รำลึก12ปีสดุดีนักสู้ปชต. จี้เอาผิดปราบประชาชน
ร่วมรำลึก 12 ปีวีรชน เมษายน 2553 ญาติวีรชนประกาศเดินไปทุกที่ทั้งกองทัพบก ทำเนียบ เรียกร้องความยุติธรรม อดีตโฆษก นปช. ชี้เขียนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี หวังให้คดีหมดอายุความ ณัฐวุฒิลั่น ยังเหลือเวลาอีก 8 ปี คนทำต้องรับผิดชอบ ยันไม่หวังตอกลิ่มแค่รักษาแผลเก่า จตุพรชี้เป็น 12 ปีแห่งความทุกข์ระทม กลุ่มคาร์ม็อบชุมนุมแยกราชประสงค์ร่วมจัดพิธีไว้อาลัย

12ปี10เม.ย. – กลุ่มคนเสื้อแดงชู 3 นิ้วชุมนุมรำลึก 12 ปี เหตุการณ์ 10 เม.ย.2553 ทวงความยุติธรรม และสดุดีวีรชน โดยมีกลุ่มคาร์ม็อบทะลุโลง ร่วมด้วยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กทม. เมื่อวันที่ 10 เม.ย.

รำลึก 12 ปีวีรชน 10 เม.ย.53
วันที่ 10 เม.ย. ที่ห้องอภิวันท์ วิริยะชัย อาคาร PEACE TV ถนนรามอินทรา นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะ ร่วมกันจัดงานรำลึก 12 ปี วีรชน 10 เมษา 53 โดยมีนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือ แม่น้องเกด มารดา น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่วัดปทุมวนาราม นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือทอม ดันดี อดีตนักร้องเพื่อชีวิต แกนนำ นปช. และมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมงาน

นางพะเยาว์กล่าวว่า วันนี้กลุ่มญาติวีรชนพูดคุยกันว่า 12 ปีที่ผ่านมาเราไม่ค่อยทำกิจกรรมทวงถามความยุติธรรมอย่างพร้อมเพรียงกันเนื่องจากแต่ละคนมีภารกิจ เวลาผ่านมา 12 ปี พวกเราทุกคนรับรู้ว่ากระบวนการยุติธรรมที่พวกเราได้รับนั้นถูกกดขี่และถูกรังแกจากภาครัฐอย่างมาก ทุกคนจึงมีความคิดร่วมกันโดยเริ่มจากวันนี้เป็นต้นไปญาติผู้เสียหายที่ยังอยู่และ มีความพร้อมจะเริ่มเรียกร้องความเป็นธรรม เราจะไปทุกที่ นับจากวันนี้เป็นต้นไปเราจะไปยืนอยู่หน้ากองทัพบก หน้าทำเนียบรัฐบาล เราจะไปยืนในทุกส่วนที่มีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำร้ายชีวิตคนในครอบครัวของพวกเรา วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่จะเริ่มต้นเรียกร้องความยุติธรรม เพราะความยุติธรรม ที่เราได้รับอยู่ในขณะนี้เราถูกกด หลายคดี ถูกทำให้เป็นมุมดำโดยที่ดีเอสไอไม่สั่งฟ้อง ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เหลืออยู่ แค่ 20 กว่าคดีที่ได้รับการชี้มูลการตาย แต่ผลสุดท้ายเราก็ถูกกลั่นแกล้งและมีคำสั่งว่าไม่ฟ้อง เพราะไม่มีหลักฐาน พวกเราทุกคนไม่มีใครลืมวีรชนผู้เสียชีวิตและพร้อมเรียกร้องความเป็นธรรม

สู้ก่อนหมดอายุความ 20 ปี
ด้านนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ อดีตโฆษก นปช. กล่าวว่า 12 ปีพวกเราทุกคนยืนหยัดและรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าตลอดเวลา เคยไปสอบถามที่ ป.ป.ช. หลายครั้งในเรื่องคดีความที่พี่น้องของพวกเราถูกทำร้ายแต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทุกคนทราบดีว่าผู้มีอำนาจในเวลานี้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำไมเขาจึงรัฐประหาร ทำไมจึงสืบทอดอำนาจ ทำไมถึงเขียนยุทธ ศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะอายุความต้องการให้หมดในระยะเวลา 20 ปี ขอสดุดีวีรชน ตราบใดที่พวกตนยังมีลมหายใจ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ขอต่อสู้ต่อไปเพื่อประเทศไทย ประชาชน และเพื่อประชาธิปไตย

