปถึงสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ สภาพการจราจรหนาแน่น เนื่อง จากเป็นจุดที่มีทางแยกสัญญาณไฟจราจรหลายจุด ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้าๆ สลับหยุดนิ่ง
ในส่วนของถ.ทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่ทางแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงสี่แยกโรงเรียนนวมินทร์ การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า ทำให้ถ.เส้น 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก มีปริมาณรถที่หนาแน่น ตลอดทั้งเส้นทางขาขึ้นและขาล่อง แต่รถยังสามารถเคลื่อนตัวทำความเร็วได้ช้าๆ คาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นต่อเนื่องช่วงวันหยุดยาว สงกรานต์นี้
รถทัวร์ลงใต้เพิ่มเที่ยววิ่ง
ส่วนบรรยากาศที่สถานีขนส่งจ.ตรัง มีประชาชน นักเรียน นักศึกษาเริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว โดยใช้รถประจำทาง ทั้งรถตู้ และรถทัวร์ ขณะเดียวกันก็มีประชาชนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจ.ตรังจำนวนมาก
น.ส.กาญจนา ขุนจันทร์ พนักงานขายตั๋ว บริษัทขนส่ง จำกัด เล่าว่า วันนี้มีรถทัวร์กรุงเทพฯ-ตรัง และกรุงเทพฯ-ตรัง-สตูล เต็มทุกเที่ยว และมีเที่ยวรถเสริมของบริษัทขนส่งร่วมวิ่งในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เพื่อรองรับผู้โดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง จากเดิม 2 เที่ยว เป็น 4 เที่ยว เส้นทางกรุงเทพฯ- สตูล จาก 2 เที่ยว เป็น 3 เที่ยว ส่วนบริษัทศรีสุเทพ จำกัด เส้นทางกรุงเทพฯ-สตูล เดิม 1 เที่ยว เพิ่มเป็น 2 เที่ยว

บินตรวจ – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. นั่งเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพการจราจรเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่ถนนพหลโยธิน จ.พระนครศรีอยุธยา เชื่อมต่อถนนมิตรภาพ ลำตะคอง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 เม.ย.
12 เม.ย.แห่เดินทางมากสุด
เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. รับผิดชอบงานจราจร เดินทางมาตรวจการปฏิบัติงานของศูนย์บริหารจราจร กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ต่อมาเวลา 16.00 น. นั่งเฮลิคอปเตอร์ ตรวจสภาพการจราจรไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน จากต่างระดับบางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา ไปจนถึงจ.สระบุรี เชื่อมต่อถ.มิตรภาพ บริเวณเนินทับกวาง เนินกลางดง เนินคลองไผ่ จ.นครราชสีมา
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความห่วงใยและสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชน ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ พร้อมกำชับให้กวดขันผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจรก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ช่วงสงกรานต์ โดยเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.
สำหรับสภาพการจราจร วันที่ 8 เม.ย. จนถึงวันนี้ พบว่าปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาชนบางส่วนพยายามหลีกเลี่ยงช่วงวันสงกรานต์ จากข้อมูลกรมทางหลวงในวันที่ 9 เม.ย มีรถออกมากถึง 591,573 คัน และในวันที่ 10 เม.ย. คาดว่าจะมีรถออกกว่า 550,000 คัน ซึ่งเชื่อว่าในวันที่ 12 เม.ย. จะมีปริมาณรถออกมากสุดถึง 620,000 คัน ตัวเลขเหล่านี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องนำมาคำนวณในการบริหารกำลังพลให้เหมาะสมเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนการเร่งระบายรถ ตำรวจจะเน้นอำนวยการ จราจรบริเวณจุดที่ไม่สามารถคืนพื้นผิวการจราจร ได้ทั้งหมด เช่น จุดก่อสร้างทาง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการเปิดช่องทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายรถ ขาออก โดยเฉพาะ ถ.มิตรภาพ ช่วงเนินกลางดง (ก.ม.31-34) , เนินทับกวาง (ก.ม.24-43) และ ต่างระดับสีดา (ก.ม.238-241) รวมทั้งถ.ตาพระยา-โนนดินแดง (ก.ม.76-81) ซึ่งเป็นจุดที่การจราจรชะลอตัวทุกปีเนื่องจากเป็นเนินสูง มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเปิดช่องทางพิเศษเป็นระยะๆ เพื่อหอบเอามวลรถให้พ้นจุดที่รถหนาแน่น
ในวันที่ 11 เม.ย ไปจนถึงวันที่ 14 เม.ย. จะเริ่มเปิดช่องทางพิเศษ มอเตอร์เวย์ M6 เพื่อเร่งระบายรถที่จะไปภาคอีสานเหนือ เริ่มจาก ก.ม.65 ถ.มิตรภาพ เบี่ยงออกซ้ายเข้า M6 ผู้ที่จะเดินทางไปชัยภูมิ จะใช้ทางออกเชื่อมต่อ ทล.201 ที่ต่างระดับสีคิ้ว ส่วนรถที่จะมุ่งหน้าไปจ.ขอนแก่น จะใช้ทางออกเชื่อมต่อ ทล.204 ที่ต่างระดับขามทะเลสอ รวมระยะทาง 64 ก.ม. ส่วนเที่ยวกลับจะเปิดใช้ช่องทางพิเศษ ในวันที่ 15-18 เม.ย. เชื่อว่าจะสามารถช่วยเร่งระบายมวลรถได้จำนวนมาก
จับขับเร็วแสนกว่าราย
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า อีกสาเหตุ ที่ทำให้การจราจรชะลอตัว คือรถบรรทุก จึงต้องจำกัดปริมาณในวันที่ 12-13 เม.ย. และ 16-18 เม.ย. โดยจะอนุญาตเฉพาะรถบรรทุกสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน เช่น รถบรรทุกน้ำมันหรือแก๊ส รถบรรทุกอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค เป็นต้น โดยในห้วง 1-9 เม.ย. มีการยื่นคำร้องเข้ามา 24,307 คัน และอนุญาตให้วิ่งได้ 22,493 คัน อีก 1,814 คันที่ไม่อนุญาต เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ เช่น รถบรรทุกหิน ดิน ทราย เป็นต้น
รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สงกรานต์ปีนี้ นายกรัฐมนตรีอยากให้ประชาชนเดินทางกลับอย่างปลอดภัย และเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด กำชับให้ตำรวจกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก ซึ่งตั้งแต่วันที่ 4-9 เม.ย. พบการกระทำผิด เช่น เมาแล้วขับ จำนวน 874 ราย ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 148,088 ราย ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3,875 ราย