จตุพรออกโรงถลกการเมือง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ครบรอบ 12 ปี แห่งความสูญเสีย ตลอด 25 ปีที่คนเสื้อแดงปรากฏตัวตนในประเทศนี้ ความสูญเสียไม่ว่าจะเป็นความตาย บาดเจ็บหรือสูญสิ้นอิสรภาพ ไม่มีอะไรที่พวกเราจะไม่ต่อสู้ ทุกกระบวนการที่สามารถเรียกร้องหาความเป็นธรรม เราทำหน้าที่ครบถ้วน แต่ไม่เคยมีที่ไหนที่จะให้ความยุติธรรมกับคนเสื้อแดงได้ ตั้งแต่ปี 2535 ปี 2553 จนถึงปี 2565 จุดยืนของตนไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่การยืนหยัดอยู่ในสนามรบตนย่อมรู้ว่าใครเป็นใคร

“ในแกนนำคนเสื้อแดงทั้งหมด ผมถูกดำเนินคดีมากที่สุด เข้า-ออกคุกมากที่สุด และถูกกล่าวหาทั้งที่เข้า-ออกคุก แต่ผมก็ยังคงต้องยืน เพราะรู้ว่าขณะนี้ประเทศไทยถ้าพวกเราคิดเพียงแค่อารมณ์ความรู้สึกทางการเมือง และในโลกโซเชี่ยลจะสร้างคนให้เป็นอะไรก็ได้ ถ้าคนจะทรยศจะเข้า-ออกคุกถึง 5 ครั้งเลยหรือ คนที่ไม่เคยทรยศ ไม่เคยเข้าคุกเลยหรือ วันนี้เราคิดเรื่องบ้านเมืองมากกว่าการเมือง ผมอายุ 57 ปี ที่ผ่านมาระยะเวลาพลังงานเหลือเฟือ ปราศรัยได้ทุกวัน แต่ปัจจุบันเรี่ยวแรงจะให้เหมือนเดิมเกียร์ 5 ไม่ได้แล้ว ผมอยู่ในสนามตั้งแต่อายุ 20 ปีเศษ ถึงวันนี้บั้นปลายชีวิตก็ต้องเลือกต่อสู้ ยกที่แล้วขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รู้ตัวเลยว่าลงมือวันไหนก็จะถูกวางแผนขัง และไม่เคยผิดพลาด” นายจตุพรกล่าว

ชี้ 12 ปีแห่งความทุกข์ระทม
“ความสูญเสียของวีรชน 12 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายตายไม่เคยได้รับความยุติธรรม ขณะที่ฝ่ายทำให้ตายไม่เคยได้รับโทษ และยังหาช่องทางไม่เจอที่จะไปแสวงหาความยุติธรรม เราอยู่กับความทุกข์ระทม วีรชนทุกคนคือประชาชน ผู้ปกครองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่ประชาชนไม่เคยเปลี่ยนสถานะของตัวเอง เวลาสู้คนตายคือประชาชน แต่วันนี้เรายังไม่มีแม้อนุสาวรีย์ ไม่มีการชำระประวัติศาสตร์ และเราไม่มีความยุติธรรมใน 12 ปีที่ผ่านมา เป็น 12 ปีแห่งความทุกข์ระทม ได้เวลาที่คนไทยจะคิดและร่วมมือกัน รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ หนีสัจธรรมไปไม่พ้น วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเอาเรื่องบ้านเมืองให้ใหญ่กว่าการเมือง การต่อสู้เพื่อเอกราชและอิสรภาพจะนำพาไปเปลี่ยนการเมือง เปลี่ยนแปลงอำนาจ และเปลี่ยนแปลง ประเทศนี้

12ปี10เม.ย. – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมแกนนำเสื้อแดงจัดรำลึกเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 ‘ยุติธรรมไม่มี 12 ปีเราไม่ลืม’ โดย มีส.ส.เพื่อไทย, ก้าวไกล ครอบครัวผู้เสียชีวิต และประชาชนร่วมถวายสังฆทาน วางพวงหรีด กล่าวสดุดี ผูกริบบิ้นแดงอาลัยผู้เสียชีวิต ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว กทม. เมื่อวันที่ 10 เม.ย.

ณัฐวุฒิจัดงานแยกคอกวัว
วันเดียวกัน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน มีการจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชน 10 เม.ย.53 “ยุติธรรมไม่มี 12 ปี เราไม่ลืม” โดยมีแกนนำ กลุ่มคนเสื้อแดง นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นางธิดา โตจิราการ นายวรชัย เหมะ นายวีระ มุสิกพงศ์ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมืองจากพรรคเพื่อไทย อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ร่วมด้วยนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายกรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล และประชาชนร่วมงาน

กิจกรรมในงาน แกนนำคนเสื้อแดง ครอบครัวผู้สูญเสีย ร่วมถวายสังฆทาน และวางพวงหรีดรำลึกเหตุการณ์ พร้อมกล่าวสดุดีผู้เสียชีวิต ขณะที่บริเวณด้านนอกจัดนิทรรศการ ภาพถ่ายวันเกิดเหตุการณ์ และแจกริบบิ้น สีแดงเพื่อผูกไว้อาลัยผู้เสียชีวิต

ไม่ตอกลิ่มแค่รักษาแผลเก่า
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่าย ไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) และแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ว่าการจัดกิจกรรมนี้เพื่อระลึกถึงความสูญเสียของประชาชนจากการล้อมปราบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีกิจกรรมทุกปี เพื่อประกาศต่อสังคมว่าโศกนาฏกรรมดังกล่าว ยังไม่มีการชำระความจริง ยังไม่มีกระบวนการยุติธรรมดำเนินการกับคนกระทำผิดที่ใช้กำลังปราบปรามประชาชนให้มารับผิดชอบตามกฎหมาย เราไม่มีเจตนาตอกลิ่มความขัดแย้งหรือเติมเงื่อนไขความแตกแยกในสังคมไทยให้ลุกลามบานปลาย แต่ต้องการรักษาแผลเก่าไม่ให้เป็นแผลอักเสบเรื้อรังของสังคม เพราะหากไม่มีความยุติธรรมให้ประชาชนผู้สูญเสีย ก็จะเป็นหลักประกันให้ผู้มีอำนาจว่าสามารถ ใช้กำลังปราบประชาชนได้อีกในอนาคต เพราะยังมีตัวแบบที่ลอยนวลและหลีกหนี ความผิด

ยันคนทำต้องรับผิดชอบ
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่าความขัดแย้ง ของสังคมไทยที่มีมากขึ้นทุกวันจนเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าในอนาคตอาจจะมีการเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกและอาจเกิดเหตุการณ์แบบวันที่ 10 เม.ย. 53 ได้อีกครั้ง ตราบที่ฝ่ายรัฐเชื่อมั่นว่าทำแล้วไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เวลานี้จึงเป็นช่วงการต่อสู้ของวัยหนุ่มสาวและอาจจะเป็นลูกหลานของพวกท่านที่ออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องเสรีภาพอยู่บนถนนและสุ่มเสี่ยงเผชิญหน้ากับรัฐ เราจึงต้องมาตอกย้ำเหตุการณ์ในวันนั้นเพื่อไม่ให้ถูกกระทำโดยรัฐอีก และต้องเดินหน้ากระบวนการยุติธรรมให้คนทำผิดต้องรับผิดชอบ เพราะตลอด 12 ปี แกนนำประชาชนถูกจับกุมคุมขังถึงปัจจุบัน แต่ฝ่ายรัฐที่เป็นคู่กรณีไม่มีใครถูกดำเนินคดีแม้แต่คนเดียว บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าต้องมีความชอบธรรมถึงจะมีอนาคต ถ้าข้ามศพประชาชนเป็นร้อยโดยไม่สนใจไยดีบ้านเมืองนั้นจะไม่สามารถเดินไปหาอนาคตที่ดีกว่าได้

เหลือเวลาเดินหน้าสู้อีก8ปี
นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่าอะไรที่เป็นช่องทางให้คดีเดินหน้าได้จะทำต่อโดยไม่สิ้นความหวัง เพราะในหลายประเทศไม่ว่าคดีจะผ่านไป 10-20 ปี เมื่ออำนาจเปลี่ยน การชำระคดีความเพื่อให้เกิดความยุติธรรมก็จะมาถึง ในหลายประเทศ ผู้นำวัย 80 ปี ยังถูกคุมขังได้ ในบางประเทศคนรุ่นต่อไปก็ลุกขึ้นมาสู้เพื่อคนรุ่นก่อน ทั้งนี้คดีอาญาทั่วไปจะหมดอายุความใน 20 ปี จึงเหลือเวลา 8 ปี และยังเชื่อว่าสาเหตุที่ผู้มีอำนาจชุดนี้ดึงดันจะอยู่ในอำนาจเพราะอายุความในคดีนี้ด้วย เรายังคาดหวังพลังจากประชาชนไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจต่อไป และเดินหน้าทวงถามความยุติธรรมในกรอบเวลา 20 ปี เราจะสู้และไม่สิ้นหวัง

คาร์ม็อบชุมนุมราชประสงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านักกิจกรรมแนวร่วมประชาธิปไตยหลากหลายกลุ่มจัดชุมนุม “คาร์ม็อบ ทะลุโลง” ที่แยกราชประสงค์ เวลา 14.00 น. โดยทำพิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิต ผูกผ้าที่แยกราชประสงค์ ก่อนยืนไว้อาลัยและเคลื่อนขบวนไปสมทบที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ขณะที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการเชิญชวนแต่งกายแนวฮิพฮอพร่วมฟังเสียงสะท้อนจากแร็พเปอร์ใต้ดิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน